Monthly Archives: June 2020

การเตรียมตัวสอบเพื่อใบประกอบวิชาชีพวิศวกรโยธา

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน พบกันอีกครั้งหนึ่งในบ่ายวันจันทร์แบบนี้ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การเตรียมตัวสอบเพื่อที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรโยธา มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ สืบเนื่องจากเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นผมได้ทำการตั้งคำถามประจำสัปดาห์ โดยที่ปัญหานั้นเกี่ยวข้องกันกับการวิเคราะห์โครงสร้างโครงข้อแข็งที่ไม่สามารถจะทำการวิเคราะห์ได้ด้วยวิธีการอย่างง่ายหรือ INDETERMINATE RIGID FRAME นั่นเอง มีรุ่นน้องท่านหนึ่งที่ติดตามการโพสต์ของผมได้อินบ็อกซ์เข้ามาในเฟซบุ้คส่วนตัวของผมพร้อมกับแจ้งมาว่า   “ผมติดตามบทความของพี่มาโดยตลอด ต้องขอบคุณพี่ด้วยนะครับ ยังไงรบกวนพี่ช่วยตอบคำถามของผมด้วยเพราะผมได้ทำการวิเคราะห์โครงสร้างตามปัญหาที่พี่ได้ตั้งขึ้นโดยใช้ซอฟต์แวร์ทางไฟไนต์อีลีเมนต์ XXX ผลปรากฏว่าได้คำตอบคลาดเคลื่อนออกไปจากของพี่ เช่น ค่าแรงปฏิกิริยาในแนวราบที่จุด B ที่ผมคำนวณได้จะเท่ากับ 14.4 TONS แต่ของพี่ที่คำนวณได้เท่ากับ 15 TONS อยากทราบว่าเกิดขึ้นจากเหตุผลอะไร ขอขอบคุณพี่ล่วงหน้านะครับ”   ผมต้องขอบคุณน้องท่านนี้เหมือนกันนะครับที่อุตสาห์ติดตามบทความของผมมาโดยตลอด และยังขยันนำปัญหาของผมไปทำการจำลองในซอฟต์แวร์ทางไฟไนต์อีลีเมนต์อีก ต้องขอปรบมือให้เลย สำหรับคำตอบของปัญหาของน้องจริงๆ ผมก็ได้พูดถึงตอนที่อธิบายในคลิปไปแล้วนั่นก็คือ เกิดจากการที่เราจะนำเทอมของการเสียรูปอื่นๆ มาคิดคำนวณผลด้วยหรือไม่นั่นเองครับ   อย่างที่ผมได้เคยยกตัวอย่างไปก่อนหน้านี้ว่า ผลจากการที่เราจะนำเทอมของการเสียรูปอื่นๆ มาคิดคำนวณผลด้วยจะส่งผลโดยตรงต่อคำตอบ ส่วนผลของการเกิดความแตกต่างดังกล่าวนั้นจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของหน้าตัดโครงสร้างเป็นหลัก ปัญหาข้อนี้ก็เช่นกัน โดยที่ผมจะทำการยกตัวอย่างการคำนวณคร่าวๆ ให้ก็ได้ครับ   ผมกำหนดให้ค่าพื้นที่หน้าตัดของคานในปัญหาข้อนี้ให้มีค่าเท่ากับ 0.24 SQ.M ส่วนพื้นที่หน้าตัดของเสาจะมีค่าเท่ากับ 0.12 SQ.M และให้ค่าโมดูลัสยืดหยุ่นของหน้าตัดให้มีค่าเท่ากับ […]

