สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันจันทร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งจริงๆ แล้วทุกๆ วันของวันจันทร์นั้นผมจะต้องมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ สำหรับนักเรียนและนักศึกษา” แต่เนื่องจากในสัปดาห์นี้ผมติดภารกิจเร่งด่วน ทำให้ต้องเดินทางออกนอกสถานที่เลยทำให้การจัดทำคลิปไม่ค่อยสะดวกมากนัก ดังนั้นในวันนี้ผมจึงจะขอสลับนำเอาหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” มาพูดคุยกับเพื่อนๆ ในวันนี้ก่อนก็แล้วกันนะครับ โดยที่หัวข้อในวันนี้เป็นคำถามที่ผมมักจะเห็นได้จากการที่มีน้องๆ นักเรียนในระดับ ปวช ปวส มัธยมต้น หรือ มัธยมปลาย ที่เป็นผู้หญิง มักจะทำการตั้งกระทู้หรือโพสต์เพื่อที่จะสอบถามว่า “หากว่าเรามีความสนใจและใจรักอยากที่จะประกอบอาชีพเป็นวิศวกรโยธา ไม่ทราบว่าการที่เป็นผู้หญิงจะส่งผลทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงานในสายงานนี้หรือไม่ ?” ดังนั้นวันนี้ผมจะขออนุญาตมาเป็นผู้ให้คำแนะแนวโดยที่จะมาแชร์ความรู้และมุมมองของผมที่มีต่อผู้หญิงซึ่งมีการประกอบอาชีพอยู่ในสายงานวิศวกรรมโยธาให้แก่เพื่อนๆ ทุกคนได้รับทราบกันว่าจะเป็นเช่นไรนะครับ ก่อนอื่นเลยผมต้องขอยอมรับก่อนนะครับว่า สายงานวิศวกรรมโยธานั้นเป็นสายงานที่จำเป็นจะต้องทำงานค่อนข้างที่จะหนักเอาเรื่องเลยทีเดียว แต่ ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงจะไม่สามารถทำงานในสายงานนี้ได้ ในทางตรงกันข้าม ผมกลับมองว่าในบางสาขาย่อยของสายงานวิศวกรรมโยธานั้น หากว่าเราได้วิศวกรซึ่งเป็นผู้หญิงมาเป็นผู้ทำงานในส่วนนั้นๆ แล้วละก็ ก็น่าที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ดีกว่าผู้ชายบางคนเสียอีก เรามาดูตัวอย่างกันสักหน่อยดีกว่านะครับว่าเพราะอะไรผมจึงได้กล่าวเช่นนั้น ประการแรก ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเป็นเพศที่มีความละเอียดถี่ถ้วนมากๆ ดังนั้นหลายๆ ครั้งจึงทำให้มีความละเอียดและรอบคอบมากกว่าผู้ชายบางคนเสียอีก สาเหตุที่ผมหยิบยกเอาหัวข้อนี้มาใช้เป็นเหตุผลแรกนั่นเป็นเพราะว่า ผมสัมผัสมาโดยตรงเลย เพราะหากดูผิวเผินแล้วงานทางด้านวิศวกรรมโยธาอาจจะเหมือนเป็นงานที่มีความหยาบแต่หากมองให้ลึกลงไปในความหยาบที่เห็นนั้น ก็อาจจะพบได้ว่ากว่าเค้าจะคิดกันขึ้นมาได้ ก็ต้องใช้ความละเอียดไม่น้อยเลย ผมยกตัวอย่างแบบนี้ […]
Monthly Archives: July 2020
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ ในวันนี้ผมจะขออนุญาตเริ่มต้นทำการพูดถึงประเด็นๆ หนึ่งที่ยังคงค้างมาตั้งแต่ปีที่แล้วเกี่ยวกับเรื่องที่มีแฟนเพจท่านหนึ่งได้สอบถามผมเข้ามาว่า “อยากที่รบกวนขอให้อาจารย์ช่วยทำการอธิบายให้หน่อยว่าเพราะเหตุใดเสาเข็มไมโครไพล์ของภูมิสยามจึงจะต้องอาศัยกระบวนการในการ “สปัน” เสาเข็มด้วยครับ ?” จริงๆ แล้วคำถามๆ นี้เป็นคำถามที่ดีมากๆ เลย