ขั้นตอนการตอก เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) เสาเข็มเพื่อการต่อเติม เสริมฐานราก และการสร้างใหม่ -ย้ายตัวปั่นจั่นให้เข้าที่ เพื่อให้ตรงกับตำแหน่งที่จะทำการลงเสาเข็มสปันไมโครไพล์ และหลังจากนั้นจะทำการทดสอบโดยการทิ้งลูกดิ่งเพื่อหาจุดศูนย์กลางว่าได้ระยะดิ่งตรงกลางระหว่าง cap pile กับหมุดศูนย์ที่กำหนดไว้หรือไม่ -ทิ้งลูกดิ่งเพื่อหาจุดศูนย์กลางว่าได้ระยะดิ่งตรงกลางระหว่าง cap pile กับหมุดศูนย์ที่กำหนดไว้หรือไม่ -นำเสาเข็มสปันไมโครไพล์ท่อนแรกไปวางในตำแหน่งที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องโดยการจับระดับด้วยมาตรวัดระดับน้ำเพื่อให้ได้แนวดิ่ง ทั้งแกน x และ แกน y โดยจะทำการทดสอบกับตัวเสาเข็มสปันไมโครไพล์ -ทดสอบกับตัวปั้นจั่นเพื่อให้แน่ใจว่าได้แนวดิ่งที่ถูกต้องตามที่ต้องการแล้ว และหลังจากนั้นจึงลงมือตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ท่อนแรกลงไปในดินจนเกือบมิดแล้วจึงนำเสาเข็มสปันไมโครไพล์ ท่อนที่ 2 มาจรดกับเสาเข็มท่อนแรกในแนวตรง แล้วจึงทดสอบด้วยมาตรวัดระดับน้ำอีกครั้ง -หลังจากที่นำเสาท่อนที่ 2 วางจนได้แนวดิ่งที่ตรงกันกับเสาท่อนแรกแล้ว ใช้ cap pile เป็นตัวบังคับไม่ให้เสาท่อนที่ 2 เคลื่อนออกจากตำแหน่ง แล้วจึงทำการลงมือเชื่อมต่อเหล็กที่ขอบของหัวเสาเข็มให้ติดกันโดยเสาเข็มที่นำมาเชื่อมต่อกัน จะต้องมีลักษณะและขนาดของพื้นที่หน้าตัดเท่ากัน -ลักษณะการเชื่อม จะเชื่อมเต็มรอบหัวเสาเข็มสปันไมโครไพล์ -จะเห็นได้ว่าบริเวณหน้างานที่ทำการตอกเสาเข็มแบบสปันไมโครไพล์ จะไม่มีเศษดินที่ลอยขึ้นมาด้านบนจากกรรมวิธีการตอก เนื่องจากว่าเศษดินพวกนั้นจะเข้าไปอยู่ในรูกลมตรงกลางเสาเข็มแทน และสามารถตอกได้ชิดกับผนังได้ Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย […]
เสาเข็มสปันไมโครไพล์คืออะไร?? นอกจากงานต่อเติมแล้ว สามารถใช้ในงานสร้างใหม่ได้หรือไม่?? เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เสาเข็มที่เป็นที่นิยมในการต่อเติม เพราะด้วยขนาดของเสาเข็ม และปั้นจั่นที่ใช้ ทำให้สามารถเข้าตอกในพื้นที่จำกัดได้สะดวก ขณะตอกแรงสั่นสะเทือนน้อย จึงไม่สงผลกระทบต่อโครงสร้างเดิม และนอกจากการต่อเติม เสาเข็มชนิดนี้ยังสามารถใช้ในงานสร้างใหม่ได้ เป็นเสาเข็มที่ถูกออกแบบมาเพื่อการรับน้ำหนัก โดยสามารถรับน้ำหนักได้ตามที่วิศวกรออกแบบ ถึง15-50 ตัน/ต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดเสาเข็มและสภาพชั้นดินในแต่ละพื้นที่) และถึงแม้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ จะมีความยาวเพียง 1.5 เมตร แต่สามารถเพิ่มต่อความยาวได้โดยการนำเสาเข็มมาตอกต่อกัน และทำการเชื่อมเสาเข็มแต่ละท่อนด้วยการเชื่อมแบบไฟฟ้า จากนั้นทำการตอกเสาเข็มด้วยปั้นจั่นที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ตอกเสาเข็มจนได้ความลึก และ BLOW COUNT ที่กำหนด มีการทดสอบการรับน้ำหนักโดยวิธี Dynamic Load Test เพื่อให้มั่นใจว่าเสาเข็มจะสามารถรับน้ำหนักปลอดภัย ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม สร้างใหม่ ก็สามารถเลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ ภูมิสยามได้ เพราะเสาเข็มชนิดนี้เป็นได้มากกว่าการต่อเติม และเป็นที่นิยมในทุกงานก่อสร้าง Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม […]
วิธีพิจารณาระยะห่างระหว่างโครงสร้างเสาเข็ม ก่อนอื่นจะต้องทราบก่อนว่า กำลังออกแบบให้โครงสร้างฐานรากของเรานั้นมีสมมติฐานเป็นแบบใดระหว่าง “ฐานรากที่มีความอ่อนตัว FLEXIBLE FOUNDATION” หรือว่าเป็น “ฐานรากที่มีความแข็งตัว RIGID FOUNDATION” พอทราบสมมติฐานข้างต้นแล้ว ก็จะมีเกณฑ์ในเรื่องของการคำนวณหาระยะห่างระหว่างโครงสร้างเสาเข็มมากที่สุด หากว่าโครงสร้างฐานรากนั้นเป็นฐานรากที่มีความอ่อนตัว สำหรับกรณีนี้จะไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะห่างระหว่างโครงสร้างเสาเข็มมากที่สุด เพราะโครงสร้างฐานรากก็จะต้องเกิดการเสียรูปได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความจำที่จะต้องทำการคำนึงถึงเรื่องระยะห่างระหว่างโครงสร้างเสาเข็มมากที่สุด หากว่าโครงสร้างฐานรากนั้นเป็นฐานรากที่มีความแข็งตัว สำหรับกรณีนี้จะต้องพิจารณาเรื่องข้อจำกัดในเรื่องระยะห่างระหว่างโครงสร้างเสาเข็มมากที่สุด เพราะว่าเวลาออกแบบโครงสร้างฐานรากโดยอาศัยสมมติฐานนี้นั่น ก็เท่ากับว่ากำลังอาศัยทฤษฎีของแผ่นเปลือกหนาหรือ THICK PLATE อยู่ ซึ่งตามปกติแล้วสำหรับทฤษฎีนี้จะมีข้อกำหนดว่า ควรที่จะใช้อัตราส่วนระหว่างระยะความห่างต่อระยะความหนาหรือ SPAN TO DEPTH RATIO ไม่ควรเกิน 5 หากว่าใช้อัตราส่วนระหว่างระยะความห่างต่อระยะความหนาที่มากกว่านี้ก็เท่ากับว่า เรากำลังทำการเปลี่ยนสมมติฐานที่ใช้ในการออกแบบจากฐานรากที่มีความแข็งตัวเป็นฐานรากที่มีความอ่อนตัว ดังนั้นในเรื่องของระยะห่างระหว่างโครงสร้างเสาเข็มมากที่สุดนั้น จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของตัวโครงสร้างเสาเข็มเหมือนกับกรณีที่เรากำลังพิจารณาในเรื่องระยะห่างระหว่างโครงสร้างเสาเข็มน้อยที่สุดแต่จะไปขึ้นอยู่กับอัตราส่วนระหว่างระยะความห่างต่อระยะความหนาแทนนั่นเอง Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม The Provision of Pile Driving […]
สร้างใหม่ ฐานรากจะมั่นคงหรือไม่?? หากเลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มขนาดเล็ก ที่เหมาะสำหรับการตอกเพื่อรับน้ำหนัก ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นฐานรากที่ต้องการความมั่นคงแข็งแรง และด้วยเสาเข็มที่มีลักษณะกลวง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ ลดแรงสั่นสะเทือนขณะตอก ภายในของเสาเข็มมีโครงเหล็กฝังอยู่ในเนื้อคอนกรีตโดยรอบทำให้เสาเข็มมีความแข็งแรงสูง ขนาดของเสาเข็มมีความยาวเพียง 1.5 เมตร เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่หน้างาน และปั้นจั่นที่ใช้ตอกถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้มีขนาดพอดีสำหรับตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์โดยเฉพาะ โดยการตอกเสาเข็มจะตอกต่อกันทีละท่อน และสามารถเชื่อมต่อกันได้โดยการเชื่อมด้วยไฟฟ้า