ระยะฝังทาบ (Lap Splice) ของเหล็กตอม่อคืออะไร?

333 ระยะฝังทาบ (Lap Splice) ของเหล็กตอม่อคืออะไร?

ระยะฝังทาบ (Lap Splice) ของเหล็กตอม่อ คือ ระยะที่เหล็กเสริมสองเส้นวางทับซ้อนกัน เพื่อทำหน้าที่ถ่ายแรงจากเหล็กเส้นหนึ่งไปยังอีกเส้นหนึ่งได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง

ในงานโครงสร้างตอม่อ ระยะนี้มีความสำคัญมากในการยึดเหล็กแกนเสาให้เชื่อมต่อกับเหล็กที่โผล่ขึ้นมาจากฐานราก (Dowel Bar) เพื่อให้โครงสร้างทั้งหมดมีความแข็งแรงและสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้อย่างปลอดภัย

วิธีการคำนวณระยะฝังทาบ

ระยะฝังทาบจะคำนวณโดยอิงจาก เส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็ก (Diameter หรือ D) เป็นหลัก ดังนี้:

  • เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar – DB): โดยทั่วไปจะใช้ระยะทาบประมาณ 40 ถึง 50 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง (40×D ถึง 50×D) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานวิศวกรรมที่ระบุในแบบ (ตัวอย่างเช่น หากใช้เหล็ก DB16 ระยะทาบที่ 50×D จะเท่ากับ 50 × 16 = 800 มม. หรือ 80 ซม.)
  • เหล็กเส้นกลม (Round Bar – RB): โดยปกติจะใช้ระยะทาบประมาณ 50 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง (50×D) ขึ้นไป

ข้อควรระวังและมาตรฐานในการทำงาน

เพื่อให้จุดต่อของเหล็กตอม่อมีความแข็งแรงสูงสุด ควรปฏิบัติดังนี้:

  1. ห้ามต่อเหล็กพร้อมกันทั้งหมดในจุดเดียว: ควรใช้การต่อแบบสลับระยะ หรือ Staggered Splice โดยตัดเหล็กให้มีความยาวไม่เท่ากัน เพื่อกระจายรอยต่อไม่ให้มากระจุกตัวอยู่ที่ระดับความสูงเดียวกัน ซึ่งจะช่วยไม่ให้โครงสร้างตอม่ออ่อนแอลง
  2. หลีกเลี่ยงจุดรับแรงสูงสุด: รอยต่อเหล็กควรอยู่ในตำแหน่งที่รับโมเมนต์ดัดน้อยที่สุด ซึ่งโดยปกติจะอยู่เหนือระดับฐานรากหรือระดับพื้นขึ้นมา
  3. การมัดเหล็ก: เหล็กที่นำมาทาบกันต้องมัดลวดให้แน่นและแนบชิดกัน โดยต้องเว้นระยะห่างระหว่างเส้นเหล็ก (Clearance) ให้เหมาะสม เพื่อให้เนื้อคอนกรีตสามารถไหลเข้าไปยึดเกาะเหล็กได้อย่างเต็มที่
  4. ขนาดเหล็ก: สำหรับเหล็กฐานรากและตอม่อ ต้องใช้เหล็กข้ออ้อย (DB) เท่านั้น ห้ามใช้เหล็กเส้นกลม (RB) สลับกัน เนื่องจากเหล็กข้ออ้อยมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะคอนกรีตและรับแรงดึงได้ดีกว่ามาก