วิธีในการประยุกต์ใช้กับโครงสร้างประเภท โครงข้อแข็ง หรือ RIGID FRAME

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน พบกันอีกครั้งหนึ่งในบ่ายวันจันทร์แบบนี้ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การเตรียมตัวสอบเพื่อที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรโยธา มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ขณะนี้ผมกำลังพาเพื่อนๆ ทบทวนเนื้อหาอยู่ภายในหัวข้อ การนำเอาวิธีการที่มีชื่อเรียกว่า วิธีการงานน้อยที่สุด หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า LEAST WORK METHOD ซึ่งถือได้ว่าวิธีการนี้เป็น CLASSICAL METHOD วิธีการหนึ่งเลยก็ว่าได้ โดยที่วิธีการนี้จะเป็นการต่อยอดนำเอาวิธี CASTIGLIANO’S 2’ND THEOREM มาประยุกต์ใช้งานสำหรับการแก้ปัญหางานวิศวกรรมโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นแบบ STATICALLY INDETERMINATE ดังนั้นในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการอธิบายวิธีในการประยุกต์ใช้วิธีการๆ นี้กับโครงสร้างประเภท โครงข้อแข็ง หรือ RIGID FRAME โดยที่รายละเอียดของวิธีการนั้นจะเป็นดังต่อไปนี้ครับ   จากรูปๆ นี้เมื่อเราต้องการที่จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างโครงข้อแข็ง นี้ สิ่งแรกที่เราจะต้องทำคือ ทำการตรวจสอบ DEGREE OF INDETERMINACY หรือค่า DI ของระบบโครงสร้างคานรับแรงดัดนี้ออกมาให้ได้เสียก่อน จากนั้นพอเราทราบค่า DI เราก็จะทำการเลือก “ปลด” เทอมของ “แรงตัวเกิน” หรือ REDUNDANT ออกจนกว่าโครงสร้างนั้นๆ จะมีสภาพที่เป็น […]

วิธีในการคำนวณอย่างง่ายหรือ SIMPLFY METHOD พร้อมกับข้อจำกัดในการใช้งานต่างๆ

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมยังจำเป็นที่จะต้องขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนอยู่นะครับ ตามที่ผมได้แจ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานว่าวันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการพูดถึงประเด็นที่ผมได้ตอบคำถามของรุ่นน้องวิศวกรท่านหนึ่งซึ่งผมได้อธิบายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาแล้วและวันนี้ น่าที่จะ เป็นโพสต์สุดท้ายของการตอบคำถามข้อนี้แล้ว โดยที่ผมจะนำเอาวิธีในการคำนวณอย่างง่ายหรือ SIMPLFY METHOD พร้อมกับข้อจำกัดในการใช้งานต่างๆ ของเจ้าวิธีการนี้มาอธิบายให้แก่เพื่อนๆ ทุกคน สำหรับกรณีที่เพื่อนๆ ของเราหลายๆ คนอาจที่จะบอกว่า จะทำอย่างไรดี อยากที่จะทำสามารถทำการคำนวณได้ด้วยมือเพราะไม่ค่อยที่จะสะดวกใช้จุดรองรับแบบสปริงและวิเคราะห์ด้วยซอฟต์แวร์ทางไฟไนต์อีลีเมนต์เหมือนกับที่ผมได้อธิบายและยกตัวอย่างไปนะครับ   ทั้งนี้ผมขอเริ่มต้นโดยขอให้เพื่อนๆ ทุกคนนั้นดูรูปรายการคำนวณสั้นๆ ในโพสต์ๆ นี้ประกอบคำอธิบายของผมก่อนก็แล้วกันนะครับ   ปล ช่วง 2-3 วันนี้ผมพาครอบครัวมาพักผ่อนที่พัทยาทำให้ไม่สะดวกในหลายๆ เรื่องแต่อย่างไรก็ดีผมต้องขอขอบคุณทางโรงแรมที่พักด้วยที่ได้จัดให้มีพื้นที่ส่วนกลางและช่วยอำนวยความสะดวกให้ในหลายๆ เรื่องเพื่อให้แขกที่มาพักสามารถใช้นั่งทำงานได้ด้วยนะครับ ไว้กลับไป กทม จะเขียนรีวิวให้ครับ   สิ่งแรกที่เพื่อนๆ จะต้องทำความเข้าใจก่อนก็คือ วิธีการนี้จะสามารถนำมาใช้ได้ก็ต่อ   จุดรองรับนั้นเป็นแบบที่สามารถที่จะเสียรูปได้หรือ FLEXIBLE SUPPORT ดังนั้นหากว่าจุดรองรับนั้นเป็นแบบที่ไม่สามารถที่จะเสียรูปได้หรือ RIGID SUPPORT วิธีการนี้จะไม่ถือว่า VALID ในการนำมาใช้งานนะครับ   วิธีการนี้จะให้คำตอบที่มีความแม่นตรงก็ต่อเมื่อ โครงสร้างของพื้น คาน หรือ ฐานราก […]

