ปัญหาการปฏิเสธการตอก (Set): ค่า Set หรือการตอก 10 ครั้งสุดท้าย (Last 10 Blows) มีเกณฑ์ตัดสินอย่างไร?

2217 ปัญหาการปฏิเสธการตอก (Set): ค่า Set หรือการตอก 10 ครั้งสุดท้าย (Last 10 Blows) มีเกณฑ์ตัดสินอย่างไร?

การปฏิเสธการตอก (Set) และการตอก 10 ครั้งสุดท้าย (Last 10 Blows) คืออะไร?

ในการตอกเสาเข็มเพื่อสร้างอาคารหรือต่อเติมบ้าน สิ่งสำคัญสูงสุดทางวิศวกรรมฐานรากที่จะยืนยันว่า เสาเข็มสามารถรับน้ำหนักได้ปลอดภัยตามที่ออกแบบไว้จริงหรือไม่ คือการตรวจสอบ “ค่าการจมตัวของการตอกเสาเข็ม” หรือที่เรียกว่า ค่า Set / Blow Count โดยเฉพาะการวัดระยะจมในการตอก 10 ครั้งสุดท้าย (Last 10 Blows)

  • การปฏิเสธการตอก (Pile Refusal / Set): คือ สภาวะที่เสาเข็มตอกลึกลงไปจนปลายเสาเข็มเริ่มชนหรืออัดแน่นเข้ากับชั้นดินแข็งดาน (Bearing Layer) ส่งผลให้เสาเข็มชะลอการจมตัวลงอย่างกะทันหัน แม้จะถูกตอกกระแทกด้วยลูกตุ้มปั้นจั่น เสาเข็มก็แทบจะไม่จมลงไปในดินเพิ่มเติมแล้ว
  • การตอก 10 ครั้งสุดท้าย (Last 10 Blows): คือ เกณฑ์การทดสอบหน้างานโดยการนับและวัด “ระยะจมสะสมของเสาเข็มจากการถูกตอกกระแทก 10 ครั้งติดต่อกัน” เพื่อนำมาประเมินค่าความแรงและความต้านทานของดินที่ปลายเสาเข็ม

เกณฑ์การตัดสินและวิธีการประเมินค่า Last 10 Blows ทางวิศวกรรม

การตัดสินว่าเสาเข็มตอกได้อัดแน่นถึงชั้นดินแข็งดานและผ่านเกณฑ์การรับน้ำหนักปลอดภัยแล้วหรือยัง ไม่ได้เกิดจากการคาดเดาด้วยสายตา แต่มี เกณฑ์ทางวิศวกรรมปฐพี ในการคำนวณและตรวจสอบดังนี้:

1. การคำนวณค่า Last 10 Blows ที่ยอมให้ (Allowable Set)

วิศวกรโครงสร้างจะคำนวณหา ค่าระยะจมสูงสุดที่ยอมให้ของการตอก 10 ครั้งสุดท้าย โดยอาศัยสูตรการตอกเสาเข็มทางพลศาสตร์ (Pile Driving Formula) ที่นิยมใช้ในประเทศไทย เช่น สูตรของ Hiley (The Hiley Formula) หรือ Engineering News Formula โดยมีปัจจัยในการคำนวณ ได้แก่:

  • กำลังรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยที่ต้องการ (Safe Load / Allowable Load): เช่น 20, 25 หรือ 30 ตันต่อต้น
  • น้ำหนักลูกตุ้มตอก (Hammer Weight): เช่น ตุ้มหนัก 2.5 – 3.5 ตัน
  • ระยะยกตกอิสระของลูกตุ้ม (Drop Height): เช่น ระยะยก 30 – 50 เซนติเมตร
  • น้ำหนักและคุณสมบัติของตัวเสาเข็ม (Pile Weight / Modulus of Elasticity): ความยาว ขนาดหน้าตัด และพื้นที่ผิวเสาเข็ม
  • ค่าการสูญเสียพลังงานและการคืนตัวยืดหยุ่น (Elastic Compression): ค่าการสูญเสียพลังงานในหมอนรองหัวเสาเข็ม ตัวเสาเข็ม และชั้นดินรอบข้าง

