สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้และวิธีในการอ่านข้อมูล ซึ่งจะรวมไปถึงการนำข้อมูลจากผลการทดสอบดินหรือ BORING LOG ไปใช้งานมาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ เนื่องจากในเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นผมได้ทำการโพสต์เพื่อที่จะแชร์ความรู้และตอบคำถามให้แก่เพื่อนของผมท่านหนึ่งที่ได้ทำการสอบถามเข้ามาว่า “ผมกำลังจะทำการวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างอาคารโรงงานในจังหวัดทางภาคอีสาน โดยที่ต้องการจะใช้ระบบฐานรากแบบตื้นหรือ SHALLOW FOUNDATION โดยที่ผมตั้งใจที่จะทำการจำลองให้จุดรองรับนั้นเป็นแบบที่สามารถเสียรูปได้หรือ FLEXIBLE SUPPORT ดังนั้นผมจึงอยากที่จะทำการกำหนดให้จุดรองรับนั้นมีสภาพเป็นสปริงแบบยืดหยุ่นหรือ ELASTIC SPRING ซึ่งตอนนี้ผมกำลังมีปัญหาว่า ผมไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นทำการคำนวณหาค่าความแข็งแกร่งหรือ STIFFNESS ในทิศทางของแกน x y และ z ได้อย่างไร รบกวนช่วยขอคำชี้แนะด้วยครับ” โดยที่ผมก็ได้เริ่มต้นทำการโพสต์ๆ การให้คำแนะนำถึงวิธีในการคำนวณหาค่าความแข็งแกร่งของดินเอาไว้โดยสังเขปว่า ให้เราเริ่มต้นจากการสำรวจชั้นดิน ตามมาด้วยการคำนวณหาค่า Kv Kh และ Kr ทั้งนี้เราสามารถที่จะทำการคำนวณหาค่าความแข็งแกร่งของดินในแต่ละแกนได้จากเกณฑ์ความสัมพันธ์ระหว่างค่าความแข็งแกร่งของดินกับค่าโมดูลัสแรงเฉือนของดินหรือ SHEAR MODULUS OF SOIL หรือ Gsoil ทั้งนี้ค่าโมดูลัสแรงเฉือนของดินนี้ก็จะมีความสัมพันธ์กันโดยตรงกับค่าโมดูลัสยืดหยุ่นของดินหรือ ELASTIC MODULUS OF SOIL หรือ Esoil โดยที่อีกค่าหนึ่งที่เราควรจะทราบก็คือ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะมาร่วมกันเสวนาถึงคำถามที่ผมได้เชิญชวนให้เพื่อนๆ ให้มาร่วมสนุกตอบคำถามร่วมกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาที่ผมได้แจ้งกับเพื่อนๆ ไปว่าผมจะนำเอาเรื่อง วิธีการวิเคราะห์โครงสร้างสมัยใหม่ มาทำการให้คำแนะนำกับเพื่อนๆ ดังนั้นในวันนี้ผมเลยคิดว่าน่าจะลองโพสต์ถามเพื่อนๆ ดูเพื่อที่จะตรวจสอบดูสิว่าเพื่อนๆ จะมีพื้นฐานสำหรับที่จะเรียนรู้ในเรื่องๆ นี้มากน้อยเพียงใดและเหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ จากรูปทั้ง 2 ในโพสต์ๆ นี้ โดยที่รูปแรกเป็นรูปโครงสร้าง คานยื่น หรือ CANTILEVER BEAM ที่จะทำหน้าที่ในการรับน้ำหนัก แบบจุด ที่กระทำที่ตำแหน่งปลายสุดของโครงสร้างคานและรูปที่สองเป็นโครงสร้าง คานช่วงเดียว หรือ SIMPLE BEAM ที่จะทำหน้าที่ในการรับน้ำหนัก แบบจุด ที่ตำแหน่งกึ่งกลางของโครงสร้างคาน ผมจะขอให้เพื่อนๆ นั้นช่วยกันคำนวณหาค่า “ความแข็งแกร่ง” หรือ “STIFFNESS” ของโครงสร้างทั้ง 2 อันเนื่องมาจากรูปแบบของน้ำหนักบรรทุกที่กระทำอยู่บนโครงสร้างคานทั้ง 2 นี้กันนะครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับเพื่อนๆ ทุกๆ คน คำถามที่ผมได้ฝากเอาไว้ให้นั้นมันช่างง่ายดายและมีความตรงไปตรงมาเสียจริงๆ เลยใช่หรือไม่ละครับ ? โดยวิธีการคำนวณเราอาจจะเริ่มจากการคำนวณหาค่าการสมการการเสียรูปของโครงสร้างรูปที่ 1 หรือโครงสร้าง คานยื่น […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ได้มีเพื่อนท่านหนึ่งที่เป็นแฟนเพจที่น่ารักของพวกเราได้ให้ความกรุณาทำการสอบถามปัญหาเข้ามาข้อหนึ่งที่มีใจความว่า “ขออนุญาตสอบถามครับ ในการทำโครงถัก ระหว่าง หน้าตัดเหล็กแบบกลมกลวง กับ หน้าตัดเหล็กแบบสี่เหลี่ยมกลวง อันไหนจะใช้งานได้ดีกว่ากันและเพราะอะไรครับ พอดีผมมีโครงการที่จะต่อเติมขยายบ้านกับร้านค้าและไม่ชอบที่มีเสาเยอะๆ เคยเห็นเขาทำแบบโครงถักแต่ไม่รู้รายละเอียดชนิดและขนาดเหล็กที่ใช้ เลยรบกวนสอบถามครับ ผมรอคำแนะนำอยู่นะครับ” ก่อนอื่นเลยผมต้องขอขอบคุณแฟนเพจท่านนี้เสียก่อนที่ได้ให้ความกรุณาสอบถามปัญหากันเข้ามาและโดยส่วนตัวแล้วตัวของผมเองก็เชื่อเหลือเกินว่าเพื่อนๆ ของเราหลายๆ คนในเพจๆ นี้ก็น่าที่จะได้รับประโยชน์จากคำถามข้อนี้เช่นเดียวกันนะครับ จริงๆ หากดูรายละเอียดของปัญหาข้อนี้ก็จะพบว่า ผมเคยได้ให้ความรู้แก่เพื่อนๆ ในประเด็นๆ นี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ไม่เป็นไรครับ ผมจะขอกล่าวซ้ำกันอีกสักรอบนั่นก็คือ หากว่าเราจะทำการเปรียบเทียบระหว่าง หน้าตัดเหล็กแบบกลมกลวง กับ หน้าตัดเหล็กแบบสี่เหลี่ยมกลวง ว่าชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กแบบใดเมื่อหน้าตัดนั้นๆ จะต้องทำหน้าที่รับแรงใดๆ ก็ตามที่มีขนาดและกระทำในทิศทางเดียวกัน หากว่าเราใช้หน้าตัดของเหล็กที่มีขนาดเท่าๆ กัน ซึ่งก็หมายความว่า ขนาดน้ำหนักของเหล็กที่ใช้นั้นก็จะมีค่าเท่าๆ กันด้วย หน้าตัดเหล็กแบบกลมกลวง ย่อมที่จะมีประสิทธิภาพมากกว่า หน้าตัดเหล็กแบบสี่เหลี่ยมกลวง นะครับ นั่นเป็นเพราะ หน้าตัดเหล็กแบบกลมกลวง จะมีค่าโมเมนต์ความเฉื่อยของหน้าตัด หรือ MOMENT OF […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน เนื่องจากในช่วยปลายของสัปดาห์นี้ไปจนถึงช่วงปลายๆ ของสัปดาห์หน้า แอดมินมีกำหนดการที่จะต้องเดินทางไป ณ ประเทศไต้หวัน เพื่อไปนำเสนอผลงานการทำงานวิจัยในระดับ ป เอก ที่กำลังศึกษาอยู่ ทางแอดมินจึงอยากจะขออนุญาตเพื่อนๆ ทุกคนทำการปรับเปลี่ยนผังและแผนของการโพสต์สักเล็กน้อย ทั้งนี้ก็เพื่อให้แอดมินนั้นสะดวกและเราเราก็ยังจะได้สามารถพบกันได้ในทุกๆ วันเหมือนเช่นเคยได้นั่นเองครับ หลังจากงานประชุมผมได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ มากมายในไทเป ซึ่งแต่ละสถานที่ต้องขอบอกเอาไว้เลยว่ามีความน่าประทับใจมากๆ เพราะเรื่องแผ่นดินไหวในบ้านเมืองเค้าเป็นปัญหาใหญ่มากๆ เค้าจึงกล้าที่จะทุ่มงบประมาณมหาศาลให้กับการศึกษาและวิจัยในเรื่องๆ นี้โดยไม่ลังเล ยังไงหลังจากที่ผมกลับจากไต้หวันแล้ว ผมจะขออนุญาตทยอยนำเอาเรื่องราวต่างๆ ที่มีความน่าสนใจๆ เหล่านี้มาเล่าสู่กันฟังแก่เพื่อนๆ ทุกๆ คนนะครับ สำหรับวันนี้ผมจะขอนำเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่เป็นประสบการณ์ที่ผมได้รับในการไปเยือนไต้หวันในครั้งนี้มาเล่าสู่กันฟัง นั่นก็คือเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่ผมกำลังเดินทางกลับเข้าโรงแรมที่พัก ก่อนที่จะถึงโรงแรมประมาณสัก 1 กิโลเมตร ผมได้เดินผ่านสถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่ง โดยที่ผมพยายามที่จะมองเข้าไปและได้มองเห็นรายละเอียดหลายๆ อย่างในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กก็พบว่า งานวิศวกรรมโครงสร้างของเค้าได้รับการก่อสร้างเป็นไปตามข้อกำหนดในเรื่องอาคารต้านทานแรงกระทำจากแผ่นดินไหวจริงๆ และหนึ่งในรายละเอียดเหล่านั้นก็คือหัวข้อของการพูดคุยกันในวันนี้นั่นก็คือการใส่เหล็กปลอกเข้าไปในจุดต่อระหว่างคานและเสานั่นเองครับ ก่อนอื่นผมต้องขอให้เพื่อนๆ ดูจากรูปประกอบรูปที่ 1 ก่อน ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงวิธีการทำงานในทั้งสองรูปแบบ โดยที่รูปแบบแรกก็คือ รูปทางด้านบนซึ่งเป็นรายละเอียดของการทำงานสำหรับกรณีที่โครงสร้างนั้นมีลักษณะเป็นแบบทั่วๆ ไป ก็จะสามารถเห็นได้ว่าเหล็กปลอกของเสาที่อยู่ภายในจุดต่อระหว่างคานและเสานั้นไม่มีข้อกำหนดใดๆ ว่าจะต้องใส่เข้าไป แต่พอมาถึงรูปทางด้านล่างบ้างซึ่งเป็นรายละเอียดของการทำงานสำหรับกรณีที่โครงสร้างต้องรับแรงกระทำจากแผ่นดินไหว ก็จะสามารถเห็นได้ว่าเหล็กปลอกของเสาที่อยู่ภายในจุดต่อระหว่างคานและเสานั้นมีข้อกำหนดว่าจำเป็นที่จะต้องใส่เข้าไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย หากเลื่อนไปดูรูปที่ 2 เพื่อนๆ ก็จะเห็นตัวอย่างของการทำงานรายละเอียดของเหล็กเสริมที่อยู่ภายในจุดต่อระหว่างคานและเสาที่ทางสถาบันวิศวกรรมแผ่นดินไหวของไต้หวันได้ทำขึ้นเพื่อให้นักศึกษาและประชาชนทั่วๆ […]