คานรับแรงดัด “แบบปกติ” และคานรับแรงดัด “แบบลึก”

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน เหมือนเช่นเคยในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการตั้งคำถามประจำสัปดาห์ โดยที่คำถามประจำสัปดาห์ในวันนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับหัวข้อในวันอังคารที่ผ่านมาซึ่งมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ โดยที่รายละเอียดของปัญหาที่ผมได้เลือกหยิบยกเอามาถามเพื่อนๆ ในวันนี้นั้นค่อนข้างที่จะมีความง่ายดายมากๆ เลย ซึ่งจะมีรายละเอียดของคำถามดังต่อไปนี้ครับ จะเห็นได้ว่าคานทั้ง 3 ในรูปๆ นี้จะมีขนาดของคานและเสาที่ทำหน้าที่รองรับคาน รวมไปถึงระยะความยาวช่วงระหว่างศูนย์กลางถึงศูนย์กลางของจุดรองรับที่เท่าๆ กัน โดยจะแตกต่างกันเฉพาะลักษณะของน้ำหนักบรรทุกที่กระทำอยู่บนคาน ดังนั้นผมอยากที่จะสอบถามเพื่อนๆ ว่า คานหมายเลขใดที่ถูกจัดว่ามีพฤติกรรมเป็นคานรับแรงดัด “แบบปกติ” และคานใดที่เข้าข่ายว่ามีพฤติกรรมเป็นคานรับแรงดัด “แบบลึก” ? #โพสต์ของวันเสาร์ #การตั้งQUIZทางวิชาการประจำสัปดาห์ #คำถามประจำสัปดาห์เกี่ยวกับเรื่องวิธีในการจำแนกโครงสร้างคานที่มีพฤติกรรมเป็นแบบปกติและแบบลึก   เฉลย โดยที่คำถามประจำสัปดาห์ในวันนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับหัวข้อในวันอังคารที่ผ่านมาซึ่งมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ โดยที่รายละเอียดของปัญหาที่ผมได้เลือกหยิบยกเอามาถามเพื่อนๆ ในวันนี้นั้นค่อนข้างที่จะมีความง่ายดายมากๆ เลย ซึ่งจะมีรายละเอียดของคำถามดังต่อไปนี้ครับ จะเห็นได้ว่าคานทั้ง 3 ในรูปๆ นี้จะมีขนาดของคานและเสาที่ทำหน้าที่รองรับคาน รวมไปถึงระยะความยาวช่วงระหว่างศูนย์กลางถึงศูนย์กลางของจุดรองรับที่เท่าๆ กัน โดยจะแตกต่างกันเฉพาะลักษณะของน้ำหนักบรรทุกที่กระทำอยู่บนคาน ดังนั้นผมอยากที่จะสอบถามเพื่อนๆ ว่า คานหมายเลขใดที่ถูกจัดว่ามีพฤติกรรมเป็นคานรับแรงดัด “แบบปกติ” และคานใดที่เข้าข่ายว่ามีพฤติกรรมเป็นคานรับแรงดัด “แบบลึก” ?   หลักการของการจะวิเคราะห์ดูว่าคานใดที่มีลักษณะของพฤติกรรมเป็นคานรับแรงดัด “แบบปกติ” หรือ “แบบลึก” มีวิธีการสังเกตง่ายๆ ก็ตามที่ผมได้ให้คำแนะนำไปเมื่อในสัปดาห์ที่ผ่านมานั่นก็คือ […]

ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในวันนี้ผมยังจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ ต่อเนื่องจากโพสต์ของเมื่อวาน โดยที่ผมจะขอเท้าความสักเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มต้นการโพสต์ในวันนี้ดังนี้ครับ เนื่องจากเมื่อเย็นของเมื่อวานนี้ได้มีน้องนักศึกษาท่านหนึ่งได้อินบ็อกซ์เข้ามาปรึกษาผมและได้แจ้งว่าอยากจะรบกวนให้ช่วยอธิบายและแสดงวิธีในการแก้ปัญหาในกรณีที่โครงสร้างๆ คานยื่นโครงสร้างหนึ่งซึ่งมีรูปทรงแปลกๆ ดังรูปที่แสดง นั่นก็คือค่าความสูงของหน้าตัดจะมีค่าไม่คงที่ตลอดความยาวของคานนั่นเอง ซึ่งน้องได้แจ้งว่าต้องนำเอาคำตอบไปใช้ค่อนข้างด่วน โดยที่ใจความของคำถามนั้นมีอยู่ว่า   มีคานยื่นที่มีความยาวของช่วงยื่นเท่ากับ 400 มม หรือ 40 ซม หรือ 0.40 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นคานที่มีความยาวของช่วงยื่นที่สั้นมากๆ คานๆ นี้จะมีความกว้างของหน้าตัดที่เท่าๆ กันตลอดทั้งความยาวของคานเท่ากับ 20 มม โดยที่ปลายยื่นจะมีความลึกของหน้าตัดเท่ากับ 40 มม จากนั้นหน้าตัดก็จะค่อยๆ ลาดชันลงไปจนมีขนาดของหน้าตัดที่ปลายด้านที่ติดกันกับจุดรองรับแบบยึดแน่น จะทำให้ความลึกของหน้าตัดในส่วนนี้มีค่าเท่ากับ 840 มม น้องแจ้งมาว่าค่าโมดูลัสยืดหยุ่นมีค่าเท่ากับ 210000 N/mm^(2) คำถามก็คือ ค่าการเสียรูปที่ปลายของคานยื่นคานนี้จะมีค่าเท่ากับเท่าใด ?   โดยที่ภายหลังจากการพิจารณาเรื่องรูปทรงและขนาดต่างๆ ของคานยื่นคานนี้ก็จะพบว่า ค่าน้ำหนักของตัวคานเองนั้นจะมีค่าที่น้อยมากๆ ผมจึงเลือกทำการไม่สนใจค่าน้ำหนักบรรทุกของตัวโครงสร้างไปและจากการหาค่าการเสียรูปของคานยื่นอันเนื่องมาจากแรงดัดที่ผมได้แสดงวิธีการทำไปในเมื่อวานนี้ก็จะพบว่าค่าการเสียรูปจะมีค่าประมาณ   สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน   ในวันนี้ผมยังจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ ต่อเนื่องจากโพสต์ของเมื่อวาน โดยที่ผมจะขอเท้าความสักเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มต้นการโพสต์ในวันนี้ดังนี้ครับ […]

ตอกเสาเข็มเพื่อสร้างอาคารใหม่ใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์แท้ (Spun Micro Pile) เสาเข็มที่มีคุณภาพโดยภูมิสยาม

