สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาเล่ามาแชร์ความรู้แก่เพื่อนๆ เกี่ยวกับเนื้อหาเบาๆ เกี่ยวกับเรื่อง ประโยชน์ของการใช้โปรแกรม FINITE ELEMENT ร่วมกันกับโปรแกรมอื่นๆ ที่เพื่อนทั่วๆ ไปน่าที่จะมีความคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว นั่นก็คือ AUTO CAD นั่นเองครับ โดย CASE STUDY ที่ผมนำมาใช้ประกอบในการอธิบายครั้งนี้คืองานในอดีตที่ผมเคยทำเอาไว้นะครับ งานๆ นี้เป็นงานการวิเคราะห์ผลตอบสนองของโครงสร้างราวกันตกเมื่อต้องตกอยู่ภายใต้แรงพลศาสตร์เนื่องจากการกระแทกตัวของยาพาหนะครับ ปัญหาที่ผมพบในการทำงานการวิเคราะห์ผลตอบสนองของโครงสร้างนี้ก็คือ การจำลองโครงสร้างของตัวราวกันตก เพราะ ลักษณะโครงสร้างแท่งหลักของราวกันตกนั้นได้รับการออกแบบมาให้มีรูปทรงที่ค่อนข้างที่จะแปลกตา (ดูรูปประกอบนะครับ) ชิ้นส่วนส่วนใหญ่ถูกทำการดัดโค้ง มิใช่ชิ้นส่วนตรงๆ แต่อย่างใดนะครับ ซึ่งจะรวมไปถึงชิ้นส่วนที่เป็นตัวราวกันตกด้วยนะครับ ผมจึงแก้ปัญหาด้วยการเขียนแบบสามมิติในโปรแกรม AUTO CAD ขึ้นมาเสียก่อน จากนั้นค่อยทำการ IMPORT FILE อันนี้เข้าไปในโปรแกรม ABAQUS อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของการขึ้นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ค่อนข้างยากในตัวโปรแกรม ABAQUS โดยตรงนั่นเองครับ ที่ผมนำประสบการณ์นี้มาแชร์ก็เพราะอยากที่จะให้เพื่อนๆ ได้เห็นว่าหากเพื่อนๆ ประสบพบเจอปัญหาเฉกเช่นเดียวกันกับผม เป็นเพื่อนก็อาจจะใช้วิธีการในการแก้ปัญหาผมได้นะครับ เพียงแต่ ในการที่เราจะใช้โปรแกรมทาง FINITE ELEMENT ใดๆ เราควรที่จะมีความรู้พื้นฐานถึงทฤษฎี FINITE ELEMNT […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆท่าน ผมจะขออนุญาตมาแชร์ความรู้ให้แก่เพื่อนๆ ต่อจากเมื่อวานกันนะครับ อย่างที่ผมได้อธิบายไปเมื่อวานแล้วนะครับว่าโดยปกติแล้ว ผู้ออกแบบมักที่จะทำการออกแบบให้ตำแหน่ง CENTER OF GRAVITY กลุ่มของเสาเข็มนั้นตรงกันกับตำแหน่งของตัวเสาตอม่อ ในวันนี้ผมจึงอยากที่จะขอมาพูดถึงวิธีในการแก้ไขสำหรับกรณีที่เสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ไปจนเป็นผลทำให้ตำแหน่ง CENTER OF GRAVITY ของกลุ่มเสาเข็มในตัวโครงสร้างของฐานรากนั้นไม่ตรงกันกับตำแหน่งของตอม่อนะครับ จริงๆ แล้วปัญหาที่อาจเกิดขึ้นที่จะมีความเกี่ยวข้องกับการใช้งานเสาเข็มตอกนั้นอาจมีด้วยกันมากมายหลายประการนะครับ เช่น แรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการตอกที่เกิดขึ้นกับอาคารข้างเคียง เสาเข็มเกิดการเยื้องศูนย์ หรือ เสาเข็มเกิดการแตกหัก เป็นต้น โดยหากในขั้นตอนของการตอกเสาเข็มนั้นเกิดการแตกหัก หรือ เสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ไป เราก็อาจจะมีวิธีในการแก้ไขได้ด้วย 3 หลักการดังต่อไปนี้ (1) การตอกเสาเข็มแซม หลักของการทำการตอกเสาเข็มแซม หรือ หมุนฐานราก คือ เราต้องพยายามทำให้จุดศูนย์ถ่วงของเสาเข็มนั้นกลับมาอยู่ตรงกับตำแหน่งเสาตอม่อนั่นเอง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะป้องกันการเยื้องศูนย์ไปของเสาเข็มที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ค่าโมเมนต์ทั้งในตัวโครงสร้างของฐานราก