เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) และไอไมโครไพล์,เสาเข็มไอ (I-Micropile) โดยภูมิสยาม อีกทางเลือกสำหรับงานสร้างใหม่ เสาเข็มเป็นสิ่งสำคัญ ในการสร้างใหม่ เพื่อเป็นฐานรากในการรองรับน้ำหนักโครงสร้าง และเพื่อป้องกันการทรุดตัวที่อาจจะเกิดขึ้น การเลือกใช้เสาเข็มก็มีความสำคัญ เราขอแนะนำเสาเข็มสปันไมโครไพล์ และไอไมโครไพล์ หรือเสาเข็มไอ โดยภูมิสยาม เป็นเสาเข็มที่เหมาะกับทุกงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะต่อเติมหรือสร้างใหม่ เพราะเป็นเสาเข็มที่มีขนาดเล็ก แต่มีความสามารถในการรับน้ำหนักที่สูง เสาเข็มแต่ละท่อนสามารถเชื่อมต่อติดกันได้โดยการเชื่อม และใช้ปั้นจั่นที่ถูกออกมาเป็นพิเศษ ทำให้สามารถตอกเสาเข็มได้ลึกถึงชั้นดินทรายแข็ง ทดสอบการรับน้ำหนักโดยวิธี Dynamic Load Test เสาเข็มได้รับอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานการออกแบบการผลิตและตอก ISO 9001:2015 และชีวอนามัยด้านความปลอดภัยในการตอก ISO 45001:2018 ต้องการเสาเข็ม ที่เหมาะสำหรับงานสรางใหม่ ไว้ใจเลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ และไอไมโครไพล์ ภูมิสยาม ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย พร้อมเปิดบริการศูนย์ฝึกอบรมอาชีพ การตอกเสาเข็มไมโครไพล์ Micropile Training Center เราพร้อมบริการทั่วประเทศ Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ […]
Monthly Archives: December 2020
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ ในรูปๆ นี้เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่าจะเป็นรูปของโครงสร้างเหล็กรูปพรรณสำเร็จรูปแบบ PORTAL FRAME ที่มีการใช้งานอยู่ในห้างสรรพสินค้าทั่วๆ ไป ซึ่งเจ้าโครงสร้างเหล็กรูปพรรณสำเร็จรูปโครงนี้จะเป็นแบบที่เราสามารถจะทำการถอดชิ้นส่วนต่างๆ ออกจากกันและก็สามารถนำเอามาประกอบเข้าด้วยกันใหม่ได้โดยใช้ระบบสลักเกลียวหรือ BOLT CONNECTION ซึ่งก็จะเป็นการช่วยทำให้เกิดความง่ายดายและสะดวกต่อการใช้งานและการขนย้ายนั่นเอง คำถามในวันนี้ก็ยังคงสั้นๆ และง่ายๆ เหมือนเดิมนั่นก็คือ ในชิ้นส่วนโครงสร้างคานเหล็กรูปพรรณ “A” ซึ่งถือได้ว่าเป็นชิ้นส่วนรองในโครงสร้างเหล็กรูปพรรณสำเร็จรูปโครงนี้ โดยที่จะมีการเชื่อมต่อเข้ากันกับชิ้นส่วนหลักที่ตำแหน่งของจุดต่อ “B” ที่อยู่ในวงกลมสีแดงในรูปๆ นี้ เพื่อนๆ มีความคิดเห็นว่าจุดต่อ “B” ในรูปๆ นี้จะเป็นจุดต่อโครงสร้างเหล็กรูปพรรณประเภทใดระว่าง 1. จุดต่อที่จะถ่ายแค่แรงเฉือนเพียงเท่านั้น หรือ SHEAR CONNECTION 2. จุดต่อที่จะถ่ายแรงดัดด้วย หรือ MOMENT CONNECTION 3. จุดต่อแบบกึ่งถ่ายแรงดัด หรือ PARTIAL MOMENT […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันอังคารแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ ก่อนหน้านี้สักพักใหญ่แล้วตัวผมเองเคยได้รับข้อความผ่านมาทางอินบ็อกซ์ส่วนตัวจากแฟนเพจที่เป็นน้องผู้หญิงท่านหนึ่ง