378 จะแก้ไขปัญหาฐานรากทรุดได้อย่างไร? (ต้องให้วิศวกรประเมินและทำการเสริมกำลังฐานราก (Underpinning))
การแก้ไขปัญหาฐานรากทรุดตัวเป็นงานทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง จึงจำเป็นต้องได้รับการสำรวจและออกแบบโดย วิศวกรโครงสร้างผู้เชี่ยวชาญ เท่านั้น โดยมีแนวทางและขั้นตอนการแก้ไขตามหลักวิศวกรรมดังนี้ครับ:
- การสำรวจและประเมินปัญหาโดยวิศวกร
ก่อนเริ่มการแก้ไข วิศวกรจะเข้ามาตรวจสอบรอยร้าว ประเมินอัตราการทรุดตัว และคำนวณน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้าง (Column Load) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการแก้ไขที่ถูกต้อง
- การเสริมกำลังฐานราก (Underpinning)
เป็นวิธีหลักในการหยุดยั้งไม่ให้อาคารทรุดตัวเพิ่มเติม มีขั้นตอนดังนี้:
- การขุดเปิดหน้าดิน: ขุดดินบริเวณฐานรากเดิมที่มีปัญหาเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการเสริมเข็มใหม่
- การติดตั้งเสาเข็มเสริม: นิยมใช้ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) หรือเสาเข็มเหล็กกดด้วยระบบไฮดรอลิก เนื่องจากเครื่องจักรมีขนาดเล็ก สามารถเข้าทำงานในพื้นที่แคบใต้ถุนอาคารได้ (ความสูงปั้นจั่นไม่เกิน 3 เมตร) และเกิดแรงสั่นสะเทือนน้อยขณะติดตั้ง ซึ่งจะไม่กระทบต่อโครงสร้างเดิมที่มีปัญหาอยู่แล้ว
- การตอกให้ลึกถึงชั้นดินแข็ง: ปลายเสาเข็มจะถูกกดลงไปจนถึงชั้นดินดาน (Bearing Stratum) ที่สามารถรับน้ำหนักได้อย่างมั่นคง
- การทำฐานรากใหม่เชื่อมต่อ: เมื่อเสริมเข็มเสร็จ จะทำการหล่อคอม้าหรือฐานรากใหม่เชื่อมเข้ากับโครงสร้างเสาเดิม เพื่อถ่ายน้ำหนักอาคารทั้งหมดลงสู่เสาเข็มชุดใหม่นี้
- การดีดอาคารและยกปรับระดับ (Lifting & Jacking)
หลังจากเสริมฐานรากจนมั่นคงแล้ว หากอาคารมีความเอียง วิศวกรจะใช้ระบบ แม่แรงไฮดรอลิก (Hydraulic Jacks) ติดตั้งที่ฐานรากแต่ละจุด จากนั้นจะตัดโครงสร้างเสาเดิมออกจากฐานรากเดิมแล้วค่อยๆ ยกอาคารฝั่งที่ทรุดขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมวัดระดับความเอียงตลอดเวลาจนกระทั่งอาคารกลับมาอยู่ในระดับที่สมดุลตามหลักวิศวกรรม แล้วจึงเชื่อมต่อโครงสร้างให้แข็งแรง
- การปรับปรุงคุณสมบัติดิน (Soil Improvement)
ในกรณีที่การทรุดตัวเกิดขึ้นไม่มาก หรือโครงสร้างยังไม่เสียหายรุนแรง อาจใช้วิธีปรับปรุงชั้นดินใต้ฐานรากเพื่อเพิ่มกำลังรับน้ำหนัก เช่น:
- การฉีดซีเมนต์แรงดันสูง (Jet Grouting): เพื่อผสมซีเมนต์กับดินให้กลายเป็นชั้นที่แข็งแรงขึ้น
- การฉีดสารพียูโฟม (Polyurethane Injection): ฉีดสารพียูโฟมความหนาแน่นสูงลงใต้ดิน เพื่อให้โฟมขยายตัวดันโพรงใต้ดินและช่วยยกปรับระดับพื้นอาคารคืนมา
ข้อควรระวังสำคัญ: การแก้ไขฐานรากที่ชำรุดนั้นทำได้ยากและเสี่ยงต่อการพังทลายของอาคารหากทำไม่ถูกวิธี ห้ามทำการขุดดินข้างฐานรากหรือดัดเหล็กโครงสร้างเองโดยพลการ เพราะอาจทำให้ดินใต้ฐานรากพังทลายจนอาคารวิบัติได้ทันที

