สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน พบกันอีกเช่นเคยในวันบ่ายจันทร์แบบนี้โดยที่หัวข้อในวันนี้ผมจะมาเฉลยคำตอบในการสอบใบประกอบวิชาชีพในระดับภาคีวิศวกรที่ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของสภาวิศวกรนะครับ ในวันนี้จะเป็นข้อสอบในวิชา STRUCTURAL ANALYSIS นะครับ โดยที่ข้อสอบข้อนี้มีรายละเอียดของถามว่า ข้อที่ 191 จากรูป จงใช้วิธี PORTAL วิเคราะห์โครงข้อแข็ง ซึ่งมีค่า EI คงที่ทุกชิ้นส่วน ในการหาค่าแรงปฏิกิริยาที่จุดรองรับ A เฉลย สิ่งที่เราควรทำเมื่อเจอปัญหาแบบนี้ คือ เราควรที่จะต้องมองให้ออกเสียก่อนว่าโครงสร้างนั้นๆ จะสามารถที่จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างได้โดยวิธี อย่างง่าย หรือ อย่างยาก ซึ่งในปัญหาข้อนี้หากผมมองด้วยตาเปล่าเราก็คงพอจะทราบดีอยู่แล้วนะครับว่าโครงสร้างๆ นี้จะเป็นโครงสร้างที่จะต้องอาศัยการในการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยวิธีอยากยากอย่างแน่นอน แต่เอาละ หากเราจะทำการตรวจสอบหาค่าดัชนีของความยากในการวิเคราะห์ (DEGREE OF INDETERMINACY) เราก็สามารถทำได้เช่นกันนะครับ โดยเราจะให้ค่า J คือ จำนวนของจุดต่อแบบสามารถที่จะถ่ายแรงดัดได้ (NUMBER OF MOMENT CONNECTIONS) จำนวนทั้งหมดเท่ากับ 6 จุดต่อ ค่า C คือ จำนวนของ จุดต่อแบบยึดหมุนที่อยู่ภายในโครงสร้าง (NUMBER OF INTERNAL HINGES) จำนวนทั้งหมดเท่ากับ 0 […]
Monthly Archives: February 2020
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การคำนวณทางด้านกลศาสตร์โครงสร้าง (STRUCTURAL MECHANICS COMPUTATION หรือ SMC) นะครับ เนื่องจากเมื่อวันก่อนผมได้โพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องข้อสอบในวิชา THEORY OF STRUCTURES ไปและในเนื้อหาของการโพสต์มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคำว่า จุดต่อที่มีแรงภายนอกกระทำเท่ากับ ศูนย์ (ZERO FORCE NODES) หรือ จุดต่อที่จะมีแรงในชิ้นส่วนรอบๆ จุดต่อนั้นๆ เท่ากับ ศูนย์ (ZERO FORCE MEMBERS) ปรากฏว่าได้มีเพื่อนๆ ของผมหลายคนสนใจและทำการสอบถามความหมายของคำๆ นี้มากันหลายคนเลย ในวันนี้จึงคิดว่าจะขออนุญาตมาทำการขยายความถึงคำๆ นี้กันสักเล็กน้อยนะครับ จุดต่อที่จะมีแรงในชิ้นส่วนรอบๆ จุดต่อนั้นๆ เท่ากับ ศูนย์ นั้นจะเกิดขึ้นได้ในโครงสร้างโครงถักในกรณีที่ จุดต่อนั้นๆ มีลักษณะดังต่อไปนี้ (1) เป็นจุดต่อที่ ด้านบน หรือ ด้านล่าง ของโครงถักก็ได้ ที่มีตำแหน่งอยู่ที่ ด้านปลาย ของโครงถัก และ ไม่มีแรงกระทำใดๆ กระทำที่จุดต่อนั้นๆ หากเป็นกรณีเช่นนี้จะส่งผลทำให้ชิ้นส่วนทุกๆ ชิ้นรอบๆ จุดต่อนั้นๆ มีค่าเท่ากับศูนย์ ตย […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน พบกันอีกเช่นเคยในวันบ่ายจันทร์แบบนี้โดยที่หัวข้อในวันนี้ผมจะมาเฉลยคำตอบในการสอบใบประกอบวิชาชีพในระดับภาคีวิศวกรที่ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของสภาวิศวกรนะครับ ในวันนี้จะเป็นข้อสอบในวิชา THEORY OF STRUCTURES นะครับ โดยที่ข้อสอบข้อนี้มีรายละเอียดของถามว่า ข้อที่ 94 โครงสร้างดังรูป