สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ ในรูปๆ นี้เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่าเป็นรูปตัดที่จะแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก C1 ที่มีการใช้งานอยู่ภายในอาคารสนามกีฬาแห่งหนึ่ง ซึ่งหากดูจากรูปตัดที่ 1 ก็จะสามารถมองเห็นเสา C1 ในระนาบของแกน X และหากดูจากรูปตัดที่ 2 ก็จะสามารถมองเห็นเสา C1 ในระนาบของแกน Y ซึ่งหากสังเกตดูดีๆ ก็จะพบว่าในทั้งสองระนาบนี้จะมีคุณสมบัติของการยึดรั้งที่มีความแตกต่างกันออกไปด้วยนะครับ คำถามในวันนี้ก็สุดแสนที่จะง่ายดายมากๆ เลยนั่นก็คือ หากผมต้องการที่จะทำการออกแบบหน้าตัดของโครงสร้างเสา C1 นี้ ผมอยากที่จะให้เพื่อนๆ ทุกๆคน ช่วยกันคำนวณหาว่า ค่าระยะความยาวที่ไม่มีการยึดรั้งทางด้านข้างของเสาทั้งในระนาบของแกน X หรือ Lux และระนาบของแกน Y หรือ Luy นั้นมีค่าเท่ากับเท่าใด พร้อมกันกับ ค่าตัวคูณเพื่อหาความยาวประสิทธิผล “ตามทฤษฎี” และ “ที่แนะนำให้ใช้ในการออกแบบ” ในระนาบของแกน […]
Category Archives: เกี่ยวกับก่อสร้าง
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ หากเพื่อนๆ เป็นแฟนเพจของเรามานานน่าจะเคยได้อ่านบทความต่างๆ ของผมเกี่ยวกับเรื่องข้อเสียหรือความเสียหายต่างๆ ที่เกิดจาก การทรุดตัวของโครงสร้างฐานรากแบบไม่เท่ากัน หรือ DIFFERENTIAL SETTLEMENT อยู่บ่อยๆ ซึ่งผมมานั่งคิดๆ ดูเลยมีความคิดๆ หนึ่งผุดขึ้นมาว่า หากผมไม่ทำการอธิบายให้เพื่อนๆ นั้นมีความรู้และความเข้าใจว่ารูปแบบของการทรุดตัวที่อาจจะสามารถเกิดขึ้นได้ในโครงสร้างฐานรากของเรานั้นจริงๆ แล้วจะมีทั้งหมดกี่รูปแบบกันแน่ เพื่อนๆ อาจจะเข้าใจผิดคิดไปเองได้ว่าการทรุดตัวนั้นมีเพียงแค่รูปแบบๆ เดียวก็ได้ ดังนั้นในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาอธิบายให้เพื่อนๆ ได้ทราบถึงชนิดของรูปแบบหลักๆ ของการทรุดตัวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในโครงสร้างฐานรากของเราว่ามีรูปแบบหลักๆ ทั้งหมดกี่ประเภทนะครับ เราจะสามารถทำการจำแนกชนิดของรูปแบบหลักๆ ของการทรุดตัวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในโครงสร้างฐานรากออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ รูปแบบในรูป (A) ซึ่งเราจะเรียกลักษณะรูปแบบของการทรุดตัวแบบนี้ว่า การทรุดตัวของโครงสร้างฐานรากแบบสม่ำเสมอเท่าๆ กัน หรือ UNIFORM SETTLEMENT โดยที่โครงสร้างฐานรากทั้งหมดในอาคารนั้นจะเกิดการทรุดตัวลงไปแบบที่มีค่าเท่าๆ กันและพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งก็จะส่งผลทำให้โครงสร้างหลักทั้งหมดนั้นจะยังสามารถที่จะคงรูปเดิมอยู่ได้โดยที่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ขึ้นในตัวโครงสร้างหลักเลย ซึ่งปัญหาที่จะพบหากว่าอาคารของเรานั้นเกิดการทรุดตัวของโครงสร้างฐานรากแบบนี้ก็คือ การเชื่อมต่อท่อต่างๆ ระหว่างภายนอกและภายในของอาคารอาจจะเกิดการหักงอหรือฉีกขาดออกจากกันได้นะครับ รูปแบบในรูป (B) […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ เนื่องจากเมื่อประมาณสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นได้มีแฟนเพจของเราท่านหนึ่งได้ให้ความกรุณาสอบถามเข้ามาผ่านทางช่องทางอินบ็อกซ์ของทางเพจในทำนองว่า “ผมขอสอบถามหน่อยนะครับว่า ตามปกติแล้วเวลาที่เราจะทำการวางเหล็กเสริมหลักหรือเหล็กเสริมรองให้ลงไปอยู่ในโครงสร้างฐานราก เราจะต้องทำการกำหนดให้เหล็กเสริมดังกล่าวนี้วางตัวอยู่บนลูกปูน ดังนั้นหากจะว่ากันตามหลักการที่ถูกต้องทางด้านงานวิศวกรรมแล้ว ไม่ทราบว่าเราสามารถที่จะทำการกำหนดให้เหล็กเสริมหลักหรือเหล็กเสริมรองที่วางตัวอยู่ในโครงสร้างฐานรากนี้ให้การวางตัวอยู่ที่ด้านบนของโครงสร้างเสาเข็มโดยตรงโดยที่ไม่ต้องมีลูกปูนมาคั่นกลาง ได้ หรือ ไม่ ครับ?” ซึ่งผมแค่มีความคิดว่าจริงๆ แล้วคำถามข้อนี้ก็เป็นคำถามที่ดีและก็มีความน่าสนใจดีนะ ผมจึงขออนุญาตเลือกนำเอาคำถามข้อนี้มาขยายความและตอบเพื่อเป็นวิทยาทานให้กับเพื่อนท่านนี้รวมไปถึงเพื่อนๆ ทุกๆ คนในเพจของเราด้วย ก็น่าที่จะเป็นการดีนะครับ จริงๆ แล้วหากพวกเราไปลองเปิดอ่านดู CODE ต่างๆ ที่ว่าด้วยเรื่องงานออกแบบก็ดีหรืองานก่อสร้างเองก็ดี เราก็อาจจะพบว่าเรื่องๆ นี้แทบจะไม่ได้มีการระบุเอาไว้อยู่ภายในข้อกำหนดใดข้อกำหนดหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นข้อห้ามแบบเฉพาะเจาะจงที่มีความชัดเจนขนาดนั้นนะ เพียงแต่หากเราทำการพิจารณาและว่ากันตามหลักการของการใช้งานและพฤติกรรมของความแข็งแรงของวัสดุแล้ว เราก็อาจจะพบว่า เราไม่ควรที่จะนำเอาวัสดุใดวัสดุหนึ่งไปสัมผัสกันโดยตรงกับเหล็กเสริมที่วางตัวอยู่ในโครงสร้างฐานราก ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นการรบกวนหรือทำให้พฤติกรรมทางด้านการใช้งานและพฤติกรรมทางด้านการรับกำลังที่เหล็กเสริมของเรานั้นควรที่จะมีหรือเป็นไปนั้นเกิดการสูญเสียหรือด้อยคุณภาพลงไป เช่น เราไม่ควรปล่อยให้โครงสร้างเสาเข็มของเรานั้นต้องไปสัมผัสกับเหล็กเสริมที่วางตัวอยู่ภายในโครงสร้างฐานรากโดยตรงจนทำให้เหล็กเสริมของเรานั้นต้องสูญเสียแรงยึดเหนี่ยวหรือ BOND ไป หรือ หากเป็นกรณีที่เรามีการใช้งานโครงสร้างเสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นแบบกลวง เช่น โครงสร้างเสาเข็มรูปทรงสี่เหลี่ยมกลวง หรือ โครงสร้างเสาเข็มรูปทรงกลมกลวง เป็นต้น ซึ่งเราก็ปล่อยให้ส่วนที่เป็นรูกลวงของโครงสร้างเสาเข็มให้ไปสัมผัสโดยตรงกันกับเหล็กเสริม ไม่ว่าเหล็กเสริมนั้นจะเป็นเหล็กเสริมหลักหรือเหล็กเสริมรองก็ตามเพราะการทำเช่นนั้นก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้น้ำหรือค่าความชื้นของน้ำที่อยู่ในมวลดินนั้นค่อยๆ เกิดการซึมหรือระเหยขึ้นมาตามรูกลวงของโครงสร้างเสาเข็ม จนในที่สุดก็อาจจะส่งผลทำให้เหล็กเสริมที่วางตัวอยู่ในโครงสร้างฐานรากของเรานั้นค่อยๆ เกิดการผุกร่อนและก็จะสามารถเกิดเป็นสนิมได้ในที่สุด เป็นต้นนะครับ สุดท้ายนี้ผมขออนุญาตทำการสรุปว่า […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ ผมขอทำการสมมติว่า เพื่อนๆ ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างในโครงการก่อสร้างแห่งหนึ่ง โดยที่ผมขอทำการตั้งสมมติฐานในการออกแบบฐานรากแบบแผ่หรือ BEARING FOUNDATION ต้นนี้ว่า เป็นจุดรองรับอย่างง่ายหรือว่า PINNED SUPPORT ซึ่งจะต้องทำหน้าที่ในการรับน้ำหนักที่เป็นแรงกระทำตามแนวแกนที่ถูกถ่ายผ่านมาจากโครงสร้างเสาตอม่อทั้งหมดเท่ากับ 32 ตัน โดยที่จะไม่มีแรงโมเมนต์ดัดเกิดขึ้นเลย ซึ่งหากว่าโครงสร้างฐานรากแบบแผ่ต้นนี้นั้นมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่จะมีขนาดความกว้างและความยาวเท่ากับ 2 เมตร แสดงว่าดินของเรานั้นจะต้องมีขนาดของค่าหน่วยแรงแบกทานที่ยอมให้ หรือ ALLOWABLE BEARING CAPACITY ไม่น้อยกว่าเท่าใดครับ? ทั้งนี้เพื่อนๆ ยังสามารถที่จะให้เหตุผลต่างๆ หรือ อาจจะทำการสเก็ตช์ภาพประกอบคำตอบเพื่อใช้อธิบายเพิ่มเติมได้ แล้วยังไงวันพรุ่งนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการเฉลยคำถามข้อนี้ให้แก่เพื่อนๆ ทุกคนได้รับทราบพร้อมๆ กันนะครับ หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านจากคำถามในวันนี้น่าที่จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อย และ จนกว่าจะพบกันใหม่นะครับ #โพสต์ของวันเสาร์ #ถามตอบชวนสนุก #ปัญหาการคำนวณหาค่าหน่วยแรงแบกทานที่ยอมให้ของดิน […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ ในวันนี้ผมจะขออนุญาตพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกันกับลักษณะของระบบโครงสร้างๆ หนึ่งซึ่งจริงๆ แล้วมีการใช้งานอย่างแพร่หลายโดยทั่วไปแต่สาเหตุที่เพื่อนๆ หลายๆ คนอาจจะไม่มีความคุ้นเคยหรืออาจจะยังไม่รู้จักกันกับระบบโครงสร้างนี้ดีเพียงพอนั่นก็เป็นเพราะโดยมากแล้วระบบโครงสร้างดังกล่าวนี้จะมีการใช้งานอยู่ในงานประเภทที่มีความเกี่ยวข้องกันกับงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก ซึ่งเจ้าระบบโครงสร้างนี้มีชื่อว่า ระบบโครงสร้างสำหรับวางแนวท่อ หรือ PIPE RACK STRUCTURAL SYSTEM นั่นเองครับ จริงๆ แล้วจุดประสงค์ของการใช้งานเจ้าโครงสร้างสำหรับวางแนวท่อก็เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการนำเอาแนวท่อจากตำแหน่งๆ หนึ่ง ผ่านไปยังอีกตำแหน่งหนึ่งที่ต้องการ โดยที่จะเกิดความปลอดภัยต่อทั้งตัวแนวท่อเอง ต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนที่มีความเกี่ยวข้อง และ สุดท้ายก็คือ สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งก็จะรวมถึงสิ่งของต่างๆ ที่ต้องแวดล้อมเจ้าแนวท่อนี้ด้วย เช่น อาคารสำนักงาน อาคารโรงงานอุตสาหกรรม ถนน รถ ยานพาหนะ หรือ แม้กระทั่งแนวท่อเส้นอื่นๆ ที่อาจจะต้องมาพบเจอกันก็ได้ เป็นต้นนะครับ ดังนั้นเราจะพบเห็นได้ว่าเจ้าโครงสร้างสำหรับวางแนวท่อนี้จะมีอยู่ในหลายๆ โครงการที่ต้องมีการเดินท่อต่างๆ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมหรือแม้กระทั่งอาคารทำการหรืออาคารพาณิชย์ทั่วๆ ไปก็ตามแต่ที่จำเป็นที่จะต้องมีงานท่อที่ทำหน้าที่ในการขนส่งก๊าซหรือของเหลวต่างๆ จากจุดหนึ่ง ผ่านไปยังอีกจุดหนึ่งที่ต้องการ ก็จะล้วนแล้วแต่จะมีเจ้าโครงสร้างสำหรับวางแนวท่อนี้แทบจะในทุกๆ โครงการเลยก็ว่าได้นะครับ ซึ่งตัวอย่างของรูปในวันนี้เป็นรูปจริงๆ ของโครงสร้างสำหรับวางแนวท่อที่มีการใช้งานอยู่ในอาคารเรียนของมหาวิทยาลัยที่ผมกำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยที่ส่วนใหญ่แล้วท่อเหล่านี้จะทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายมวลสารประเภทที่เป็นของเหลวจากจุดหนึ่ง […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันศุกร์ (แห่งชาติ) แบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะได้มาพูดคุยและเสวนากันถึงหัวข้อ “ฝากคำถาม-เราจะมาตอบให้” นะครับ สืบเนื่องมาจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งรวมถึงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาด้วยผมกำลังพูดถึงประเด็นเรื่อง วิธีการเติมโครงสร้างเสาเข็มใหม่เข้าไปในโครงสร้างฐานรากเดิมโดยที่ไม่เป็นการทำให้ตัวโครงสร้างฐานรากนั้นเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะทางด้านความสมมาตรไป ซึ่งประเด็นก็คือ ผมได้ให้คำแนะนำกับเพื่อนๆ ไปว่า หากเราเพิ่มโครงสร้างเสาเข็มเข้าไปใหม่ โดยที่มีขนาดเท่าๆ กันกับโครงสร้างเสาเข็มเดิมก็จะไม่มีปัญหาอันใด แต่ หากเราเพิ่มโครงสร้างเสาเข็มเข้าไปใหม่ โดยที่มีขนาดไม่เท่ากันกับโครงสร้างเสาเข็มเดิมเราก็ควรที่จะทำการกำหนดให้ค่าความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของโครงสร้างเสาเข็มนั้นมีค่าเท่ากับค่าความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของโครงสร้างเสาเข็มที่มีค่าน้อยที่สุดเป็นเกณฑ์ เช่น หากในโครงสร้างฐานรากเดิมนั้นใช้โครงสร้างเสาเข็มสี่เข็มสี่เหลี่ยมกลวงขนาด 300 มม ซึ่งจะมีค่าความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยเท่ากับ 30 ตัน/ต้น และเราจะเลือกเพิ่มโครงสร้างเสาเข็มใหม่โดยใช้ โครงสร้างเสาเข็มสี่เข็มสี่เหลี่ยมกลวงขนาด 260 มม ซึ่งจะมีค่าความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยเท่ากับ 25 ตัน/ต้น เราก็ควรที่จะทำการกำหนดให้ค่าความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของโครงสร้างเสาเข็มทั้งหมดในฐานรากนั้นมีค่าเท่ากับ 25 ตัน/ต้น เป็นต้นนะครับ ซึ่งสาเหตุที่ผมได้ให้คำแนะนำไว้เช่นนี้เป็นเพราะเหตุผล 2 ข้อหลักๆ นั่นก็คือ เหตุผลข้อที่ (1) หากเราทำการกำหนดให้โครงสร้างเสาเข็มแต่ละต้นนั้นมีค่าความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของโครงสร้างเสาเข็มของใครของมัน โครงสร้างฐานรากจะแสดงให้เห็นถึงค่าแรงปฏิกิริยาของโครงสร้างเสาเข็มที่ไม่เท่ากันเลย กล่าวคือ ตัวโครงสร้างฐานรากนั้นจะถูกเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะทางด้านความสมมาตรไป เนื่องด้วยในความเป็นจริงนั้นการที่เราใช้งานโครงสร้างเสเข็มที่มีขนาดไม่เท่ากันภายในโครงสร้างฐานรากหนึ่งต้นนั้นเป็นการเปลี่ยนคุณสมบัติทางด้านความแข็งแกร่งหรือ STIFFNESS