ซึ่งผมก็เคยได้ทำการตอบไปหลายครั้งแล้วเพียงแต่ในแต่ละครั้งที่ผมได้ตอบไปส่วนใหญ่จะเป็นการพูดถึงเรื่องอื่นแล้วก็วกมาตอบในประเด็นๆ นี้ ยังไงวันนี้ผมจะถือโอกาสนี้ตอบให้ชัดๆ ลงไปเลยก็แล้วกันนะครับ ผมคงจะต้องเริ่มต้นทำการพูดถึงหลักการพื้นฐานของการตอกเสาเข็มเสียก่อนนั่นก็คือ การที่เราทำการให้ “พลังงาน” หรือ “ENERGY” แก่โครงสร้างเสาเข็มโดยวิธีการ “ตอก” เสาเข็มลงไปในดิน ซึ่ง “ปริมาณ” ของพลังงานที่เราจะทำการใส่ลงไปในดินนั้นจะมีค่าที่ มาก หรือ น้อย ก็จะขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย เช่น ขนาดและความยาวของเสาเข็มที่ต้องการที่จะใช้ กำลังความสามารถของเสาเข็มที่ต้องการที่จะให้รับน้ำหนัก ความหลวมหรือแน่นตัวของดินที่จะทำการตอกเสาเข็ม เป็นต้นครับ ดังนั้นเมื่อเรามาดูจากหลักการพื้นฐานที่ผมได้กล่าวถึงไปแล้วข้างต้นในเรื่องของพลังงาน เราก็จะพบว่าค่าพลังงานที่เราจะได้จากการตอกเสาเข็ม 1 ครั้งนั้นจะเกิดจากการที่สามเทอมหลักๆ นั้นคูณกันออกมานั่นก็คือ เทอมค่าการสูญเสียพลังงานจากปัจจัยต่างๆ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้และวิธีในการอ่านข้อมูล ซึ่งจะรวมไปถึงการนำข้อมูลจากผลการทดสอบดินหรือ BORING LOG ไปใช้งานมาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ สืบเนื่องจากโพสต์ในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผมได้ทำการอธิบายและยกตัวอย่างถึงวิธีในการคำนวณหาค่าความแข็งแกร่งหรือว่าสติฟเนสในการต้านทานแรงกระทำทางด้านข้างของดินหรือว่าค่า Ksh ไปซึ่งผลก็ปรากฏว่าค่า Ksh(x) สำหรับพื้นที่รับผิดชอบแต่ละสีนั้นจะมีค่าเท่ากับ Ksh(x) (GREEN) =3,102 T/M และ Ksh(x) (RED) =6,204 T/M สำหรับค่า Ksh(z) สำหรับพื้นที่รับผิดชอบแต่ละสีนั้นก็จะมีค่าเท่ากับ Ksh(z) (GREEN) =6,168 T/M และ Ksh(z) (RED) =12,336 T/M ผลปรากฏว่ามีเพื่อนของผมท่านหนึ่งได้หลังไมค์มาถามกับผมว่า เพราะเหตุใดเมื่อเราทำการพิจารณาดูค่าจากการคำนวณข้างต้นแล้วถึงมีความรู้สึกว่ามันแปลกๆ ว่า เพราะว่าฐานรากรอบแกน x นั้นมีขนาดความกว้างที่มากกว่าฐานรากรอบแกน z แล้วเหตุใดกันค่า Ksh(x) ของสปริงแต่ละค่าจึงมีค่าที่ต่ำกว่าค่า Ksh(z) ? […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่อยู่ เหนือพื้นดินขึ้นมา และ ใต้พื้นดินลงไป มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมจะมาพูดและให้ความรู้ถึงรายละเอียดต่างๆ และส่วนประกอบรองของโครงสร้างโครงหลังคาที่เป็นโครงข้อหมุนหรือว่า TRUSS STRUCTURE ต่อเนื่องจากเนื้อหาในสัปดาห์ที่แล้วนะครับ อย่างที่ผมได้เรียนให้เพื่อนๆ ทราบไปในครั้งที่แล้วว่าในส่วนของ โครงสร้างส่วนรอง ก็จะได้แก่ (1) โครงสร้างค้ำยันทางด้านข้าง หรือในภาษาอังกฤษเรามักจะเรียกว่า SAG ROD โดยที่โครงสร้างส่วนนี้จะทำหน้าที่ในการสร้างเสถียรภาพในการรับกำลังให้แก่โครงสร้างแป ซึ่งตามปกติแล้วเราจะใช้ SAG ROD