Category Archives: สาระน่ารู้

สปันไมโครไพล์ SPUN MICROPILE ตอกใกล้กระจกได้ แรงสั่นสะเทือนน้อย

micropile-spunmicropile

สปันไมโครไพล์ SPUN MICROPILE ตอกใกล้กระจกได้ แรงสั่นสะเทือนน้อย ต้องการตอกเสาเข็มต่อเติมในพื้นที่ แคบในอาคาร ได้มาตรฐาน แนะนำเสาเข็มสปันไครไพล์ ตอกแล้วไม่กระทบโครงสร้างเดิม โดย BSP-Bhumisiam ตัวอย่าง ผลงานของเรา งานการไฟฟ้า การประปา โรงกลั่นน้ำมัน เป็นต้นครับ ด้วยเสาเข็มคุณภาพมาตรฐาน มอก. และ การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย จากประเทศเยอรมัน เสาเข็มสามารถทำงานในที่แคบได้ หน้างานสะอาด ไม่มีดินโคลน เสาเข็มสามารถรับน้ำหนักปลอดภัยได้ 20-50 ตัน/ต้น ขึ้นอยู่กับขนาดเสาเข็มสภาพชั้นดิน ทดสอบโดย Dynamic Load Test เสาเข็มเราจึงเป็นที่นิยมในงานต่อเติม – สวัสดีครับ ช่วงนี้งานเสริมฐานรากอาคาร หรือ ต่อเติมบ้าน ต่อเติมหน้าเติมหน้าข้างบ้าน ต่อเติมหน้าบ้าน หลังบ้าน ต่อเติมอาคาร ก็กำลังมาแรง วันนี้ Mr.SpunMan มีภาพการเตรียม ต่อเติม มาฝากเพิ่มเติมครับ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ มาตรฐาน มอก. โดย BSP-Bhumisiam […]

สปันไมโครไพล์ SPUN MICROPILE โดย สิริกร BSP-Bhumisiam

micro spun - micro pile

สปันไมโครไพล์ SPUN MICROPILE โดย สิริกร BSP-Bhumisiam ต้องการตอกเสาเข็มต่อเติมในพื้นที่ แคบในอาคาร ได้มาตรฐาน แนะนำเสาเข็มสปันไครไพล์ ตอกแล้วไม่กระทบโครงสร้างเดิม โดย TPN-Bhumisiam

Blow Count เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการประเมิน การรับน้ำหนักของเสาเข็ม

spun micro pile - micro spun

Blow Count เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการประเมิน การรับน้ำหนักของเสาเข็ม Blow Count เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการประเมิน การรับน้ำหนักของเสาเข็ม – การจะดูว่าการตอกเสาเข็มในแต่ละจุดว่าเสร็จสิ้นเรียบร้อยตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่นั้น มิใช่ดูแต่เพียงว่าเสาเข็มตอกจมมิดลงไปในดินเท่านั้น แต่จะต้องดูจำนวนครั้งในการตอกด้วย (Blow Count) ว่าเสาเข็มแต่ละต้นใช้จำนวนครั้งในการตอกเท่าใดจนเสาเข็มจมมิดดิน ถ้าจำนวนครั้งในการตอกน้อยเกินไป คือสามารถตอกลงไปได้ง่าย แสดงว่าความแน่นของดินที่จุดนั้นที่จะใช้ในการรับน้ำหนักยังไม่เพียงพอ อาจจะต้องมีการต่อเสาเข็มและตอกเพิ่มลงไปอีกจนกว่าจำนวนครั้งในการตอกจะเป็นไปตามที่กำหนด ในทางตรงกันข้ามถ้าจำนวนครั้งในการตอกมากเพียงพอแล้วแม้ว่าเสาเข็มที่ตอกนั้นจะยังจมไม่มิดก็อาจแสดงว่าความแน่นของดินที่จุดนั้นที่จะใช้ในการรับน้ำหนักเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องตอกต่อลงไปอีก เพราะการฝืนตอกต่อไปอาจทำให้เสาเข็มแตกหักหรือชำรุดได้ ส่วนจำนวนครั้งในการตอกเสาเข็มแต่ละต้นควรจะเป็นเท่าใดนั้นวิศวกรจะเป็นผู้กำหนด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของพื้นที่หน้าตัดเสาเข็ม และความยาวของเสาเข็มนั้น เสาเข็มเพื่อการต่อเติม สปันไมโครไพล์ SPUN MICROPILE MICRO SPUN – SPUN MICRO – MICROPILE – SPUNMICROPILE BSP-Bhumisiam ผู้ผลิตรายแรก Spun MicroPile 1) ได้รับมาตรฐาน มอก. 397-2524 เสาเข็ม Spun MicroPile Dia 21, 25, 30 cm. […]

