ปัญหาคำถามเกี่ยวกับค่า DesignRatio

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ได้มีคำถามของน้องแฟนเพจท่านหนึ่งที่ได้สอบถามเข้ามาที่เพจเกี่ยวกับ ความรู้ที่ผมเคยได้โพสต์ไปก่อนหน้านี้ที่มีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่องของ “DESIGN RATIO” ว่าคืออะไร ?

ผมเห็นว่าน้องแฟนเพจท่านนี้มีความสนใจและสอบถามคำถามที่มีความน่าสนใจเข้ามา จึงคิดว่าวันนี้จะขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ในการอธิบายและยกตัวอย่างให้เห็นถึงประเด็นๆ นี้ให้แก่น้องท่านนี้และแฟนเพจทุกๆ คนด้วยนะครับ

 

เริ่มต้นจากความหมายของคำว่า DESIGN RATIO กันก่อนเลย คำๆ นี้มีความหมายง่ายๆ ว่า ค่าสัดส่วนที่เราใช้ในการตัดสินใจเมื่อทำการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างครับ

 

โดยปกติแล้วเราจะสามารถกำหนดให้ใช้ค่าสัดส่วนค่านี้เป็นเท่าใดก็ได้แต่สาเหตุที่เรามักจะใช้ค่าๆ นี้เท่ากับ 1.00 นั่นเป็นเพราะว่าจริงๆ แล้วค่าๆ ก็คือสัดส่วนระหว่างค่าของแรงที่เกิดขึ้นจริงๆ หรือค่า Fs ส่วนด้วยค่าของแรงที่ยอมให้เกิดขึ้นได้ของหน้าตัดชิ้นส่วนใดๆ หรือค่า Fa หรือเขียนง่ายๆ ในรูปแบบของสมการได้ว่า

 

DESIGN RATIO = Fs / Fa

 

ซึ่งชิ้นส่วนที่เรากำลังทำการออกแบบอยู่นั้นจะมีความปลอดภัยดีหรือสามารถที่จะรับแรงที่เกิดขึ้นได้นั้น ค่าของแรงที่เกิดขึ้นจริงๆ ย่อมที่จะต้องมีค่าน้อยกว่าหรืออย่างมากที่สุดคือเท่ากันกับค่าของแรงที่ยอมให้เกิดขึ้นได้ของหน้าตัดชิ้นส่วนนั้นๆ พูดให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ ค่าสัดส่วนข้างต้นก็จะต้องมีค่าน้อยกว่าหรือมากที่สุดคือเท่ากับ 1.00 นั่นเองครับ

 

เรามาดูตัวอย่างง่ายๆ ที่อาจจะทำให้เห็นภาพง่ายๆ ของปัญหาข้อนี้กันสักเล็กน้อย โดยที่ผมจะทำการสมมติว่า ผมกำลังทำการออกแบบหน้าตัดของชิ้นส่วนของโครงข้อหมุนหรือ TRUSS ELEMENT โดยที่ผมทราบจากผลของการวิเคราะห์โครงสร้างมาแล้วว่า เมื่อพิจารณาจากทุกๆ LOAD CASE แล้วในหน้าตัดหนึ่งๆ นั้นจะมีน้ำหนักบรรทุกตามแนวแกนหรือ AXIAL LOAD ที่เป็นน้ำหนักบรรทุกที่ควบคุมการออกแบบหรือ GOVERNED DESIGN LOAD ที่เป็นแรงอัดหรือ COMPRESSION FORCE อยู่ที่เท่ากับ 1400 KGF และ ที่เป็นแรงดึงหรือ TENSION FORCE อยู่ที่เท่ากับ 2200 KGF นะครับ

 

หลังจากที่ผมได้นำเอาหน้าตัดของโครงข้อหมุนที่ได้เลือกใช้ตอนที่ทำการวิเคราะห์โครงสร้างมาทำการตรวจสอบและทำการออกแบบดูก็ได้พบว่า หน้าตัดนั้นๆ ของเราจะมีค่าความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกที่เป็นแรงอัดมากที่สุดอยู่ที่ไม่เกิน 1900 KGF และมีค่าความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกที่เป็นแรงดึงมากที่สุดอยู่ที่ไม่เกิน 2800 KGF นะครับ

 

หากผมจะทำการคำนวณหา DESIGN RATIO ของหน้าตัดๆ นี้ออกมา ผมจะต้องทำการคำนวณโดยเลือกจับคู่ระหว่างค่าแรงอัดที่เกิดขึ้นจริงๆ ในหน้าตัด ส่วนด้วยค่าแรงอัดที่ยอมให้เกิดขึ้นในหน้าตัด ดังนั้นก็จะทำการคำนวณออกมาได้ว่า

 

DESIGN RATIO 1 = Fcs / Fca

DESIGN RATIO 1 = 1400 / 1900

DESIGN RATIO 1 = 0.74 < 1.00 <OK>

 

ต่อมาก็คือ เลือกจับคู่ระหว่างค่าแรงดึงที่เกิดขึ้นจริงๆ ในหน้าตัด ส่วนด้วยค่าแรงดึงที่ยอมให้เกิดขึ้นในหน้าตัด ดังนั้นก็จะทำการคำนวณออกมาได้ว่า

 

DESIGN RATIO 2 = Fts / Fta

DESIGN RATIO 2 = 2200 / 2800

DESIGN RATIO 2 = 0.79 < 1.00 <OK>

 

ดังนั้นเราก็จะนำเอาค่า DESIGN RATIO 1 และ DESIGN RATIO 2 มาเปรียบเทียบกัน โดยที่จะต้องเลือกใช้งานค่าที่มากที่สุดเป็นเกณฑ์ นั่นก็คือ