ค้ำยันโครงสร้างแปเอาไว้ที่ระยะประมาณครึ่งหนึ่งของระยะความยาวช่วงและโดยมากแล้วก็จะใช้ก็ต่อเมื่อโครงสร้างแปของเรานั้นมีความยาวของช่วงและมีการรับน้ำหนักที่ค่อนข้างที่จะมากเพราะหากไม่ใช้ SAG ROD พยุงแปเอาไว้ ก็อาจจะทำให้โครงสร้างแปของเรานั้นเกิดการเสียรูปทั้งทางแนวดิ่งและทางแนวด้านข้างที่จะมากตามไปด้วย ทั้งนี้ SAG ROD จะทำหน้าที่ในการรับแรงดึงซึ่งก็จะเกิดสะสมขึ้นไปมาตามความลาดเอียงของโครงหลังคาโครงข้อหมุนทั้งสองด้าน จนในที่สุดก็จะมีแรงดึงมากที่สุดที่แปตัวบนสุด ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีเหล็กเส้นที่จะทำหน้าที่ในการยึดที่สันของโครงหลังคาเพื่อที่จะเชื่อมต่อแรงจากในทั้งสองทิศทางให้ได้ครับ (2) โครงสร้างเกลียวเร่ง หรือในภาษาอังกฤษเรามักจะเรียกว่า TIE ROD โดยที่โครงสร้างส่วนนี้จะทำหน้าที่ในการสร้างเสถียรภาพในการรับกำลังให้แก่โครงสร้างโครงหลังข้อหมุนหลักและโครงข้อหมุนรอง สาเหตุที่เราจำเป็นที่จะต้องใช้ TIE ROD นั่นเป็นว่าโครงสร้างโครงหลังคาโครงข้อหมุนเหล็กส่วนใหญ่นั้นมักที่จะมีจุดต่อที่มีความแข็งแกร่งหรือว่า STIFFNESS ที่ไม่ได้มากมายอะไรนัก กล่าวคือค่อนข้างที่จะมีความยืดหยุ่นตัวมากๆ ด้วยเหตุนี้เองเราจึงจำเป็นที่จะต้องทำการการยึดรั้งโครงสร้างโครงหลังคาโครงข้อหมุนเหล็กนี้เอาไว้เพื่อให้เกิดเสถียรภาพและความแข็งแรงทางด้านข้างของโครงสร้างโครงหลังคาโครงข้อหมุน ซึ่งโดยมากนั้นเราจะใช้เจ้า TIE […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้และวิธีในการอ่านข้อมูล ซึ่งจะรวมไปถึงการนำข้อมูลจากผลการทดสอบดินหรือ BORING LOG ไปใช้งานมาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ เพื่อให้เนื้อหาของเรานั้นมีความต่อเนื่องจากเมื่อสองสัปดาห์ก่อน วันนี้ผมก็จะมาทำการยกตัวอย่างในการคำนวณหาค่า Ksv นี้ให้แก่เพื่อนๆ ได้รับทราบกัน เรามาเริ่มต้นดูรายละเอียดของปัญหาข้อนี้กันเลยดีกว่านะครับ ผมมีฐานรากร่วมที่มีขนาดความยาวเท่ากับ 7.50 เมตร ความกว้างเท่ากับ 3.00 เมตร และความหนาเท่ากับ 1.00 เมตร ดังที่แสดงอยู่ในรูป A โดยที่ผมจะทำการสมมติให้ค่า q(u) และ Esoil ของดินนั้นมีค่าเท่ากับ 150 ตันต่อตารางเมตร และ 15,000 ตันต่อตารางเมตร ตามลำดับ โดยที่ผมจะทำการกำหนดให้ใช้คอนกรีตที่มีค่ากำลังอัดประลัยอ้างอิงตามตัวอย่างรูปทรงกระบอกมาตรฐานที่อายุ 28 วัน เท่ากับ 240 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร และ ค่าการทรุดตัวมากที่สุดของดินที่เรายินยอมจะให้เกิดขึ้นได้โดยที่ไม่ทำให้เกิดผลใดๆ ต่องานวิศวกรรมโครงสร้างของอาคารนั้นมีค่าเท่ากับ 20 มม ดังนั้นหากผมมีความต้องการที่จะทำการจำลองโครงสร้างนี้ในซอฟต์แวร์ไฟไนต์เอลีเมนต์ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าผมจะต้องทำการคำนวณหาค่า Ksv ในรูปแบบค่าความแข็งแกร่งของสปริงเพื่อที่จะได้ทำการ INPUT ค่าคุณสมบัติของ […]
เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) โดยภูมิสยาม เสาเข็มคุณภาพมาตรฐาน เหมาะสำหรับงานต่อเติมบ้าน ต่อเติมบ้านในพื้นที่จำกัด แนะนำใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ สามารถเข้าตอกในที่แคบได้ เพราะปั้นจั่นที่ใช้มีการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้สำหรับตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยความสูงของปั่นจั่นมีลักษณะสูงไม่เกิน 3 เมตร มีความยาวแนวราบ 3 เมตร ส่วนของความกว้างของปั่นจั่นมีความกว้างเพียงแค่ 1 เมตรเท่านั้น จึงเหมาะที่จะเข้าทำงานในพื้นที่จำกัดได้โดยสะดวก สามารถตอกชิดกำแพงได้ 50 ซม. จากเซ็นเตอร์เสาเข็ม ขณะตอกแรงสั่นสะเทือนน้อย ไม่ทำให้โครงสร้างเดิมเกิดความเสียหาย และป้องกันการทรุดตัวของส่วนต่อเติมได้ตรงจุด เสาเข็มสปันไมโครไพล์ภูมิสยาม ได้รับมาตรฐาน มอก. 397-2524 การผลิตและตอกได้มาตรฐาน ISO 9001:2015 และชีวอนามัยด้านความปลอดภัย ISO 45001:2018 เหมาะสำหรับงานต่อเติมบ้าน เพราะหน้างานสะอาด ไม่มีดินโคลน และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียง หากต้องการเสาเข็มที่มีคุณภาพเพื่องานต่อเติมบ้าน เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์แท้ภูมิสยาม เราพร้อมบริการทั่วประเทศ Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมจะขอนำเอาภาพและปัญหาจากกรณีจริงๆ ของโครงสร้างที่จัดอยู่ในประเภทโครงสร้างเหล็ก ซึ่งสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุเลยนะครับ เช่น ผู้ออกแบบอาจจะเลือกใช้ขนาดความหนาของชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กที่มีความบางมากจนเกินไป โดยที่ผิวของเหล็กนั้นอาจจะไม่ได้รับการป้องกันไม่ให้เกิดสนิมดีเพียงพออีกต่างหาก ผนวกกับการที่โครงสร้างดังกล่าวอาจจะไม่ได้รับการตรวจสอบและดูแลดีเพียงพอจนในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ เข้า เนื้อเหล็กนั้นก็เกิดการกร่อนและเสียหายในที่สุด เป็นต้น โดยเหตุผลที่ผมนำเอาปัญหาข้อนี้มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนก็เพื่อให้เพื่อนๆ ดูเอาไว้เป็นตัวอย่างและพึงระวังถึงปัญหาๆ นี้ไม่ให้เกิดขึ้นกับงานโครงสร้างของเพื่อนด้วยนะครับ จะเห็นได้ว่าโครงสร้างดังรูปจะเป็นโครงสร้างประเภทโครงสร้างเหล็ก ซึ่งอย่างที่ผมเคยได้โพสต์และแชร์ความรู้ไปก่อนหน้านี้แก่เพื่อนๆ ไปแล้วว่า หากเราจะตัดสินใจทำการก่อสร้างโครงสร้างให้เป็นโครงสร้างเหล็ก จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ สิ่งที่เราพึงทำและมิอาจจะละเลยได้ก็คือ การดูแลรักษาภายหลังที่การก่อสร้างนั้นแล้วเสร็จไปแล้วเพราะเราควรต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า ถึงแม้ว่าโครงสร้างเหล็กจะมีข้อดีหลายๆ อย่าง เช่น โครงสร้างเหล็กนั้นมีน้ำหนักเบา เราสามารถที่จะใช้โครงสร้างเหล็กในการทำงานการก่อสร้างได้ภายในระยะเวลาที่สั้นมากกว่าโครงสร้างที่ทำจากคอนกรีต