แรงปฏิกิริยาที่จุด B มีค่าเท่าใด ? เฉลย สิ่งที่เราควรทำเมื่อเจอปัญหาแบบนี้ คือ เราควรที่จะต้องมองให้ออกเสียก่อนว่าโครงสร้างนั้นๆ จะสามารถที่จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างได้โดยวิธี อย่างง่าย หรือ อย่างยาก ในปัญหาข้อนี้ก็เช่นกัน หากเราทำการตรวจสอบหาค่าดัชนีของความยากในการวิเคราะห์ (DEGREE OF DETERMINACY) หากเราให้ค่า EQ.EQ. คือ จำนวนของสมการสมดุล (EQUILIBRIUM EQUATIONS) ค่า C คือ จำนวนของจุดต่อภายใน (INTERNAL HINGED) และ ค่า R คือ จำนวนของแรงปฏิกิริยาที่จุดรองรับ เราจะพบว่าเรามีค่าแรงที่เราทราบค่า (KNOWN DATA) อยู่ทั้งหมดเท่ากับ EQ.EQ. + C = 3 + 0 = […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง คอนกรีต (STRUCTURAL CONCRETE ENGINEERING DESIGN หรือ SCE) นะครับ เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ครับว่า ในการกำหนดเพื่อที่จะทำการออกแบบค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตรูปทรงทรงกระบอกมาตรฐาน (STANDARD CYLINDRICAL COMPRESSIVE STRENGTH) เมื่อต้องนำมาใช้ในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทคอนกรีตอัดแรง เช่น ระบบพื้นไร้คานท้องเรียบคอนกรีตอัดแรงชนิดทำการดึงเหล็กในภายหลัง (POST-TENSIONED CONCRETE FLAT PLATE SLAB) เป็นต้น เราจะจำเป็นที่จะต้องพิจารณาถึงค่าๆ นี้ที่ 2 สภาวะด้วยกัน นั่นก็คือ (1) สภาวะกำลังอัดในช่วงสภาวะเริ่มแรกก่อนที่จะทำการดึงเส้นลวดอัดแรง (INITIAL COMPRESSIVE STRENGTH) (2) สภาวะกำลังอัดในช่วงสภาวะใช้งานภายหลังจากที่ทำการดึงเส้นลวดเสร็จแล้วอัดแรง (FULL COMPRESSIVE STRENGTH) สาเหตุนั้นเป็นเพราะว่า ในการทำงานระบบโครงสร้าง คอร เรามักที่จะต้องการให้เกิดความรวดเร็วในการทำงานที่มากกว่าระบบโครงสร้าง คสล ค่อนข้างมาก ทำให้เราต้องเร่งทำการดึงเส้นลวดอัดแรงเพื่อให้โครงสร้างนั้นๆ สามารถที่จะรับกำลังได้ ดังนั้นเราจึงมักไม่นิยมรอให้ค่ากำลังอัดของคอนกรีตนั้นมีการพัฒนาตัวเองไปจนถึงที่อายุ 28 วัน ดังนั้นเมื่อทำการออกแบบโครงสร้าง คอร […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ ภาษาสำหรับงานวิศวกรรม (ENGLISH FOR ENGINEERING WORK หรือ EEW) นะครับ วันนี้ผมจะมาให้คำแนะนำกับเพื่อนๆ ให้รู้จักกับวิธีในการที่เพื่อนๆ จะทำการแนะนำตนเอง โดยที่วันนี้ผมจะเน้นการที่เราแนะนำตัวเองเวลาไปทำการสัมภาษณ์งานเป็นหลักนะครับ เริ่มจากประโยคแรก คือ การกล่าว ชื่อ และ สกุล ของเราก่อน โดยเราอาจที่จะพูดว่า “My name is …………………… (name) …………………… (surname)” ซึ่งจะมีความหมายว่า “ฉันชื่อ …………………… (ชื่อ) …………………… (สกุล)” ต่อมา คือ การบอก อายุ สภานะการสมรส และ สถานะทางทหาร โดยเราอาจที่จะพูดว่า “I’m ……………… (years) I am ……………… (status) and right now my military […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การออกแบบวิศวกรรมงานดินและฐานราก (GEOTECHNICAL & FOUNDATION ENGINEERING DESIGN หรือ GFE) นะครับ พบกันอีกครั้งหนึ่งในบ่ายวันเสาร์แบบนี้นะครับ และ เหมือนเช่นเคยนะครับ วันนี้ผมจะมีคำถามที่อยากจะขอเชิญชวนให้เพื่อนๆ นั้นได้มาร่วมสนุกตอบคำถามด้วยกันนะครับ จากรูปจะเห็นได้ว่า ผมมีฐานราก คสล อยู่ 2 ฐาน นั่นก็คือฐานรากที่มีเสาเข็ม SPUN MICROPILE ขนาด 230 MM ที่มี่ SAFE LOAD เท่ากับ 25 T/PILE จำนวนทั้งหมด 6 ต้น ต่อ 1 ฐาน นั่นก็คือฐานราก F6 (A) และ F6 (B) ฐานรากทั้ง 2 นี้จะต้องรับ นน ตามแนวแกน (AXIAL LOAD) ใช้งานจากตอม่อเท่ากับ 60 […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การออกแบบวิศวกรรมงานดินและฐานราก (GEOTECHNICAL & FOUNDATION ENGINEERING DESIGN หรือ GFE) นะครับ พบกันอีกครั้งหนึ่งในบ่ายวันเสาร์แบบนี้นะครับ และ เหมือนเช่นเคยนะครับ วันนี้ผมจะมีคำถามที่อยากจะขอเชิญชวนให้เพื่อนๆ นั้นได้มาร่วมสนุกตอบคำถามด้วยกันนะครับ จากรูปจะเห็นได้ว่า ผมต้องการที่จะทำการฝังถังบำบัดที่ทำจากวัสดุโพลีเอทธีลีนไว้ในบริเวณสวนด้านหลังบ้านที่มีขนาดความจุเท่ากับ 1800 ลิตร ไว้ใต้ดิน โดยที่จะใช้ฐาน คสล ขนาดความหนา 0.20 M มีขนาดความกว้างและความยาวเท่ากับ 2.00×2.00 M รองอยู่ที่ด้านล่าง หากว่าดินที่ผมจะนำใช้ในการถมนั้นเป็นดินอ่อนซึ่งมีหน่วย นน ของดินเท่ากับ 1.60 T/CU.M เพื่อนๆ ลองมาช่วยผมทำการคำนวณดูหน่อยดีมั้ยครับว่า นน ที่เราจะต้องทำการออกแบบเพื่อให้โครงสร้างเสาเข็มนั้นมารับที่ด้านล่างของฐาน คสล นี้ควรที่จะมีค่าเป็นเท่าใหร่ดี ? โดยเพื่อนๆ สามารถที่จะให้สมมติฐานต่างๆ ที่ใช้ในการตอบเพิ่มเติมได้ตามที่เพื่อนๆ ต้องการ และ ได้โปรดอย่าลืมทิ้งอีเมล์ไว้ตอนท้ายด้วย เพราะ ผมมีของรางวัลเล็กๆ น้อยเป็นน้ำใจแก่ผู้ร่วมสนุกตอบคำถามทุกๆ ท่านเลยครับ หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การคำนวณทางด้านกลศาสตร์โครงสร้าง (STRUCTURAL MECHANICS COMPUTATION หรือ SMC) นะครับ สืบเนื่องจากการที่ก่อนหน้านี้มีรุ่นพี่วิศวกรที่ผมรักและเคารพของผมท่านหนึ่งได้โพสต์ถามกับผมมาหลังไมค์ว่า “ในกรณีที่คานรับแรงดัดของเรานั้นมีหน้าตัดที่ไม่คงที่ เช่น มีเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ในช่วงคานเดียวกัน จะเกิดผลอย่างไร และ ควรที่จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างและทำการออกแบบอย่างไรครับ ?” ซึ่งจริงๆ ผมก็ได้สรุปโดยให้คำแนะนำกับพี่ท่านนี้ไปแล้วว่า ไม่ต้องกังวลในประเด็นนี้มากจนเกินไปนักนะครับ เพราะ ผลที่เกิดขึ้นนั้นไม่ถือว่ามากมายอะไรนัก โดยเฉพาะหากในกรณีที่โครงสร้างของเรานั้นมีสภาพเป็นโครงสร้างที่สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยวิธีการทางสถิตศาสตร์ (DETERMINATE STRUCTURE) เพราะ โครงสร้างจะมีผลจากการที่หน้าตัดนั้นมีความไม่คงที่ก็เฉพาะในกรณีที่โครงสร้างของเรานั้นมีสภาพเป็นโครงสร้างที่ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยวิธีการทางสถิตศาสตร์ (INDETERMINATE STRUCTURE) เท่านั้น ประกอบกับเราจะพบว่าในปัจจุบันนั้นจะมีคู่มือสำหรับทำรายละเอียด (DETAILING MANUAL) หรือ มาตรฐานการออกแบบ (DESIGN CODE) สำหรับการก่อสร้างจุดต่อของหน้าตัดที่มีความไม่คงที่เหล่านี้ออกมาอย่างมากมาย