สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ผมได้รับคำถามผ่านเข้ามาทางช่องทางข้อความส่วนตัวของผมซึ่งคนที่ถามนั้นเป็นรุ่นน้องวิศวกรท่านหนึ่ง ซึ่งคำถามก็มีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่อง การเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ในการเสริมเหล็กในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยที่มีใจความของคำถามดังนี้ครับ “หากเดิมทีในแบบวิศวกรรมโครงสร้างได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ใช้คอนกรีตและเหล็กเสริมเป็นชั้นคุณภาพแบบใด ใช้ขนาดและจำนวนเป็นเท่าใด ไม่ทราบว่าหากผู้รับเหมาจะขอทำการเปลี่ยนในเรื่อง ชั้นคุณภาพ ขนาด และจำนวน โดยการเทียบสัดส่วนระหว่างค่ากำลังของคอนกรีตและเหล็กเสริมโดยตรงเลย แบบนี้เราควรที่จะยินยอมให้ทำได้หรือไม่ ?” ผมจะขออนุญาตทำการตอบคำถามข้อนี้ทั้งในฐานะของคนที่มีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในการทำงานและก็ในฐานะของวิศวกรโครงสร้างด้วยนะครับ หากในเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในการทำงานของโครงการก่อสร้างนั้นได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ไม่ให้ทำการเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของรายละเอียดในการเสริมเหล็กเลย เราก็ไม่อาจที่จะยินยอมให้ทางผู้รับเหมาทำเช่นนั้นได้ แต่ หากในเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในการทำงานของโครงการก่อสร้างนั้นได้ระบุเอาไว้ว่า อนุญาตให้สามารถทำการเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของรายละเอียดในการเสริมเหล็กได้แต่จะต้องเป็นไปตามหลักการทางด้านงานวิศวกรรมโครงสร้างที่ถูกต้องและยอมรับได้ หากเป็นเช่นนี้เราก็สามารถที่จะยินยอมให้ทางผู้รับเหมาทำเช่นนั้นได้ แต่ ไม่สามารถที่จะอาศัยวิธีในการเทียบสัดส่วนระหว่างค่ากำลังของคอนกรีตและเหล็กเสริมโดยตรงได้ ซึ่งการเปลี่ยนนั้นๆ จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อได้การทำการออกแบบชิ้นส่วนโครงสร้างนั้นๆ ใหม่เท่านั้นนะครับ นั่นเป็นเพราะว่าในการออกแบบชิ้นส่วนโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อนๆ ต้องไม่ลืมว่าผู้ออกแบบได้ทำการพิจารณาออกแบบไว้เป็นอย่างดีแล้ว โดยทำการพิจารณาทั้งในเรื่องของสภาวะการใช้งานและสภาวะกำลังของโครงสร้าง ดังนั้นการเปลี่ยนเพียงแค่กำลังของวัสดุเพียงอย่างเดียวนั้นอาจจะไม่เพียงพอต่อสิ่งที่ทางผู้ออกแบบเดิมได้ทำการพิจารณาเอาไว้ อีกทั้งเมื่อเพื่อนๆ พิจารณาถึงสมการหลายๆ สมการที่ใช้ในการออกแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อนๆ น่าที่จะพอนึกออกได้ว่าสมการเหล่านั้นไม่อยู่ในรูปที่จะสามารถทำการแทนค่าลงไปโดยการเทียบออกมาเป็นสัดส่วนแบบเส้นตรงได้ เช่น จากรูปประกอบจะเห็นได้ว่า สมการที่แสดงค่าโมดูลัสยืดหยุ่นของวัสดุคอนกรีตและค่ากำลังของหน่วยแรงเค้นเฉือนแบบคานกว้างของหน้าตัด ซึ่งพจน์ของค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตนั้นจะติดอยู่ในรูปรากที่สองและค่าสัดส่วนของเหล็กเสริมในสภาวะสมดุลในหน้าตัดรับแรงดัด […]
Monthly Archives: October 2020