ของโครงสร้างฐานรากไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้นหากเรามีความต้องการที่จะทำการกำหนดให้ตำแหน่งของโครงสร้างเสาเข็มภายในโครงสร้างฐานรากโดยที่ยังทำให้โครงสร้างเสาเข็มทุกๆ ต้นนั้นมีค่าค่าแรงปฏิกิริยาที่เท่าๆ กันอยู่ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ฝากคำถาม-เราจะมาตอบให้ ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ จากรูปเป็นการจัดวางเหล็กเสริมในหน้าตัดโครงสร้างคาน คสล รับแรงดัด โดยที่ในเหล็กที่อยู่ในแถวล่างจะประกอบไปด้วยเหล็กข้ออ้อยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม และ 25 มม อย่างละ 2 เส้น ส่วนเหล็กที่อยู่ในแถวบนก็จะประกอบไปด้วยเหล็กข้ออ้อยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม ทั้งหมดจำนวน 4 เส้น นะครับ ผมอยากจะให้เพื่อนๆ ช่วยกันลองทำการคำนวณหาว่า ตำแหน่งของจุดศูนย์ถ่วงของกลุ่มเหล็กเสริมในรูปนั้นจะอยู่ที่ตำแหน่งใด หากว่าทำการวัดโดยอ้างอิงจากตำแหน่งของขอบล่างสุดของเหล็กเสริมที่อยู่ในแถวล่างครับ ทั้งนี้เพื่อนๆ ยังสามารถที่จะให้เหตุผลต่างๆ หรือ อาจจะทำการสเก็ตช์ภาพประกอบคำตอบเพื่อใช้อธิบายเพิ่มเติมได้ แล้วยังไงวันพรุ่งนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการเฉลยคำถามข้อนี้ให้แก่เพื่อนๆ ทุกคนได้รับทราบพร้อมๆ กันนะครับ หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านจากคำถามในวันนี้น่าที่จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อย และ จนกว่าจะพบกันใหม่นะครับ #โพสต์ของวันเสาร์ #ถามตอบชวนสนุก #ปัญหาการคำนวณตำแหน่งของจุดศูนย์ถ่วง ADMIN JAMES […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ วันนี้ผมจะมาขอยกตัวอย่างสักหนึ่งตัวอย่างซึ่งก็จะมีความต่อเนื่องกับโพสต์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ผมได้ทำการอธิบายไปว่า การที่เพื่อนๆ มักจะได้ยินคำแนะนำมาว่า จะต้องทำการเสริมโครงสร้างเสาเข็มให้เป็นแบบ “เลขคู่” เสมอนั้น ยังถือว่า “ไม่ถูกต้อง” เสียทีเดียวเพราะถ้าจะให้คำแนะนำที่มีความถูกต้องจริงๆ ควรจะต้องพูดว่า เราจะต้องทำการเสริมโครงสร้างเสาเข็มให้เกิดความ “สมมาตร” ขึ้นในโครงสร้างเสาตอม่อและโครงสร้างฐานรากแทน ดังนั้นเพื่อให้เพื่อนๆ สามารถที่จะมองภาพถึงคำอธิบายที่ผมได้ให้ไว้ เรามารับชมตัวอย่างง่ายๆ ข้อนี้ที่ผมได้ทำออกมาไปพร้อมๆ กันเลยก็แล้วกันนะครับ เริ่มต้นจากรูปทางด้านซ้ายมือก่อน ซึ่งเป็นรูปแปลนของโครงสร้างฐานรากที่ใช้จำนวนของโครงสร้างเสาเข็มรูปตัวไอขนาด 260 มม ที่มีค่าความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยเท่ากับ 45 ตัน/ต้น ทั้งหมดจำนวน 6 ต้น โดยที่ทำการตอกเสาเข็มตามลำดับเริ่มตั้งแต่ต้นที่ 1 ต้นที่ 2 ต้นที่ 3 ซึ่งปรากฏว่าเกิดความเสียหายขึ้นกับเสาเข็มต้นที่ 3 ทำให้เราไม่สามารถที่จะใช้งานเสาเข็มต้นนี้ได้ หากเป็นแบบนี้จะทำการแก้ไขโครงสร้างเสาเข็มในโครงสร้างฐานรากต้นนี้ได้อย่างไร? ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่า เทคนิคในการทำการแซมโครงสร้างเสาเข็มภายในโครงสร้างฐานรากนั้นมีอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายวิธีการเลย ซึ่งวิธีการที่ผมจะนำเอามาแชร์ในวันนี้เป็นเพียงหนึ่งในวิธีการเหล่านั้น ดังนั้นขอให้เพื่อนๆ พิจารณาและนำไปประยุกต์ใช้โดยอาศัยการพิจารณาจากข้อมูลจริงๆ ที่เพื่อนๆ จะต้องเจอด้วยนะครับ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ จากรูปที่ผมได้แนบมาในโพสต์ๆ นี้จะแสดงให้เห็นถึงแบบแปลนของโครงสร้างฐานรากที่ใช้เสาเข็มจำนวน 2 ต้น หรือ F2 ในการรับน้ำหนักแต่ผลจากการตอกเสาเข็มก็พบว่า มีโครงสร้างเสาเข็มจำนวน 1 ต้นที่หักไป ทำให้เราไม่สามารถที่จะใช้โครงสร้างเสาเข็มต้นนี้ในการรับน้ำหนักของโครงสร้างได้ หากผมเป็นผู้ออกแบบและได้ทำการตั้งสมมติฐานในการออกแบบฐานรากต้นนี้ว่า เป็นจุดรองรับอย่างง่ายหรือว่า PINNED SUPPORT ซึ่งจะต้องทำหน้าที่ในการรับน้ำหนักที่เป็นแรงกระทำตามแนวแกนที่ถูกถ่ายผ่านมาจากโครงสร้างเสาตอม่อโดยที่จะไม่มีแรงโมเมนต์ดัดเกิดขึ้นเลย คำถามในวันนี้ก็มีความง่ายดายสุดๆๆๆๆ เลยนั่นก็คือ หากเพื่อนๆ ต้องทำหน้าที่เป็นวิศวกรที่ต้องทำการควบคุมการทำงานในโครงการก่อสร้างแห่งนี้ เพื่อนจะเลือกทำการตอกเข็มแซมให้เป็นไปตามรูปใด ระหว่างรูป (A) หรือรูป (😎 จึงจะเป็นการดีที่สุดต่อโครงสร้างฐานราก F2 ต้นนี้ครับ ? ทั้งนี้เพื่อนๆ ยังสามารถที่จะให้เหตุผลต่างๆ หรือ อาจจะทำการสเก็ตช์ภาพประกอบคำตอบเพื่อใช้อธิบายเพิ่มเติมได้ แล้วยังไงวันพรุ่งนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการเฉลยคำถามข้อนี้ให้แก่เพื่อนๆ ทุกคนได้รับทราบพร้อมๆ กันนะครับ หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านจากคำถามในวันนี้น่าที่จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ ในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาพาเพื่อนๆ ไปลงรายละเอียดในรายการคำนวณการตรวจสอบหาค่าการเสียรูปภายในหน้าตัดของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กในแต่ละหน้าแต่ละหัวข้อไปพร้อมๆ กันนะ โดยที่ในวันนี้ผมก็จะเริ่มจากหน้าที่ 1 กันก่อนเลย ซึ่งก็คือรูปที่ผมได้นำเอามาประกอบคำอธิบายในวันนี้นะครับ ทั้งนี้ก็จะเริ่มต้นจากการตรวจสอบก่อนว่า โครงสร้างคาน คสล ของผม ซึ่งจากรายการคำนวณจะแสดงให้เห็นว่าคาน คสล ของเรานั้นจะมีขนาดความกว้างประสิทธิผลได้มากที่สุดเท่ากับ 1.00 เมตร หรือ 1,000 มม โดยที่คานก็จะมีขนาดความลึกมากที่สุดได้เท่ากับ 0.70 เมตร หรือ 700 มม และเนื่องจากมีขนาดของความยาวของช่วงว่างของคานนั้นจะมีค่าเท่ากับ 14.5 เมตร หรือ 14,500 มม ดังนั้นเราก็จะสามารถทำการตรวจสอบได้ว่า ในการออกแบบหน้าตัดคาน คสล ของเรานั้น มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบหาค่าการเสียรูปหรือไม่โดยการเปรียบเทียบขนาดของความลึกของคาน คสล กับค่าสัดส่วนของความยาวคาน คสล ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้หรือไม่ ซึ่งเราก็จะใช้กรณีของ คานช่วงเดียวหรือ SIMPLE SPAN BEAM ซึ่งค่าสัดส่วนดังกล่าวก็จะต้องออกมามีค่า L/16 […]










