สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การเตรียมตัวสอบเพื่อที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรโยธา มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ โดยที่คำถามที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ในวันนี้จะอยู่ในแขนงวิชา THEORY OF STRUCTURES หรือ ทฤษฎีโครงสร้าง นะครับ คำถามข้อนี้คือคำถามข้อที่ 18 โดยที่มีใจความของปัญหาข้อนี้มีดังนี้ จากโครง TRUSS รับแรงกระทำดังรูป จงหาแรงอัดภายในชิ้นส่วน DFC ที่มากที่สุด ก่อนอื่นเราควรที่จะต้องทำการคำนวณหาค่าแรงปฏิกิริยา ณ จุดรองรับ A และ C ออกมาก่อน ซึ่งสามารถที่จะคำนวณหาได้จากสมการสมดุลของแรงโมเมนต์ สมการสมดุลของแรงในแนวดิ่ง และ สมการสมดุลของแรงในแนวราบ ∑M@A=0 (COUNTERCLOCKWISE DIRECTION IS POSITIVE) 4 L VC – (2 L)(P) – (2L)(3P) = 0 4 L […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่อยู่ เหนือพื้นดินขึ้นมา และ ใต้พื้นดินลงไป มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ โดยในวันนี้เนื้อหานั้นจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่มีความน่าสนใจประการหนึ่งนั่นก็คือ ผู้ออกแบบมีวิธีอย่างไรในการเลือกใช้งานเสาเข็มแต่ละประเภทเพื่อให้เหมาะสมกับงานก่อสร้างแต่ละงาน เพื่อนๆ หลายๆ คนอาจจะมีความเชื่อว่า ในการเลือกชนิดหน้าตัดของเสาเข็มนั้นผู้ออกแบบจะทำการเลือกหน้าตัดของเสาเข็มให้เป็นหน้าตัดชนิดใดๆ ชนิดหนึ่งก็ได้ ซึ่งถือว่าความคิดนี้ไม่ถูกต้องนัก เพราะ หากเพื่อนๆ ลองคิดตามหลักการทางด้านวิศวกรรมและหลักทางด้านความเป็นจริงดูก็จะพบว่า เสาเข็มแต่ละหน้าตัดนั้นจะมีลักษณะและองค์ประกอบที่มีความแตกต่างกันค่อนข้างที่จะมาก เช่น เส้นรอบรูป ขนาดพื้นที่หน้าตัด กระบวนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเสาเข็ม ลักษณะของปลายเสาเข็ม เป็นต้น ดังนั้นในความเป็นจริงแล้วก็จะทำให้เสาเข็มแต่ละหน้าตัดนั้นจะมีความเหมาะสมกับชนิดของดินที่เราจะต้องนำไปใช้ตอกแตกต่างกันนั่นเองครับ ในวันนี้ผมได้นำตารางๆ หนึ่งโดยที่ผมจะอ้างอิงถึงเสาเข็มแต่ละชนิดหน้าตัด โดยที่แต่ละชนิดจะมีปลายที่เหมือนๆ กันนั่นก็คือ เป็นปลายแบบ ตัดตรง และ จะมีความยาวที่เท่าๆ กัน เราจะมาลองเปรียบเทียบดูกันนะครับว่า หน้าตัดของเสาเข็มใด จะมีความเหมาะสมต่อการใช้งานกับดินที่มีค่า SPT N-VALUE เป็นเท่าใด จึงจะมีความเหมาะสม และ เกิดความคุ้มค่าสูงที่สุดกันนะครับ ก่อนอื่นๆ เราจะเห็นได้ว่าเมื่อเสาเข็มของเรานั้นเป็นปลายแบบ ตัดตรง เสาเข็มทั้ง 3 ชนิดหน้าตัดนี้จะสามารถใช้ทำการ ตอก […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างเชิงพลศาสตร์ต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ โดยที่หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่อง วิธีในการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างของอาคารเพื่อใช้ในการต้านทานแรงที่กระทำจากแผ่นดินไหว นั่นเองนะครับ โดยหากจะพูดกันถึงหัวข้อๆ นี้จะพบว่าเนื้อหานั้นค่อนข้างที่จะมีความยืดยาวมากพอสมควรเลย