เสาเข็มกลุ่ม (Group Pile) คืออะไร? มีรูปแบบการจัดวางเสาเข็มกลุ่มอย่างไร? มีข้อกำหนดในการก่อสร้างมีอะไรบ้าง?

2358 เสาเข็มกลุ่ม (Group Pile) คืออะไร? มีรูปแบบการจัดวางเสาเข็มกลุ่มอย่างไร? มีข้อกำหนดในการก่อสร้างมีอะไรบ้าง?

เสาเข็มกลุ่ม (Group Pile) เป็นองค์ประกอบสำคัญทางวิศวกรรมฐานราก สำหรับอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรับน้ำหนักบรรทุกสูง มีรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะ รูปแบบการจัดวาง และข้อกำหนดในการก่อสร้างตามมาตรฐานวิศวกรรมและกฎหมาย ดังนี้ครับ


1. เสาเข็มกลุ่ม (Group Pile) คืออะไร?

เสาเข็มกลุ่ม คือ โครงสร้างฐานรากที่ใช้เสาเข็มตั้งแต่ 2 ต้นขึ้นไป ตอกหรือเจาะลงในชั้นดินให้อยู่ชิดกันภายใต้ฐานรากเดียวกัน โดยมีคานหรือฐานคอนกรีตเสริมเหล็กที่เรียกว่า ฐานราก หรือ ฐานครอบหัวเสาเข็ม (Pile Cap / Footing) ทำหน้าที่ยึดเชื่อมต่อส่วนหัวเสาเข็มทุกต้นเข้าด้วยกัน

วัตถุประสงค์หลักของการใช้เสาเข็มกลุ่ม:

  • รองรับน้ำหนักมหาศาล: ใช้ในกรณีที่เสาเข็มเดี่ยว (Single Pile) ไม่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกของเสาอาคารต้นนั้นได้เพียงพอ
  • กระจายแรงอย่างสม่ำเสมอ: ช่วยถ่ายเทและกระจายน้ำหนักจากเสาอาคารลงสู่พื้นที่ดินใต้ฐานรากในวงกว้าง
  • ป้องกันการทรุดเอียง: ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและลดโอกาสเกิดปัญหาฐานรากทรุดตัวไม่เท่ากัน (Differential Settlement) หรือการเยื้องศูนย์ของโครงสร้าง

2. รูปแบบการจัดวางเสาเข็มกลุ่ม (Pile Group Layout)

การจัดเรียงตำแหน่งเสาเข็มในกลุ่มเสาเข็ม จะต้องจัดวางให้อยู่ในรูปแบบที่เกาะกลุ่มกันอย่างเหมาะสม สมมาตรกับจุดศูนย์ถ่วงของแรงกด (Center of Gravity: c.g.) เพื่อให้เสาเข็มทุกต้นช่วยกันรับน้ำหนักได้อย่างสมดุล และลดหน่วยแรงดัด (Stress) ในฐานคอนกรีต โดยมีรูปแบบมาตรฐานที่นิยมใช้ดังนี้:

  • ฐานรากเสาเข็ม 2 ต้น (F2): จัดวางเรียงแถวคู่ขนาน
  • ฐานรากเสาเข็ม 3 ต้น (F3): จัดวางเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม
  • ฐานรากเสาเข็ม 4 ต้น (F4): จัดวางเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส
  • ฐานรากเสาเข็ม 5 ต้น (F5): จัดวางเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสโดยมีเสาเข็มตรงกลาง 1 ต้น
  • ฐานรากเสาเข็ม 6 ต้น (F6): จัดวางเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (แบบ 2×3 แถว)
  • ฐานรากเสาเข็ม 7, 8, 9 ถึง 12 ต้น: จัดวางเป็นรูปตาราง รูปหกเหลี่ยม หรือรูปทรงสมมาตรตามการคำนวณทางวิศวกรรมโครงสร้าง

3. ข้อกำหนดและมาตรฐานในการก่อสร้างฐานรากเสาเข็มกลุ่ม

ตาม กฎกระทรวง กำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ. 2566 และหลักวิศวกรรมฐานราก มีข้อกำหนดสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดดังนี้:

  1. ระยะห่างระหว่างเสาเข็ม (Pile Spacing):
    • ตำแหน่งของเสาเข็มแต่ละต้นในหนึ่งฐานราก ต้องมีระยะห่างระหว่างศูนย์กลางถึงศูนย์กลาง ไม่น้อยกว่า 3 เท่าของมิติที่กว้างที่สุดของหน้าตัดเสาเข็ม (3D) (เช่น เสาเข็มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 ซม. ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า 90 ซม.)
    • กรณีระยะห่างน้อยกว่า 3D: ผู้ออกแบบและคำนวณต้องตรวจสอบผลกระทบจากการซ้อนทับของหน่วยแรง (Stress Overlap) ซึ่งอาจทำให้กำลังการรับน้ำหนักรวมของกลุ่มเสาเข็มลดลง (Group Efficiency)
  2. ความหนาของฐานคอนกรีต (Pile Cap Thickness):
    • เสาเข็มชนิดรับแรงเสียดทานเป็นหลัก (Friction Pile): ฐานคอนกรีตต้องมีความหนา ไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร
    • เสาเข็มชนิดอื่น (เช่น เสาเข็มแบกทาน End Bearing Pile): ฐานคอนกรีตต้องมีความหนา ไม่น้อยกว่า 35 เซนติเมตร
  3. ระยะหุ้มคอนกรีต (Concrete Cover / Covering):
    • ระยะหุ้มหัวเสาเข็ม: ระยะจากผิวบนของเสาเข็มที่ฝังอยู่ในฐานคอนกรีตถึงส่วนล่างสุดของฐานคอนกรีต ต้อง ไม่น้อยกว่า 7.5 เซนติเมตร
    • ระยะหุ้มขอบเสาเข็ม: ระยะสั้นที่สุดจากขอบนอกของเสาเข็มต้นริมสุดถึงขอบนอกสุดของฐานคอนกรีต ต้อง ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง (หรือความกว้าง) ของเสาเข็มต้นริม
    • ระยะหุ้มเหล็กเสริม: ต้องเสริมลูกปูน (Spacer) ยกระดับตะแกรงเหล็กให้มีระยะหุ้มคอนกรีตโดยรอบอย่างน้อย 5–7.5 เซนติเมตร เพื่อป้องกันความชื้นและสนิมเหล็ก
  4. การยึดต่อระหว่างเสาเข็มและฐานราก:
    • ต้องทำการสกัดหัวเสาเข็มให้เหลือเหล็กเดือย (Dowel Bar) โผล่พ้นคอนกรีตขึ้นมา แล้วผูกยึดเข้าร่วมกับตะแกรงเหล็กเสริมของฐานราก (Footing) พร้อมฝังหัวเสาเข็มลึกเข้าไปในตัวฐานรากคอนกรีตตามสเปกวิศวกร ก่อนทำการเทคอนกรีต

4. ยกระดับคุณภาพฐานรากเสาเข็มกลุ่มด้วย “เสาเข็มสปันไมโครไพล์”

สำหรับงานก่อสร้างอาคาร หรือการเสริมฐานรากในพื้นที่จำกัดที่ต้องการคุณภาพมาตรฐานสูงสุด เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) จากภูมิสยาม เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์งานฐานรากกลุ่มอย่างยิ่ง:

  • แข็งแกร่งสูงด้วยระบบแรงเหวี่ยง: ผลิตด้วยเทคโนโลยี Spun จากเยอรมนี คอนกรีตหนาแน่นสูงกว่าไมโครไพล์ทั่วไป 10 เท่า ผ่านมาตรฐาน มอก. 397-2562 และ SCG Endorsed Brand
  • รับน้ำหนักได้สูง 20–50 ตัน/ต้น: ตอกเชื่อมต่อความยาวลึกลงถึงชั้นดินดานจริง ตรวจสอบการรับน้ำหนักด้วยเกณฑ์ Blow Count / Last 10 Blows หรือ Dynamic Load Test ได้แม่นยำ
  • ลดแรงสั่นสะเทือน: ดีไซน์รูกลมกลวงตรงกลางช่วยระบายดินขณะตอก จึงลดแรงดันดินและแรงสั่นสะเทือน ปลอดภัยต่ออาคารข้างเคียง

สรุปท้ายบทความ

  1. นิยามเสาเข็มกลุ่ม: คือการใช้เสาเข็มตั้งแต่ 2 ต้นขึ้นไปมารองรับน้ำหนักร่วมกันใต้ฐานรากเดียว (Pile Cap) เพื่อกระจายน้ำหนักมหาศาลจากเสาอาคารลงสู่ชั้นดิน
  2. การจัดวาง: ต้องจัดวางตำแหน่งเสาเข็มให้สมมาตรกับจุดศูนย์ถ่วงของแรงกด (c.g.) เช่น 2 ต้น (คู่), 3 ต้น (สามเหลี่ยม), 4 ต้น (สี่เหลี่ยมจัตุรัส) หรือมากกว่าตามการออกแบบ
  3. ข้อกำหนดสำคัญตามกฎหมายปี 2566:
    • ระยะห่างระหว่างเสาเข็มในกลุ่มต้องไม่น้อยกว่า 3 เท่าของขนาดหน้าตัดเสาเข็ม (3D)
    • ฐานคอนกรีตหนาไม่น้อยกว่า 20–35 ซม. (ตามประเภทเสาเข็ม)
    • ระยะหุ้มหัวเสาเข็มในคอนกรีตต้องไม่น้อยกว่า 7.5 ซม. และระยะหุ้มขอบเสาเข็มไม่น้อยกว่า ครึ่งหนึ่งของขนาดเสาเข็มต้นริม
  4. คำแนะนำเพิ่มเติม: หากท่านต้องการคำนวณการรับน้ำหนัก ออกแบบจัดวางเสาเข็มกลุ่ม หรือประเมินงานฐานรากสำหรับงานก่อสร้างและต่อเติม ท่านสามารถ แนะนำปรึกษาเรื่องฐานรากได้ฟรีที่ ไลน์ @bhumisiam (บริษัท ฐาปนพรรณ จำกัด / TPN ภูมิสยาม)

💡 คำแนะนำ: หากท่านมีแปลนอาคาร หรือจำนวนเสาเข็มกลุ่มที่ต้องการออกแบบคำนวณเพิ่มเติม สามารถส่งรายละเอียดเข้ามาพูดคุยสอบถามได้เลยนะครับ!