และ เสาตอม่อ ออกมาไม่ตรงตามที่ผู้ออกแบบเดิมได้ทำการออกแบบเอาไว้ สำหรับในกรณีที่เราต้องทำการตอกเสาเข็มแซมด้วยจำนวนเสาเข็มหลายๆ ต้นจะเป็นต้นเหตุทำให้ต้องทำการขยายขนาดของฐานรากจนเป็นเหตุให้ต้องเพิ่มปริมาณเหล็กเสริมด้วย ซึ่งด้วยเหตุนี้เองนะครับที่จะทำให้เกิดการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นมาก (2) การหมุนฐานราก หลักการนี้จะใช้ได้เฉพาะกับฐานรากในอาคารที่มีขนาดเล็ก หรือ ไม่ใช่อาคารสูงนะครับ พูดให้ชัดก็คือ วิธีการนี้ใช้ได้เฉพาะกับกรณีที่ฐานรากนั้นตองรับแรงกระทำเฉพาะในแนวดิ่งเท่านั้น โดยการหมุนฐานรากจะมี ข้อดี คือ เสาเข็มกลุ่มใหม่จะมีตำแหน่ง CENTER OF GRAVITY […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆท่าน ผมจะขออนุญาตมาแชร์ความรู้ให้แก่เพื่อนๆ ได้ทราบถึงกรณีที่เรามีการก่อสร้างงานวิศวกรรมโครงสร้างฐานรากและเกิดปัญหาเรื่องเสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์นะครับ โดยในวันนี้ผมจะขอทำการพูดถึงหลักเกณฑ์ในการทำการพิจารณาเพื่อทำการคำนวณเพื่อแก้ไขงานโครงสร้างของฐานรากเมื่อเสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ไปนะครับ ในสถานการณ์ปกติหากว่ามีการทำการก่อสร้างโครงสร้างฐานรากและจำเป็นที่จะต้องใช้ระบบโครงสร้างเป็นเสาเข็ม ไม่ว่าจะเป็น เสาเข็มตอก หรือ เสาเข็มเจาะ และ หากเสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ไปจากตำแหน่งเดิมที่ทางผู้ออกแบบได้ทำการกำหนดไว้ เราจำเป็นที่จะต้องมีการคำนวณเพื่อทำการตรวจสอบรายการคำนวณซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ นะครับ (1) ตัวโครงสร้างของเสาเข็ม ในบางครั้งเมื่อเสาเข็มเกิดการเยื้องศูนย์ไป อาจจะทำให้แรงปฏิกิริยาในเสาเข็มนั้นเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการการคำนวณและตรวจสอบแรงปฏิกิริยาในตัวโครงสร้างของเสาเข็มที่สภาวะการใช้งานว่าค่าๆ นี้ไม่เกิน นน ปลอดภัยที่เสาเข็มนั้นจะสามารถรับได้นะครับ (2) ตัวโครงสร้างเสาตอม่อ ในบางครั้งเมื่อเสาเข็มเกิดการเยื้องศูนย์ไป อาจจะทำให้เกิดโมเมนต์เพิ่มมากขึ้นในตอม่อด้วยนะครับ ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการตรวจสอบเหล็กเสริมในเสาตอม่อด้วยนะครับ (3) ตัวโครงสร้างฐานราก ในบางครั้งเมื่อเสาเข็มเกิดการเยื้องศูนย์ไป อาจจะทำให้เกิดผลในข้อที่ (1) ซึ่งแน่นอนว่าจะมีผลต่อตัวโครงสร้างฐานรากอย่างแน่นอนนะครับ ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการตรวจสอบเหล็กเสริมในฐานรากด้วยนะครับ ซึ่งตามหลักการโดยทั่วๆ ไปแล้วในรายการคำนวณนั้นจะต้องแสดงให้เห็นว่าเราจะทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่เสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ไปได้อย่างไรนะครับ ในบรรดา 3 รายการข้างต้นนี้ในรายการที่ (1) และ (2) จะถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด ส่วนรายการที่ (3) หากว่าเสาเข็มนั้นเยื้องศูนย์ไม่มากจนเกินไป เหล็กที่เสริมอยู่เดิมในตัวโครงสร้างของฐานรากก็น่าที่จะรับได้ ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะครับ แต่ เพื่อความสมบูรณ์ในการคำนวณเราก็ควรที่จะมีรายการคำนวณในรายการที่ (3) ประกอบด้วยนะครับ หากว่าเราทำการการตรวจสอบเสาเข็มตามข้อที่ (1) โดยใช้หลักการในการคำนวณตามสมการที่ผมพูดให้ฟังไปแล้วเมื่อวาน […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาให้คำแนะนำกับเพื่อนๆ ให้ได้ทราบกันถึงวิธีในการวิเคราะห์โครงสร้าง (STRUCTURAL ANALYSIS) โดยวิธีประมาณการ (APPROXIMATE METHOD) นะครับ โดยในวันนี้โครงสร้างที่ผมจะมากล่าวถึงนั้นก็คือโครงสร้างโครงข้อแข็ง (PORTAL FRAME) กันนะครับ โดยปกติแล้วโครงสร้าง PORTAL FRAME นั้นมักที่จะถูกใช้เป็นองค์อาคารหลักของโครงสร้างเพื่อทำการถ่ายแรงกระทำ ทางด้านข้างของโครงสร้างซึ่งมักจะเกิดจากแรงลมหรือแรงแผ่นดินไหวให้ถ่ายลงไปสู่ตัวฐานรากของโครงสร้าง ซึ่งเราสามารถที่จะทำการจำแนกการวิเคราะห์โครงสร้าง PORTAL FRAME ได้ออกเป็น 3 แบบ แบ่งตามชนิดของจุดรองรับนะครับ คือ แบบจุดยึดหมุน (PINNED SUPPORT) แบบยึดแน่น (FIXED SUPPORT) และ แบบกึ่งยึดแน่น (PARTIAL FIXED SUPPORT) ซึ่งในวันนี้ผมจะพูดถึงกรณีที่ PORTAL FRAME ของเรานั้นมีจุดรองรับเป็นแบบกึ่งยึดแน่นนะครับเพราะว่าโดยทั่วไปแล้ว จุดรองรับของ PORTAL FRAME นั้นจะไม่เป็นจุดรองรับ แบบยึดแน่น หรือเป็นจุดรองรับ แบบยึดหมุน นะครับ เพราะว่าในสภาพจุดรองรับของโครงสร้าง PORTAL FRAME จริงๆ นั้นจะมีลักษณะเป็นแบบกึ่งยึดแน่นนะครับ […]
เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) เสาเข็มต่อเติมบ้าน ไม่มีผลกระทบแม้อยู่ใกล้กระจก ต้องการต่อเติมบ้าน ต้องเสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micro Pile สามารถตอกชิดกำแพงหรือใกล้กระจกได้ เพราะในขณะตอกมีแรงสั่นสะเทือนน้อย ไม่ทำให้โครงสร้างเดิมเสียหาย คิดจะต่อเติมบ้าน แนะนำ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยภูมิสยาม เป็นรายแรกที่ได้รับมาตรฐานมอก. 397-2524 ติดตั้ง ต่อเติม อาคารบ้านเรือนต่างๆ ให้เป็นไปตามที่คุณต้องการ เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) โดยภูมิสยาม Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม The Provision of Pile Driving Service และได้รับการรับรอง ISO 9001:2015 ของระบบ UKAS […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ช่วงนี้ผมมีงานที่เกี่ยวข้องกับการถมดินอยู่หลายตัวเลยนะครับ และ ผมได้สังเกตและพบเห็นว่าเพื่อนร่วมงานหลายๆ คนอาจจะเคยมีข้อสงสัยว่า หากเราทำการถมดินแล้วทำการบดอัดดิน เราจะต้องทำการบดอัดดิน มาก หรือ นาน เท่าใด กว่าที่ดินของเราจะสามารถรับกำลังได้ กว่าที่ดินของเราจะมีค่าการทรุดตัวที่ถือว่าเหมาะสมต่อการรับ นน ของเรา คำตอบของคำถามข้อนี้ คือ เราก็ควรที่จะต้องทำการทดสอบดินที่เราทำการบดอัดเสียก่อนนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อที่เราจะสามารถทราบได้ว่าคุณสมบัติของดินนั้นเป็นอย่างไร โดยการทดสอบดินในลักษณะนี้มีชื่อว่า การทดลองการบดอัดดิน นั่นเองครับ ดังนั้นในวันนี้ผมจึงตั้งใจจะมาแชร์ความรู้แก่เพื่อนๆ เกี่ยวกับเรื่อง การทดลองการบดอัดดิน หรือ COMPACTION TEST นะครับ หลักการของการบดอัดดินง่ายๆ เลยก็คือ ทำการบดอัดดินให้ได้ความแน่นตัวที่สูงตามความต้องการหรือตามจุดประสงค์ของการใช้งาน