เราเพียงแค่พยายามที่จะทำการให้รายละเอียดของจุดต่อเหล่านี้ให้มีความสอดคล้องกันกับคู่มือหรือมาตรฐานเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นการเพียงพอแล้วนะครับ ดังนั้นเพียงแค่เวลาที่เราทำการวิเคราะห์โครงสร้างก็ขอให้เราออกคำสั่งให้ซอฟต์แวร์ที่เราใช้ในการวิเคราะห์โครงสร้างนั้นทำการวิเคราะห์โครงสร้างคานตามสัดส่วนของหน้าตัดที่เปลี่ยนแปลงไปจริงๆ เพียงเท่านี้ก็จะให้ผลการวิเคราะห์โครงสร้างที่สอดคล้องกับสภาพการณ์จริงแล้ว จากนั้นเราก็แค่ทำการออกแบบให้หน้าตัดคานของเรานั้นมีความสามารถในการที่จะรับแรงตามค่าที่เราวิเคราะห์ได้จริงๆ ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ ในวันนี้ผมจึงได้ทำ ตย เพื่อประกอบกับคำอธิบายข้างต้นของผมมาให้แก่เพื่อนๆ ทุกๆ คนนั้นได้รับชมกันด้วยนะครับ ผมมีคาน คสล อยู่ 4 ชุด โดยที่แต่ละชุดจะมี 2 […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง คอนกรีต (STRUCTURAL CONCRETE ENGINEERING DESIGN หรือ SCE) นะครับ สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ผมได้โพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง จุดหมุนพลาสติก (PLASTIC HINGED) นะครับ ก็มีเพื่อนของผมท่านหนึ่งได้สอบถามมาด้วยคำถามที่สุดแสนจะคลาสสิคมากๆ คำถามหนึ่งว่า “ หากผมต้องการที่จะทำการออกแบบโครงสร้าง คสล ให้มีพฤติกรรมนั้นเป็นไปตามที่ผมได้อธิบายไปนั้นผมควรที่จะต้องทำการออกแบบโดย วิธีหน่วยแรงใช้งาน (WORKING STRESS DESIGN METHOD) หรือ วิธีกำลัง (STRENGTH DESIGN METHOD) ดีครับ ? “ จริงๆ คำถามนี้ผมเคยตอบไปนานมากแล้วนะครับ ว่าหากจะให้ผมแนะนำวิธีในการ ออกแบบ โครงสร้าง คสล แก่เพื่อนๆ สัก 1 วิธี ผมก็จะขอแนะนำให้เพื่อนๆ เลือกใช้ วิธีกำลัง ในการ ออกแบบ เพราะว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่เราทำการพิจารณานำเอาค่ากำลังสูงสุดของวัสดุต่างๆ มาใช้ และ ยังเป็นการคำนึงถึงสถานะของโครงสร้างที่เข้าใกล้สภาวะประลัยอีกด้วย แต่ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง เหล็กรูปพรรณ (STRUCTURAL STEEL ENGINEERING DESIGN หรือ SSE) นะครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าหากเพื่อนๆ เป็นผู้ออกแบบท่านหนึ่งที่เคยทำการออกแบบโครงสร้างเหล็ก โดยเฉพาะโครงสร้างรับแรงตามแนวแกนแบบอัด (AXIAL COMPRESSION MEMBERS) เพื่อนๆ ย่อมที่จะต้องมีความคุ้นเคยกับการตรวจสอบว่า สถานะของชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กของเรานั้นมี อัตราส่วนความชะลูด (SLENDERNESS RATIO) เป็นเท่าใด เพื่อที่จะทราบว่าชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กนั้นๆ จะมีสภาวะการครากอยู่ในสถานะใด ใช่ หรือ ไม่ ครับ ? หากเราทำการออกแบบตามหลักการของวิธีหน่วยแรงใช้งาน (ALLOWABLE STRESS DESIGN) ตามทฤษฎีการออกแบบข้างต้นเราจะต้องทำการคำนวณหาค่า Cc ออกมาก่อน หากว่าค่า อัตราส่วนความชะลูด ของเรามีค่าน้อยกว่า หรือ เท่ากับ ค่า Cc ก็ให้ใช้ค่า หน่วยแรงอัดที่ยอมให้ (ALLOWABLE COMPRESSION STRESS) ของหน้าตัดรับแรงอัดในช่วงที่วัสดุนั้นมีพฤติกรรมเป็นแบบอินอิลาสติก (IN-ELASTIC BEHAVIOR) แต่ หากว่าค่า […]










