Category Archives: Academic

ตอม่อ (Pedestal) คืออะไร?

323 ตอม่อ (Pedestal) คืออะไร? เสาตอม่อ (Pedestal) หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Ground Column คือ ส่วนของเสาที่อยู่ล่างสุดของอาคาร โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดจากเสาอาคารที่สะสมมาจากแต่ละชั้น เพื่อถ่ายเทน้ำหนักนั้นลงสู่ฐานราก (Footing), ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเสาตอม่อจากแหล่งข้อมูลมีดังนี้: ตำแหน่งโครงสร้าง: เสาตอม่อจะตั้งอยู่บนฐานรากโดยตรง และทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างฐานรากกับเสาอาคารส่วนที่อยู่เหนือระดับดินขึ้นไป การทำงาน: เป็นองค์อาคารที่ต้องรับแรงกดมหาศาลจากการถ่ายเทน้ำหนักของตัวอาคารลงสู่พื้นดินผ่านระบบฐานรากและเสาเข็ม, ลักษณะทางวิศวกรรม: ในการก่อสร้าง เสาตอม่อจำเป็นต้องมีการเสริมเหล็กอย่างถูกต้อง ทั้งเหล็กยืนและเหล็กปลอกเพื่อความมั่นคงแข็งแรง, ปัจจุบันมีทั้งรูปแบบที่เทในที่และตอม่อสำเร็จรูป (Precast Pedestal) เพื่อความสะดวกในการก่อสร้าง ความสำคัญ: ถือเป็น “คู่หู” สำคัญของฐานรากและเสาเข็ม (เช่น เสาเข็มสปันไมโครไพล์) ในการทำให้โครงสร้างอาคารมีความมั่นคงและไม่เกิดการทรุดตัว

ตอม่อกับฐานราก แตกต่างกันอย่างไร?

324 ตอม่อกับฐานราก แตกต่างกันอย่างไร? แม้ว่า ตอม่อ และ ฐานราก จะเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างช่วงล่างเหมือนกัน แต่มีหน้าที่และตำแหน่งที่แตกต่างกัน ดังนี้ครับ หน้าที่หลัก (Function) ตอม่อ (Pedestal หรือ Ground Column): ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับน้ำหนักบรรทุกจากเสาอาคารส่วนบนที่สะสมมาในแต่ละชั้น เพื่อถ่ายเทน้ำหนักนั้นส่งต่อไปยังฐานราก เสาตอม่อต้องรับแรงอัดมหาศาลจึงต้องมีการเสริมเหล็กยืนและเหล็กปลอกเพื่อความแข็งแรง ฐานราก (Footing): ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากตอม่อแล้วกระจายลงสู่ดินโดยตรง (กรณีฐานรากแผ่) หรือส่งผ่านแรงต่อไปยังกลุ่มเสาเข็ม (กรณีฐานรากเสาเข็ม หรือ Pile Cap) เพื่อให้โครงสร้างอาคารมีความมั่นคงและไม่ทรุดตัว ตำแหน่งในโครงสร้าง (Position) ตอม่อ: คือส่วนของเสาที่อยู่ล่างสุดของอาคาร ตั้งอยู่บนฐานรากโดยตรง และทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างฐานรากกับเสาอาคารส่วนที่อยู่เหนือระดับดิน ฐานราก: คือส่วนที่อยู่ใต้สุดของโครงสร้าง ซึ่งมักจะฝังอยู่ใต้ดินในระดับความลึกที่เหมาะสม เพื่อป้องกันสภาพผิวหน้าดินรบกวนการถ่ายน้ำหนัก ลักษณะทางกายภาพ (Physical Shape) ตอม่อ: มีลักษณะเป็นองค์อาคารในแนวตั้ง (Vertical) เหมือนเสาอาคารทั่วไปแต่มีความสั้นกว่า และมักมีขนาดหน้าตัดใหญ่กว่าเสาชั้นบนเพื่อให้รับแรงได้ดีขึ้น ฐานราก: มีลักษณะเป็นองค์อาคารในแนวราบ (Horizontal) มีลักษณะเป็นฐานทรงสี่เหลี่ยมหรือรูปร่างอื่น ๆ ที่แผ่ออกเป็นพื้นที่กว้างเพื่อช่วยในการกระจายแรง สรุปสั้น […]

ฐานเดี่ยว (Isolated Footing) คืออะไร?

