380 น้ำท่วมขังใต้ฐานราก อันตรายหรือไม่? (อันตราย ทำให้ดินอ่อนตัวลง รับน้ำหนักได้น้อยลง และเหล็กเป็นสนิม)
น้ำท่วมขังใต้ฐานรากจัดเป็น อันตรายอย่างยิ่ง ต่อความมั่นคงของโครงสร้างบ้านและอาคาร โดยส่งผลเสียที่สำคัญ 3 ประการดังนี้ครับ:
- ดินอ่อนตัวและสูญเสียกำลังรับน้ำหนัก
- ดินอ่อนตัวลง: เมื่อน้ำเข้าไปแทรกซึมในรูพรุนของดิน โดยเฉพาะดินเหนียว จะทำให้ดินขยายตัวและสูญเสียแรงยึดเหนี่ยว ทำให้ดินอ่อนยวบลงอย่างมีนัยสำคัญ
- ความสามารถในการรับน้ำหนักลดลง: แรงดันของน้ำจะทำให้ความสามารถในการรับแรงของดินต่ำลง ส่งผลให้ดินไม่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกตามที่ออกแบบไว้ได้
- เสี่ยงต่อการพังทลาย: การขึ้นลงของระดับน้ำที่รวดเร็วอาจกัดเซาะดินใต้ฐานราก ทำให้ดินพังทลายและเกิดปัญหา การทรุดตัวไม่เท่ากัน (Differential Settlement) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผนังและเสาแตกร้าว
- เหล็กเสริมในฐานรากเป็นสนิม
- การเกิดสนิม: ความชื้นและออกซิเจนในน้ำเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้เหล็กเสริมภายในคอนกรีตกลายเป็นสนิม
- คอนกรีตระเบิด: เมื่อเหล็กเป็นสนิมจะมีปริมาตรขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 3-5 เท่า แรงดันจากการขยายตัวนี้จะดันให้เนื้อคอนกรีตปริแตกและกะเทาะออกมา (Concrete Spalling) ทำให้โครงสร้างสูญเสียความแข็งแรง
- สารเคมีกัดกร่อน: หากน้ำที่ท่วมขังมีความเป็นกรดหรือมีสารละลายเกลือคลอไรด์ จะยิ่งเร่งให้เหล็กเกิดสนิมและทำลายผิวคอนกรีตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- คอนกรีตเสื่อมสภาพและสูญเสียกำลัง
- สูญเสียกำลังอัด: น้ำที่ขังเป็นเวลานานจะแทรกซึมเข้าไปในรูพรุนของเนื้อคอนกรีต ทำให้คอนกรีตเปราะและเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด
- ปัญหาแรงดันน้ำ: ระดับน้ำที่สูงจะสร้างแรงดันน้ำดันขึ้นใต้ฐานราก (Hydrostatic Uplift) ซึ่งอาจทำให้โครงสร้างอาคารใต้ดินเกิดการลอยตัวหรือแตกร้าวได้
ข้อแนะนำเบื้องต้น: หากพบปัญหาน้ำท่วมขัง ควรเร่งระบายน้ำออกและทำช่องระบายน้ำรอบฐานรากเพื่อตัดวงจรความชื้น ในการก่อสร้างใหม่ควรพิจารณา เพิ่มระยะหุ้มคอนกรีต (Concrete Cover) ให้หนาขึ้น หรือใช้ น้ำยาผสมคอนกรีตกันซึม เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าถึงเหล็กเสริมครับ

