ความรู้พื้นฐานฐานราก ฐานรากตื้น (Shallow Foundation) มีกี่ประเภท และแต่ละประเภทเหมาะกับสิ่งปลูกสร้างแบบไหน?

2167 ความรู้พื้นฐานฐานราก ฐานรากตื้น (Shallow Foundation) มีกี่ประเภท และแต่ละประเภทเหมาะกับสิ่งปลูกสร้างแบบไหน?

ฐานรากตื้น (Shallow Foundation) หรือที่นิยมเรียกกันทั่วไปว่า ฐานรากแผ่ คือ ประเภทของฐานรากที่ทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักจากโครงสร้างอาคารลงสู่ชั้นดินระดับตื้นโดยตรง (โดยทั่วไปจะขุดลึกลงไปจากผิวดินประมาณ 1.5 – 3.0 เมตร) โดยไม่ต้องใช้เสาเข็มในการช่วยรองรับน้ำหนัก เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีชั้นดินแข็ง ดินลูกรัง หรือชั้นหินดานอยู่ระดับตื้นใกล้ผิวดิน


ประเภทของฐานรากตื้น และสิ่งปลูกสร้างที่เหมาะสม

ฐานรากตื้นสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ตามลักษณะการรับน้ำหนักและการจัดวางเสา ดังนี้:

1. ฐานรากเดี่ยว (Isolated Footing / Single Footing)

  • ลักษณะ: เป็นฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากเสาเพียง 1 ต้น เป็นอิสระ ตัวฐานรากมักมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือทรงกรวยตัด
  • เหมาะกับสิ่งปลูกสร้างแบบไหน: บ้านพักอาศัย 1–2 ชั้น, ศาลาอเนกประสงค์, โรงจอดรถ, อาคารขนาดเล็ก หรือเสาป้าย/เสาไฟ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ดินแข็ง และระยะห่างระหว่างเสามีระยะห่างพอสมควร

2. ฐานรากผสม หรือ ฐานรากร่วม (Combined Footing)

  • ลักษณะ: เป็นฐานรากที่ออกแบบให้รองรับเสาตั้งแต่ 2 ต้นขึ้นไป บนฐานคอนกรีตแผ่นเดียวกัน นิยมใช้ในกรณีที่เสาอยู่ใกล้กันมากจนฐานรากเดี่ยวทับซ้อนกัน หรือกรณีเสาอยู่ชิดแนวเขตที่ดินเพื่อนบ้านซึ่งไม่สามารถขยายฐานรากออกไปนอกเขตได้ (เรียกว่า ฐานรากตีนเป็ด หรือ Cantilever Footing)
  • เหมาะกับสิ่งปลูกสร้างแบบไหน: อาคารพาณิชย์, ทาวน์โฮม, บ้านแถว, หรืออาคารที่มีเสาชิดแนวเขตที่ดิน

3. ฐานรากต่อเนื่อง (Continuous Footing / Strip Footing)

  • ลักษณะ: เป็นฐานรากคอนกรีตที่มีลักษณะเป็นแถบยาวต่อเนื่องกัน ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากเสาหลายๆ ต้นที่เรียงเป็นแนว หรือทำหน้าที่รองรับน้ำหนักจากผนังอาคารตลอดทั้งแนวโดยตรง
  • เหมาะกับสิ่งปลูกสร้างแบบไหน: กำแพงกันดิน (Retaining Wall), กำแพงรั้วรอบอาคาร, อาคารที่ใช้ระบบผนังรับน้ำหนัก (Bearing Wall System) โดยไม่ต้องมีเสา

4. ฐานรากแผ่ปูพรม หรือ ฐานรากแพ (Mat Foundation / Raft Foundation)

  • ลักษณะ: เป็นฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่แผ่นเดียวที่หล่อครอบคลุมเต็มพื้นที่ใต้อาคาร ทำหน้าที่รองรับเสาทุกต้นเปรียบเสมือน “แพ” ช่วยกระจายน้ำหนักลงสู่ดินได้กว้างมากเป็นพิเศษ และลดปัญหาการทรุดตัวไม่เท่ากัน (Differential Settlement)
  • เหมาะกับสิ่งปลูกสร้างแบบไหน: อาคารที่มีห้องใต้ดิน, ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ใต้อาคาร, หรือสิ่งปลูกสร้างบนชั้นดินที่มีความแข็งปานกลางแต่อาจทรุดตัวได้บ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้อาคารเกิดการเอียงตัว

ข้อควรระวังในการเลือกใช้ฐานรากตื้น

ปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกใช้ฐานรากตื้นคือ “กำลังรับน้ำหนักของชั้นดิน” หากนำฐานรากตื้นไปสร้างบนพื้นที่ดินเหนียวอ่อน ดินลุ่มน้ำ หรือดินถมใหม่ อาคารจะเกิดการทรุดเอียงรุนแรงและดึงรั้งโครงสร้างจนแตกร้าวเสียหายได้

หากหน้างานของท่านอยู่ในพื้นที่ดินอ่อนและจำเป็นต้องใช้ฐานรากเสาเข็มที่ต้องการคุณภาพ ความมั่นคงสูงสุด และแรงสั่นสะเทือนต่ำ ไม่ทำให้อาคารข้างเคียงแตกร้าว แนะนำพิจารณาเลือกใช้ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) มาตรฐาน มอก. จาก TPN ภูมิสยาม

สำหรับท่านที่ต้องการประเมินกำลังรับน้ำหนักดิน หรือต้องการ บริการคำนวณออกแบบฐานรากสำหรับงานบ้านฟรี โดยสามัญวิศวกร แนะนำปรึกษาที่ ไลน์ @bhumisiam


สรุปท้ายบทความ: ประเภทฐานรากตื้นและการใช้งาน

ประเภทฐานรากตื้น ลักษณะการรองรับน้ำหนัก สิ่งปลูกสร้างที่เหมาะสม
1. ฐานรากเดี่ยว (Isolated Footing) รับน้ำหนักจากเสา 1 ต้น แยกเป็นอิสระ บ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น, โรงรถ, เสาป้าย บนพื้นที่ดินแข็ง
2. ฐานรากผสม (Combined Footing) รองรับเสาตั้งแต่ 2 ต้นขึ้นไปบนฐานเดียว อาคารชิดเขตที่ดิน (ฐานตีนเป็ด), อาคารพาณิชย์, ทาวน์โฮม
3. ฐานรากต่อเนื่อง (Strip Footing) เป็นแถบบาร์ยาวต่อเนื่อง รับน้ำหนักเป็นแนว กำแพงกันดิน, รั้วบ้าน, ผนังรับน้ำหนัก (Bearing Wall)
4. ฐานรากแพ (Mat / Raft Foundation) แผ่นคอนกรีตผืนใหญ่รับเสาทุกต้นเต็มพื้นที่ อาคารที่มีห้องใต้ดิน, ถังน้ำใต้อาคาร, โครงสร้างบนดินปานกลาง

💡 คำแนะนำเพิ่มเติม: หากคุณมีแบบแปลนบ้านหรือต้องการทราบว่าพื้นที่ก่อสร้างของคุณเหมาะกับฐานรากประเภทใด สามารถสอบถามหรือส่งรายละเอียดพื้นที่เพื่อประเมินเบื้องต้นได้เลยครับ