ผมจึงตัดสินใจที่จะทำการแบ่งออกเป็นตอนๆ โดยที่ในวันนี้จะเป็นตอนที่ 1 ซึ่งจะเป็นการกล่าวถึง หลักวิธีที่เราใช้ในการออกแบบ นะครับ หากเมื่อใดก็ตามที่เราพูดถึงแรงกระทำที่เกิดจากสภาวะการเกิดขึ้นของแผ่นดินไหว เราจะต้องอาศัยความพยายามสักเล็กน้อยในการที่จะจินตนาการให้ออกว่า แรงชนิดนี้เสมือนเป็นแรงที่เกิดจากการสั่นตัวของพื้นซึ่งจะทำให้อาคารนั้นเกิด การเคลื่อนที่ไปทางด้านข้าง หรือ เกิดการเซขึ้น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนี้จะเป็นสิ่งที่บังคับให้โครงสร้างของอาคารที่เรากำลังพิจารณาออกแบบอยู่นั้นเกิดการเคลื่อนตัวไป โดยหากเราจะทำการออกแบบให้อาคารหนึ่งๆ นั้นสามารถที่จะต้านทานต่อแรงกระทำจากการเกิดแผ่นดินไหวให้ได้ เราจะสามารถทำการแบ่งวิธีในการออกแบบออกได้เป็น 2 วิธีหลักๆ นั่นก็คือวิธี FORCE BASED DESIGN หรือที่เรานิยมเรียกสั้นๆ ว่า FBD และวิธี DISPLACEMENT BASED DESIGN หรือที่เรานิยมเรียกสั้นๆ ว่า DBD นะครับ โดยหากจะทำการเปรียบเทียบกันระหว่างวิธี FBD และ DBD เราจะสามารถพบเห็นถึงข้อจำกัด ข้อดี ข้อด้อย ของการเลือกใช้งานวิธีในการออกแบบแต่ละวิธี […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การเตรียมตัวสอบเพื่อที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรโยธา มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ โดยที่คำถามที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ในวันนี้จะอยู่ในแขนงวิชา THEORY OF STRUCTURES หรือ ทฤษฎีโครงสร้าง นะครับ คำถามข้อนี้คือคำถามข้อที่ 16 โดยที่มีใจความของปัญหาข้อนี้มีดังนี้ จากโครง TRUSS รับแรงกระทำดังรูป จงหาแรงดึงภายในที่มากที่สุดในชิ้นส่วน AB หรือ BC ก่อนอื่นเราควรที่จะต้องทำการคำนวณหาค่าแรงปฏิกิริยา ณ จุดรองรับ A และ C ออกมาก่อน ซึ่งสามารถที่จะคำนวณหาได้จากสมการสมดุลของแรงโมเมนต์ สมการสมดุลของแรงในแนวดิ่ง และ สมการสมดุลของแรงในแนวราบ ∑M@A=0 (COUNTERCLOCKWISE DIRECTION IS POSITIVE) 4 L VB- (2 L)(P) = 0 4 L VB = […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่อยู่ใต้พื้นดินลงไป มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ โดยที่ในวันนี้ผมจะมาทำการอธิบายถึงหัวข้อๆ หนึ่งที่ถือได้ว่ามีความสำคัญมากๆ ในการออกแบบโครงสร้างจำพวกที่ทำหน้าที่ในการกันดิน นั่นก็คือ แรงดันดินด้านข้าง หรือ LATERAL EARTH PRESSURE นั่นเองนะครับ ในการวิเคราะห์ การหาค่าสัมประสิทธิ์ และ การหาค่าแรงดันของดินทางด้านข้าง ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับการออกแบบโครงสร้างที่ทำหน้าที่เป็นกำแพงกันดินและโครงสร้างกันดินอื่นๆ ดังนั้นทั้งขนาดและทิศทางของแรงดันทางด้านข้างของดินถือได้ว่าเป็นข้อมูลที่มีความจำเป็นสำหรับการออกแบบโครงสร้างกำแพงกันดินหรือโครงสร้างกันดินต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้โครงสร้างเหล่านี้นั้นมีอัตราส่วนความปลอดภัยที่มากเพียงพอ โดยที่ประเภทของความดันของดินทางด้านข้างนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ 1) แรงดันดินทางด้านข้างในสภาพนิ่ง (AT REST EARTH PRESSURE) 2) แรงดันดินทางด้านข้างเมื่อดินเคลื่อนตัวดันกำแพง (ACTIVE EARTH PRESSURE) 3) แรงดันดินทางด้านข้างเมื่อกำแพงเคลื่อนตัวดันดิน (PASSIVE EARTH PRESSURE) ทั้งนี้เนื่องจากทั้ง 3 หัวข้อจะมีรายละเอียดมากพอสมควร ผมจึงจะขออนุญาตกล่าวถึงทีละหัวข้อๆ เริ่มจาก แรงดันดินทางด้านข้างในสภาพนิ่ง หรือ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ โดยที่หัวข้อในวันนี้คือ พวกเราจะมีวิธีการอย่างไร หากมีความจำเป็นที่จะต้องทำการตอกเสาเข็มในบริเวณสถานที่ก่อสร้างโดยที่บริเวณนั้นๆ มีอาคารเดิมตั้งอยู่ก่อนหน้าแล้วนั่นเองนะครับ โดยที่หากพูดถึงปัญหาๆ นี้เนื้อเรื่องจะค่อนข้างยืดยาวมากๆ ผมจึงจำเป็นที่จะต้องขออนุญาตทำการแบ่งการโพสต์ออกเป็นสัก 2 ครั้งก็แล้วกันนะครับ โดยในวันนี้ผมจะขอมาทำการอธิบายถึงในส่วนที่สองกันต่อจากสัปดาห์ที่แล้วนั่นก็คือ ขั้นตอนในเลือกระบบของโครงสร้างเสาเข็ม และ การเลือกวิธีในการนำเสาเข็มลงไปในดิน ที่จะถือได้ว่ามีความเหมาะสมที่สุดในการก่อสร้างนะครับ สำหรับขั้นตอนในการเลือกระบบของโครงสร้างเสาเข็ม และ การเลือกวิธีในการนำเสาเข็มลงไปในดิน เราจะสามารถทำการแบ่งออกตามวิธีในการก่อสร้างเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 2 ระบบด้วยกัน นั่นก็คือ ระบบการก่อสร้างโครงสร้างเสาเข็มโดยการหล่อในที่ ระบบการก่อสร้างโครงสร้างเสาเข็มโดยการหล่อสำเร็จ สำหรับระบบการก่อสร้างโครงสร้างเสาเข็มโดยการหล่อในที่ก็ได้แก่ เสาเข็มเจาะ ทั้งระบบแห้งและเปียก โดยที่เราทราบกันดีนะครับว่าระบบการก่อสร้างด้วยเสาเข็มเจาะนั้นจะส่งผลต่อเรื่องของการสั่นสะเทือนและแรงดันทางด้านข้างของดินที่เกิดจากการแทนที่ของตัวเสาเข็มที่ค่อนข้างน้อยถึงน้อยมากๆ แต่ ปัญหาของการก่อสร้างด้วยระบบๆ นี้คือ เรื่องคุณภาพของการก่อสร้างที่ค่อนข้างจะมีความแตกต่างกันมากๆ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความรู้ ประสบการณ์ และ ฝีมือในการทำงานของทางผู้รับจ้างเป็นหลักเลย นอกนั้นเป็นปัญหาแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่ เช่น พื้นที่หน้างานจะค่อนข้างเละและสกปรกเต็มไปด้วยดินที่เกิดจากการขุดดินขึ้นมาก่อนการเทคอนกรีตในเสาเข็ม ดังนั้นปัญหาในการทำงานก่อสร้างตัวเสาเข็มเจาะส่วนใหญ่นั้นจะเกิดขึ้นก็ตอนที่เราจะทำการหล่อตัวเสาเข็มในดินนั่นเองนะครับ มาพูดถึงระบบการก่อสร้างโครงสร้างเสาเข็มโดยการหล่อสำเร็จกันบ้างนะครับ ระบบๆ นี้จะตรงข้ามกับระบบแรกทุกอย่างเลย […]
ต้องการเสาเข็มต่อเติมบ้าน แนะนำใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มขนาดเล็กที่มีความมั่นคงแข็งแรง จากการใช้กรรมวิธีแรงเหวี่ยงคอนกรีตในแบบหล่อ(SPUN)ทำให้มีความหนาแน่นและแข็งแกร่งกว่าคอนกรีตที่หล่อโดยวิธีธรรมดา และปั้นจั่นที่ใช้มีการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้สำหรับเสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยความสูงของปั้นจั่นสูงไม่เกิน 3 เมตร เหมาะสำหรับต่อเติมบ้าน