ต่อเติมบ้านด้วยเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) เสาเข็มคุณภาพโดยภูมิสยาม ทำไมลูกค้าถึงแนะนำและเลือกใช้เสาเข็มและบริการโดยภูมิสยาม เพราะเสาเข็มภูมิสยามได้รับมาตรฐาน มาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง มอก.397-2562 และมาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มอก.396-2549 การผลิตและตอกได้มาตรฐาน ISO 9001:2015 และชีวอนามัยด้านความปลอดภัย ISO 45001:2018 เหมาะสำหรับงานต่อเติมบ้าน เพราะหน้างานสะอาด ไม่มีดินโคลน และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียง เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มที่เหมาะสำหรับงานต่อเติมบ้าน เป็นเสาเข็มขนาดเล็กที่มีความมั่นคงแข็งแรงสูง ปั้นจั่นที่ใช้มีลักษณะสูงไม่เกิน 3 เมตร สามารถเข้าทำงานในที่แคบได้สะดวก และสามารถตอกชิดกำแพงหรือผนังได้ 50 ซม. จากเซ็นเตอร์เสาเข็ม ขณะตอกแรงสั่นสะเทือนน้อยมาก ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเดิมและพื้นที่ใกล้เคียง ต้องการเสาเข็มคุณภาพ ได้มาตรฐาน ที่เหมาะสำหรับงานต่อเติมบ้าน ต้องเสาเข็มสปันไมโครไพล์แท้ โดยภูมิสยาม เราพร้อมบริการทั่วประเทศ Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน เนื่องจากในช่วยปลายของสัปดาห์นี้ไปจนถึงช่วงปลายๆ ของสัปดาห์หน้า แอดมินมีกำหนดการที่จะต้องเดินทางไป ณ ประเทศไต้หวัน เพื่อไปนำเสนอผลงานการทำงานวิจัยในระดับ ป เอก ที่กำลังศึกษาอยู่ ทางแอดมินจึงอยากจะขออนุญาตเพื่อนๆ ทุกคนทำการปรับเปลี่ยนผังและแผนของการโพสต์สักเล็กน้อย ทั้งนี้ก็เพื่อให้แอดมินนั้นสะดวกและเราเราก็ยังจะได้สามารถพบกันได้ในทุกๆ วันเหมือนเช่นเคยได้นั่นเองครับ ในวันอาทิตย์แบบนี้ ผมก็จะนำเอาคำถามหรือปัญหาประจำสัปดาห์ที่ได้ฝากเอาไว้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาๆ เฉลยให้แก่เพื่อนๆ ทุกคนนะครับ สืบเนื่องจากที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้นหลังจากที่เพื่อนๆ ได้รับชมคลิปที่ผมได้แชร์มาจากเพจ สารคดี HD History ไปแล้ว โดยที่คลิปๆ นี้มีความน่าสนใจมากๆ เกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ในการออกแบบและก่อสร้างตึกที่มีความสูงที่สุดในโลก หรือที่มีชื่อของอาคารว่า อาคารเบิร์จคาลิฟา ซึ่งตั้งอยู่ในมหานครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่เพื่อนๆ ก็ไม่ต้องตกใจหรือห่วงไปนะครับ ผมคงไมได้ตั้งใจที่จะตั้งคำถามอะไรที่มีความยากเย็นจนเกินไปเพื่อให้เพื่อนๆ ไม่สามารถที่จะตอบได้ ดังนั้นคำถามที่กำลังจะถามไปก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในเนื้อหาของคลิปก็เพียงเท่านั้น ซึ่งคำถามก็มีทั้งหมด 2 ข้อสั้นๆ นั่นก็คือ อาคารหอเอนปีซ่าที่ตั้งอยู่ในประเทศอิตาลีใช้ระบบฐานรากระบบใดและเหราะเหตุใดโครงสร้างของหอๆ นี้จึงเกิดการเสียรูปและเกิดเอียงตัวไป ? ระบบฐานรากของอาคารเบิร์จคาลิฟาที่ตั้งอยู่ในมหานครดูไบนั้นใช้ระบบของฐานรากเป็นแบบใดและระบบโครงสร้างเสาเข็มของอาคารระบบใดในการรับแรง ? เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ง่ายมากๆ เลยใช่หรือไม่ครับ ผมว่าเราอย่าเสียเวลาเลย […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ที่ผมได้ทำการโพสต์แชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทบทวนความรู้ในการวิเคราะห์โครงสร้างเพื่อการเตรียมตัวที่จะสอบใบประกอบวิชาชีพในเรื่อง กรณีของการวิเคราะห์หาค่าการเสียรูปของโครงสร้างพร้อมๆ กับการวิเคราะห์โครงสร้างที่มีลักษณะเป็นแบบ STATICALLY INDETERMINATE ซึ่งในตอนท้ายตามที่ผมได้เรียนให้เพื่อนๆ ทราบกันว่าเมื่อได้ทำการคำนวณหาค่าการเสียรูปในแนวราบ ณ จุดรองรับ B ผลที่คำนวณได้จะมีค่าเท่ากับ 21.11 มม ซึ่งในมุมมองของผม จากการที่ค่าการเสียรูปในแนวราบที่ยอมให้นั้นมีค่าเท่ากับ 25 มม ซึ่งจะมีความใกล้เคียงกันมากจนเกินไปเพราะเนื่องจากในการคำนวณด้วยมือเมื่อวานนั้น ผมได้ตัดสินใจนำเอาเฉพาะเทอมที่เป็นผลจากการเสียรูปอันเนื่องมาจากแรงดัดมาใช้ในการวิเคราะห์โครงสร้างเท่านั้น ดังนั้นหากให้ผมตัดสินใจด้วยข้อมูลดังกล่าว ผมจึงได้ระบุไปว่าผลมีความเสี่ยงมากจนเกินไป ทางที่ดีควรที่จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างโดยละเอียดโดยอาจจะใช้วิธีกระบวนการทาง FINITE ELEMENT ก็ได้ ผลคือมีเพื่อนของผมท่านหนึ่งได้หลังไมค์มาถามกับผมว่า ผมมีความคิดว่าผลจากการวิเคราะห์โครงสร้างนั้นจะมีค่าความคลาดเคลื่อนมากขนาดนั้นเลยหรือ ? ผมจึงตอบไปว่า ในมุมมองของผมอีกเช่นกัน ผมไม่คิดว่ามันจะเยอะมากมายอะไรขนาดนั้นแต่ด้วยความที่เราเป็นวิศวกรโครงสร้าง เมื่อการคำนวณยังไม่ได้รับการพิจารณาอย่างครบถ้วน ประกอบกับการที่ค่าของคำตอบออกมาใกล้เคียงกันกับค่าที่ยอมให้ เลยทำให้ผมให้ความเห็นไปเช่นนั้น หลังจากนั้นเราก็พูดคุยกันในอีกๆ หลายประเด็นและผมก็ได้รับปากกับเพื่อนท่านนี้ว่า ผมจะนำผลการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยวิธีกระบวนการทาง FINITE ELEMENT มาคำนวณเพื่อเปรียบเทียบผลให้ดูก็ได้ ผลปรากฏว่าก็เป็นไปตามที่ผมได้กล่าวถึงข้างต้นครับ นั่นก็คือผลที่ทำการวิเคราะห์โครงสร้างออกมาจะมีค่าความคลาดเคลื่อนที่น้อยมากๆ นั่นก็คือ ค่าการเสียรูปในแนวราบ ณ จุดรองรับ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน พบกันอีกครั้งหนึ่งในบ่ายวันจันทร์แบบนี้ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การเตรียมตัวสอบเพื่อที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรโยธา มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ในขณะนี้ผมก็ได้พาเพื่อนๆ ทุกคนไปทำการทบทวนความรู้กันถึงเรื่องท้ายๆ ของการวิเคราะห์โครงสร้างกันแล้ว ไม่ทราบว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไรกันบ้างครับ น่าที่จะมีความเข้าใจกันมากขึ้นแล้วใช่หรือไม่ครับ ? ก่อนหน้านี้ผมพาเพื่อนๆ เรียนรู้ถึงกระบวนการในการวิเคราะห์โครงสร้างเพื่อที่จะหาค่าการเสียรูปต่างๆ ภายในโครงสร้างประเภทต่างๆ ไปเป็นที่เรียบแล้วและไม่นานมานี้เองผมก็ได้พาเพื่อนๆ ไปทบทวนกันเกี่ยวกับเรื่องการวิเคราะห์โครงสร้างที่มีลักษณะไม่สามารถที่จะทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีอย่างง่ายตามหลักการของสถิตศาสตร์ไปแล้วด้วย ดังนั้นเนื้อหาในวันนี้ก็อาจจะเป็นกรณีๆ หนึ่งที่เพื่อนๆ อาจจะต้องมีโอกาสพบเจอในการวิเคราะห์โครงสร้างนั่นก็คือ กรณีที่เราต้องทำการวิเคราะห์โครงสร้างที่มีลักษณะไม่สามารถที่จะทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีอย่างง่ายตามหลักการของสถิตศาสตร์ไปพร้อมๆ กับการวิเคราะห์โครงสร้างเพื่อที่จะหาค่าการเสียรูปต่างๆ ภายในโครงสร้างด้วย หากเจอกรณีเช่นนี้เพื่อนๆ คิดว่าจะงงกันหรือไม่ครับ ? ผมขอบอกตรงนี้ไว้เลยนะครับว่าขอให้เพื่อนๆ นั้นสบายใจได้เลยเพราะจริงๆ แล้วไม่มีอะไรต้องกังวลเลยนะครับ ขอเพียงแค่เพื่อนๆ ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อนๆ ก็จะสามารถทำการหาคำตอบของปัญหากรณีนี้ได้นั่นก็คือ ขั้นตอนที่ 1. ทำการแทนให้ ณ ตำแหน่งที่เรามีความต้องการที่จะคำนวณหาค่าการเสียรูปนั้นมีแรงกระทำ DUMMY LOAD ซึ่งมีค่าเท่ากับ Q เอาไว้ โดยให้ทำการแทนให้ทิศทางของเจ้าแรง DUMMY LOAD นี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่คาดหมายว่าโครงสร้างของเรานั้นจะเกิดการเสียรูปไป ขั้นตอนที่ 2. ทำการเลือกเลือกปลดแรงปฏิกิริยา ณ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน พบกันอีกครั้งหนึ่งในบ่ายวันจันทร์แบบนี้ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การเตรียมตัวสอบเพื่อที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรโยธา มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ สืบเนื่องจากเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นผมได้ทำการตั้งคำถามประจำสัปดาห์ โดยที่ปัญหานั้นเกี่ยวข้องกันกับการวิเคราะห์โครงสร้างโครงข้อแข็งที่ไม่สามารถจะทำการวิเคราะห์ได้ด้วยวิธีการอย่างง่ายหรือ INDETERMINATE RIGID FRAME นั่นเอง มีรุ่นน้องท่านหนึ่งที่ติดตามการโพสต์ของผมได้อินบ็อกซ์เข้ามาในเฟซบุ้คส่วนตัวของผมพร้อมกับแจ้งมาว่า “ผมติดตามบทความของพี่มาโดยตลอด ต้องขอบคุณพี่ด้วยนะครับ ยังไงรบกวนพี่ช่วยตอบคำถามของผมด้วยเพราะผมได้ทำการวิเคราะห์โครงสร้างตามปัญหาที่พี่ได้ตั้งขึ้นโดยใช้ซอฟต์แวร์ทางไฟไนต์อีลีเมนต์ XXX ผลปรากฏว่าได้คำตอบคลาดเคลื่อนออกไปจากของพี่ เช่น