MICROPILE สำหรับต่อเติมในพื้นที่ แคบในอาคาร ข้างอาคาร ได้มาตรฐาน แนะนำเสาเข็มสปันไครไพล์

microspun-spunmicropile

MICROPILE สำหรับต่อเติมในพื้นที่ แคบในอาคาร ข้างอาคาร ได้มาตรฐาน แนะนำเสาเข็มสปันไครไพล์ ตอกแล้วไม่กระทบโครงสร้างเดิม โดย BSP-Bhumisiam ตัวอย่าง ผลงานของเรา งานการไฟฟ้า การประปา โรงกลั่นน้ำมัน เป็นต้นครับ ด้วยเสาเข็มคุณภาพมาตรฐาน มอก. และ การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย จากประเทศเยอรมัน เสาเข็มสามารถทำงานในที่แคบได้ หน้างานสะอาด ไม่มีดินโคลน เสาเข็มสามารถรับน้ำหนักปลอดภัยได้ 20-50 ตัน/ต้น ขึ้นอยู่กับขนาดเสาเข็มสภาพชั้นดิน ทดสอบโดย Dynamic Load Test เสาเข็มเราจึงเป็นที่นิยมในงานต่อเติม – สวัสดีครับ ช่วงนี้งานเสริมฐานรากอาคาร หรือ ต่อเติมบ้าน ต่อเติมหน้าเติมหน้าข้างบ้าน ต่อเติมหน้าบ้าน หลังบ้าน ต่อเติมอาคาร ก็กำลังมาแรง วันนี้ Mr.SpunMan มีภาพการเตรียม ต่อเติม มาฝากเพิ่มเติมครับ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ มาตรฐาน มอก. โดย BSP-Bhumisiam เหมาะกับงานนี้ เพราะเราพร้อมบริการ สามารถทำงานในที่แคบได้ […]

ตัวอย่างตอกเสาเข็มในพื้นที่ กรุงเทพฯครับ MICROPILE ต่อเติมโดย BSP ภูมิสยาม

micro pile

ตัวอย่างตอกเสาเข็มในพื้นที่ กรุงเทพฯครับ ต้องการตอกเสาเข็มต่อเติมในพื้นที่ แคบในอาคาร ได้มาตรฐาน แนะนำเสาเข็มสปันไครไพล์ ตอกแล้วไม่กระทบโครงสร้างเดิม โดย BSP-Bhumisiam ตัวอย่าง ผลงานของเรา งานการไฟฟ้า การประปา โรงกลั่นน้ำมัน เป็นต้นครับ ด้วยเสาเข็มคุณภาพมาตรฐาน มอก. และ การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย จากประเทศเยอรมัน เสาเข็มสามารถทำงานในที่แคบได้ หน้างานสะอาด ไม่มีดินโคลน เสาเข็มสามารถรับน้ำหนักปลอดภัยได้ 20-50 ตัน/ต้น ขึ้นอยู่กับขนาดเสาเข็มสภาพชั้นดิน ทดสอบโดย Dynamic Load Test เสาเข็มเราจึงเป็นที่นิยมในงานต่อเติม – สวัสดีครับ ช่วงนี้งานเสริมฐานรากอาคาร หรือ ต่อเติมบ้าน ต่อเติมหน้าเติมหน้าข้างบ้าน ต่อเติมหน้าบ้าน หลังบ้าน ต่อเติมอาคาร ก็กำลังมาแรง วันนี้ Mr.SpunMan มีภาพการเตรียม ต่อเติม มาฝากเพิ่มเติมครับ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ มาตรฐาน มอก. โดย BSP-Bhumisiam เหมาะกับงานนี้ เพราะเราพร้อมบริการ สามารถทำงานในที่แคบได้ […]