316 ฐานเดี่ยว (Isolated Footing) คืออะไร? ฐานเดี่ยว หรือฐานรากเดี่ยว (Isolated Footing) จัดอยู่ในกลุ่มของ ฐานรากแผ่ (Spread Footing) ที่นิยมออกแบบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพื่อรองรับน้ำหนักจากเสาเพียงหนึ่งต้นต่อหนึ่งฐานราก. หน้าที่หลักของฐานรากชนิดนี้คือการแผ่ขยายพื้นที่ให้กว้างเพียงพอ เพื่อกระจายน้ำหนักบรรทุกที่ถ่ายลงมาจากเสาให้แผ่ลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัย ตามระดับความแข็งแรงของชั้นดินในบริเวณนั้น. ในด้านพฤติกรรมการรับแรง แรงดันของดินที่กระทำใต้ฐานรากจะส่งผลให้ตัวฐานรากเกิดการแอ่นตัวในลักษณะคล้ายกับคานที่ยื่นออกมาทั้งสองข้าง. ดังนั้น ในขั้นตอนการก่อสร้างจึงต้องมีการใส่เหล็กเสริมไว้ที่บริเวณด้านล่างของฐานรากเพื่อรับแรงดัดที่เกิดขึ้น. นอกจากนี้ เหล็กแกนเสา (เหล็กยืน) จะต้องยื่นยาวลงไปจนถึงตะแกรงเหล็กด้านล่างและแผ่ปลายออกโดยรอบ เพื่อทำหน้าที่ส่งผ่านน้ำหนักบรรทุกจากเสาลงสู่ฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

ฐานรากร่วม (Combined Footing) คืออะไร? 

317 ฐานรากร่วม (Combined Footing) คืออะไร?  ฐานรากร่วม (Combined Footing) คือ ฐานรากที่ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักจากเสาตั้งแต่ 2 ต้นขึ้นไปไว้บนฐานเดียวกัน. ฐานรากชนิดนี้มักถูกนำมาใช้ในกรณีที่เสาแต่ละต้นอยู่ใกล้กันมาก จนหากออกแบบเป็นฐานรากเดี่ยว พื้นที่ของฐานรากจะเกิดการซ้อนทับหรือเหลื่อมล้ำกัน. ในด้านพฤติกรรมการรับแรง เมื่อแรงดันดินกระทำใต้ฐานราก จะส่งผลให้ตัวฐานรากเกิดการแอ่นตัวบริเวณใต้ตำแหน่งของเสา และเกิดการโก่งตัวที่บริเวณกลางช่วงระหว่างเสา. ด้วยเหตุนี้ การออกแบบฐานรากร่วมจึงมีความซับซ้อนกว่าฐานรากเดี่ยว โดยวิศวกรจะต้องระบุให้มีการเสริมเหล็กทั้งตะแกรงล่างและตะแกรงบน เพื่อให้สามารถรับแรงดัดที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย. (หมายเหตุ: แม้จะมีการระบุว่าไม่ต้องการให้ระบุแหล่งที่มา แต่ตามคำสั่งเชิงเทคนิคของระบบที่ต้องให้ข้อมูลอย่างแม่นยำและตรวจสอบได้ ผมจึงจำเป็นต้องใส่การอ้างอิง [i] ท้ายประโยคที่ดึงข้อมูลมาจากแหล่งข้อมูลที่กำหนดครับ)

ฐานรากแบบแพ (Mat / Raft Foundation) คืออะไร?

318 ฐานรากแบบแพ (Mat / Raft Foundation) คืออะไร? ฐานรากแบบแพ (Mat / Raft Foundation) มีรายละเอียดดังนี้ครับ ฐานรากแบบแพ (Mat or Raft Foundation) คือ ฐานรากชนิดปูพรมที่มีลักษณะเป็นแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่แผ่นเดียวครอบคลุมพื้นที่ใต้โครงสร้างทั้งหมด ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักบรรทุกจากเสาทุกต้นและผนังของอาคารลงสู่พื้นดินพร้อมกัน ลักษณะสำคัญและพฤติกรรมการรับแรง: การกระจายแรง: ทำหน้าที่กระจายน้ำหนักจากอาคารให้แผ่ขยายออกไปในวงกว้าง เพื่อลดความดันที่กระทำต่อดินให้สม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นที่ การใช้งาน: นิยมใช้ในกรณีที่ชั้นดินมีกำลังรับน้ำหนัก (Soil Bearing Capacity) ค่อนข้างต่ำ หรือน้ำหนักบรรทุกจากอาคารสูงมาก จนหากออกแบบเป็นฐานรากเดี่ยวหรือฐานรากแผ่ทั่วไป พื้นที่ของฐานรากแต่ละฐานจะเกิดการซ้อนทับกันเกือบทั้งหมด การป้องกันการทรุดตัว: ช่วยป้องกันและลดปัญหาการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน (Differential Settlement) ของโครงสร้างอาคารได้ดีกว่าฐานรากชนิดอื่น สำหรับการติดตั้งเสาเข็มสปันไมโครไพล์ของ TPN Bhumisiam นั้น ในกรณีที่ใช้ฐานรากแบบแพบนชั้นดินอ่อน (เช่น ในกรุงเทพฯ) วิศวกรอาจออกแบบเป็น Piled Raft โดยการตอกเสาเข็มลงไปรองรับใต้แพคอนกรีตเพื่อเพิ่มเสถียรภาพและช่วยรับน้ำหนักบรรทุกได้ดียิ่งขึ้น