 

DESIGN RATIO = MAXIMUM ( DESIGN RATIO 1 , DESIGN RATIO 2 )

DESIGN RATIO = MAXIMUM ( 0.74 , 0.79 )

DESIGN RATIO = 0.79

 

สาเหตุที่เราต้องเลือกใช้ “ค่ามาก” นั่นเป็นเพราะว่า ยิ่งค่า DESIGN RATIO ของเรานั้นมีค่าที่เข้าใกล้ 1.00 มากเพียงใด นั่นก็แสดงว่า หน้าตัดของเราจะมีความสามารถในการรับแรงได้ใกล้เคียงกันกับน้ำหนักบรรทุกจริงๆ ที่เกิดขึ้นในหน้าตัดนั้นๆ และในทางกลับกัน หากว่าค่าๆ นี้น้อยกว่า 1.00 มากๆ นั่นก็แสดงว่า หน้าตัดของเราจะมีความสามารถในการรับแรงได้มากกว่ากับน้ำหนักบรรทุกจริงๆ ที่เกิดขึ้นในหน้าตัดนั้นๆ นะครับ

 

หากเราทำการเปรียบเทียบกันระหว่างค่าน้อยกับค่ามาก กรณีที่ค่าๆ นี้มีค่าที่ “มาก” นั่นก็แสดงว่าหน้าตัดนั้นๆ จะมีภาระในการรับแรงที่สูงกว่ากรณีที่ค่าๆ นี้มีค่าที่ “น้อย” ดังนั้นหน้าที่ของผู้ออกแบบก็คือ จะต้องรายงานออกมาในรูปแบบของรายการคำนวณให้ทราบว่า หน้าตัดของเรานั้นมีความวิกฤติต่อการรับแรงมากที่สุดเท่ากับเท่าใด เราจึงต้องเลือกใช้งานค่ามากเป็นหลักครับ

 

หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านในวันนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อย และ จนกว่าจะพบกันใหม่นะครับ

#ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ

#ปัญหาคำถามเกี่ยวกับค่าDesignRatio

ADMIN JAMES DEAN


ภูมิสยาม ไมโครไพล์ ตอบโจทย์งานก่อสร้าง ที่ต้องการคุณภาพในราคาที่เหมาะสม TPN-ภูมิสยาม (TPN-Bhumisiam) 🏗️ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile): ผู้เชี่ยวชาญการตอกเสาเข็มในพื้นที่จำกัด! คุณกำลังมองหาโซลูชันสำหรับการต่อเติมหรือเสริมฐานรากในพื้นที่จำกัดอยู่ใช่ไหม? เราพร้อมนำเสนอ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) คุณภาพสูง ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับโครงการก่อสร้างที่ซับซ้อนของคุณโดยเฉพาะ
✨ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์และบริการ:
⚡️ ไร้กังวลเรื่องพื้นที่, ก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ:
• ดังที่แสดงในภาพ แม้ในบริเวณพื้นที่ในร่ม, พื้นที่เพดานต่ำ หรือพื้นที่แคบ ทีมงานมืออาชีพของเราก็สามารถใช้เครื่องจักรตอกเสาเข็มขนาดเล็ก ในการทำงานได้อย่างแม่นยำ โดยไม่กระทบต่อโครงสร้างเดิม
💪 รับน้ำหนักได้ดี, รับประกันคุณภาพ:
• ผลิตภัณฑ์ผลิตด้วยเทคโนโลยี จากประเทศเยอรมัน แบบแรงเหวี่ยง (Spun) ทำให้คอนกรีตมีความหนาแน่นและแข็งแกร่งสูง มั่นใจได้ในความมั่นคงของฐานราก
• เสาเข็มได้มาตราฐานอุสหกรรมของประเทศไทย
• คุณภาพโรงงานของเราได้รับการยอมรับ จาก บริษัทก่อสร้าง ชั้นนำของประเทศไทย ทั้งภาครัฐบาล และ เอกชน
• สินค้าโรงงานของเรา ผลิตตามมาตราฐาน ISO SCG MIT
• เสาเข็มไมโครไพล์ของเราสามารถ เชื่อมต่อและตอกลงไปถึงชั้นดินดานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ความสามารถในการรับน้ำหนักที่เชื่อถือได้
🚚 จัดส่งรวดเร็ว, ปลอดภัยเชื่อถือได้:
• มีเสาเข็มพร้อมจัดเก็บในสต็อกอย่างเพียงพอ พร้อมให้บริการทันที ทำให้โครงการของคุณไม่ล่าช้า
• กระบวนการขนส่งและก่อสร้างของเราเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด บุคลากรสวมเสื้อกั๊กนิรภัย, หมวกนิรภัยและอุปกรณ์ป้องกันเสียง
•เสาเข็มถูกออกแบบมา ให้ลดแรงสั้นสะเทือน ออกแบบมาเป็นพิเศษช่วยลดแรงสั้นสะเทือน ขณะติดตั้ง
* บริษัทเรามีผู้เชี่ยวชาญ ด้านการสื่อสารภาษาจีน ให้บริการ และ ให้คำปรึกษา ด้านกฎหมายก่อสร้างและแรงงาน ในเมืองไทย พร้อมทีมงาน วิศวกรโยธา ให้คำปรึกษาด้านการก่อสร้าง
📞 ติดต่อเรา!
ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมบ้าน, ปรับปรุงโรงงานหรือเสริมฐานราก เลือกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile)
🟩@bhumisiam 📞094-254-6535 ดร.รัฐโรจน์