ซึ่งน้องคนนี้น่าจะกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีในสาขาวิศวกรรมโยธามาเกี่ยวกับเรื่องประเภทของจุดต่อที่มีการออกแบบและก่อสร้างในงานวิศวกรรมโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ ซึ่งตอนนั้นผมเองก็ได้ให้คำตอบและข้อมูลไปพอสังเขปบ้างแล้ว ในวันนี้ผมจึงอยากที่จะขออนุญาตพาเพื่อนๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่เป็นแฟนเพจทั้งหลายไปทำความรู้จักกันกับ ประเภทของจุดต่อโครงสร้างเหล็กรูปพรรณซึ่งพวกเราอาจจะพบเจอได้ทั่วๆ ไปในงานวิศวกรรมโครงสร้างเหล็กรูปพรรณนั่นเองครับ โดยหากจะให้ทำการจัดกลุ่มประเภทของจุดต่อโครงสร้างเหล็กรูปพรรณออกเป็นประเภทหลักๆ ก็น่าจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ด้วยกันได้แก่ 1. จุดต่อที่จะถ่ายแค่แรงเฉือนเพียงเท่านั้น หรือ SHEAR CONNECTION 2. จุดต่อที่จะถ่ายแรงดัดด้วย หรือ MOMENT CONNECTION 3. จุดต่อแบบกึ่งถ่ายแรงดัด หรือ PARTIAL MOMENT CONNECTION โดยที่โครงสร้างเหล็กรูปพรรณของเรานั้นจะมีจุดต่อภายในโครงสร้างเป็นแบบใดแบบหนึ่งหรืออาจจะมีทั้ง 3 แบบข้างต้นก็มีความเป็นไปได้ สำคัญอยู่ที่ผู้ทำการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างจะเป็นผู้กำหนดลงไปในแบบวิศวกรรมโครงสร้างนะครับ เอาละ วันนี้เราจะมาเริ่มต้นทำความรู้จักกันกับจุดต่อภายในโครงสร้างเหล็กรูปพรรณแบบที่ 1 กันก่อน นั่นก็คือ จุดต่อที่จะถ่ายแค่แรงเฉือนเพียงเท่านั้น ซึ่งบางตัวอย่างของจุดต่อประเภทนี้ก็จะเป็นไปตามรูปภาพที่ผมได้นำเอามาฝากเพื่อนๆ อยู่ในโพสต์ๆ นี้ ยังไงผมต้องขออนุญาตและขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ตมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ ในการก่อสร้างจุดต่อที่จะถ่ายแค่แรงเฉือนเพียงเท่านั้นเราอาจจะใช้เป็นจุดต่อที่อาศัยสลักเกลียว หรือ BOLT […]
เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micro Pile และเสาเข็มไอไมโครไพล์ I-Micropile เสาเข็มขนาดเล็ก คุณภาพสูง [cycloneslider id=”youtube1-watchvxkty_io4hhgfeatureyoutu-be”]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ สืบเนื่องจากเมื่อในสองถึงสามช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมได้ทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเสถียรภาพของโครงสร้างของหลังคาที่ทำหน้าที่ในการป้องกันลมฝนซึ่งจะอยู่ในบริเวณส่วนด้านหลังของอาคารให้แก่เพื่อนๆ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในการโพสต์ดังกล่าวนั้นผมจะเน้นหนักไปที่โครงสร้างซึ่งมีความต้องการเสถียรภาพจากเรื่องแรงดัดเป็นหลัก ดังนั้นในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาหยิบยกนำเอากรณีของการออกแบบโครงสร้างซึ่งจะมีความต้องการเสถียรภาพจากเรื่องแรงดึงเป็นหลักบ้าง ซึ่งจะได้แก่โครงสร้างประเภทใดกัน