โดยในการบดอัดเราจะต้องอาศัยน้ำ เป็นตัวประสานเชื่อมมวลดิน แต่ ถ้ามีปริมาณน้ำนั้นมากจนเกินไป น้ำจะไปหุ้มและเคลือบรอบๆ มวลดินอันจะทำให้อณูของเม็ดดินนั้นแยกตัวห่างออกจากกัน หรือ ถ้ามีปริมาณน้ำอยู่น้อยจนเกินไป การประสานเชื่อมกันก็จะไม่ดีเพียงพอที่จะช่วยให้การบดอัดเม็ดดินนั้นเบียดชิดกันเท่าที่ควร ด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงดังที่ผมได้กล่าวถึงข้างต้น เราจึงมีการทดสอบหาความสัมพนัธ์ระหว่างเปอร์เซ็นต์ความชื้นกับความแน่นของดินที่ได้จากการบดอัดในห้องปฏิบัติการซึ่งวิธีการทดสอบวิธีนี้ต้องถือว่าเป็นที่ยอมรับ และ นิยมใช้ทำการทดสอบการบดอัดดินในงานก่อสร้างได้สำหรับงานทั่วๆ ไปได้ ซึ่งวิธีการนี้มีชื่อว่าการทดสอบมาตรฐาน หรือ STANDARD PROCTOR TEST โดยเฉพาะการทดสอบเพื่อที่จะทำการควบคุมงานที่เกี่ยวข้องกับการบดอัดดินโดยตรง เช่น การก่อสร้างงานถนน […]
จะสร้างใหม่หรือต่อเติม แนะนำเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) ต้องการสร้างอาคารที่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรม ฐานรากมีความสำคัญและเสาเข็มต้องได้มาตรฐาน เพราะเป็นส่วนสำคัญในการรับน้ำหนัก ดังนั้นจึงต้องพิจารณามองหาเสาเข็มสปันที่ดีมีคุณภาพ และได้รับมาตรฐาน มอก. 397-2524 และมาตรฐาน ISO 9001:2015, ISO 45001:2018 เราขอแนะนำ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยภูมิสยาม ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสาเข็มสปันไมโครไพล์ พร้อมบริการตอกทั่วประเทศ Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม The Provision of Pile Driving Service และได้รับการรับรอง ISO 9001:2015 ของระบบ UKAS และ NAC รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐานในกระบวนการ การออกแบบเสาเข็มสปันไมโครไพล์ การผลิตเสาเข็มสปันไมโครไพล์ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน เมื่อวานผมมีโอกาสได้ไปสัมมนาที่จัดขึ้นโดยบริษัท REI SOFTWARE และ BENTLEY ค่ายเจ้าของซอฟต์แวร์ทาง FINITE ELEMENT ดังมากมายอย่าง STAAD.PRO และ RAM STRUCTURAL CONCEPT เป็นต้น ในงานเป็นการแนะนำให้รู้จักกันกับซอฟต์แวร์ตัวใหม่ล่าสุดของทางค่ายนั่นก็คือ STAAD RCDC ซึ่งเจ้าซอฟต์แวร์นี้เป็น TOOL หนึ่งที่เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพของ STAAD ทางด้าน ADVANCED RC DESIGN โดยที่คำว่า RCDC นั้นย่อมาจาก REINFORCED CONCRETE DESIGN CENTER ก็นับว่าสนใจดีนะครับ ยังไงหากผมว่างๆ วันไหนผมจะมานั่งเล่าให้เพื่อนๆ ได้รับฟัง รวมถึงจะได้พรีวิวข้อดี ข้อเสีย ข้อจำกัด ของเจ้าซอฟต์แวร์ตัวใหม่นี้แก่เพื่อนๆ กันนะครับ ตอนที่ทางท่านวิทยากรของทาง BENTLEY ได้ทำการบรรยาย มี PART หนึ่งท่านได้เอ่ยถึงเรื่องของ “BIM” ประกอบกับการที่ผมเองแทบไม่เคยที่จะพูดถึงคำๆ นี้ให้แก่เพื่อนๆ ได้รับฟังกันเท่าใด ผมจึงคิดว่าวันนี้ผมน่าที่จะนำประเด็นๆ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตเพื่อนๆ มาอธิบายถึงความสำคัญและความจำเป็นที่เราจะต้องทำการวิเคราะห์โครงสร้างจุดรองรับให้เป็นแบบฐานรากยืดหยุ่น (ELASTIC FOUNDATION) ซึ่งน่าที่จะพออธิบายถึงหลักการและเหตุผลให้แก่เพื่อนๆ ได้พอทราบว่าเหตุใดเราจึงจะต้องทำการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยหลักการนี้ได้นะครับ เพื่อนๆ อาจจะมีความสงสัยเกิดขึ้นนะครับว่าเพราะเหตุใด เราจึงจำเป็นที่จะต้องทราบและเข้าใจถึงหลักการออกแบบวิธีการนี้กัน ? และเมื่อใดกันที่เราควรจะนำวิธีการนี้มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ หรือ วิเคราะห์โครงสร้างของเรา ? คำตอบก็ง่ายๆ และตรงไปตรงมานะครับ คือ หากเราจำเป็นที่จะต้องทำการวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างชนิดที่มีจุดรองรับนั้นมีความแข็งแกร่งไม่มากนัก (LOW STIFFNESS) เช่น การออกแบบฐานรากแบบแผ่ (FOUNDATION ON GRADE) การออกแบบแผ่นพื้นชนิดวางบนดินโดยตรง (SLAB ON GRADE) การออกแบบแผ่นพื้นชนิดวางบนเสาเข็มสั้นที่ปลายของเสาเข็มนั้นวางอยู่บนชั้นดินอ่อน (SLAB ON SHORT PILE) เป็นต้น เมื่อนั้นละครับที่เราควรจะต้องทำการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยหลักการๆ นี้นะครับ เพราะว่าหากเราทำการจำลองให้จุดต่อเป็นแบบที่มีความแข็งแรง (RIGID) คือ ไม่มีค่าการเสียรูปเลย ทั้งๆ ที่สภาพโครงสร้างจริงๆ นั้นโครงสร้างนั้นเกิดค่าการทรุดตัว นั่นแสดงว่าเรากำลังทำการจำลองโครงสร้างให้ขัดแย้งกันหรือไม่เกิดความสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่ควรจะเป็น ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวจะเป็นการทำให้ได้ผลการวิเคราะห์โครงสร้างที่ไม่ถูกต้องตรงตามพฤติกรรมของโครงสร้างที่เกิดขึ้นจริงๆ อีกทั้งยังทำให้เกิดความสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุอีกด้วย เช่น ในการจำลองระบบโครงสร้างที่มีจุดรองรับเป็นแบบฐานรากยืดหยุ่น (ELASTIC FOUNDATION) นั้นจะมีค่าการทรุดตัวเกิดขึ้น ซึ่งจะแตกต่างจากการจำลองจุดรองรับให้เป็นแบบยึดหมุน […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน เนื่องจากในช่วงนี้ผมได้มีโอกาสไปตรวจการทำงานของ ผรม ที่หน้างาน โดยในการทำงานของ ผรม นั้นมีการใช้งาน NON-SHRINK GROUT เพื่อซ่อมแซมชิ้นส่วนโครงสร้างคอนกรีตด้วยครับ ผมเห็นว่าหากนำความรู้เรื่องนี้มาเผยแพร่ ก็น่าที่จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ด้วยนะครับ วัสดุนอนชริ้งเกร้าท์ หรือ NON-SHRINK GROUT ก็คือ วัสดุซีเมนต์ผสมพิเศษที่ให้ค่าการรับกำลังอัดที่สูงมาก เราต้องถือว่า NON-SHRINK GROUT นี้เป็นวัสดุที่ไม่มีการหดตัว โดยเราจะถือว่าวัสดุชนิดนี้เป็นไฮดรอลิกมอร์ตาร์ที่มีคุณสมบัติการไหลตัวที่ดีมากๆ ดังนั้นวัสดุชนิดนี้จะมีความสามารถในการไหลไปได้อย่างอิสระ วัสดุชนิดนี้ยังให้ค่ากำลังอัดที่สูงทั้งในระยะต้น และ ระยะปลาย ดังนั้นวัสุดชนิดนี้จึงเหมาะกับงานการเทเกร้าท์ใตัฐานรองรับเครื่องจักร งานรองรับคานสะพาน และ งานซ่อมแซมชิ้นส่วนโครงสร้างคอนกรีตต่างๆ สำหรับส่วนประกอบของวัสดุนี้จะประกอบไปด้วย ซีเมนต์ และ ทรายคัดขนาด และ เกรด รวมไปถึงสารเคมีผสมเพิ่ม หรือ สารเพิ่มฟองอากาศ ด้วยนะครับ ข้อแนะนำ หรือ ข้อควรระวัง ในการใช้งานวัสดุชนิดนี้ คือ พื้นผิวที่จะทำงานจะต้องมีความแข็งแรง สามารถที่จะรับกำลังแรงอัดได้ดี ปราศจากฝุ่น เศษสิ่งสกปรก และ หากต้องการที่จะทำการ ฝัง […]