ค่าแรงปฏิกิริยาในแนวราบที่จุด B ที่ผมคำนวณได้จะเท่ากับ 14.4 TONS แต่ของพี่ที่คำนวณได้เท่ากับ 15 TONS อยากทราบว่าเกิดขึ้นจากเหตุผลอะไร ขอขอบคุณพี่ล่วงหน้านะครับ” ผมต้องขอบคุณน้องท่านนี้เหมือนกันนะครับที่อุตสาห์ติดตามบทความของผมมาโดยตลอด และยังขยันนำปัญหาของผมไปทำการจำลองในซอฟต์แวร์ทางไฟไนต์อีลีเมนต์อีก ต้องขอปรบมือให้เลย สำหรับคำตอบของปัญหาของน้องจริงๆ ผมก็ได้พูดถึงตอนที่อธิบายในคลิปไปแล้วนั่นก็คือ เกิดจากการที่เราจะนำเทอมของการเสียรูปอื่นๆ มาคิดคำนวณผลด้วยหรือไม่นั่นเองครับ อย่างที่ผมได้เคยยกตัวอย่างไปก่อนหน้านี้ว่า ผลจากการที่เราจะนำเทอมของการเสียรูปอื่นๆ มาคิดคำนวณผลด้วยจะส่งผลโดยตรงต่อคำตอบ ส่วนผลของการเกิดความแตกต่างดังกล่าวนั้นจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของหน้าตัดโครงสร้างเป็นหลัก ปัญหาข้อนี้ก็เช่นกัน โดยที่ผมจะทำการยกตัวอย่างการคำนวณคร่าวๆ ให้ก็ได้ครับ ผมกำหนดให้ค่าพื้นที่หน้าตัดของคานในปัญหาข้อนี้ให้มีค่าเท่ากับ 0.24 SQ.M ส่วนพื้นที่หน้าตัดของเสาจะมีค่าเท่ากับ 0.12 SQ.M และให้ค่าโมดูลัสยืดหยุ่นของหน้าตัดให้มีค่าเท่ากับ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน พบกันอีกครั้งหนึ่งในบ่ายวันจันทร์แบบนี้ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การเตรียมตัวสอบเพื่อที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรโยธา มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ขณะนี้ผมกำลังพาเพื่อนๆ ทบทวนเนื้อหาอยู่ภายในหัวข้อ การนำเอาวิธีการที่มีชื่อเรียกว่า วิธีการงานน้อยที่สุด หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า LEAST WORK METHOD ซึ่งถือได้ว่าวิธีการนี้เป็น CLASSICAL METHOD วิธีการหนึ่งเลยก็ว่าได้ โดยที่วิธีการนี้จะเป็นการต่อยอดนำเอาวิธี CASTIGLIANO’S 2’ND THEOREM มาประยุกต์ใช้งานสำหรับการแก้ปัญหางานวิศวกรรมโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นแบบ STATICALLY INDETERMINATE ดังนั้นในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการอธิบายวิธีในการประยุกต์ใช้วิธีการๆ นี้กับโครงสร้างประเภท โครงข้อแข็ง หรือ RIGID FRAME โดยที่รายละเอียดของวิธีการนั้นจะเป็นดังต่อไปนี้ครับ จากรูปๆ นี้เมื่อเราต้องการที่จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างโครงข้อแข็ง นี้ สิ่งแรกที่เราจะต้องทำคือ ทำการตรวจสอบ DEGREE OF INDETERMINACY หรือค่า DI ของระบบโครงสร้างคานรับแรงดัดนี้ออกมาให้ได้เสียก่อน จากนั้นพอเราทราบค่า DI เราก็จะทำการเลือก “ปลด” เทอมของ “แรงตัวเกิน” หรือ REDUNDANT ออกจนกว่าโครงสร้างนั้นๆ จะมีสภาพที่เป็น […]