วันนี้เราจะมาติดตามรับชมไปพร้อมๆ กันเลยก็แล้วกันนะครับ โครงสร้างที่ว่านี้ก็จะได้แก่โครงสร้างที่อาศัยชิ้นส่วนประเภทที่รับเฉพาะแค่เพียงแรงดึงเท่านั้นหรือ TENSION ONLY STRUCTURES ซึ่งก็อาจจะได้แก่ โครงสร้างเส้นที่เป็นเส้นลวดที่ทำหน้าที่รัดโครงสร้างเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต หรือ โครงสร้างที่เป็นเส้นลวดที่ทำหน้าที่ยึดรั้งให้โครงหลังคานั้นตั้งอยู่ได้ เหมือนกับรูปที่ผมได้นำเอามาฝากเพื่อนๆ ในโพสต์ๆ นี้นั่นเองครับ ซึ่งหากเพื่อนๆ พิจารณาลักษณะของโครงสร้างดังรูปเหล่านี้เพื่อนๆ ก็อาจจะเห็นได้ว่า เสถียรภาพของโครงสร้างดังกล่าวนี้จะมีมากหรือน้อยก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณของแรงดึงที่เส้นลวดนั้นมีอยู่ ยิ่งโครงสร้างของเรานั้นมีแรงดึงที่มากหรือพูดง่ายๆ คือมีความตึงที่มาก โครงสร้างของเราก็จะสามารถตั้งอยู่ได้โดยที่ไม่มีปัญหาใดๆ ในทางกลับกันหากว่าโครงสร้างของเรานั้นมีแรงดึงที่ค่อนข้างน้อยหรือมีความหย่อนตัวที่มาก โครงสร้างของเราก็จะไม่สามารถที่จะตั้งอยู่ได้ ดังนั้นเวลาที่ผู้ออกแบบนั้นได้ทำการออกแบบลักษณะของโครงสร้างประเภทนี้ ผู้ออกแบบจึงมักที่จะต้องกำหนดให้ผู้ก่อสร้างนั้นต้องตรวจสอบค่าแรงดึงขั้นต่ำเริ่มต้นหรือ INITIAL MINIMUM TENSION FORCE ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ค่าดังกล่าวก็จะใช้เป็นค่าสัดส่วนร้อยละจากค่ากำลังดึงที่จุดครากหรือ YIELD FORCE ของเส้นลวดนะครับ ส่วนสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับการออกแบบโครงสร้างประเภทนี้ที่ผมอยากจะขอฝากและแนะนำเอาไว้กับเพื่อนๆ ก็อาจจะได้แก่ จุดต่อ หรือ CONNECTION ซึ่งจะต้องมีความสามารถในการส่งถ่ายแรงดึงระหว่างโครงสร้างหลักและโครงสร้างรองได้อย่างสมบูรณ์ ประการสุดท้ายก็คือ เมื่อเราใช้งานโครงสร้างในลักษณะแบบนี้ไปสักระยะหนึ่งก็มีความจำเป็นที่เราจะต้องหมั่นทำการตรวจสอบอยู่เสมอด้วยว่า เส้นลวดของเรานั้นเกิดการสูญเสียแรงดึงหรือ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ เมื่อเพื่อนๆ ได้เห็นรูปในโพสต์ๆ นี้แล้วก็น่าจะพอเดาได้ว่ารูปๆ นี้เป็นรูปของแผ่นยางรองคอสะพาน หรือ BEARING ชนิดหนึ่ง ซึ่งคำถามในวันนี้ก็สั้นๆ และง่ายๆ เลยคือ แผ่นยางรองคอสะพานที่เห็นนี้จัดได้ว่าเป็นแผ่นยางรองคอสะพานประเภทใดครับ ? #โพสต์ของวันเสาร์ #ถามตอบชวนสนุก #ปัญหาประเภทของแผ่นยางรองคอสะพาน ADMIN JAMES DEAN คำตอบ เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย หากเพื่อนๆ ได้มีโอกาสย้อนกลับไปอ่านโพสต์ของผมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่าคำถามข้อนี้นั้นง่ายมากๆ เลยใช่มั้ย ดังนั้นวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของเจ้าแผ่นยางรองคอสะพานซึ่งอยู่ในรูปๆ นี้ไปพร้อมๆ กันเลยนะครับ แผ่นยางรองคอสะพานที่เห็นนี้จัดได้ว่าเป็นแผ่นยางรองคอสะพานประเภท ELASTOMERIC BEARING นั่นเอง