คานคอดิน (GROUND BEAM) ควรอยู่สูงจากระดับพื้นดินเท่าไหร่

คานคอดิน (Ground Beam) คือส่วนประกอบโครงสร้างบนดินที่รับน้ำหนักพื้น ผนัง และสิ่งที่อยู่เหนือคานคอดินขึ้นไป แล้วจึงถ่ายน้ำหนักไปยังตอม่อและฐานรากต่อไป การก่อสร้างคานคอดิน แบ่งจากระดับความสูงจากพื้นดินได้ 2 แบบ คานคอดินวางอยู่บนระดับดิน เนื่องจากระดับพื้นชั้นล่างอยู่สูงจากระดับดินไม่มากนัก ในการก่อสร้างจึงมักทำเนินดินให้สูงเสมอท้องคานคอดิน และเทลีน (Lean) เพื่อใช้เป็นแบบหล่อท้องคานแทนการใช้ไม้แบบ และใช้ไม้แบบเฉพาะด้านข้างคานทั้งสองด้าน คานคอดินอยู่สูงจากระดับดินมากกว่า 1 เมตร ระดับท้องคานคอดินจะสูงจากระดับดินค่อนข้างมาก การก่อสร้างจะต้องใช้ไม้แบบในการหล่อท้องคานคอดิน นอกเหนือจากการใช้ไม้แบบที่ด้านข้างคาน ซึ่งส่งผลเรื่องเวลาในการก่อสร้างรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้พื้นบ้านควรจะยกสูงขึ้นเท่าไหร่ พิจารณาได้จากพื้นที่รอบข้าง เช่น ถนนหน้าบ้านเป็นแบบเก่าหรือใหม่ และถ้าหากมีการยกพื้นถนน ที่ดินในจุดที่สร้างบ้านอยู่สูงกว่าพื้นถนนไหม กับอีกเรื่องก็คือน้ำท่วมถนนในบริเวณนั้นหรือไม่ คานคอดินที่พื้นคานอยู่สูงกว่าระดับพื้นดินจะช่วยให้ระดับพื้นบ้านอยู่สูงขึ้นด้วย ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายตอนก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าพิจารณาในหลายๆ ด้านแล้วจะถือว่าคุ้มค่ากว่า เช่นการวางระบบท่อใต้พื้นชั้นล่าง การแก้ปัญหาเรื่องปลวกที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลัง รวมไปถึงปัญหาน้ำท่วมขัง การยกพื้นถนนหน้าบ้านที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ถ้าจะให้ดีที่สุด ระดับพื้นชั้นล่างควรอยู่สูงกว่าระดับถนนอย่างน้อย 1 เมตร

การทดสอบค่ายุบตัวของคอนกรีต (SLUMP TEST)