ไมโครไพล์

ตอกเสาเข็มเพื่อสร้างอาคารใหม่ใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์แท้ (Spun Micro Pile) เสาเข็มที่มีคุณภาพโดยภูมิสยาม ต้องการสร้างฐานรากเพื่อรองรับโครงสร้างอาคารใหม่ แนะนำใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์แท้ (Spun Micro Pile) เพราะเป็นเสาเข็มที่ใช้นวัตกรรมแบบใหม่ในการผลิต โดยใช้แรงเหวี่ยง (สปัน=กรอ,หมุน,ปั่น,เหวี่ยง) ในแบบหล่อที่แข็งแรง ด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย เป็นเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมัน ซึ่งหมุนด้วยความเร็วสูง จึงได้เสาเข็มที่มีผิวคอนกรีตขัดมันสวยงาม และแข็งแกร่งกว่าคอนกรีตที่หล่อด้วยวิธีธรรมดา โดยเสาเข็มสามารถเชื่อมต่อแต่ละท่อน ได้โดยการเชื่อมด้วยไฟฟ้า และใช้ปั่นจั่นแบบพิเศษในการตอก ทำให้ตอกต่อกันได้ลึกถึงชั้นดินทรายแข็ง สามารถรองรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย พร้อมรับประกันผลงานนานถึง 7 ปี https://www.bhumisiam.com/7plus-warranty/ และเสาเข็มสปันไมโครไพล์ได้รับอนุญาติแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก.397-2524 มาตรฐานการออกแบบการผลิตและตอก ISO 9001:2015 และชีวอนามัยด้านความปลอดภัยในการตอก ISO 45001:2018   ต้องการเสาเข็มสำหรับสร้างใหม่หรือต่อเติม ต้องเสาเข็มสปันไมโครไพล์แท้โดยภูมิสยาม ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสาเข็มสปันไมโครไพล์ เราพร้อมบริการทั่วประเทศ Miss Spunpile  Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม […]

ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมต้องขออนุญาตโพสต์ให้เกิดความต่อเนื่องจากเมื่อวานกันอีกสักหนึ่งโพสต์นะครับ เพราะว่าประเด็นที่ผมได้นำมาหยิบยกเป็นกรณีศึกษาเมื่อวานนี้ค่อนข้างที่จะมีความเร่งด่วนสำหรับน้องที่ได้มาปรึกษาผมถึงประเด็นปัญหาๆ นี้ ดังนั้นในวันนี้เรายังคงจะต้องพูดถึงเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ อยู่นะครับ ยังไงผมต้องขออนุญาตทำการเท้าความโดยย่อสักเล็กน้อยก่อนนะครับ เผื่อว่าจะมีเพื่อนๆ ท่านใดที่อาจจะไม่ได้มีโอกาสอ่านโพสต์ของเมื่อวานแต่ได้มาอ่านโพสต์ของผมในวันนี้ จะได้ไม่งงว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเรื่องมีอยู่ว่าน้องบนเฟซบุ้คของผมท่านหนึ่งได้อินบ็อกซ์เข้ามาเพื่อปรึกษาเรื่องป้ายโฆษณาป้ายหนึ่งซึ่งมีความสูงจากพื้นดินประมาณ 7500 มม หรือ 7.50 เมตร   พอผมได้เห็นลักษณะและรูปร่างจากรูปถ่ายแล้วก็เลยได้สอบถามไปยังน้องท่านนี้ถึงกรณีของจุดรองรับของโครงสร้างดังกล่าวว่ามีลักษณะเป็นเช่นใด คำตอบที่ได้ก็คือ เนื่องจากทางเจ้าของมีความเห็นว่าป้ายๆ นี้ไม่ได้มีความสูงอะไรมากมายนัก ซึ่งแน่นอนว่าน้ำหนักหรือแรงกระทำในแนวดิ่งเองก็มีค่าที่น้อยมากๆ เช่นเดียวกัน นั่นเลยเป็นเหตุให้ทางเจ้าของโครงสร้างของเฟรมเหล็กเฟรมนี้ไม่ได้ใส่ใจที่จะให้วิศวกรโครงสร้างหรือผู้ที่มีความรู้ทางด้านงานวิศวกรรมเป็นผู้ดำเนินการออกแบบและให้รายละเอียดในส่วนของงานวิศวกรรมโครงสร้างให้แก่โครงสร้างๆ นี้ โดยจะเห็นได้ว่าจะไม่มีการทำโครงสร้างตอม่อ ฐานราก หรืองานเสาเข็มใดๆ เพื่อที่จะทำหน้าที่รองรับโครงสร้างเฟรมๆ นี้เลย โดยที่วิธีการที่ทางเจ้าของตั้งใจจะใช้เป็นเพียงแค่การยึดลงไปโดยตรงกับพื้น คสล แบบวางบนดิน โดยอาจจะใช้เป็นเพลทเหล็กยึดลงไปที่พื้นโดยใช้พุกระเบิด อย่างเก่งก็อาจจะมีการเทพอกบริเวณจุดต่อให้มีขนาดโตขึ้นอีกเพียงเล็กน้อยก็เท่านั้น ทั้งหมดที่กล่าวถึงมานี่เองคือเหตุและผลว่า ทำไมผมจึงเกิดความเป็นห่วงขึ้นแต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงนั้นไม่ได้เกิดจากเรื่องน้ำหนักบรรทุกหรือแรงกระทำในแนวดิ่งนะครับแต่มีอยู่ด้วยกัน 2 ประการหลักๆ ได้แก่ แรงกระทำในแนวด้านข้างและเสถียรภาพของโครงสร้าง เพราะแน่นอนว่าแรงกระทำในแนวด้านข้างที่ผมเป็นห่วงนี้ย่อมหมายถึง “แรงลม” ซึ่งหากดูจากรูปสเก็ตช์ก็จะเห็นได้ว่าแรงลมที่กระทำในแนวด้านข้างกับโครงสร้างเฟรมนี้จะมีอยู่ด้วยกันทั้งในรูปแบบของ แรง และ โมเมนต์ดัด ซึ่งก็จะมีอยู่ในทั้ง 2 ระนาบ ด้วยกัน   ระนาบแรกได้แก่ […]