โดยที่ส่วนประกอบหลักๆ ของแผ่นยางรองคอสะพานชนิดนี้จะประกอบไปด้วยแผ่นเหล็กและจะมี ELASTOMERIC LAYERS วางซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ ซึ่งเจ้าแผ่นยางรองคอสะพานชนิดนี้เป็นนิยมนำมาใช้เป็นจุดรองรับของโครงสร้างสะพานที่จะต้องทำหน้าที่ในการรองรับแรงกระทำในแนวดิ่ง หรือ GRAVITY FORCE เป็นหลัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วค่าความสามารถในการรับแรงกระทำในแนวดิ่งสูงสุดของเจ้าแผ่นยางรองคอสะพานชนิดนี้จะมีค่าอยู่ที่ประมาณไม่เกินประมาณ 1800 […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันอังคารแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาตอบคำถามของน้องผู้หญิงท่านหนึ่งซึ่งน้องท่านนี้กำลังเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรีของสาขาวิศวกรรมโยธาในมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง โดยที่น้องได้ฝากคำถามเข้ามาทางอินบ็อกซ์ส่วนตัวของผมโดยมีใจความของคำถามดังต่อไปนี้ครับ “ทำไมตรงบริเวณรอยต่อระหว่างเสาตอม่อกับคาน คอร เหมือนในรูปๆ นี้จึงมักที่จะมีการทำเป็นช่องว่างเอาไว้คะ เหมือนเอาอะไรมาหนุนเอาไว้ ไม่ทราบว่าจุดประสงค์นั้นเพื่อทำให้จุดรองรับนี้เป็นแบบ ROLLER หรือเปล่าคะ ? และเหตุใดเค้าจึงต้องยกขึ้นนิดนึงด้วยคะ ?” ซึ่งผมก็ได้อธิบายไปในเบื้องต้นแล้วแต่คิดว่าน่าจะเป็นการดีหากผมจะทำการอธิบายและขยายความให้เพื่อนๆ ทุกๆ คนนั้นได้รับทราบไปพร้อมๆ กันด้วย ดังนั้นในวันนี้เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับว่า เพราะเหตุใดรอยต่อระหว่างเสาตอม่อกับคาน คอร นั้นจึงมีการทำเป็นช่องว่างเอาไว้นะครับ สาเหตุที่รอยต่อระหว่างเสาตอม่อกับคาน คอร นั้นมีการทำเป็นช่องว่างเอาไว้ก็เพราะในการก่อสร้างงานโครงสร้างสะพานหรือโครงสร้างประเภทนี้มักที่จะอาศัยกรรมวิธีแบบโครงสร้างคอนกรีตหล่อสำเร็จหรือ PRE-CAST CONCRETE STRUCTURE โดยจะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กหรือโครงสร้างคอนกรีตอัดแรงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นขั้นตอนของการก่อสร้างจึงเป็นการนำเอาชิ้นส่วนต่างๆ ที่ทำการหล่อเอาไว้แยกส่วนกันนำมาประกอบรวมกันที่หน้างาน จึงทำให้กรรมวิธีในการยึดและติดตั้งโครงสร้างดังกล่าวนั้นต้องมีความเหมาะสมและสอดคล้องกันด้วย ซึ่งช่องว่างตรงนี้เค้ามักที่จะทำเอาไว้ก็เพื่อที่จะใส่ “แผ่นยางรองคอสะพาน” หรือ “BEARING PAD” นั่นเองครับ โดยที่ส่วนใหญ่นั้นเจ้าแผ่นยางรองคอสะพานนั้นมักที่จะทำขึ้นจากวัสดุประเภทยาง ซึ่งสาเหตุที่มักจะใช้ติดตั้งบนตอม่อของสะพานก็เพื่อให้ช่วยรองรับน้ำหนักและแรงกระแทกต่างๆ ที่อาจจะถูกถ่ายต่อลงมาโครงสร้างส่วนบน โดยบางครั้งเจ้าแผ่นยางรองคอสะพานนี้ก็จะเป็นแบบมีไม่มีและมีวัสดุเสริมแรงด้วย ทั้งนี้แผ่นยางรองคอสะพานนั้นมักจะถูกผลิตออกมาตามมาตรฐานของกรมทางหลวง มาตรฐาน มอก. 951-2533 หรือมาตรฐาน AASHTO […]