การทดสอบค่ายุบตัวของคอนกรีต (Slump Test) ใช้เพื่อทดสอบหาค่าความข้นเหลวของคอนกรีตในสภาพเหลวโดยใช้วิธีการทดสอบหาค่าการยุบตัว เพื่อตรวจสอบความสามารถเทได้ของคอนกรีต (Workability) ค่ายุบตัวไม่ได้เป็นค่าที่วัดความสามารถเทได้ของคอนกรีตโดยตรง แต่เป็นการวัดความข้นเหลวของคอนกรีต (Consistency) หรือลักษณะการไหลตัวของคอนกรีต (Flow Characteristic) แม้วิธีนี้จะไม่เหมาะสมสำหรับทดสอบคอนกรีตที่เหลว หรือแห้งมากแต่ก็มีประโยชน์อย่างมากและสะดวกสำหรับการควบคุมความสม่ำเสมอของการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ เช่น ในกรณีที่ค่ายุบตัวของคอนกรีตมีค่ามากกว่าปกติที่ออกแบบไว้ แสดงให้เห็นว่าจะต้องมีความผิดปกติเกิดขึ้นในสัดส่วนผสม ขนาดคละหรือความชื้นในมวลรวมซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตคอนกรีตสามารถตรวจสอบและแก้ไขได้ การทดสอบทำโดยตักคอนกรีตใส่ลงในโคนที่มีลักษณะเป็นกรวยยอดตัดให้ได้ 3 ชั้น โดยให้แต่ละชั้นมีปริมาตรเท่ากัน และต้องตำด้วยเหล็กตำทีละชั้นแล้วจึงค่อยๆ ยกโคนขึ้นอย่างช้าๆ คอนกรีตจะยุบตัวลงด้วยน้ำหนักของตัวเอง ความสูงที่ยุบตัวลงของคอนกรีตที่วัดได้ถือว่าเป็นค่ายุบตัวขอบคอนกรีต (ควรใช้เวลาในการทดสอบทั้งหมดไม่เกิน 2:30 นาที) ค่ายุบตัวที่เหมาะสมสำหรับงานก่อสร้างในประเทศไทย คอนกรีตสำหรับงานพื้นถนนสนามบิน ค่ายุบตัวที่เหมาะสม 5.0 เซนติเมตร ± 2.5 คอนกรีตสำหรับงานทั่วไป ค่ายุบตัวที่เหมาะสม 7.5 เซนติเมตร ± 2.5 คอนกรีตสำหรับงานฐานราก ค่ายุบตัวที่เหมาะสม 10.0 เซนติเมตร ± 2.5 คอนกรีตสำหรับงานคอนกรีตปั๊ม ค่ายุบตัวที่เหมาะสม 10.0 เซนติเมตร ± 2.5 คอนกรีตสำหรับงานเสาเข็มเจาะเล็ก ค่ายุบตัวที่เหมาะสม 10.0 เซนติเมตร ± 2.5 คอนกรีตสำหรับงานเสาเข็มเจาะใหญ่ มากกว่า […]

COLD JOINT – การแก้ปัญหาเวลาที่เทคอนกรีต แล้วคอนกรีตขาดช่วง

ในทางทฤษฎีการหยุดเทคอนกรีตนานเกิน 30 นาที ถ้าจะเทใหม่จะต้องรออีก 20 ชั่วโมง แต่ด้วยเวลาที่จำกัดเพื่อที่จะต้องเร่งปิดงานให้เสร็จทันกำหนดจึงไม่สามารถรอนานขนาดนั้นได้ เพราะจะไปกระทบกับงานในช่วงถัดไปที่ได้กำหนดเวลาเอาไว้แล้ว ดังนั้นจึงควรเทคอนกรีตให้ต่อเนื่องรวดเดียวจนเสร็จ แต่ก็มักจะมีเหตุสุดวิสัยที่ต้องหยุดงาน เช่น คอนกรีตขาดช่วงเพราะรถส่งคอนกรีตมาหน้างานไม่ทัน เป็นต้น ในบล็อกนี้จึงได้เขียนถึงการแก้ปัญหาเวลาคอนกรีตขาดช่วงแล้วจะทำยังไงให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด การแก้ปัญหาเวลาที่เทคานคอนกรีตแล้วคอนกรีตขาดช่วง วิเคราะห์ตามโครงสร้างของคานคอนกรีต จะมีความสามารถรับแรงอัดและแรงเฉือนได้ดี แต่จะไม่สามารถรับแรงดึงได้ ดังนั้นจึงจะเป็นต้องมีเหล็กเสริมเพื่อเพิ่มความสามารถในตรงนี้ และตามลักษณะของโมเมนต์กับแรงเฉือน ทั้งคานช่วงเดียวและคานต่อเนื่อง จะพบว่าจุดที่แรงเฉือนมีค่าต่ำที่สุดจะอยู่ในช่วงกลางของคาน ดังนั้นจุดต่อคอนกรีตที่ดีที่สุดจึงเป็นช่วงกลางของคาน ดังนั้นถ้าจำเป็นจะต้องหยุดเทคอนกรีตสำหรับคานและพื้น ให้หยุดที่ช่วงกลางของตัวคาน โดยให้หน้าตัดตั้งฉากกับแบบ ส่วนเสาจะหยุดเทที่ระดับต่ำกว่าใต้ท้องคาน 2.5 เซนติเมตร การเทคอนกรีตต่อจากรอยต่อที่หยุดงานไว้ โดยการเทราดจุดต่อด้วยซีเมนต์เพสต์ (ปูนซีเมนต์ผสมกับน้ำ) จำนวน 2-3 กระป๋องปูน แล้วจึงเทต่อด้วยคอนกรีตสด เลือกที่มีน้ำปูนมากๆ ก่อน แล้วจี้ด้วยเครื่องสั่นคอนกรีตให้เพลสแทรกซึมต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อป้องกันเวลาถอดแบบแล้วจะเห็นรอยต่อการเทคอนกรีต