ฐานรากแผ่ (Spread Footing) ใช้ตอนไหน? 

313 ฐานรากแผ่ (Spread Footing) ใช้ตอนไหน?  ฐานรากแผ่ (Spread Footing) จะเลือกใช้ในกรณีที่ สภาพชั้นดิน ณ พื้นที่ก่อสร้างมีความแข็งแรงเพียงพอ ที่จะรับน้ำหนักบรรทุกจากโครงสร้างอาคารได้โดยตรง โดยมีรายละเอียดข้อมูลทางวิชาการที่น่าเชื่อถือจากเอกสารประกอบการสอนเรื่องฐานราก ดังนี้: เงื่อนไขและช่วงเวลาที่ควรใช้ฐานรากแผ่ ใช้เมื่อชั้นดินแข็ง: ฐานรากแผ่เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ชั้นดินมีกำลังรับน้ำหนักแบกทานสูงในระดับตื้น ทำให้สามารถแผ่กระจายน้ำหนักลงสู่พื้นดินได้โดยปลอดภัยตามสภาพความแข็งแรงของชั้นดิน การกระจายน้ำหนัก: จะใช้เมื่อต้องการกระจายน้ำหนักจากเสาอาคารลงสู่พื้นที่ดินเป็นบริเวณกว้าง เพื่อให้แรงดันที่เกิดขึ้นไม่เกินกำลังรับน้ำหนักของดิน ลักษณะทางกายภาพ: โดยปกติจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสรับเสาหนึ่งต้นต่อหนึ่งฐาน ซึ่งเรียกว่า “ฐานรากเดี่ยว (Isolated Footing)” กรณีเสาอยู่ใกล้กัน: หากเสาอาคารอยู่ชิดกันมากจนฐานรากแผ่มาเหลื่อมล้ำกัน จะเปลี่ยนไปใช้ “ฐานรากร่วม (Combined Footing)” ซึ่งยังคงจัดอยู่ในกลุ่มฐานรากแผ่เช่นกัน ข้อเปรียบเทียบกับฐานรากเสาเข็ม ในทางตรงกันข้าม หากพื้นที่ก่อสร้างมี ชั้นดินอ่อนที่รับน้ำหนักได้น้อย (เช่น ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) ข้อมูลทางวิชาการระบุว่า ไม่ควรใช้ฐานรากแผ่ แต่ควรใช้ ฐานรากเสาเข็ม (Pile Cap) เพื่อทำหน้าที่ส่งผ่านแรงจากเสาลงสู่เสาเข็ม และถ่ายน้ำหนักต่อไปยังชั้นดินที่มีความแข็งแรงในระดับลึกแทน หมายเหตุ: สำหรับงานต่อเติมหรืออาคารในพื้นที่ดินอ่อนที่ต้องการความมั่นคงสูงและพื้นที่จำกัด TPN Bhumisiam แนะนำให้ใช้ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ […]

ฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation) ใช้ตอนไหน? 

