การทดสอบ Seismic Test และ Dynamic Load Test ต่างกันอย่างไร? ใช้กับเสาเข็มประเภทไหน?

366 การทดสอบ Seismic Test และ Dynamic Load Test ต่างกันอย่างไร? ใช้กับเสาเข็มประเภทไหน?

การทดสอบ Seismic Test (หรือ Pile Integrity Test – PIT) และ Dynamic Load Test (หรือ Pile Dynamic Analysis – PDA) มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งในด้านจุดประสงค์หลักและวิธีการทดสอบ ดังนี้ครับ:

ความแตกต่างระหว่าง Seismic Test และ Dynamic Load Test

  • จุดประสงค์หลัก:
    • Seismic Test (PIT): เน้นตรวจสอบ ความสมบูรณ์ของตัวเสาเข็ม” (Integrity) เป็นหลัก เพื่อหาข้อบกพร่อง เช่น รอยร้าว รอยแยก โพรง หรือการคอด/บวมของหน้าตัดคอนกรีตใต้ดิน
    • Dynamic Load Test (PDA): เน้นประเมิน กำลังรับน้ำหนักบรรทุก” (Bearing Capacity) ของเสาเข็ม ทั้งที่ปลายเข็มและแรงเสียดทานที่ผิว รวมถึงสามารถตรวจสอบความสมบูรณ์และประสิทธิภาพของระบบตอกเสาเข็มได้ด้วย
  • เครื่องมือและแรงกระแทก:
    • Seismic Test: ใช้เพียง ค้อนมือ (Hand-held Hammer) เคาะเบาๆ ที่หัวเสาเข็ม เป็นการทดสอบแบบแรงเครียดต่ำ (Low Strain)
    • Dynamic Load Test: ต้องใช้ ตุ้มเหล็กน้ำหนักมาก หรือปั้นจั่นตอกลงบนหัวเสาเข็ม เพื่อให้เกิดคลื่นความเครียดสูง (High Strain)
  • ข้อมูลที่ได้รับ:
    • Seismic Test: แสดงผลเป็นกราฟความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วคลื่นกับเวลา เพื่อประเมินความยาวและความสม่ำเสมอของเสาเข็ม
    • Dynamic Load Test: ให้ข้อมูลกำลังรับน้ำหนักเป็น “ตัน” ค่าความเครียดขณะตอก (Driving Stresses) และพลังงานที่ส่งผ่านจากลูกตุ้ม
  • ค่าใช้จ่ายและเวลา:
    • Seismic Test: มีค่าใช้จ่ายต่อต้นต่ำกว่า (ประมาณ 100-150 บาทต่อต้น) และทำได้รวดเร็วมาก
    • Dynamic Load Test: มีขั้นตอนยุ่งยากกว่าและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า (เริ่มต้นประมาณ 5000 บาทต่อต้น)

ใช้กับเสาเข็มประเภทไหน?

  • Seismic Test (PIT): สามารถใช้ได้กับเสาเข็ม ทุกประเภท” ไม่ว่าจะเป็น เสาเข็มเจาะ (Bored Pile) หรือ เสาเข็มตอก (Driven Pile) รวมถึง เสาเข็มไมโครไพล์ เพื่อยืนยันคุณภาพการก่อสร้างหลังเสร็จสิ้น
  • Dynamic Load Test (PDA):
    • นิยมใช้มากกับ เสาเข็มตอกทุกชนิด เช่น เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) ของภูมิสยาม เพื่อยืนยันว่าเสาเข็มสามารถรับน้ำหนักปลอดภัย (Safe Load) ได้จริงตามที่วิศวกรออกแบบไว้ (ปกติรับได้ 20-50 ตันต่อต้น)
    • สามารถใช้กับ เสาเข็มเจาะ ได้เช่นกันเพื่อทดสอบกำลังรับน้ำหนักแทนวิธี Static Load Test ที่ใช้เวลานานกว่าและแพงกว่า

สรุป: หากต้องการเช็คว่า เข็มหักหรือร้าวไหม” ให้ใช้ Seismic Test แต่หากต้องการทราบว่า เข็มรับน้ำหนักได้กี่ตัน” ให้เลือกใช้ Dynamic Load Test ครับ