สาเหตุของการเกิดรอยร้าวของคอนกรีต ก่อนที่คอนกรีตจะเริ่มแข็งตัว

การแตกร้าวของคอนกรีตเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น แต่บางครั้งถ้าหากเทคอนกรีตไม่ถูกวิธีก็อาจจะสร้างรอยร้าวขึ้นมาได้ ในบล็อกนี้ได้เอาปัญหาการแตกร้าวของคอนกรีตก่อนที่ของคอนกรีตจะเริ่มแข็งตัวมาให้ได้อ่านกัน ซึ่งรอยร้าวชนิดนี้จะเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 2 – 8 ชั่วโมง ภายหลังจากการเทคอนกรีต โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยแตกร้าวชนิดนี้แบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ได้ดังนี้ การขยับตัวของแบบหล่อคอนกรีต (Form or Subgrade Movement) รอยร้าวชนิดนี้มีสาเหตุมาจากความชื้น ซึ่งจะทำให้แบบพองตัวหรือแบบอาจไม่แข็งแรงพอรับน้ำหนักของคอนกรีตได้ อย่างไรก็ตามวัสดุยึดตรึงแบบ ไม่ว่าจะเป็นตะปู หรือ น๊อต ถ้าเกิดการหลุดหลวมก็อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบบขยับตัวได้เช่นกัน ส่วนกรณีคอนกรีตเทบนพื้นความชื้นจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พื้นที่รองรับเกิดการเคลื่อนไหวหรือขยับตัว ทำให้เกิดรอยร้าวได้ การทรุดตัวของพื้นอันเนื่องมาจากการบดอัดไม่แน่นก็ทำให้เกิดรอยร้าวได้เช่นกัน รอยร้าวที่เกิดขึ้นจากสาเหตุดังกล่าวนี้รูปร่างไม่แน่นอนการควบคุมเพื่อมิให้เกิดรอยร้าวสามารถที่กระทำได้ด้วยการตรวจความแน่นของพื้นที่รองรับและแบบหล่อก่อนที่จะเทคอนกรีต การทรุดหรือจมตัวของวัสดุผสมหยาบในเนื้อคอนกรีต (Settement) รอยร้าวชนิดนี้ มีสาเหตุมาจากส่วนผสมของคอนกรีตเหลวเกินไป ดังนั้นในช่วงเวลาที่คอนกรีตกำลังก่อตัวอยู่ วัสดุผสมจำพวกหินและทรายก็ยังจมอยู่เบื้องล่างเรื่อยๆ ถ้ามีวัสดุขวางกั้นอยู่ เช่น เหล็กเสริม ท่อสายไฟ หรือท่อน้ำ ส่วนที่จมตัวทรุดตัวอยู่รอบๆ วัสดุนั้น ทำให้เกิดรอยร้าวบนผิวหน้าคอนกรีตตามแนวของวัสดุนั้นๆ สาเหตุดังกล่าวนี้สามารถควบคุมได้ด้วยสการลดปริมาณน้ำในส่วนผสมลงและใช้ หิน ทรายที่มีขนาดลดหลั่นพอดี รอยร้าวเกิดจากการหดตัวของคอนกรีตในขณะก่อตัว (Plastic Shrinkage) รอยร้าวชนิดนี้ สาเหตุเกิดจากอัตราการระเหยตัวของน้ำสูงกว่าปริมาณน้ำที่ถูกขับออกจากคอนกรีตในขณะก่อตัว เนื่องจากสภาพของดินฟ้าอากาศ และอุณหภูมิของคอนกรีตเอง รอยร้าวชนิดนี้พบมากที่สุดบนพื้นคอนกรีต ลักษณะการร้าวส่วนใหญ่จะร้าวเป็นเสส้นตรงหรือเป็นรูปตีนกา มักเกิดภายในกรอบของพื้น แต่ก็มีบ้างที่ร้าวไปจนถึงขอบเลยก็มี […]