เหล็กเสริมต้านทานต่อแรงดัด ที่เกิดขึ้นในแผ่นพื้น

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่อยู่ เหนือพื้นดินขึ้นมา และ ใต้พื้นดินลงไป มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการพูดถึงเรื่อง เหล็กเสริมต้านทานต่อแรงดัดที่เกิดขึ้นในแผ่นพื้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นเหล็กเสริมประเภทหนึ่งที่เราจำเป็นต้องทำการพิจารณาให้ต้องทำการเสริมอยู่ในแผ่นพื้นชนิดวางตัวอยู่บนคานที่เป็น แผ่นพื้นทางเดียว และ แผ่นพื้นสองทาง ให้แก่เพื่อนๆ ทุกๆ คนได้รับทราบกันนะครับ   ในหัวข้อนี้จะค่อนข้างยาวหน่อยนะครับเพราะต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่าแผ่นพื้นชนิดวางตัวอยู่บนคานที่เป็นแผ่นพื้นทางเดียวและแผ่นพื้นสองทางนั้นจะมีวิธีและขั้นตอนในการวิเคราะห์โครงสร้างเพื่อที่จะหาค่าแรงดัดสำหรับการออกแบบที่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันแต่พอได้ค่าแรงดัดสำหรับการออกแบบดังกล่าวนี้มาแล้วก็จะพบว่าทั้งวิธีการและขั้นตอนในการคำนวณหาปริมาณของเหล็กเสริมภายในหน้าตัดของแผ่นพื้นนั้นจะมีความเหมือนกันเลยก็ว่าได้และสำหรับการคำนวณและออกแบบหน้าตัดของโครงสร้าง คสล เพื่อที่จะหาปริมาณของเหล็กเสริมในแผ่นพื้น ผมก็จะขออ้างอิงไปที่มาตรฐานการออกแบบของ ACI318-89 และจะขอหยิบยกและทำการอธิบายโดยอาศัยวิธีกำลัง หรือ STRENGTH DESIGN METHOD ก็แล้วกันนะครับ   ดังนั้นเอาเป็นว่าในวันนี้ผมอยากที่จะขออนุญาตเริ่มต้นการอธิบายและยกตัวอย่างการวิเคราะห์โครงสร้างเพื่อที่จะทำการคำนวณหาค่าแรงดัดสำหรับการออกแบบแผ่นพื้นชนิดวางตัวอยู่บนคานที่เป็น แผ่นพื้นทางเดียว ก่อนก็แล้วกันนะครับ   หลักการในการคำนวรหาค่าแรงดัดสำหรับการออกแบบสำหรับแผ่นพื้นชนิดวางตัวอยู่บนคานที่เป็น แผ่นพื้นทางเดียว นั้นจะค่อนข้างมีความง่ายดายและตรงไปตรงมามากๆ เลยนะครับ นั่นก็คือ พิจารณาเหมือนกับว่าแผ่นพื้นทางเดียวนั้นๆ เป็นเสมือนคานรับแรงดัดนั่นเอง เพียงแต่วิธีการพิจารณาความกว้างของแผ่นพื้นทางเดียวนั้นให้คิดต่อ 1 หน่วยความกว้าง ซึ่งในบ้านเรานิยมที่จะใช้หน่วย เมตร ดังนั้นก็จะทำให้เรานิยมคิดความกว้างของพื้นเท่ากับ 1 เมตร นั่นเอง อธิบายแค่นี้ก็น่าจะเข้าใจได้ง่ายๆ แล้วนะครับ เอาเป็นว่าเรามาดูตัวอย่างกันเลยก็แล้วกัน   […]

เหล็กเสริมต้านทานการแตกร้าว อันเนื่องมาจากการหดตัว ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่อยู่ เหนือพื้นดินขึ้นมา และ ใต้พื้นดินลงไป มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการพูดถึงเรื่อง เหล็กเสริมต้านทานการแตกร้าวอันเนื่องมาจากการหดตัวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเหล็กเสริมประเภทหนึ่งที่เราจำเป็นต้องทำการพิจารณาให้ต้องทำการเสริมอยู่ในแผ่นพื้นชนิดวางตัวอยู่บนคานที่เป็น แผ่นพื้นทางเดียว และ แผ่นพื้นสองทาง ให้แก่เพื่อนๆ ทุกๆ คนได้รับทราบกันนะครับ   ก่อนอื่นผมจะขอเกริ่นเท้าความสักเล็กน้อยถึงเนื้อหาที่ผมเคยได้อธิบายไปก่อนหน้านี้สักเล็กน้อยนะครับ ตามปกตินั้นเหล็กเสริมในแผ่นพื้นมักจะถูกกำหนดในแบบวิศวกรรมโครงสร้างให้เป็น เหล็กตะแกรง และมีจำนวนอย่างน้อยเท่ากับ 1 ชั้น ที่บริเวณผิวด้านล่างของแผ่นพื้น หรือ สำหรับกรณีอื่นๆ ทั่วๆ ไปก็อาจจะ 2 ชั้น นั่นก็คือที่ผิวด้านบนและด้านล่างของแผ่นพื้น และก็จะทำการกำหนดในแบบให้ทราบในแบบวิศวกรรมโครงสร้างว่า ขนาดของเหล็กเสริม และ ระยะห่างของการวางตัวของเหล็กเสริมในแต่ละชั้นนั้นจะเท่ากับเท่าใด หรือ อาจจะมีรายละเอียดพิเศษอื่นๆ เป็นอย่างไรด้วยครับ   เอาละสำรับวันนี้ผมจะมาอธิบายถึงเหล็กเสริมต้านทานการแตกร้าวอันเนื่องมาจากการหดตัวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและตามที่ผมได้เรียนให้เพื่อนๆ ได้รับทราบไปในครั้งก่อนหน้านี้ว่า คอนกรีตจะเริ่มต้นเกิดการหดตัวเมื่อคอนกรีตเริ่มที่จะเกิดการเซ็ตตัว ซึ่งก็จะส่งผลทำให้เกิดหน่วยแรงดึงอันเนื่องมาจากการหดตัว หรือ SHRINKAGE STRESS นอกจากนั้นสำหรับโครงสร้างคอนกรีตที่ตั้งอยู่กลางแจ้งก็จะมีปัญหาในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิของในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนที่มีผลแตกต่างกันค่อนข้างมาก ก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบได้ในลักษณะเดียวกัน ทำให้วัสดุคอนกรีตซึ่งมีข้อด้อยในเรื่องของความอ่อนแอทางด้านกำลังรับแรงดึงอยู่แล้ว เมื่อเกิดหน่วยแรงจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและการหดตัวเหล่านี้ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาการแตกร้าวขึ้นได้ ซึ่งเราสามารถที่จะป้องกันได้โดยการเสริมเหล็กต้านทานการแตกร้าวนั่นเองครับ   โดยที่มาตรฐาน […]