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ จากรูปที่แสดงจะเห็นได้ว่าเป็นกรณีของการที่เราต้องการที่จะทำการก่อสร้างพื้นยื่นคอนกรีตเสริมเหล็กหรือ REINFORCED CONCRETE CANTILEVER SLAB โดยที่จะมีจุดรองรับเป็นคานคอนกรีตเสริมเหล็ก ผลจากการออกแบบคือ หากต้องการออกแบบให้หน้าตัดนั้นไม่เป็นการวิบัติเนื่องด้วยแรงดึงหรือ TENSION FAILURE และการวิบัติเนื่องด้วยแรงอัดหรือ COMPRESSION FAILURE และเพื่อเป็นการควบคุมให้การวิบัตินั้นเกิดขึ้นในรูปแบบการรับแรงดึงเป็นหลักหรือ TENSION FAILURE MODE ดังนั้น ณ หน้าตัดวิกฤติจะมีความต้องการปริมาณของเหล็กเสริมจำนวนไม่น้อยกว่า 7 CM^(2)/M โดยที่จะไม่มีการอาศัยวิธีทางกลหรือ MECHANICAL BOND เพื่อทำให้เกิดแรงยึดเหนี่ยวหรือ BOND STRENGTH ขึ้นในโครงสร้าง ซึ่งหากตัวเลือกในการก่อสร้างคือ (A.) ทำการเสริมเหล็กที่ผิวด้านบนของแผ่นพื้นยื่นด้วยเหล็ก DB12mm โดยใช้ระยะห่างระหว่างศูนย์กลางถึงศูนย์กลางของเหล็กเสริมเท่ากับ 0.20 เมตร โดยที่ปลายนั้นจะไม่มีการล้วงฝังเข้าไปในคานคอนกรีตเสริมเหล็ก (B.) ทำการเสริมเหล็กที่ผิวด้านบนของแผ่นพื้นยื่นด้วยเหล็ก DB12mm โดยใช้ระยะห่างระหว่างศูนย์กลางถึงศูนย์กลางของเหล็กเสริมเท่ากับ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ จากรูปที่แสดงจะเห็นได้ว่าเป็นกรณีของการที่เราต้องการที่จะทำการปิดช่องว่างระหว่างโครงสร้างคานซึ่งทำหน้าที่รับพื้นชั้นล่างกับดินเดิม ซึ่งหากตัวเลือกในการก่อสร้างคือ (A) ก่อผนังใต้คานโดยตรงโดยทำให้ผนังนี้้วางตัวอยู่บนโครงสร้างที่วางตัวอยู่บนดิน (B) ก่อผนังใต้คานโดยตรงแต่จะทำให้ผนังนี้วางตัวอยู่บนโครงสร้างที่วางตัวอยู่บนเสาเข็มแทน (C) ทำเป็นโครงสร้างห้อยตัวลงมาจากคานซึ่งเป็นโครงสร้างที่วางตัวอยู่บนเสาเข็ม คำถามก็คือ เพื่อนๆ จะเลือกวิธีในการทำงานในรูปแบบใด ที่จะเป็นการประหยัด มีความคงทน ไม่ต้องพบเจอกับความยุ่งยากในขั้นตอนของการดูแลรักษาและจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการใช้งาน #โพสต์ของวันเสาร์ #ถามตอบชวนสนุก #ปัญหากรณีของการปิดช่องว่างระหว่างคานรับพื้นชั้นล่างกับดินเดิม คำตอบ เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย หากเพื่อนๆ ได้มีโอกาสย้อนกลับไปอ่านโพสต์ของผมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่าคำถามข้อนี้นั้นง่ายมากๆ เลยใช่มั้ย ดังนั้นเรามาค่อยๆ ทำการคำนวณง่ายๆ เพื่อหาคำตอบของคำถามในข้อนี้ไปพร้อมๆ กันเลยก็แล้วกันนะครับ (1) เริ่มจากกรณีของข้อ A ก่อน ซึ่งเป็นการก่อผนังใต้คานโดยตรงโดยทำให้ผนังนี้วางตัวอยู่บนโครงสร้างที่วางตัวอยู่บนดินและผลจากการทำเช่นนี้ก็จะแทบจะไม่ได้มีความแตกต่างออกไปจากรูปที่ผมได้นำเอามาหยิบยกเป็นตัวอย่างเท่าใดนักเพราะอย่างไรเสียผนังก่ออิฐที่ใช้ปิดช่องว่างนี้ก็ถูกวางตัวอยู่บนโครงสร้างวางบนดิน ดังนั้นไม่ช้าไม่นานดินที่เคยใช้รองรับน้ำหนักของผนังอิฐก่อนี้ก็จะค่อยๆ ทรุดตัวลงไปในที่สุด ทำให้ในที่สุดเพื่อนๆ ก็จะต้องมาคอยบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้อยู่ดี ดังนั้นข้อนี้จึงไม่น่าจะเป็นคำตอบของปัญหาข้อนี้นะครับ (2) […]