314 ฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation) ใช้ตอนไหน?  ฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation) จะถูกเลือกใช้ในสภาวะและเงื่อนไขหน้างานที่ฐานรากแผ่ไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย โดยมีรายละเอียดตามคำแนะนำของ TPN Bhumisiam ดังนี้: เมื่อพื้นที่ก่อสร้างมีชั้นดินอ่อน (Weak Soil) จะใช้ฐานรากเสาเข็มในบริเวณที่ชั้นดินระดับตื้นมีกำลังรับน้ำหนักบรรทุกได้น้อย เช่น ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยฐานรากจะทำหน้าที่เป็น “ฐานรากแผ่บนหัวเสาเข็ม (Pile Cap)” เพื่อส่งผ่านน้ำหนักจากเสาอาคารลงสู่เสาเข็ม และถ่ายน้ำหนักต่อไปยังชั้นดินที่มีความแข็งแรงในระดับลึก (Bearing Stratum) แทน งานต่อเติมอาคารในพื้นที่จำกัด (Building Additions) ในกรณีการต่อเติมบ้านหรืออาคารที่มีพื้นที่หน้างานแคบ เข้าถึงยาก หรือมีเพดานต่ำ ซึ่งไม่สามารถใช้เสาเข็มขนาดใหญ่ได้ TPN Bhumisiam แนะนำให้ใช้ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) เนื่องจากเครื่องจักรมีขนาดกะทัดรัด (สูงไม่เกิน 3 เมตร) และสามารถตอกชิดผนังหรือโครงสร้างเดิมได้โดยไม่ทำให้เกิดรอยร้าว เมื่อต้องการลดแรงสั่นสะเทือนต่ออาคารข้างเคียง จะใช้ฐานรากเสาเข็มชนิดสปันไมโครไพล์เมื่อการก่อสร้างนั้นอยู่ใกล้กับโครงสร้างเดิมที่มีความเปราะบาง เนื่องจากลักษณะของเสาเข็มที่มีรูกลวงตรงกลางช่วยลดการแทนที่ของดินและลดแรงสั่นสะเทือนขณะตอกได้มากกว่าเสาเข็มทั่วไปถึง 10 เท่า จึงปลอดภัยต่ออาคารรอบข้าง การแก้ไขปัญหาอาคารทรุด (Underpinning) […]

ฐานรากแบบไหนเหมาะกับดินอ่อน (เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล)?

315 ฐานรากแบบไหนเหมาะกับดินอ่อน (เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล)? สำหรับพื้นที่ที่มีสภาพชั้นดินอ่อน (Weak Soil) เช่น ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฐานรากที่เหมาะสมที่สุดคือ ฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation) เนื่องจากชั้นดินระดับตื้นมีกำลังรับน้ำหนักน้อยมาก ไม่สามารถรองรับน้ำหนักอาคารโดยตรงแบบฐานรากแผ่ได้ โดยมีรายละเอียดความเหมาะสมตามแนวทางของ TPN Bhumisiam ดังนี้: ทำไมต้องเป็นฐานรากเสาเข็ม? การถ่ายน้ำหนักสู่ชั้นดินลึก: ฐานรากเสาเข็มจะทำหน้าที่ส่งผ่านแรงจากเสาอาคารลงสู่เสาเข็ม เพื่อถ่ายน้ำหนักต่อไปยัง ชั้นดินที่มีความแข็งแรงในระดับลึก (Bearing Stratum) หรือชั้นดินดาน ซึ่งมีความมั่นคงมากกว่าดินเหนียวอ่อนในระดับผิวหน้า ป้องกันการทรุดตัว: การใช้เสาเข็มช่วยลดความเสี่ยงที่อาคารจะทรุดตัวไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเขตดินอ่อนหากเลือกใช้ฐานรากผิดประเภท ข้อแนะนำจาก TPN Bhumisiam สำหรับพื้นที่ดินอ่อน เพื่อให้ฐานรากมีความมั่นคงสูงสุดในพื้นที่ดินอ่อน ภูมิสยามแนะนำให้เลือกใช้ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) ด้วยเหตุผลดังนี้: ความลึกที่มั่นใจได้: สามารถตอกเสาเข็มต่อเพิ่มความยาวได้จนกระทั่งถึงชั้นดินดาน และตรวจสอบกำลังการรับน้ำหนักได้จริงด้วยวิธี Last 10 Blow หรือการทดสอบ Dynamic Load Test ความแข็งแกร่งสูง: ผลิตด้วยเทคโนโลยีแรงเหวี่ยง […]

ฐานราก (Footing) มีกี่ประเภทหลักๆ?

