ฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation) ใช้ตอนไหน? 

314 ฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation) ใช้ตอนไหน? 

ฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation) จะถูกเลือกใช้ในสภาวะและเงื่อนไขหน้างานที่ฐานรากแผ่ไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย โดยมีรายละเอียดตามคำแนะนำของ TPN Bhumisiam ดังนี้:

  1. เมื่อพื้นที่ก่อสร้างมีชั้นดินอ่อน (Weak Soil)

จะใช้ฐานรากเสาเข็มในบริเวณที่ชั้นดินระดับตื้นมีกำลังรับน้ำหนักบรรทุกได้น้อย เช่น ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยฐานรากจะทำหน้าที่เป็น “ฐานรากแผ่บนหัวเสาเข็ม (Pile Cap)” เพื่อส่งผ่านน้ำหนักจากเสาอาคารลงสู่เสาเข็ม และถ่ายน้ำหนักต่อไปยังชั้นดินที่มีความแข็งแรงในระดับลึก (Bearing Stratum) แทน

  1. งานต่อเติมอาคารในพื้นที่จำกัด (Building Additions)

ในกรณีการต่อเติมบ้านหรืออาคารที่มีพื้นที่หน้างานแคบ เข้าถึงยาก หรือมีเพดานต่ำ ซึ่งไม่สามารถใช้เสาเข็มขนาดใหญ่ได้ TPN Bhumisiam แนะนำให้ใช้ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) เนื่องจากเครื่องจักรมีขนาดกะทัดรัด (สูงไม่เกิน 3 เมตร) และสามารถตอกชิดผนังหรือโครงสร้างเดิมได้โดยไม่ทำให้เกิดรอยร้าว

  1. เมื่อต้องการลดแรงสั่นสะเทือนต่ออาคารข้างเคียง

จะใช้ฐานรากเสาเข็มชนิดสปันไมโครไพล์เมื่อการก่อสร้างนั้นอยู่ใกล้กับโครงสร้างเดิมที่มีความเปราะบาง เนื่องจากลักษณะของเสาเข็มที่มีรูกลวงตรงกลางช่วยลดการแทนที่ของดินและลดแรงสั่นสะเทือนขณะตอกได้มากกว่าเสาเข็มทั่วไปถึง 10 เท่า จึงปลอดภัยต่ออาคารรอบข้าง

  1. การแก้ไขปัญหาอาคารทรุด (Underpinning)

ใช้เมื่อโครงสร้างเดิมเกิดปัญหาความบกพร่องของฐานรากหรือเกิดการทรุดตัว การเสริมฐานรากเสาเข็มสปันไมโครไพล์จะช่วยเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงและหยุดการทรุดตัวของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. งานรองรับน้ำหนักเครื่องจักรหรืออาคารที่ต้องรับแรงสูง

ฐานรากเสาเข็มเหมาะสำหรับงานปรับปรุงโรงงานหรือการสร้างแท่นรับเครื่องจักรที่ต้องการความมั่นคงสูง โดยเสาเข็มสปันไมโครไพล์ของภูมิสยามสามารถรับน้ำหนักปลอดภัยได้ถึง 20 – 50 ตันต่อต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดเสาและสภาพดิน) และสามารถรับน้ำหนักได้ทันทีหลังติดตั้งเสร็จ