สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันศุกร์ (แห่งชาติ) แบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะได้มาพูดคุยและเสวนากันถึงหัวข้อ “ฝากคำถาม-เราจะมาตอบให้” นะครับ สืบเนื่องมาจากการที่มีรุ่นน้องวิศวกรท่านหนึ่งเค้าคงจะทราบมาว่าตัวผมนั้นเป็นสามัญวิศวกรโยธาที่ทำงานทางด้านการออกแบบและการเสริมกำลังให้แก่โครงสร้างมาก็ไม่น้อย เค้าจึงได้ฝากคำถามสั้นๆ แต่ได้ใจความเข้ามาคำถามหนึ่งในทำนองว่า อยากให้ผมให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการใช้งานซอฟต์แวร์ที่มีกระบวนการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยไฟไนต์อีลีเม้นต์ หรือ FINITE ELEMENT ANALYSIS หรือเขียนสั้นๆ ว่า FEA เวลาที่ผมจะต้องทำการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างงานใดๆ ก็ตาม ซึ่งพอผมเจอกับคำถามๆ นี้ผมก็นั่งคิดคำตอบอยู่ครู่หนึ่งเพราะเอาเข้าจริงๆ นั้นเทคนิคเกี่ยวกับเรื่องๆ นี้มีอยู่มากมายหลากหลายประการมากๆ แต่เอาเป็นว่าในวันนี้ผมขอเริ่มต้นจากเทคนิคๆ หนึ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องๆ นี้เลยแต่ก็ต้องขออนุญาตออกตัวไว้ก่อนเลยว่า เทคนิคที่ผมจะนำเอามาฝากนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวเพียงเท่านั้น สุดท้ายใครจะจดจำและนำไปใช้ก็สุดแท้แต่วิศวกรแต่ละท่านได้เลยนะครับ เทคนิคที่ผมตั้งใจนำเอามาฝากเพื่อนๆ ในวันนี้จะมีประโยชน์มากๆ สำหรับกรณีที่เรามีความต้องการที่จะทำการจำลองให้โครงสร้างที่เมื่อสร้างขึ้นมาแล้วพบว่า มีความต่อเนื่องซึ่งกันและกันแต่เราก็ต้องการที่จะไม่ให้เกิดความต่อเนื่องของการถ่ายแรงระหว่างโครงสร้างนั้นๆ ดูตัวอย่างได้จากรูปที่ 1 นั่นก็คือ ผมต้องการที่จะสร้างคานให้มีการวางตัวโดยที่มีตำแหน่งของจุดต่อหรือ NODE ที่มีจุดเดียวกันแต่ว่าโครงสร้างคานสองอันนี้ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นคานที่มีความต่อเนื่องซึ่งกันและกันหรือ CONTINUOUS BEAM เพราะคานสองอันนี้เป็นคานที่ถูกหล่อขึ้นมาจากโรงงาน พูดง่ายๆ ก็คือเมื่อเรายกนำเอาคานสองอันนี้มาวางในสถานที่ก่อสร้าง มันก็จะกลายเป็นคานที่มีคุณสมบัติเป็นเพียงคานที่มีการรับน้ำหนักแบบช่วงเดียวหรือ SIMPLE BEAM เท่านั้นน่ะครับ คำสั่งนี้มีชื่อว่าคำสั่ง “RELEASE” ทั้งนี้ให้เพื่อนๆ ทำการเลือก […]
Category Archives: เกี่ยวกับก่อสร้าง
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ หลังจากที่เมื่อในสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเอาประเด็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็มในหัวข้อที่ว่า เหตุใดเวลาที่เราทำการคำนวณโครงสร้างเสาเข็มที่มีรูปทรง หรือ มีขนาดกว้างและยาว หรือ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ที่เท่าๆ กัน แต่โครงสร้างเสาเข็มแบบเจาะจึงมีค่าความสามารถในการรับแรงฝืดหรือ FRICTION FORCE CAPACITY ที่ต่ำกว่าในโครงสร้างเสาเข็มแบบตอก เอามาอธิบายให้แก่เพื่อนๆ ได้รับทราบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ดังนั้นในวันนี้ผมจึงจะขออนุญาตมาทำการยกตัวอย่างถึงผลจากการคำนวณในกรณีของโครงสร้างเสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงกลมโดยที่ผมจะทำการเปรียบเทียบระหว่าง โครงสร้างเสาเข็มเจาะ กับ โครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยเพื่อนๆ จะเห็นได้ในตอนท้ายว่า เมื่อกำหนดให้ปลายล่างสุดของเสาเข็มนั้นอยู่ที่ระดับความลึกเท่าๆ กัน ของชั้นดินชนิดเดียวกันด้วยและถึงแม้ขนาดของโครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์นั้นจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่เล็กกว่าแต่สุดท้ายก็ยังให้ผลการคำนวณค่าการรับน้ำหนักปลอดภัยของโครงสร้างเสาเข็มที่สูงกว่าโครงสร้างเสาเข็มเจาะอยู่ดี ซึ่งเพื่อนๆ ก็สามารถที่จะดูข้อมูลจากการคำนวณได้จากรูปประกอบที่ผมได้นำเอามาฝากให้แก่เพื่อนๆ ทุกคนในโพสต์ของวันนี้ได้นะครับ โดยตัวอย่างนี้ผมได้นำเอาข้อมูลจากการทดสอบดินมาจากสถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยที่ผมได้เลือกนำเอาข้อมูลของชั้นดินที่ระดับความลึกของเสาเข็มเท่ากับ 8 เมตร เท่าๆ กันมาใช้ในการเปรียบเทียบในตัวอย่างข้อนี้ ทั้งนี้เพื่อนๆ จะสามารถเห็นได้ตั้งแต่ค่า SUM OF qf เลยว่าโครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์นั้นจะมีขนาดของค่า SUM OF qf ที่สูงกว่าในกรณีของโครงสร้างเสาเข็มเจาะ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันจันทร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ เมื่อในสัปดาห์ที่แล้วผมได้ทำการอธิบายถึงวิธีในการออกแบบ โครงสร้างแผ่นเหล็กที่จะทำหน้าที่รองรับแรงกดสำหรับโครงสร้างคานเหล็กรูปพรรณ หรือ BEAM BEARING PLATE ซึ่งผมได้ขออนุญาตใช้วิธีในการออกแบบตามมาตรฐาน AISC โดย วิธีการหน่วยแรงที่ยอมให้ หรือ ALLOWABLE STRESS DESIGN หรืออาจจะเรียกสั้นๆ ได้ว่าวิธี ASD ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นในวันนี้เพื่อให้เพื่อนๆ สามารถที่จะเกิดความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น ในวันนี้ผมจึงอยากจะขออนุญาตมาทำการยกตัวอย่างในการคำนวณประกอบคำอธิบายของผมด้วย ยังไงเราไปติดตามพร้อมๆ กันได้เลยนะครับ จากรูปในสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินที่ผมได้วงเอาไว้ในรูปประกอบในโพสต์ๆ นี้เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่าผมมีโครงสร้างคานเหล็กรูปพรรณแบบต่อเนื่อง หรือ CONTINUOUS STEEL BEAM โดยที่จุดรองรับนั้นผมได้ทำการจำลองให้เป็นจุดต่อแบบ PARTIAL FIXED SUPPORT ดังนั้นก็จะมีแรงปฏิกิริยาทั้งแบบ แรงกระทำแบบจุดเดียว หรือ CONCENTRATED FORCE ซึ่งก็จะมีค่าเท่ากับ 6,000 KGF และ แรงกระทำแบบโมเมนต์ หรือ MOMENT FORCE […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ เนื่องจากเมื่อในสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเอาบทความที่เขียนโดยท่านอาจารย์ ดร.