การบ่มคอนกรีต (Curing) ฐานรากและตอม่อที่ถูกต้องทำอย่างไร?

335 การบ่มคอนกรีต (Curing) ฐานรากและตอม่อที่ถูกต้องทำอย่างไร?

การบ่มคอนกรีต (Curing) ฐานรากและตอม่อที่ถูกต้องคือ การรักษาความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้คอนกรีตสูญเสียน้ำเร็วเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการแตกร้าวและทำให้คอนกรีตไม่ได้กำลังอัดตามที่ออกแบบไว้ โดยมีขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติดังนี้:

  1. วิธีการบ่มคอนกรีตที่เหมาะสม
  • การบ่มด้วยความชื้น (Wet Curing): เป็นวิธีที่นิยมที่สุด ทำได้โดยการใช้ ผ้ากระสอบชุบน้ำให้ชุ่มคลุมทับ ฐานรากและตอม่อทันทีที่คอนกรีตเริ่มแข็งตัว (ประมาณ 2-6 ชั่วโมงหลังเท) และต้องคอยรดน้ำเพิ่มให้เปียกชุ่มอยู่ตลอดเวลา
  • การหล่อน้ำขัง: สำหรับส่วนฐานรากหรือโคนตอม่อ สามารถใช้วิธี ขังน้ำไว้รอบๆ เพื่อรักษาความชื้นให้ต่อเนื่อง
  • การใช้น้ำยาบ่มคอนกรีต (Curing Compound): หากหน้างานเข้าถึงยากหรือต้องการความสะดวก สามารถใช้น้ำยาบ่มพ่นเคลือบผิวเพื่อสร้างฟิล์มป้องกันการระเหยของน้ำ แต่ห้ามฉีดพ่นโดนเหล็กเสริมหรือรอยต่อคอนกรีต เพราะจะทำให้การยึดเกาะเสียไป
  • การทิ้งแบบหล่อไว้: การยังไม่รีบถอดแบบข้างเสาและฐานรากออก จะช่วยป้องกันการสูญเสียความชื้นได้ดี
  1. ระยะเวลาในการบ่ม
  • ตามมาตรฐานทั่วไปควรทำการบ่มต่อเนื่องอย่างน้อย 7-14 วัน
  • ในงานฐานรากและตอม่อ ต้องบ่มติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือตามที่วิศวกรระบุในแบบ
  1. ข้อควรระวังและการเตรียมการ
  • ก่อนการเท: ควรทำให้พื้นที่ที่จะเทคอนกรีตมีความชุ่มชื้นก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ดินดูดน้ำจากเนื้อคอนกรีต ซึ่งจะทำให้คอนกรีตลดความแข็งแรงลง
  • การถอดแบบ: เมื่อถอดแบบหล่อออกแล้ว ควรรีบทำการบ่มให้ครบตามกำหนด ก่อนที่จะเริ่มกลบดิน หลุมฐานราก
  • การตรวจสอบ: ระหว่างการบ่มควรตรวจสอบผิวคอนกรีต หากพบรูพรุนหรือความผิดปกติ ต้องรีบแจ้งวิศวกรเพื่อทำการแก้ไขทันที