2360 ฟุตติ้ง (Footing) หรือฐานราก มีกี่ชนิดและมีภาพร่างแบบฐานรากอย่างไร?
ฟุตติ้ง (Footing) หรือ ฐานราก คือโครงสร้างส่วนล่างสุดของอาคารที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดจากเสา คาน และพื้น จากนั้นกระจายลงสู่ชั้นดินหรือเสาเข็มอย่างมั่นคงปลอดภัย
1. ประเภทของฐานราก (ฟุตติ้ง) จำแนกตามหลักวิศวกรรม
ตามหลักวิศวกรรมโครงสร้างและปฐพีวิทยา ฐานรากถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ตามลักษณะการถ่ายน้ำหนักและระดับความลึก:
🟢 ประเภทที่ 1: ฐานรากตื้น หรือ ฐานรากแผ่ (Shallow Foundation / Spread Footing)
เป็นฐานรากที่ฝังอยู่ใต้ผิวดินระดับตื้น (มักลึกไม่เกิน 2–3 เมตร) ทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักจากโครงสร้างลงสู่ชั้นดินด้านล่างโดยตรง โดยไม่ต้องใช้เสาเข็ม เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีชั้นดินแข็งแน่น ดินดาน ดินลูกรัง หรือชั้นหินอยู่ตื้น
- ฐานแผ่เดี่ยว (Isolated Footing): รองรับน้ำหนักจากเสาเพียง 1 ต้น เป็นรูปแบบที่นิยมใช้มากที่สุด มักมีทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า
- ฐานแผ่ร่วม (Combined Footing): รองรับน้ำหนักเสาตั้งแต่ 2 ต้นขึ้นไปบนฐานเดียวกัน เหมาะสำหรับกรณีที่เสาอยู่ชิดกันมากจนฐานแผ่เดี่ยวทับซ้อนกัน หรือกรณีเสาอยู่ชิดแนวเขตที่ดิน
- ฐานรากมีคานรัด / ฐานรากตีนเป็ด (Strap / Cantilever Footing): มีคานคอนกรีตเสริมเหล็ก (Strap Beam) ช่วยดึงยึดระหว่างฐานรากตัวนอกที่ชิดเขตที่ดินกับฐานรากตัวใน เพื่อป้องกันการหมุนพลิกตัวจากโมเมนต์ดัดเยื้องศูนย์
- ฐานรากต่อเนื่อง (Continuous / Strip Footing): ทอดตัวเป็นแนวยาวตลอดแนวผนังหรือกำแพงรับน้ำหนัก (Load-Bearing Wall)
- ฐานรากแพ (Mat / Raft Foundation): เป็นแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่แผ่นเดียวครอบคลุมเต็มพื้นที่ใต้ตัวอาคาร กระจายน้ำหนักได้กว้างมาก เหมาะสำหรับอาคารขนาดใหญ่ หรือพื้นที่ที่กำลังแบกทานของดินค่อนข้างต่ำเพื่อป้องกันการทรุดตัวไม่เท่ากัน
🔵 ประเภทที่ 2: ฐานรากลึก หรือ ฐานรากเสาเข็ม (Deep Foundation / Pile Footing / Pile Cap)
เป็นฐานรากที่ถ่ายน้ำหนักจากตัวอาคารลงสู่ชั้นดินแข็งที่อยู่ลึกด้านล่าง โดยมีเสาเข็มเป็นตัวกลางในการรับและถ่ายแรง ผ่านแรงต้านที่ปลายเสาเข็ม (End Bearing) และแรงเสียดทานผิวเสาเข็ม (Skin Friction) เหมาะกับพื้นที่ดินอ่อน เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง
- ฐานรากเสาเข็มเดี่ยว (Single Pile Cap / F1): ฐานรากที่รองรับเสา 1 ต้นบนเสาเข็ม 1 ต้น นิยมใช้ตะกร้อครอบ (ตะกร้อคว่ำ) ล็อกบนหัวเสาเข็มเพื่อกระจายแรง
- ฐานรากเสาเข็มกลุ่ม (Group Pile Cap / F2, F3, F4, F5…): ฐานรากที่รับน้ำหนักเสา 1 ต้น แล้วกระจายลงสู่กลุ่มเสาเข็มตั้งแต่ 2 ต้นขึ้นไป โดยการจัดวางระยะห่างระหว่างศูนย์กลางเสาเข็ม (Center to Center) มาตรฐานทางวิศวกรรมจะอยู่ที่ประมาณ 3 เท่าของขนาดหน้าตัดเสาเข็ม (3D)