พัลลภ วิสุทธิ์เมธานุกูล ผู้เขียนหนังสือ “คู่มือวิศวกรรมฐานราก” เอามาฝาก ซึ่งบทความๆ นี้จะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง “ค่าสปริง (K) ของดินสำหรับนำไปใช้ใน STRUCTURAL MODEL และความเข้าใจผิดบางประการเกี่ยวกับเรื่องๆ นี้ ซึ่งผมก็ได้อธิบายเพิ่มเติมไปว่า เมื่อเราพูดถึงเกี่ยวกับเรื่อง INTERACTION ระหว่าง SOIL-PILE ผมมักจะพูดอยู่เสมอว่าเพื่อนๆ ควรที่จะต้องมีความรู้และความเข้าใจให้ลึกซึ้งเสียก่อนที่จะนำเอาไปใช้ เช่น นอกจากดูค่า qall แล้วยังต้องดูค่าอื่นๆ ร่วมด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นค่า WATER CONTENT ของดินที่เหมาะสมซึ่งจะเป็นการ ENSURE ในเรื่องของค่า ALLOWABLE SETTLEMENT ที่เราจะนำมาใช้ในการคำนวณหาเป็นค่า SOIL SPRING ด้วย เป็นต้น ซึ่งก็มีเพื่อนๆ ของผมหลายคนเลยสอบถามเข้ามาว่า แล้ว ค่าการทรุดตัวมากที่สุด หรือ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ หากเพื่อนๆ มีความประสงค์ที่จะทำการก่อสร้างต่อเติมส่วนของอาคารเพื่อที่จะใช้เป็นบันไดหนีไฟที่มีขนาดความสูงเท่ากับ 5 ชั้น (รวมชั้นดาดฟ้า) ซึ่งทางสถาปนิกได้เลือกทำการออกแบบและก่อสร้างโดยใช้วัสดุหลักเป็นโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ โดยที่อาคารหลังนี้มีจุดประสงค์ในการใช้งานเป็นอาคารถาวร หรือ PERMANENT BUILDING มิใช่อาคารชั่วคราว หรือ TEMPORARY BUILDING คำถามในวันนี้ก็คือ เพื่อให้อายุการใช้งานของอาคารนั้นเป็นปกติ และ มีสมรรถนะในการใช้งานที่ดี ผมควรที่จะเลือกระบบโครงสร้างพื้นแบบใดเพื่อใช้เป็นพื้นของห้องๆ นี้ระหว่าง (A) โครงสร้างพื้นตะแกรงเหล็กฉีก หรือ STRUCTURAL STEEL GRATING (B) โครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลาย หรือ STRUCTURAL STEEL CHECKERED PLATE (C) โครงสร้างพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป หรือ STRUCTURAL CONCRETE PRE-CAST SLAB (D) โครงสร้างพื้นคอนกรีตหล่อในที่ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ หากเพื่อนๆ มีความประสงค์ที่จะทำการก่อสร้างอาคารที่มีขนาดความสูงเท่ากับ 2 ชั้น ซึ่งทางสถาปนิกได้เลือกทำการออกแบบและก่อสร้างโดยใช้วัสดุหลักเป็นโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ โดยที่อาคารหลังนี้มีจุดประสงค์ในการใช้งานเป็นอาคารถาวร หรือ PERMANENT BUILDING มิใช่อาคารชั่วคราว หรือ TEMPORARY BUILDING ภายในอาคารหลังนี้ก็จะประกอบไปด้วยห้องต่างๆ ที่มีฟังก์ชั่นแตกต่างกันออกไป หนึ่งในนั้นก็คือห้องซึ่งจะทำหน้าที่เป็น “ห้องน้ำ” โดยที่ห้องๆ นี้จะตั้งอยู่ในบริเวณชั้น 2 ของอาคารหลังนี้ คำถามในวันนี้ก็คือ เพื่อให้อายุการใช้งานของอาคารนั้นเป็นปกติ และ มีสมรรถนะในการใช้งานที่ดี ผมควรที่จะเลือกระบบโครงสร้างพื้นแบบใดเพื่อใช้เป็นพื้นของห้องๆ นี้ระหว่าง (A) โครงสร้างพื้นตะแกรงเหล็กฉีก หรือ STRUCTURAL STEEL GRATING (B) โครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลาย หรือ STRUCTURAL STEEL CHECKERED PLATE (C) โครงสร้างพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันจันทร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ สืบเนื่องจากการที่เมื่อในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปทำการตรวจการทำงานก่อสร้างที่หน้างานในสถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งและก็ได้มีโอกาสไปพบเจอกับกรณีของการทำงานกรณีหนึ่งของการทำงานวิศวกรรมโครงสร้างเหล็กที่ถือได้ว่ามีความไม่เรียบร้อยเข้าและด้วยความที่ตอนนี้เรากำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องๆ นี้เป็นประจำในทุกๆ วันพุธอยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงขอนำเอาหัวข้อๆ นี้มาพูดถึงในการโพสต์ของวันนี้ก็แล้วกันนะครับ กรณีของความไม่เรียบร้อยนี้เกิดจากการที่ผมต้องเข้าไปตรวจการทำงานติดตั้ง แผ่นเหล็ก หรือ STEEL BASE PLATE ที่มีการติดตั้งสลักเกลียวแบบฝังยึด หรือ ANCHOR BOLT ก่อนขั้นตอนของการเก็บงานสุดท้ายด้วยการ GROUT ด้วย NON-SHRINK ซึ่งหากเป็นความไม่เรียบร้อยประเภทอื่นๆ ผมก็อาจที่จะพออะลุ่มอล่วยและพอที่จะรับได้แต่เหตุของความไม่เรียบร้อยในครั้งนี้อาจจะส่งผลต่อกำลังและพฤติกรรมของโครงสร้างได้เลย นั่นจึงเป็นเหตุและผลว่าเพราะเหตุใดผมจึงสั่งให้ทำการแก้ไขเสียก่อนและอยากที่จะนำเอาประเด็นของความไม่เรียบร้อยดังกล่าวนี้เอามาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รับทราบเป็นวิทยาทานกันในวันนี้นะครับ เริ่มต้นจากการดูรูปประกอบกันก่อนนะ ซึ่งเพื่อนๆ ก็น่าที่จะเห็นได้ว่าศูนย์ของรูเจาะบนแผ่นเหล็กและสลักเกลียวแบบฝังยึดนั้นจะไม่ตรงกัน ซึ่งก็อาจจะเกิดความผิดพลาดจากการวัดขนาดหรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ปรากฏว่าทางผู้รับจ้างทำงานก่อสร้างกลับเพิกเฉย ไม่ทำการแก้ไขแต่กลับทำการดุ้งให้เจ้าสลักเกลียวแบบฝังยึดนั้นให้มาตรงกับศูนย์ของรูเจาะแทนซึ่งถือว่าเป็นการทำงานที่ไม่ถูกต้องเลยและในขณะที่ยังไม่ทันส่งงานเลยก็จะเริ่มเห็นรอยร้าวนั้นเกิดขึ้นในโครงสร้างตอม่อคอนกรีตแล้วนะครับ สาเหตุที่ผมได้ระบุว่าการทำงานเช่นนี้เป็นวิธีในการทำงานที่ไม่ถูกต้องนั้นเป็นเพราะว่า ตามปกติวิสัยแล้ว สลักเกลียวแบบฝังยึดนั้นจะถูกออกแบบให้ทำหน้าที่ในการรับภาระเฉพาะเพียงแค่ แรงดึง หรือ TENSION FORCE และ แรงเฉือน หรือ SHEAR FORCE เพียงเท่านั้น ซึ่งการทำงานเช่นนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสลักเกลียวแบบฝังยึดไปในทันทีนั่นก็คือจะทำให้เจ้าสลักเกลียวแบบฝังยึดนั้นจะต้องรับ แรงดัด หรือ BENDING FORCE อีกทั้งยังจะต้องรับ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ สืบเนื่องจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาผมได้ทำการไลฟ์สดร่วมกันกับทีมงานของภูมิสยามฯ และในวันนั้นผมได้ทำการอธิบายให้เพื่อนๆ ได้รับทราบกันว่าความแตกต่างระหว่างเสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงตัวไอกับเสาเข็มรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งผมก็เชื่อเหลือเกินว่าคงจะเพื่อนๆ หลายๆ คนที่อยู่ในแฟนเพจของเรานั้นอาจจะมีความสงสัยไม่มากก็น้อยว่าแล้วในกรณีของเสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงกลมละจะมีความเหมือนหรือแตกต่างออกไปจากเสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงตัวไอกับเสาเข็มรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสมากหรือน้อยเพียงใด