336 สัญลักษณ์เหล็กเสริมฐานรากในแบบก่อสร้าง DB9 DB12 DB16 DB20 หมายถึงอะไร? ต่างกันยังไง? เลือกขนาดไหนให้เหมาะกับงานฐานราก?
สัญลักษณ์เหล็กเสริมที่พบในแบบก่อสร้าง เช่น DB9, DB12, DB16 และ DB20 มีความหมายและความสำคัญต่องานฐานรากดังนี้ครับ
- ความหมายของสัญลักษณ์
- DB ย่อมาจาก Deformed Bar หรือที่เรียกกันว่า เหล็กข้ออ้อย ซึ่งเป็นเหล็กที่มีผิวเป็นปล้องหรือบั้งเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะกับเนื้อคอนกรีต
- ตัวเลข (9, 12, 16, 20) หมายถึง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็ก มีหน่วยเป็น มิลลิเมตร
- ความแตกต่างและการใช้งานแต่ละขนาด
เหล็กแต่ละขนาดจะมีความสามารถในการรับแรงและการใช้งานที่ต่างกัน ดังนี้:
- DB9: (ขนาด 3 หุน) เหมาะสำหรับงานที่รับน้ำหนักไม่มาก หรือส่วนของโครงสร้างขนาดเล็ก
- DB12: (ขนาด 4 หุน) เป็นขนาดที่นิยมใช้มากที่สุดสำหรับเหล็กเสริมในงานพื้นหรือฐานรากของบ้านพักอาศัยชั้นเดียว
- DB16: (ขนาด 5 หุน) มีความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับใช้เป็นเหล็กฐานราก เสา และคาน ของบ้านพักอาศัยทั่วไปหรืออาคารพาณิชย์
- DB20: (ขนาด 6 หุน) สามารถรับแรงได้สูงมาก เหมาะสำหรับฐานรากของอาคารขนาดใหญ่ หรือบ้านที่มีโครงสร้างหนักพิเศษ
- การเลือกขนาดเหล็กให้เหมาะกับงานฐานราก
หลักการเบื้องต้นในการพิจารณาเลือกใช้ (แต่ต้องยึดตามรายการคำนวณของวิศวกรโครงสร้างเป็นหลัก) มีดังนี้ครับ:
- พิจารณาตามน้ำหนักอาคาร:
- บ้าน 1-2 ชั้น ทั่วไปมักเลือกใช้เหล็ก DB12 หรือ DB16 เป็นหลัก
- อาคารสูงหรือโรงงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก จะขยับไปใช้ขนาด DB16 ถึง DB20
- พิจารณาตามประเภทฐานราก:
- ฐานรากแผ่ (Spread Footing): มักใช้เหล็ก DB12 หรือ DB16 ผูกเป็นตะแกรง
- ฐานรากเสาเข็ม (Pile Footing): มักใช้ DB12 – DB16 ขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่เสาเข็มแต่ละต้นต้องรับ
- ข้อจำกัดหน้างาน: เหล็กขนาดใหญ่ (DB20 ขึ้นไป) จะมีความแข็งแรงสูงแต่ดัดขึ้นรูปและทำงานได้ยากกว่าเหล็กขนาดเล็ก นอกจากนี้ เหล็กที่มีขนาดใหญ่ขึ้นยังต้องการระยะฝังทาบ (Lap Splice) ที่ยาวขึ้นตามมาตรฐานวิศวกรรมด้วย
ข้อควรระวังสำคัญ
ในการทำงานฐานราก ต้องใช้เหล็กข้ออ้อย (DB) เท่านั้น ห้ามใช้เหล็กเส้นกลม (RB) สลับหรือแทนกันเด็ดขาด เนื่องจากเหล็กเส้นกลมมีผิวเรียบ ทำให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะคอนกรีตและการรับแรงดึงน้อยกว่าเหล็กข้ออ้อยมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารในระยะยาว

