ควรใช้ฐานรากลึกเมื่อใด? (เมื่อชั้นดินตื้นอ่อนแอ รับน้ำหนักอาคารไม่ไหว)

362 ควรใช้ฐานรากลึกเมื่อใด? (เมื่อชั้นดินตื้นอ่อนแอ รับน้ำหนักอาคารไม่ไหว)

ควรเลือกใช้ ฐานรากลึก (Deep Foundation) เมื่อมีเงื่อนไขและสถานการณ์หลักดังนี้ครับ:

  • เมื่อชั้นดินตื้นอ่อนแอและรับน้ำหนักไม่ไหว: เป็นกรณีที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่ดินอ่อน (เช่น ดินเหนียวอ่อนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล) ซึ่งดินระดับผิวดินไม่สามารถรองรับน้ำหนักอาคารได้อย่างปลอดภัย จึงต้องใช้เสาเข็มเพื่อถ่ายน้ำหนักลงสู่ชั้นดินแข็งหรือชั้นดินดานที่อยู่ลึกด้านล่าง
  • อาคารมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก: เช่น อาคารสูง อาคารพาณิชย์ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรับน้ำหนักบรรทุก (Load) สูงมาก จนฐานรากแบบแผ่ไม่สามารถกระจายน้ำหนักได้เพียงพอ
  • ต้องการควบคุมการทรุดตัวในระยะยาว: สำหรับโครงสร้างที่ต้องการความมั่นคงสูงและไม่ยอมให้เกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน (Differential Settlement) ซึ่งเป็นสาเหตุให้โครงสร้างบิดเบี้ยวหรือแตกร้าว
  • พื้นที่ก่อสร้างมีลักษณะพิเศษหรือมีความเสี่ยง:
    • พื้นที่ลาดชันหรือริมตลิ่ง: เพื่อความมั่นคงของโครงสร้างในบริเวณที่ชั้นดินเสี่ยงต่อการพังทลาย
    • บริเวณที่เสี่ยงต่อการกัดเซาะ: เช่น ใกล้แม่น้ำหรือชายฝั่ง ซึ่งหน้าดินอาจถูกน้ำกัดเซาะจนกระทบต่อความมั่นคงของฐานรากตื้นได้
  • เมื่อวิศวกรประเมินสภาพชั้นดินแล้ว: หากผลการทดสอบดิน (Soil Test) ระบุว่าชั้นดินดานหรือชั้นที่รับน้ำหนักได้ดีอยู่ลึกเกินกว่าจะทำฐานรากแผ่ได้อย่างประหยัดและปลอดภัย

สรุปหน้าที่สำคัญของฐานรากลึกคือการใช้ เสาเข็ม (Pile) เป็นตัวกลางในการส่งผ่านน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดของอาคาร ลงไปสู่ชั้นดินแข็งที่อยู่ลึกเกินกว่าจะขุดถึง เพื่อป้องกันการทรุดตัวหรือการพังทลายของอาคารครับ