การแตกร้าวของคอนกรีต เนื่องจากการหดตัวแบบพลาสติก (PLASTIC SHRINKAGE CRACKING)

การแตกร้าวของถนนนั้นมักจะเกิดขึ้นขณะที่คอนกรีตกำลังแข็งตัวหรือเป็นที่รู้จักกันในเชิงวิชาการคอนกรีตว่า การแตกร้าวเนื่องจากการหดตัวแบบพลาสติก (Plastic Shrinkage Cracking) ซึ่งนอกจากมีโอกาสสูงที่จะเกิดกับงานถนนแล้วยังเกิดกับงานประเภทพื้นที่อยู่กลางแจ้งอื่นได้อีกด้วย อาทิ พื้นนอาคาร, ดาดฟ้าและลานประเภทต่างๆ เป็นต้น การแตกร้าวในลักษณะน้ีจะไม่มีรูปแบบที่แน่นอน ต่างกับการแตกร้าวเนื่องจากคอนกรีตหดตัวแบบแห้งซึ่งจะเป็นเส้นค่อนข้างตรง และยาว ที่มักจะเกิดข้ึนเมื่อไม่มีการตัดรอยต่อที่ถูกต้อง สาเหตุของการแตกร้าวเนื่องจากการหดตัวแบบพลาสติก การที่คอนกรีตเกิดการแตกร้าวแบบนี้มีสาเหตุมาจากคอนกรีตหดตัวอย่างเฉียบพลันในช่วงที่ยังอยู่ในสภาพยังไม่แข็งตัว (Pre-hardened Stage) ซึ่งคอนกรีตในช่วงนี้แทบจะไม่มีความสามารถในการรับแรงเค้นที่เกิดจากแรงดึง (Tensile Stress) ซึ่งแรงเค้นเกิดขึ้นขณะที่คอนกรีตมีการหดตัวเมื่อแรงเค้นนี้เกิดมากเกินกว่าที่คอนกรีตสามารถรับได้ก็จะเกิดการแตกร้าว   การป้องกันการแตกร้าวแบบ Plastic Shrinkage ในส่วนของผู้บริโภค สามารถทำได้หลายแนวทาง ดั้งนี้ แนวทางแรกคือการวางแผนงานให้มีประสิทธิภาพในการทำงานอย่างสูงสุด และใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอกับปริมาณและอัตราการเทของคอนกรีตที่สั่ง รวมถึงการจ้างแรงงานที่มีความชำนาญในจำนวนที่พอเพียง เพื่อให้การเทคอนกรีตเป็นไปอย่างรวดเร็วและคอนกรีตยังคงอยู่ในสภาพสด แนวทางที่สองคือการเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับรถโม่ที่จัดส่งคอนกรีต เพื่อให้รถใช้เวลาในการรับส่งน้อยที่สุด หากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีความต้องการคอนกรีตในปริมาณที่สูงและภายใน โครงการมีเนื้อที่ว่างพอ ควรพิจารณาอนุญาตให้บริษัทฯสามารถติดตั้งโรงงานผสมคอนกรีตภายในบริเวณ โครงการเป็นการชั่วคราว แนวทางที่สามคือการควบคุมการทำงานให้เป็นไปตาม มาตรฐานและข้อกำหนด เช่น อาจมีการใช้น้ำยาบ่มฉีดที่ผิวหน้าหากคอนกรีตอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ไม่รุนแรงนัก แต่หากคอนกรีตอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่รุนแรง เช่น ลมที่พัดด้วยความเร็วเกิน 8 กม./ชม. การใช้น้ำยาบ่มอาจเป็นมาตราการป้องกันที่ไม่พอเพียง ควรใช้แผ่นพลาสติกคลุมปิดผิวคอนกรีตทันทีหลังการปาดหน้า หากไม่สามารถหาแผ่นพลาสติกได้ อาจใช้กระสอบป่านชื้นคลุมแทน แนวทางที่สี่คือการวางแผนงานให้ลดความรุนแรงที่มีผลกระทบมาจากสิ่งแวดล้อมได้มากที่สุด ในกรณีของโครงการนี้ อาจมีการศึกษาพฤติกรรมของลมว่าพัดจากทิศใด ช่วงเวลาใดจะสงบที่สุดและอุณหภูมิอากาศที่ไม่สูงมาก […]