ดังนั้นในวันนี้ผมจึงอยากที่จะขออนุญาตมาทำการพูดถึงเรื่องๆ นี้นั่นเองครับ เท้าความไปถึงเนื้อหาที่ผมได้ไลฟ์สดกันสักเล็กน้อยก่อนก็แล้วกันที่ผมได้ทำการอธิบายกับเพื่อนๆ ไปว่า หากว่าลักษณะกลไกการรับกำลังของเสาเข็มของเรานั้นเป็น เสาเข็มที่รับแรงฝืดเป็นหลัก หรือ FRICTION PILE หน้าตัดที่มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ก็ควรที่จะเป็น เสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงตัวไอเพราะหากเปรียบเทียบกันกับเสาเข็มที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่มีขนาดที่เท่าๆ กันแล้ว เสาเข็มประเภทนี้จะมีเส้นรอบรูปที่สูงกว่าเสาเข็มรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสแต่หากว่าลักษณะกลไกการรับกำลังของเสาเข็มของเรานั้นเป็น เสาเข็มที่รับแรงแบกทานเป็นหลัก หรือ BEARING PILE หน้าตัดที่มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ก็ควรที่จะเป็น เสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพราะหากเปรียบเทียบกันกับเสาเข็มที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่มีขนาดที่เท่าๆ กันแล้ว เสาเข็มประเภทนี้จะมีขนาดของพื้นที่หน้าตัดที่มีค่าสูงกว่าเสาเข็มรูปทรงตัวไอและในตอนท้ายของคลิปผมยังได้ทำการยกตัวอย่างของข้อดีและข้อด้อยของของเสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงตัวไอกับเสาเข็มรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้วยว่ามีอะไรบ้าง เช่น หากเปรียบเทียบกันกับเสาเข็มที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่มีขนาดที่เท่าๆ กันแล้วเสาเข็มรูปตัวไอจะมีขนาดของน้ำหนักของตัวโครงสร้างเองที่น้อยกว่าเสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือ เสาเข็มรูปทรงตัวไอนั้นจะมีค่าโมเมนต์ความเฉื่อยที่มากกว่าเสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เป็นต้น ซึ่งตรงนี้เสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงกลมนั้นก็จะเป็นการผสมผสานเอาทั้งข้อดีและข้อด้อยของเสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงตัวไอกับเสาเข็มรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้ผนวกเข้าด้วยกันนะครับ ซึ่งเสาเข็มที่มีรูปทรงกลมจะเหมาะกับกรณีที่ดินนั้นมีลักษณะกลไกการรับกำลังของเสาเข็มของเรานั้นเป็นแบบผสมผสาน นั่นก็คือ เสาเข็มที่รับแรงฝืด และ เสาเข็มที่รับแรงแบกทาน รวมๆ กันเพราะหากทำการเปรียบเทียบ ค่าพื้นที่หน้าตัดของเสาเข็ม หรือ GROSS SECTIONAL […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องงาน โครงสร้างเหล็กรูปพรรณ หรือ STRUCTURAL STEEL กันอยู่และหลังจากที่ก่อนหน้านี้ผมได้พูดถึงหลายๆ เรื่องที่มีความเกี่ยวพันกันกับโครงสร้างเหล็กรูปพรรณไปแล้ว เช่น โครงสร้างคานเหล็กรูปพรรณ หรือ STRUCTURAL STEEL BEAM โครงสร้างหลังคายื่น หรือ CANOPY