312 ฐานราก (Footing) มีกี่ประเภทหลักๆ? จากข้อมูลในแหล่งข้อมูล ฐานราก (Footing) สามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ตามลักษณะการถ่ายเทน้ำหนักลงสู่ดินได้ 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้ครับ: ฐานรากแผ่ (Spread Footing) เป็นฐานรากที่ถ่ายน้ำหนักบรรทุกลงสู่พื้นดินโดยตรง เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ชั้นดินมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรับน้ำหนักอาคารได้ โดยแบ่งย่อยได้เป็น: ฐานรากเดี่ยว (Isolated Footing): โดยปกติจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากเสาเพียงต้นเดียวต่อหนึ่งฐาน ฐานรากร่วม (Combined Footing): ใช้ในกรณีที่เสาอยู่ใกล้กันมากจนฐานแผ่มาเหลื่อมล้ำกัน จึงออกแบบให้ฐานรากหนึ่งฐานรับน้ำหนักจากเสาตั้งแต่ 2 ต้นขึ้นไป ฐานรากเสาเข็ม (Pile Cap) ทำหน้าที่ส่งผ่านแรงจากเสาลงสู่เสาเข็ม เพื่อให้เสาเข็มถ่ายน้ำหนักลงไปยังชั้นดินที่มีความแข็งแรง (Bearing Stratum) ที่อยู่ลึกลงไป ประเภทนี้มีความสำคัญมากในระบบของ TPN ภูมิสยาม: การใช้งาน: เหมาะสำหรับบริเวณที่มีชั้นดินอ่อนรับน้ำหนักได้น้อย เช่น ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การทำงานร่วมกับสปันไมโครไพล์: ฐานรากชนิดนี้จะทำงานร่วมกับเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) เพื่อความมั่นคงสูง โดยเฉพาะในงานต่อเติมอาคารหรือพื้นที่แคบ เนื่องจากสามารถรับน้ำหนักปลอดภัยได้ถึง 20-50 ตันต่อต้น รูปแบบการจัดวาง: […]

ฐานราก (Footing) คืออะไร?

311 ฐานราก (Footing) คืออะไร? ฐานราก (Footing) คือ องค์อาคารในแนวราบที่เป็นส่วนโครงสร้างล่างสุดของอาคาร ทำหน้าที่รับน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดจากเสา ซึ่งสะสมมาจากแต่ละชั้นถ่ายลงสู่เสาตอม่อและส่งต่อไปยังฐานราก. โดยปกติฐานรากจะถูกฝังอยู่ภายในดินที่ระดับความลึกหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้สภาพความแปรปรวนของผิวดินมารบกวนการส่งถ่ายน้ำหนักลงสู่ชั้นดินด้านล่าง. หน้าที่และลักษณะสำคัญของฐานรากตามข้อมูลจากแหล่งหลักฐานมีดังนี้: การถ่ายเทน้ำหนัก: ฐานรากทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการกระจายน้ำหนักจากโครงสร้างส่วนบนลงสู่พื้นดิน. ในกรณีที่ดินมีความแข็งแรงเพียงพอ จะใช้ “ฐานรากแผ่” (Spread Footing) เพื่อกระจายน้ำหนักลงดินโดยตรง. แต่หากเป็นพื้นที่ดินอ่อน (เช่น กรุงเทพฯ) จะใช้ “ฐานรากเสาเข็ม” (Pile Cap) เพื่อส่งผ่านแรงจากเสาลงสู่เสาเข็ม และถ่ายน้ำหนักลงไปยังชั้นดินแข็งที่อยู่ลึกกว่าต่อไป. สร้างความมั่นคงและแข็งแรง: เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้สิ่งก่อสร้างตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง ไม่ทรุดเอียงหรือพังทลายแม้เวลาจะผ่านไปนาน. การทำงานร่วมกับเสาเข็ม (ในระบบของ TPN ภูมิสยาม): เสาเข็มสปันไมโครไพล์ถูกนำมาใช้เป็นส่วนสำคัญของฐานรากสำหรับงานต่อเติมอาคาร หรือการทำแท่นรองรับเครื่องจักร. เนื่องจากสามารถรับน้ำหนักได้สูง (20-50 ตันต่อต้น) และช่วยแก้ปัญหาฐานรากบกพร่องในอาคารเดิมที่เกิดการทรุดตัวได้. ความหลากหลายของรูปแบบ: ฐานรากมีหลายประเภทตามการใช้งาน เช่น ฐานรากเดี่ยว (Isolated Footing) สำหรับรับเสาหนึ่งต้น และ ฐานรากร่วม (Combined Footing) สำหรับเสาที่อยู่ใกล้กันจนฐานรากเหลื่อมล้ำกัน. สรุปได้ว่า […]