เป็นต้น แต่ทั้งนี้โครงสร้างเหล็กเองก็จะมีข้อจำกัดและข้อพึงระวังหลายประการด้วยเช่นกัน เช่น โครงสร้างเหล็กจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลและรักษาให้สภาพของเนื้อเหล็กนั้นอยู่ในสภาพที่เป็นปกติ ไม่เกิดการกัดกร่อนเนื่องจากสภาพแวดล้อมรอบข้างหรือไม่เกิดสนิมมากจนทำให้เนื้อเหล็กนั้นเกิดการผุกร่อนอันเนื่องมาจากสนิมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เป็นต้นครับ เท่าที่ผมสังเกตดูจากในรูป กรณีที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่ทางผู้ทำการก่อสร้างและเจ้าของประมาทมากจนเกินไป ไม่ได้มีการทาผิวของเหล็กด้วยสีป้องกันการเกิดสนิมที่ดีเพียงพอ พอระยะเวลาผ่านไปนานๆ เข้าก็จะเห็นได้ว่าเกิดสนิมขึ้นในเหล็กทีละเล็กทีละน้อย จนมากเข้าๆ สนิมที่ค่อยๆ เกิดขึ้นก็ลุกลามมากขึ้นไปอีกจนทำให้ผิวของเหล็กเสียหายดังที่ได้แสงดอยู่ในรูปในโพสต์ๆ นี้น่ะครับ สำหรับทางแก้ปัญหาสำหรับกรณีๆ นี้ก็อาจจะทำได้หลากหลายวิธีเช่นกัน แต่ที่ดูจะเป็นการแก้ปัญหาแบบตรงไปตรงมามากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการต้องทำการยึดและติดตั้งด้วยนั่งร้านและค้ำยันรับน้ำหนักโครงสร้างเดิม เพื่อที่จะทำการตัดชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กเดิมที่เสียหายนี้ออกไป […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ได้มีคำถามของน้องแฟนเพจท่านหนึ่งที่ได้สอบถามเข้ามาที่เพจเกี่ยวกับ ความรู้ที่ผมเคยได้โพสต์ไปก่อนหน้านี้ที่มีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่องของ “DESIGN RATIO” ว่าคืออะไร ? ผมเห็นว่าน้องแฟนเพจท่านนี้มีความสนใจและสอบถามคำถามที่มีความน่าสนใจเข้ามา จึงคิดว่าวันนี้จะขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ในการอธิบายและยกตัวอย่างให้เห็นถึงประเด็นๆ นี้ให้แก่น้องท่านนี้และแฟนเพจทุกๆ คนด้วยนะครับ เริ่มต้นจากความหมายของคำว่า DESIGN RATIO กันก่อนเลย คำๆ นี้มีความหมายง่ายๆ ว่า ค่าสัดส่วนที่เราใช้ในการตัดสินใจเมื่อทำการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างครับ โดยปกติแล้วเราจะสามารถกำหนดให้ใช้ค่าสัดส่วนค่านี้เป็นเท่าใดก็ได้แต่สาเหตุที่เรามักจะใช้ค่าๆ นี้เท่ากับ 1.00 นั่นเป็นเพราะว่าจริงๆ แล้วค่าๆ ก็คือสัดส่วนระหว่างค่าของแรงที่เกิดขึ้นจริงๆ หรือค่า Fs ส่วนด้วยค่าของแรงที่ยอมให้เกิดขึ้นได้ของหน้าตัดชิ้นส่วนใดๆ หรือค่า Fa หรือเขียนง่ายๆ ในรูปแบบของสมการได้ว่า DESIGN RATIO = Fs / Fa ซึ่งชิ้นส่วนที่เรากำลังทำการออกแบบอยู่นั้นจะมีความปลอดภัยดีหรือสามารถที่จะรับแรงที่เกิดขึ้นได้นั้น ค่าของแรงที่เกิดขึ้นจริงๆ ย่อมที่จะต้องมีค่าน้อยกว่าหรืออย่างมากที่สุดคือเท่ากันกับค่าของแรงที่ยอมให้เกิดขึ้นได้ของหน้าตัดชิ้นส่วนนั้นๆ พูดให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ ค่าสัดส่วนข้างต้นก็จะต้องมีค่าน้อยกว่าหรือมากที่สุดคือเท่ากับ 1.00 นั่นเองครับ เรามาดูตัวอย่างง่ายๆ ที่อาจจะทำให้เห็นภาพง่ายๆ ของปัญหาข้อนี้กันสักเล็กน้อย […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะมาร่วมกันเสวนาถึงคำถามที่ผมได้เชิญชวนให้เพื่อนๆ ให้มาร่วมสนุกตอบคำถามร่วมกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยที่ใจความของโจทย์ปัญหาข้อนี้ก็คือ เพื่อนๆ คงจะพอทราบกันว่าในการคำนวณด้วยกรรมวิธีทางคณิตศาสตร์ขั้น “พื้นฐาน” เช่น การบวก การลบ การคูณ การหาร เป็นต้น จะมีขั้นตอนและวิธีการดำเนินการเพื่อหาผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์โดยอาศัย “กฎ” ในการคำนวณ ซึ่งจะว่าไปแล้วหากดูภาพโดยรวมแล้วเราก็อาจจะพบได้ว่ากฎดังกล่าวเองก็มีอยู่ค่อนข้างจะหลากหลายอยู่เหมือนกัน ดังนั้นผมจึงขอถามเพื่อนๆ ว่า หากผมกำหนดให้เพื่อนๆ นั้นอาศัย “กฎของลำดับการคำนวณ” หรือ “ORDER OF OPERATIONS” ว่าคำตอบของสมการๆ นี้เท่ากับเท่าใดครับ ? 6 – 4 / 2 x 3 – 9 + 8 + 5 x 6 / 2 = ? หากผมทำการสมมติเอาว่า เราจะทำการคำนวณสมการๆ นี้โดยที่กำหนดกติกาลงไปว่า เราจะอาศัยกฎใดๆ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะมาร่วมกันเสวนาถึงคำถามที่ผมได้เชิญชวนให้เพื่อนๆ ให้มาร่วมสนุกตอบคำถามร่วมกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยสืบเนื่องจากในช่วงนี้ผมกำลังพูดถึงเรื่องหลายๆ หัวข้อที่มีความเกี่ยวข้องกันกับการจัดการเมตริกซ์ ดังนั้นในวันนี้ผมเลยคิดว่าน่าจะลองโพสต์ถามเพื่อนๆ ดูเพื่อที่จะตรวจสอบดูสิว่าเพื่อนๆ จะมีความเข้าใจในเรื่องๆ นี้มากน้อยเพียงใดและเหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ ผมมีเมตริกซ์ M ที่มีจำนวนแถวเท่ากับ 4 และจำนวนหลักเท่ากับ 3 หากผมต้องการที่จะคูณเข้ากับเมตริกซ์ N ที่มีจำนวนแถวเท่ากับ 3 และจำนวนหลักเท่ากับ 2 อยากจะทราบว่าผลจากการคูณเมตริกซ์ทั้ง 2 ข้างต้นจะได้เป็นเมตริกซ์ X ที่มีจำนวนแถวและจำนวนหลักเท่ากับเท่าใดครับ ? เป็นอย่างไรบ้างครับ คำถามของผมในวันนี้มันช่างง่ายดายจริงๆ ใช่มั้ยครับ เท่าที่ดูก็เห็นมีเพื่อนของเราตอบถูกกันด้วย ผมก็ขอแสดงความยินดีไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย ยังไงก็รอรับของรางวัลกันได้เลยนะครับ แต่ก็นั่นแหละครับปัญหาข้อนี้ที่ดูเหมือนจะง่ายๆ แต่ผมก็เข้าใจดีว่าสำหรับเพื่อนๆ ของเราหลายๆ คนที่อาจจะทิ้งพื้นฐานทางด้านการคำนวณเมตริกซ์ไปนานสักพักแล้วก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าจะจำรายละเอียดตรงส่วนนี้ไม่ได้แล้ว ก็เอาเป็นว่าผมอยากที่จะให้เพื่อนๆ คิดเสียว่าวันนี้เรามาทบทวนความรู้พื้นฐานทางด้านเมตริกซ์กันเล่นๆ ก็แล้วกันนะครับ โดยที่ผมจะทำการเฉลยโดยการยกตัวอย่างเลยก็แล้วกัน เพื่อนๆ จะได้นึกภาพตามกันออกนั่นก็คือ ถ้าผมได้ให้เมตริกซ์ A มีขนาดจำนวนของแถวเท่ากับ M และมีขนาดจำนวนของหลักเท่ากับ […]