2. ลักษณะภาพร่างแบบรูปและรายละเอียดวิศวกรรมฐานราก (Structural Sketch & Detail)
ในการเขียนแบบก่อสร้าง (Structural Detail Drawing) ภาพร่างแบบฐานรากจะแสดงทั้ง ผังบริเวณ (Plan View) และ รูปตัดรูปด้าน (Section View) ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญดังนี้:
📐องค์ประกอบภาพร่างแบบรูปตัดฐานราก (Section Detail View):
- ชั้นปรับระดับ (Sand Base & Lean Concrete):
- ชั้นล่างสุดคือ ทรายหยาบบดอัดแน่น หนาประมาณ 5–10 เซนติเมตร
- เททับด้วย คอนกรีตหยาบ (Lean Concrete) หนาประมาณ 5–10 เซนติเมตร เพื่อปรับระดับก้นหลุมให้เรียบ และป้องกันไม่ให้เหล็กเสริมสัมผัสกับดินโดยตรง
- ตัวคอนกรีตฐานราก (Footing Slab):
- แท่นคอนกรีตเสริมเหล็กทรงสี่เหลี่ยม ความหนาของตัวฐานคำนวณตามแรงเฉือนทะลุ (Punching Shear) และโมเมนต์ดัด
- ระยะหุ้มคอนกรีต (Concrete Covering): ต้องเว้นระยะหุ้มเหล็กใต้ดินไม่น้อยกว่า 5–7.5 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำและความชื้นใต้ดินกัดกร่อนเหล็กเสริม
- การจัดวางเหล็กเสริม (Reinforcement Layout):
- เหล็กตะแกรงฐานราก (Main Reinforcement Mat): เหล็กข้ออ้อย (DB) สานเป็นตะแกรงตารางสี่เหลี่ยมวางอยู่ด้านล่างของฐานราก (งอปลายเหล็กขึ้นด้านบนเป็นฉาก)
- เหล็กเดือย / เหล็กตอม่อ (Dowel Bars / Starter Bars): เหล็กเส้นที่ยื่นตั้งฉากขึ้นมาจากฐานรากเพื่อเชื่อมต่อกับเหล็กเสาตอม่อ โดยงอขาเหล็กแผ่ออกไปยึดติดกับตะแกรงเหล็กฐานราก
- รายละเอียดการเชื่อมต่อเสาเข็ม (กรณีฐานรากเสาเข็ม / Pile Cap):
- หัวเสาเข็มจะถูกสกัดคอนกรีตส่วนบนออก ให้เหลือเหล็กแกนเสาเข็มยื่นฝังเข้ามาในตัวฐานราก (Pile Embedded Length)
- ตัวหัวเสาเข็มคอนกรีตจะฝังลึกลงไปในเนื้อคอนกรีตฐานรากประมาณ 5–10 เซนติเมตร
สรุปท้ายบทความ
ฟุตติ้ง (Footing) หรือฐานราก ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของความมั่นคงปลอดภัยในตัวอาคาร โดยแบ่งออกเป็น ฐานรากแผ่ (สำหรับพื้นที่ดินแข็งดานระดับตื้น) และ ฐานรากเสาเข็ม (สำหรับพื้นที่ดินอ่อนที่ต้องถ่ายน้ำหนักลงลึก) การเลือกประเภทและขนาดของฐานรากจะต้องคำนวณโดยวิศวกรโครงสร้างตามน้ำหนักบรรทุกของอาคารและค่ากำลังแบกทานของดินในพิกัดก่อสร้างจริงอย่างรอบคอบ
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: เพื่อความสมบูรณ์แบบในการออกแบบระบบฐานราก และเลือกชนิดเสาเข็มที่ถูกต้องตรงตามหลักวิศวกรรมสำหรับโครงการของคุณ สามารถขอรับคำปรึกษาและออกแบบระบบฐานรากฟรี (พร้อมรายการคำนวณรับรองโดยสามัญวิศวกรโยธาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) ได้โดยตรงที่ ไลน์ @bhumisiam
🏗️ หากคุณต้องการประเมินขนาดฐานรากเบื้องต้น หรือต้องการดูรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ให้เหมาะสมกับฐานรากแต่ละประเภทเพิ่มเติม สามารถบอกรายละเอียดให้ผมช่วยแนะนำได้เลยครับ!