ผลลัพธ์จากการคำนวณจะออกมาเป็นตัวเลขระยะจม เช่น “Last 10 Blows ต้องไม่เกิน 15 – 25 มิลลิเมตร” (หมายความว่า เมื่อตอกเสาเข็ม 10 ครั้งติดต่อกัน เสาเข็มต้องจมลงดินรวมกันไม่เกิน 15 – 25 มม. จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์อัดแน่นบนชั้นดินแข็งจริง)

2. ขั้นตอนการทดสอบและเกณฑ์การวัดหน้างานจริง

  1. การสังเกตจุดเริ่มนับ: ช่างจะทำการตอกเสาเข็มลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเสาเข็มลงไปใกล้ระดับความลึกของชั้นดินดานในพื้นที่นั้นๆ และสังเกตเห็นว่าเสาเข็มเริ่มจมลงช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
  2. การทำรอยบันทึก (Drafting): ช่างจะนำกระดาษแข็งมาทาบติดกับตัวเสาเข็ม โดยมีเฟรมไม้อ้างอิงแนวราบตั้งอยู่ด้านข้าง แล้วใช้ดินสอขีดเส้นแนวนอนบนกระดาษในขณะที่ตุ้มตอกกระแทกลงมาทีละครั้ง จนครบ 10 ครั้งติดต่อกัน
  3. การวัดและอ่านค่า: นำระยะจมรวมของการตอก 10 ครั้งนั้นมาวัดด้วยตลับเมตรหรือไม้บรรทัด
    • หากระยะจมที่วัดได้ “น้อยกว่าหรือเท่ากับ” ค่า Last 10 Blows ที่วิศวกรคำนวณไว้: แสดงว่าปลายเสาเข็มตั้งอยู่บนชั้นดินดานที่อัดแน่นปลอดภัยแล้ว สามารถหยุดตอกได้
    • หากระยะจมที่วัดได้ “มากกว่า” ค่าที่คำนวณไว้: แสดงว่าปลายเสาเข็มยังลอยอยู่ในชั้นดินอ่อน ต้องทำการต่อท่อนเสาเข็มและตอกต่อไปจนกว่าจะได้ค่า Last 10 Blows ตามเกณฑ์
    • ข้อควรระวัง (ฝืนตอก): หากตอกจนได้ค่า Last 10 Blows ตามเกณฑ์แล้ว ห้ามฝืนตอกต่ออย่างรุนแรงเด็ดขาด เพราะแรงสะท้อนกลับมหาศาลอาจทำให้หัวเสาเข็มหรือตัวเสาเข็มแตกร้าวชำรุดใต้ดินได้

พิจารณา “เสาเข็มสปันไมโครไพล์” เพื่อคุณภาพฐานรากสูงสุด

หากคุณต้องการงานฐานรากอาคารหรือส่วนต่อเติมที่ เน้นคุณภาพสูงสุด และต้องการความแม่นยำในการเช็คค่า Set หน้างานจริง เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) ของภูมิสยาม คือตัวเลือกอันดับหนึ่งที่วิศวกรโครงสร้างแนะนำด้วยจุดเด่นดังนี้:

