สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน
ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ
หลังจากที่เมื่อในสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเอาประเด็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็มในหัวข้อที่ว่า เหตุใดเวลาที่เราทำการคำนวณโครงสร้างเสาเข็มที่มีรูปทรง หรือ มีขนาดกว้างและยาว หรือ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ที่เท่าๆ กัน แต่โครงสร้างเสาเข็มแบบเจาะจึงมีค่าความสามารถในการรับแรงฝืดหรือ FRICTION FORCE CAPACITY ที่ต่ำกว่าในโครงสร้างเสาเข็มแบบตอก เอามาอธิบายให้แก่เพื่อนๆ ได้รับทราบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ
ดังนั้นในวันนี้ผมจึงจะขออนุญาตมาทำการยกตัวอย่างถึงผลจากการคำนวณในกรณีของโครงสร้างเสาเข็มที่มีหน้าตัดเป็นรูปทรงกลมโดยที่ผมจะทำการเปรียบเทียบระหว่าง โครงสร้างเสาเข็มเจาะ กับ โครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยเพื่อนๆ จะเห็นได้ในตอนท้ายว่า เมื่อกำหนดให้ปลายล่างสุดของเสาเข็มนั้นอยู่ที่ระดับความลึกเท่าๆ กัน ของชั้นดินชนิดเดียวกันด้วยและถึงแม้ขนาดของโครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์นั้นจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่เล็กกว่าแต่สุดท้ายก็ยังให้ผลการคำนวณค่าการรับน้ำหนักปลอดภัยของโครงสร้างเสาเข็มที่สูงกว่าโครงสร้างเสาเข็มเจาะอยู่ดี ซึ่งเพื่อนๆ ก็สามารถที่จะดูข้อมูลจากการคำนวณได้จากรูปประกอบที่ผมได้นำเอามาฝากให้แก่เพื่อนๆ ทุกคนในโพสต์ของวันนี้ได้นะครับ
โดยตัวอย่างนี้ผมได้นำเอาข้อมูลจากการทดสอบดินมาจากสถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยที่ผมได้เลือกนำเอาข้อมูลของชั้นดินที่ระดับความลึกของเสาเข็มเท่ากับ 8 เมตร เท่าๆ กันมาใช้ในการเปรียบเทียบในตัวอย่างข้อนี้ ทั้งนี้เพื่อนๆ จะสามารถเห็นได้ตั้งแต่ค่า SUM OF qf เลยว่าโครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์นั้นจะมีขนาดของค่า SUM OF qf ที่สูงกว่าในกรณีของโครงสร้างเสาเข็มเจาะ ซึ่งก็จะสืบเนื่องมาจากเหตุผลที่ผมได้ทำการอธิบายแก่เพื่อนๆ ไปเมื่อในสัปดาห์ที่แล้วนะครับ
ซึ่งผมได้เลือกใช้งานโครงสร้างเสาเข็มเจาะให้มีขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 350 มม และให้โครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์นั้นมีขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 300 มม ซึ่งก็จะมีขนาดที่เล็กกว่าพอสมควรแต่สุดท้ายแล้วเมื่อโครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์นั้นมีค่า SUM OF qf ที่สูงกว่าโครงสร้างเสาเข็มเจาะจึงทำให้ค่าความสามารถในการรับน้ำหนักปลอดภัยของโครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์นั้นมีขนาดเท่ากับ 32 T/PILE ส่วนค่าความสามารถในการรับน้ำหนักปลอดภัยของโครงสร้างเสาเข็มเจาะนั้นจะมีขนาดเท่ากับ 23 T/PILE นะครับ
สุดท้ายเพื่อนๆ ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า ต่อให้กรณีของโครงสร้างเสาเข็มเจาะซึ่งจะมีขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางที่ใหญ่กว่าโครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์แต่ตัวโครงสร้างเสาเข็มเจาะเองนั้นกลับมีค่าความสามารถในการรับน้ำหนักปลอดภัยที่น้อยกว่าในกรณีของโครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์มากถึง 11 T/PILE เลยนะครับ
สรุปการโพสต์ในวันนี้ก็คือ หากสภาพของชั้นดินภายในโครงการก่อสร้างของเพื่อนๆ นั้นมีคุณลักษณะเป็นดินที่จะทำให้โครงสร้างเสาเข็มนั้นเป็นเสาเข็มรับแรงฝืดเป็นหลัก หรือ FRICTION PILE รวมถึงเพื่อนๆ ก็มีความต้องการที่จะใช้งานโครงสร้างเสาเข็มให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด เพื่อนๆ ก็ควรที่จะเลือกใช้งานโครงสร้างเสาเข็มสปันไมโครไพล์ก็จะเป็นการดีที่สุดนั่นเองครับ
หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านจากคำถามในวันนี้น่าที่จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อย และ จนกว่าจะพบกันใหม่นะครับ
#โพสต์วันพฤหัสบดี
#ความรู้เกี่ยวกับการทำงานเสาเข็มและฐานราก
#ตัวอย่างการคำนวณเปรียบเทียบค่าความสามารถในการรับน้ำหนักปลอดภัยระหว่างกรณีของเสาเข็มสปันไมโครไพล์และโครงสร้างเสาเข็มเจาะ
ADMIN JAMES DEAN