ความเชื่อถือได้ของผลจากการวิเคราะห์โครงสร้างโดยการคำนวณด้วยมือและการใช้ซอฟต์แวร์ทาง FINITE ELEMENT

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ปัญหาในวันนี้ยังคงเกี่ยวข้องกับเนื้อหาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั่นก็คือเรื่องความเชื่อถือได้ของผลจากการวิเคราะห์โครงสร้างโดยการคำนวณด้วยมือและการใช้ซอฟต์แวร์ทาง FINITE ELEMENT นะครับ   อย่างที่ผมได้เรียนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าหากเพื่อนๆ มีความต้องการที่จะวิเคราะห์ให้ได้คำตอบที่ถูกต้องแบบแม่นตรงแบบเป๊ะๆ เลยโดยการคำนวณด้วยมือ เพื่อนๆ ก็จำเป็นที่จะต้องทำการวิเคราะห์โดยรวมผลทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นในโครงสร้างจริงๆ เข้าไปในขั้นตอนของการวิเคราะห์ด้วย มิเช่นนั้นผลก็จะเกิดค่าความคลาดเคลื่อนออกไปเหมือนกับที่ผมได้ยกตัวอย่างให้ดูกันในสัปดาห์ที่แล้ว   ในทำนองเดียวกันหากเราต้องการคำตอบที่แม่นยำที่เกิดขึ้นภายในโครงสร้างจริงๆ จากการใช้ซอฟต์แวร์ทาง FINITE ELEMENT เพื่อนๆ ก็จำเป็นที่จะต้องทำการป้อนข้อมูลต่างๆ ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นในโครงสร้างจริงๆ เข้าไปในซอฟต์แวร์ด้วย ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำเช่นนั้น อย่างไรเสียก็ยังจะเกิดค่าความคลาดเคลื่อนออกไปอยู่ดี ซึ่งสุดท้ายแล้วผลของค่าของคำตอบที่เราต้องการที่จะได้จากการวิเคราะห์โครงสร้างก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันนะครับ   อันจะเห็นได้จากผลการวิเคราะห์โครงสร้างโดยซอฟต์แวร์ทาง FE ของปัญหาที่ผมได้ทำไว้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เมื่อเราได้นำคำตอบไปเปรียบเทียบกับการคำนวณด้วยมือนั้นจะพบว่าค่าแรงปฏิกิริยาที่จุด A และ B นั้นออกมาเป็นดังต่อไปนี้   M@A = 88 TONS-M   V@A = 51 TONS   และ   V@B […]