ROOF STRUCTURE เป็นต้น และเพื่อให้ต่อเนื่องจากในสัปดาห์ที่แล้วซึ่งผมได้พูดถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับงานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณนั่นก็คือ โครงสร้างพื้น หรือ FLOOR STRUCTURE ที่เรามักจะนำมาใช้ในงานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ ดังนั้นในวันนี้ผมจะมาอธิบายถึง โครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลาย หรือ STRUCTURAL STEEL CHECKERED PLATE นั่นเองครับ โดยที่พื้นชนิดนี้ก็จะมีรูปร่างและการใช้งานเป็นไปตามรูปที่ 1 2 และ 3 ที่ผมได้นำมาฝากเพื่อนๆ และหากเพื่อนๆ สังเกตที่ผิวของแผ่นพื้นโครงสร้างเหล็กแผ่นลายนี้ดีๆ ก็จะพบว่า จะมีพื้นผิวเป็นลวดลายที่นูนขึ้นมา ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันการลื่นและช่วยให้น้ำนั้นสามารถที่จะไหลไปได้โดยไม่เกิดการขังเพราะต้องไม่ลืมว่าโดยส่วนมากนั้นโครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลายที่มีการใช้งานอยู่ทั่วๆ ไปจะมีความแตกต่างออกไปจากโครงสร้างพื้นตะแกรงเหล็กฉีกที่ผมเคยได้อธิบายไปในสัปดาห์ก่อนตรงที่โครงสร้างพื้นเหล็กแผ่นลายนั้นมักจะไม่ได้มีการทำให้มีช่องว่างขึ้นในตัวเหล็กแผ่น ดังนั้นหากเราปล่อยให้มีน้ำขัง ยิ่งนานวันเข้าก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะทำให้โครงสร้างพื้นตะแกรงเหล็กฉีกของเรานั้นเป็นสนิมได้ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ ในรูปทั้งสองที่ผมได้แนบมาในโพสต์ๆ นี้จะแสดงให้เห็นถึงผลที่ได้จากการทำการทดสอบดินหรือ SOIL BORING TEST จากในสถานที่ก่อสร้างจริงแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานครฯ หากทางเจ้าของโครงการนั้นมีความต้องการที่จะทำการก่อสร้างพื้นเพื่อที่จะใช้เป็นที่จอดรถแบบถาวรของโรงงานของเค้าโดยที่ข้อกำหนดที่ได้รับมาก็คือ โครงสร้างพื้นนี้ไม่ควรที่จะเกิดการทรุดตัวที่มากจนเกินไปเพราะเมื่อเวลาผ่านไปทางเจ้าของโครงการไม่ต้องการที่จะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือดูแลรักษาโครงสร้างพื้นนี้เท่าใดนัก ซึ่งในสถานที่ก่อสร้างแห่งนี้ดินจะมีลักษณะของการรับน้ำหนักทั่วๆ ไปเท่านั้นและจะไม่เกิดกรณีของดินที่มีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ด้วยน่ะครับ ดังนั้นคำถามง่ายๆ ในวันนี้ก็คือ หากเพื่อนๆ ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างในโครงการก่อสร้างแห่งนี้ เพื่อนๆ จะทำการกำหนดให้โครงสร้างพื้นนี้เป็น พื้นวางบนดิน หรือ SLAB ON GRADE ที่วางตัวอยู่บนดินโดยตรงหรือเป็น พื้นวางบนโครงสร้าง หรือ SLAB ON STRUCTURE ที่วางตัวอยู่บนโครงสร้างเสาเข็มดีครับ ? ทั้งนี้เพื่อนๆ ยังสามารถที่จะให้เหตุผลต่างๆ หรือ อาจจะทำการสเก็ตช์ภาพประกอบคำตอบเพื่อใช้อธิบายเพิ่มเติมได้ แล้วยังไงวันพรุ่งนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการเฉลยคำถามข้อนี้ให้แก่เพื่อนๆ ทุกคนได้รับทราบพร้อมๆ กันนะครับ หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ […]