ที่มีพื้นที่แคบหรือจำกัด สามารถตอกชิดกำแพงได้ เพราะขณะตอกแรงสั่นสะเทือนน้อย ไม่ทำให้โครงสร้างเดิม หรือพื้นที่ใกล้เคียงเกิดความเสียหาย หน้างานสะอาด ไม่มีดินโคลน เสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยภูมิสยาม เสาเข็มมาตรฐาน มอก.397-2524 มาตรฐานการผลิตและตอก ISO 9001:2015 และการตอกมาตรฐาน ชีวอนามัยด้านความปลอดภัย ISO 45001:2018 คิดจะต่อเติมบ้าน หรือมีปัญหาเรื่องการต่อเติม ปรึกษาภูมิสยามได้ เรายินดีให้คำปรึกษาและเราพร้อมบริการทั่วประเทศ Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม The Provision of Pile Driving […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่อยู่เหนือพื้นดินขึ้นไป มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ โดยที่หัวข้อในวันนี้คือ พวกเราจะมีวิธีการอย่างไร หากว่าต้องทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการทำงานซึ่งต้องคอยทำหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนการทำงานเทคอนกรีตสำหรับงานจำพวกโครงสร้าง คสล นั่นเองนะครับ โดยวิธีการที่ผมจะนำมาสรุปให้ฟังนี้ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนพื้นฐานสำหรับการตรวจโครงสร้าง คสล ก่อนการเทคอนกรีตพอสังเขป โดยเพื่อนๆ สามารถที่จะใช้การตรวจสอบและการสังเกตได้ด้วยตาเปล่าเลยนะครับ โดยที่ผมทำการสรุปออกมาทั้งหมด 6 ข้อด้วยกัน โดยเริ่มต้นจาก ขั้นตอนประสานงานไปทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เมื่อจะทำการเทคอนกรีตสักครั้งหนึ่งเราจะพบว่ามีหลายๆ ฝ่ายที่อาจมีความเกี่ยวข้องจำเป็นที่จะต้องทราบถึงกำหนดการนี้ เช่น เจ้าของงาน หรือ ผู้ออกแบบ เพราะ บางครั้งเจ้าของงานหรือผู้ออกแบบหลายๆ คนก็มักที่จะเลือกช่วงเวลาในการทำงานนี้เข้ามาทำการสุมตรวจสอบการทำงานของทางผู้รับเหมา หรือ ผู้ผลติคอนกรีตสำเร็จรูป เพื่อที่จะเป็นการตรวจสอบและสอบถามให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปที่จะนำมาส่งนั้นมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่ผู้ออกแบบได้กำหนดเอาไว้หรือไม่ และ ในบางครั้งหากผู้ออกแบบทำการกำหนดเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งเป็นพิเศษ เช่น ค่าการยุบตัว ค่ากำลังอัดในช่วงแรก เป็นต้น เราจะได้สามารถแจ้งให้ทางผู้ผลิตคอนกรีตสำเร็จรูปนั้นทำการส่งทีมงาน QC หรือ ทีมงานที่จะคอยทำหน้าที่ในการตรวจสอบและเก็บ ตย คอนกรีตและนำไปทดสอบ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเป็นการแน่ใจได้จริงๆ ว่าคุณภาพของสินค้าที่สั่งไปนั้นมีลักษณะพิเศษตามที่ได้แจ้งไปตั้งแต่ทีแรกหรือไม่ เป็นต้นนะครับ ขั้นตอนตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน ซึ่งข้อมูลพื้นฐานนี้ก็อาจจะได้แก่ เรื่องคอนกรีตสำเร็จรูป […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง คอนกรีต (STRUCTURAL CONCRETE ENGINEERING DESIGN หรือ SCE) นะครับ ก่อนที่ในวันพรุ่งนี้และช่วงสุดสัปดาห์เพื่อนๆ จะได้ไปพักผ่อนกันในช่วงวันหยุดปีใหม่ ผมจะขออนุญาตมาพูดถึงเรื่องที่มาที่ไปของข้อกำหนดในการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างที่มีการกล่าวถึงไว้ใน DESIGN CODE อย่าง ACI 352.1R-12 ที่ได้กล่าวถึงเรื่องข้อกำหนดสำหรับการเสริมกำลังแก่โครงสร้างแผ่นพื้นท้องเรียบให้สามารถที่จะมีค่าความต้านทานต่อการรับแรงเฉือนแบบเจาะทะลุที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับกรณีที่โครงสร้างนั้นมีความวิกฤติต่อประเภทของ นน บรรทุกในแนวราบอย่างแรงกระทำจากแผ่นดินไหวให้แก่เพื่อนๆ ได้รับทราบกันนะครับ โดยหากเพื่อนๆ ทำการเปิดดู DESIGN CODE อย่าง ACI 352.1R-12 เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่าใน DESIGN CODE จะมีแผนภูมิดังที่แสดงอยู่ในรูปๆ นี้ปรากฏอยู่ ซึ่งแผนภูมิๆ นี้เองคือที่มาที่ไปว่า เพราะเหตุใดใน DESIGN CODE จึงได้ทำการกำหนดเอาไว้ว่า เพราะเหตุใดเราจึงจำเป็นที่จะต้องทำการตรวจสอบว่าค่า GRAVITY SHEAR RATIO หรือ GSR สำหรับแผ่นพื้นที่ไม่ได้มีการเสริมกำลังใดๆ เป็นพิเศษจะต้องมีค่า GSR ที่น้อยกว่า 0.40 มิเช่นนั้นจำเป็นที่จะต้องพิจารณาระบบหรือวิธีในการเสริมกำลังแก่โครงสร้าง […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง คอนกรีต (STRUCTURAL CONCRETE ENGINEERING DESIGN หรือ SCE) นะครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตเลือกหัวข้อมาอธิบายถึงเรื่องวิธีในการออกแบบโครงสร้างคอนรีตให้สามารถที่จะต้านทานต่อแรงจำพวกหนึ่ง ซึ่งก็คือ แรงเฉือนทะลุ หรือ PUNCHING SHEAR ให้แก่เพื่อนๆ ได้รับทราบกันแต่ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักกับรูปแบบของการวิบัตินี้กันสักเล็กน้อยนะครับ รูปแบบของการที่โครงสร้างเกิดการวิบัติแบบเจาะทะลุ มักจะเกิดขึ้นในโครงสร้างที่มีสัดส่วนความแข็งแรงของโครงสร้างทางด้านข้างที่น้อย (LOW LATERAL STIFFNESS) เช่น แผ่นพื้นไร้คาน คสล และ คอร เป็นต้น ซึ่งเราจะถือได้ว่ารูปแบบของการวิบัตินี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการวิบัติที่พวกเราเหล่าวิศวกรโครงสร้างล้วนแล้วแต่ไม่ต้องการที่จะให้เกิดขึ้นในโครงสร้างของเราเพราะการวิบัติชนิดนี้จะเกิดขึ้นในรูปแบบทันทีทันใด กล่าวคือไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ แจ้งให้เห็นก่อนเกิดการวิบัติเลย ในหลายๆ ครั้งที่การวิบัติแบบนี้เกิดขึ้นในโครงสร้าง และส่งผลทำให้เกิดรูปแบบกลไกการวิบัติแบบต่อเนื่องหรือที่เราเรียกในภาษาอังกฤษว่า PROGRESSIVE COLLAPSE FAILURE MECHANISM หรือ บางครั้งก็เรียกว่า PANCAKE FAILURE MECHANISM สาเหตุที่มีชื่อเรียกแบบนี้เป็นเพราะว่าเมื่อพื้นเกิดการเจาะทะลุที่ชั้นใดๆ และร่วงหล่นลงมาทับที่ชั้นที่อยู่ด้านล่าง หากว่าที่ชั้นล่างนั้นมีความแข็งแรงไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดการเจาะทะลุร่วงลงไปเรื่อยๆ นั่นเองนะครับ เอาเป็นว่าในสัปดาห์หน้าผมจะขออนุญาตมาพูดถึงเรื่องวิธีในการออกแบบโครงสร้างคอนรีตให้สามารถที่จะต้านทานต่อแรงเฉือนแบบเจาะทะลุ หรือ PUNCHING SHEAR ให้แก่เพื่อนๆ ได้รับทราบกันต่อก็แล้วกันนะครับ […]










