1015 เริ่มนับ Last Ten Blow เมื่อไหร่? นับยังไง? หยุดตอกเสาเข็มตอนไหน?
การตรวจสอบค่า Last Ten Blow หรือการนับจำนวนครั้งการตอก 10 ครั้งสุดท้าย เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการควบคุมคุณภาพการตอกเสาเข็ม เพื่อยืนยันว่าเสาเข็มสามารถรับน้ำหนักได้จริงตามที่วิศวกรออกแบบไว้ และป้องกันปัญหาบ้านทรุดในอนาคต,,
1. เริ่มนับ Last Ten Blow เมื่อไหร่?
จะเริ่มทำการนับเมื่อเสาเข็มถูกตอกลงไปจนใกล้ถึงระดับความลึกที่คาดการณ์ไว้ หรือเริ่มตอกลงไปได้ยากขึ้นเนื่องจากปลายเสาเข็มเริ่มสัมผัสกับ ชั้นดินดาน (Hard Strata) หรือชั้นดินแข็ง,, ค่านี้จะเป็นตัวชี้วัดสุดท้ายว่าปลายเสาเข็มหยั่งอยู่ในชั้นดินที่แข็งแรงเพียงพอแล้วหรือไม่
2. วิธีการนับและวัดค่า (How to Count)
ขั้นตอนการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานมีดังนี้:
- การเตรียมเสาเข็ม: ทำการขีดเส้นเครื่องหมายบนตัวเสาเข็มเพื่อใช้เป็นจุดอ้างอิงในการวัดระยะจม
- การนับครั้ง: ใช้ปั้นจั่นตอกเสาเข็มอย่างต่อเนื่อง 10 ครั้ง,
- การวัดระยะ: วัดระยะทางที่เสาเข็มจมลงจากการตอกทั้ง 10 ครั้งนั้น,
- การเปรียบเทียบ: นำระยะที่จมได้จริงไปเทียบกับค่า “ระยะจมที่ยอมให้” (Allowable Settlement) ซึ่งวิศวกรจะคำนวณไว้ล่วงหน้าโดยใช้สูตรทางวิศวกรรม (เช่น Hiley Formula หรือ Engineering News Formula),,
3. หยุดตอกเสาเข็มตอนไหน?
การหยุดตอกจะพิจารณาจากเงื่อนไขดังต่อไปนี้:
- เมื่อได้ค่าตามเกณฑ์: เมื่อระยะจมในการตอก 10 ครั้งสุดท้าย น้อยกว่าหรือเท่ากับ ระยะที่วิศวกรกำหนดไว้,,
- เมื่อจำนวนครั้งการตอกสูงเกินไป: หากตอกจนจำนวนครั้ง (Blow Count) สูงมากแล้วแต่เสาเข็มยังไม่จมมิดดิน วิศวกรอาจสั่งให้หยุดตอกเพื่อป้องกันไม่ให้เสาเข็มแตกหักหรือชำรุดจากการฝืนตอก
- การทดสอบเพิ่มเติม: สำหรับเสาเข็มสปันไมโครไพล์ของภูมิสยาม หากต้องการความมั่นใจสูงสุด สามารถตรวจสอบคุณภาพผ่านการทดสอบ Dynamic Load Test เพื่อยืนยันกำลังรับน้ำหนักปลอดภัยอีกครั้ง
เพื่อให้งานรากฐานของคุณมีคุณภาพสูงสุดและถูกต้องตามหลักวิศวกรรม แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ ไลน์ @bhumisiam
สรุปท้ายบทความ
การนับ Last Ten Blow คือการวัดระยะจมจากการตอก 10 ครั้งสุดท้ายเพื่อยืนยันว่าเสาเข็มถึงชั้นดินแข็งและรับน้ำหนักได้จริงตามสเปก โดยจะเริ่มนับเมื่อเข็มใกล้ถึงความลึกเป้าหมาย และจะหยุดตอกเมื่อค่าที่วัดได้เป็นไปตามเกณฑ์ที่วิศวกรคำนวณ หรือเมื่อการตอกต่ออาจเสี่ยงต่อความเสียหายของเสาเข็ม การทำตามมาตรฐานนี้อย่างเคร่งครัดคือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้โครงสร้างอาคารมั่นคงและปราศจากปัญหาการทรุดตัวในระยะยาว,,