  • คอนกรีตแกร่งกว่าเข็มทั่วไปถึง 10 เท่า: ผลิตด้วยเทคโนโลยีปั่นแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางความเร็วสูง (Spun Process) เนื้อคอนกรีตอัดแน่น แข็งแกร่ง ไร้โพรงอากาศ ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 397-2562 และผ่านการรับรอง SCG Endorsed Brand
  • ออกแบบรูกลวงตรงกลางช่วยลดแรงสั่นสะเทือน: ขณะตอก ดินจะดันระบายขึ้นทางรูกลวง ช่วยลดแรงดันดินและแรงสั่นสะเทือนสะท้อนกลับ ทำให้สามารถ เข้าตอกชิดผนังบ้านเดิม หรือแนวกระจกได้ในระยะห่างประชิดขั้นต่ำเพียง 50 เซนติเมตร โดยไม่ทำให้โครงสร้างเดิมแตกร้าว
  • ตอกลึกอัดแน่นถึงชั้นดินแข็งดานแท้จริง: สามารถต่อเชื่อมท่อนเสาเข็มความยาวท่อนละ 1.5 เมตร ตอกลึกลงไปจนถึงชั้นดินแข็งดาน (ความลึกเฉลี่ย 18–21 เมตรในเขตดินอ่อนกรุงเทพฯ-ปริมณฑล หรือ 6–15 เมตรในต่างจังหวัด)
  • ตรวจสอบการรับน้ำหนักได้แม่นยำ 100%: สามารถตรวจสอบกำลังการรับน้ำหนักปลอดภัย (Safe Load 15 – 50 ตัน/ต้น) หน้างานจริงได้ทั้งวิธีเช็คค่า Last 10 Blows และการทดสอบผ่านคลื่นพลศาสตร์ Dynamic Load Test (ตามมาตรฐาน ASTM D4945-96) พร้อมใบรายงานการตอก (Blow Count Report) มอบให้ผู้ว่าจ้าง
  • หน้างานสะอาดสะดวกรวดเร็ว: ติดตั้งด้วยระบบแห้ง (Dry Process) ไม่มีดินโคลนเลอะเทอะ ตอกเสร็จตัดแต่งระดับหัวเสาแล้ว สามารถเริ่มงานผูกเหล็กเทฟุตติ้งเพื่อทำโครงสร้างต่อได้ทันที

สรุปท้ายบทความ

การปฏิเสธการตอก (Set) และการเช็คค่า Last 10 Blows คือหัวใจสำคัญทางวิศวกรรมปฐพีที่ใช้ตัดสินว่าเสาเข็มตอกอัดแน่นถึงชั้นดินแข็งดานและพร้อมรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยแล้วหรือยัง โดยเกณฑ์ตัดสินจะคำนวณจากสูตรทางวิศวกรรมที่พิจารณาจากน้ำหนักตุ้ม ระยะยก น้ำหนักเสาเข็ม และกำลังรับน้ำหนักที่ต้องการ เพื่อได้ระยะจมสูงสุดที่ยอมให้ของการตอก 10 ครั้งสุดท้ายอย่างแม่นยำ ทั้งนี้ การเลือกใช้ “เสาเข็มสปันไมโครไพล์ มาตรฐาน มอก. 397-2562” ของภูมิสยาม คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับงานก่อสร้างและต่อเติมที่ต้องการคุณภาพสูงสุด เพราะนอกจากจะได้เนื้อคอนกรีตแรงเหวี่ยงที่แข็งแกร่งกว่าเข็มทั่วไปถึง 10 เท่า และส่งแรงสั่นสะเทือนต่ำแล้ว ยังสามารถตอกลึกถึงชั้นดินดานพร้อมตรวจสอบค่า Last 10 Blows หน้างานจริงได้อย่างถูกต้อง ช่วยจบปัญหาบ้านหรืออาคารทรุดตัวได้อย่างถาวรตามมาตรฐานวิศวกรรมสูงสุดครับ


เพื่อความมั่นใจและได้รายการคำนวณค่า Last 10 Blows รวมถึงแปลนฐานรากที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม (งานบ้านมีบริการออกแบบแปลนฐานรากให้ฟรีโดยทีมวิศวกรโยธามืออาชีพ) แนะนำปรึกษาที่ ไลน์ @bhumisiam ได้ตลอดเวลาครับ


🏗️ หากคุณมีแบบแปลนอาคาร หรือทราบน้ำหนักบรรทุกที่ต้องการลงต่อฐานราก สามารถแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ทีมวิศวกรช่วยประเมินขนาดหน้าตัดเสาเข็มสปันไมโครไพล์และคำนวณค่าการตอกเบื้องต้นร่วมกันได้เลยนะครับ!