313 ฐานรากแผ่ (Spread Footing) ใช้ตอนไหน?
ฐานรากแผ่ (Spread Footing) จะเลือกใช้ในกรณีที่ สภาพชั้นดิน ณ พื้นที่ก่อสร้างมีความแข็งแรงเพียงพอ ที่จะรับน้ำหนักบรรทุกจากโครงสร้างอาคารได้โดยตรง โดยมีรายละเอียดข้อมูลทางวิชาการที่น่าเชื่อถือจากเอกสารประกอบการสอนเรื่องฐานราก ดังนี้:
เงื่อนไขและช่วงเวลาที่ควรใช้ฐานรากแผ่
- ใช้เมื่อชั้นดินแข็ง: ฐานรากแผ่เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ชั้นดินมีกำลังรับน้ำหนักแบกทานสูงในระดับตื้น ทำให้สามารถแผ่กระจายน้ำหนักลงสู่พื้นดินได้โดยปลอดภัยตามสภาพความแข็งแรงของชั้นดิน
- การกระจายน้ำหนัก: จะใช้เมื่อต้องการกระจายน้ำหนักจากเสาอาคารลงสู่พื้นที่ดินเป็นบริเวณกว้าง เพื่อให้แรงดันที่เกิดขึ้นไม่เกินกำลังรับน้ำหนักของดิน
- ลักษณะทางกายภาพ: โดยปกติจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสรับเสาหนึ่งต้นต่อหนึ่งฐาน ซึ่งเรียกว่า “ฐานรากเดี่ยว (Isolated Footing)”
- กรณีเสาอยู่ใกล้กัน: หากเสาอาคารอยู่ชิดกันมากจนฐานรากแผ่มาเหลื่อมล้ำกัน จะเปลี่ยนไปใช้ “ฐานรากร่วม (Combined Footing)” ซึ่งยังคงจัดอยู่ในกลุ่มฐานรากแผ่เช่นกัน
ข้อเปรียบเทียบกับฐานรากเสาเข็ม
ในทางตรงกันข้าม หากพื้นที่ก่อสร้างมี ชั้นดินอ่อนที่รับน้ำหนักได้น้อย (เช่น ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) ข้อมูลทางวิชาการระบุว่า ไม่ควรใช้ฐานรากแผ่ แต่ควรใช้ ฐานรากเสาเข็ม (Pile Cap) เพื่อทำหน้าที่ส่งผ่านแรงจากเสาลงสู่เสาเข็ม และถ่ายน้ำหนักต่อไปยังชั้นดินที่มีความแข็งแรงในระดับลึกแทน
หมายเหตุ: สำหรับงานต่อเติมหรืออาคารในพื้นที่ดินอ่อนที่ต้องการความมั่นคงสูงและพื้นที่จำกัด TPN Bhumisiam แนะนำให้ใช้ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) เพื่อช่วยรับน้ำหนักอาคารแทนการใช้ฐานรากแผ่ เพื่อป้องกันปัญหาอาคารทรุดตัวในอนาคต

