กฎกระทรวง พ.ศ. 2566 กำหนดเรื่องการทดสอบเสาเข็มไว้อย่างไรบ้าง?

367 กฎกระทรวง พ.ศ. 2566 กำหนดเรื่องการทดสอบเสาเข็มไว้อย่างไรบ้าง?

กฎกระทรวง กำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ. 2566 ได้ระบุข้อกำหนดและเกณฑ์มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบเสาเข็มเพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของอาคารไว้หลายประการ ดังนี้ครับ

  1. การประเมินและการคำนวณกำลังรับน้ำหนัก

กฎกระทรวงกำหนดให้การหาค่า แรงต้านทานสูงสุดของเสาเข็ม” สามารถประเมินได้จากรายงานการสำรวจดินฐานราก หรือประเมินจากผลการทดสอบเสาเข็มโดย วิธีสถิตยศาสตร์ (Static Load Test) หรือ วิธีพลศาสตร์ (Dynamic Load Test) โดยมีเกณฑ์การใช้ค่าแรงต้านทานที่ยอมให้ออกแบบดังนี้:

  • คำนวณจากรายงานการสำรวจดิน: ให้ใช้ค่าแรงต้านทานที่ยอมให้ได้ ไม่เกินร้อยละ 40 ของแรงต้านทานสูงสุด
  • ทดสอบโดยวิธีสถิตยศาสตร์: ให้ใช้ค่าแรงต้านทานที่ยอมให้ได้ ไม่เกินร้อยละ 50 ของแรงต้านทานสูงสุดจากผลการทดสอบ
  • ทดสอบโดยวิธีพลศาสตร์: ให้ใช้ค่าแรงต้านทานที่ยอมให้ได้ ไม่เกินร้อยละ 40 ของแรงต้านทานสูงสุด (ทั้งนี้ต้องมีการสอบเทียบกับวิธีสถิตยศาสตร์ด้วย)
  1. ประเภทอาคารที่บังคับต้องมีรายงานการสำรวจดิน

อาคารดังต่อไปนี้ ต้องมีรายงานการสำรวจดิน ประกอบรายการคำนวณฐานราก ซึ่งในรายงานต้องแสดงวิธีและรายละเอียดการสำรวจหรือการทดสอบ รวมถึงสรุปผลการทดสอบคุณสมบัติทางวิศวกรรมของดิน:

  1. อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ
  2. อาคารขนาดใหญ่ที่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ และมีความสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป
  3. อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไปที่ก่อสร้างในโครงการจัดสรรที่ดิน (โดยต้องจัดให้มีการสำรวจดินในพื้นที่ก่อสร้างไม่น้อยกว่า 3 จุดสำรวจ)
  1. เกณฑ์การทดสอบเสาเข็ม (หมวด 5)
  • การทดสอบโดยวิธีสถิตยศาสตร์แบบคงน้ำหนักบรรทุก (Static Load Test): ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หากผู้ออกแบบไม่ได้ใช้วิธีตามประกาศ ต้องมีเอกสารแสดงขั้นตอนและวิธีการประเมินผลที่รับรองโดยสถาบันที่เชื่อถือได้
  • กรณีเสาเข็มรับน้ำหนักเกิน 40 ตันต่อต้น: การประเมินแรงต้านทานที่ยอมให้ต้องเป็นไปตามที่ผู้ออกแบบและคำนวณเป็นผู้รับรอง
  1. ข้อกำหนดขณะตอกและติดตั้ง
  • น้ำหนักตุ้มตอก: ต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าน้ำหนักเสาเข็ม หรือไม่น้อยกว่า 3,000 กิโลกรัม หากใช้น้อยกว่านี้ ผู้ออกแบบต้องวิเคราะห์หน่วยแรงขณะตอกเพื่อป้องกันเสาเข็มเสียหาย
  • การเบี่ยงเบน: โครงสร้างต้องถูกออกแบบให้รองรับกรณีเสาเข็มเบี่ยงเบนจากศูนย์กลางได้ไม่น้อยกว่า 75 มิลลิเมตร (สำหรับเสาเดี่ยว) และไม่น้อยกว่า 50 มิลลิเมตร (สำหรับฐานรากที่เสาเข็มเรียงในแนวเดียวกัน)
  1. บทเฉพาะกาล

ในกรณีที่ยังไม่มีประกาศรัฐมนตรีออกมารองรับในบางข้อ การทดสอบหรือการออกแบบและคำนวณ ให้กระทำโดยนิติบุคคลที่มีวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธา เป็นผู้ให้คำปรึกษาและลงลายมือชื่อรับรอง

สรุป: กฎกระทรวงปี 2566 เน้นการตรวจสอบความปลอดภัยผ่านผลทดสอบจริง ทั้งจากรายงานสำรวจดินและการทดสอบการรับน้ำหนัก (Load Test) โดยมีการกำหนดสัดส่วนความปลอดภัย (Factor of Safety) ที่ชัดเจนตามแต่ละวิธีทดสอบครับ