ซึ่งความลึกจากการตอกเสาเข็มต่อกันทีละท่อน ทำให้มีความแข็งแรงมากพอที่จะสามารถรับน้ำหนักโครงสร้างต่างๆได้ ถูกต้องตามหลักวิศกรรม มีการสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็มด้วยวิธีพลศาสตร์ (DYNAMIC LOAD TEST) สร้างใหม่ ต้องการฐานรากที่มั่นคง เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ ภูมิสยาม เสาเข็มที่เป็นได้มากกว่าการต่อเติม Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม The Provision of Pile Driving Service และได้รับการรับรอง ISO 9001:2015 […]
ชนิด และ ประเภทของเสาเข็ม สปันไมโครไพล์ Spunmicropile เสาเข็มมีมากมายหลายชนิด และหลายประเภทตามรูปแบบการก่อสร้าง โดยเสาเข็ม สปันไมโครไพล์ (SPUN MICRO PILE) ของทางภูมิสยามถูกจำแนกให้อยู่ในประเภท เสาเข็มตอก (DRIVEN PILE) คือ การใช้ปั้นจั่นทำการตอกเสาเข็มลงไปในดินจนได้ความลึกตามที่ต้องการ วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากวิธีการก่อสร้างไม่ซับซ้อน และ ค่าใช้จ่ายไม่สูง แต่ในปัจจุบันมักมีปัญหาในการก่อสร้างในพื้นที่ ที่มีอาคารอยู่รอบข้าง อาจเกิดแรงสั่นสะเทือนในการตอก และ การเคลื่อนตัวของดินที่ถูกแทนที่ด้วยเสาเข็ม อาจทำให้เกิดความเสียหายอันเป็นผลกระทบจากการตอกเสาเข็ม แต่เสาเข็มสปันไมโครไพล์ของทางภูมิสยาม ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ เพราะแรงสั่นสะเทือนขณะตอกมีน้อย จึงไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นที่ใกล้เคียง ที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย [cycloneslider id=”spunmicro-20220110-1″] Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม The Provision of Pile Driving […]
เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micropile เป็นเสาเข็มที่นิยมมากในงานก่อสร้างต่างๆ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มที่ตอบโจทย์การก่อสร้างมากที่สุด ไม่ว่าจะต่อเติม หรือสร้างใหม่ โดยภายในของเสาเข็มมีโครงเหล็กฝังอยู่ในเนื้อคอนกรีตโดยรอบ และมีเนื้อคอนกรีตที่หนาแน่นจากนวัตกรรมการผลิตโดยในแรงเหวี่ยงในแบบหล่อ มีความสามารถในการรับน้ำหนักได้ตามที่วิศวกรออกแบบ ถึง15-50 ตัน/ต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดเสาเข็มและสภาพชั้นดินในแต่ละพื้นที่) และยังมีข้อดีในเรื่องลดแรงสั่นสะเทือนขณะตอก และความสะดวกในการเข้าตอกในพื้นที่หน้างาน ภูมิสยามมีวิศวกรควบคุมดูแลการผลิตให้คำปรึกษา ตลอดจนทีมช่างตอกเสาเข็มที่มีประสบการณ์สูงพร้อมให้บริการ โดยปฏิบัติงานตามทุกขั้นตอนให้ได้มาตรฐานและความมั่นคงแข็งแรงสูงสุด มีการทดสอบการรับน้ำหนักโดยวิธี Dynamic Load Test เสาเข็มของภูมิสยามได้รับ มาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง มอก.397-2562 และมาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มอก.396-2549 เรื่องเสาเข็มไว้ใจภูมิสยาม เรายินดีให้คำปรึกษา และพร้อมบริการทั่วประเทศ Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม The Provision of Pile Driving Service และได้รับการรับรอง ISO 9001:2015 […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ สืบเนื่องจากช่วงนี้ผมมีงานออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างประเภทพื้นคอนกรีตอัดแรงชนิดดึงเหล็กทีหลังหรือ POST-TENSIONED CONCRETE SLAB อยู่ในหลายๆ โครงการก่อสร้างเลยทำให้ผมต้องหมกตัวอยู่กับรายละเอียดต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกันกับการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างประเภทนี้ นั่นจึงทำให้ผมนึกถึงรายละเอียดๆ หนึ่งขึ้นได้ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนอาจจะไม่ทราบกันว่า ภายในลวดอัดแรงชนิดลวดเหล็กตีเกลียวสำหรับที่ใช้ในงานคอนกรีตอัดแรงชนิด 7 เส้น หรือ SEVEN WIRE STRANDS นั้นจะมีรายละเอียดบางอย่างที่เพื่อนๆ ควรทราบไว้ว่าเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของลวดอัดแรงชนิดนี้ ดังนั้นในวันนี้ผมจึงจะขออนุญาตมาทำการอธิบายให้เพื่อนๆ นั้นได้รับทราบและทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันในโพสต์ของวันนี้นะครับ ก่อนอื่นเลยเพื่อนๆ น่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าลวดเหล็กตีเกลียวสำหรับที่ใช้ในงานคอนกรีตอัดแรงชนิด 7 เส้น นั้นจะเป็นชนิดของลวดที่ได้รับความนิยมมาใช้ในงานคอนกรีตอัดแรงในบ้านเราเป็นอย่างมากเพราะลวดชนิดนี้ได้รับการรับรองจากมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. 420-2540 ซึ่งหลักๆ แล้วเราจะสามารถทำการแบ่งชนิดของลวดเหล็กตีเกลียวสำหรับที่ใช้ในงานคอนกรีตอัดแรงชนิด 7 เส้น นี้ออกได้เป็น 2 ชนิด ด้วยกันได้แก่ ลวดเหล็กตีเกลียวสำหรับที่ใช้ในงานคอนกรีตอัดแรงชนิด 7 เส้น (1) ลวดเหล็กตีเกลียวสำหรับที่ใช้ในงานคอนกรีตอัดแรงชนิด 7 เส้น แบบธรรมดาหรือ […]
ประเภทของฐานราก ทั้งฐานรากชนิดตื้นและชนิดลึก มีลักษณะของการก่อสร้างและความสามารถในการรับน้ำหนักที่แตกต่างกัน แบ่งได้ดังนี้ -ฐานแผ่เดี่ยว (Spread Footing) หมายถึงฐานรากที่รับน้ำหนักจากเสาอาคาร เพียงต้นเดียว แล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่พื้นดิน ความหนาของตัวฐานต้องสามารถต้านทานโมเมนต์ดัดและแรงเฉือนได้อย่างเพียงพอ และสามารถป้องกันการกัดกร่อนตัวเหล็กเสริมเนื่องจากความชื้น ในบางกรณีที่เสาอาคารไม่วางอยู่บนศูนย์กลางฐานราก เช่นอยู่ติดเขตที่ดินอาจถูกออกแบบให้เสาวางอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของฐานราก เราเรียกว่าฐานรากแบบนี้ว่า ฐานรากตีนเป็ด -ฐานต่อเนื่องรับกำแพง (Continuous Footing) หมายถึงฐานรากที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักจากผนังก่ออิฐ หรือผนังคอนกรีตเสริมเหล็กของอาคารหลายๆ ชั้น ขนาดความกว้างของฐานรากขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่กดลงสู่ฐานราก -ฐานแผ่ร่วม (Combined Footing) เป็นการออกแบบฐานรากเพื่อแก้ปัญหากรณีไม่สามารถสร้างฐานรากเดี่ยวที่สมมาตรได้ ซึ่งฐานรากที่ไม่ สมมาตรนี้เมื่อรับน้ำหนักที่ถ่ายลงบนฐานไม่เท่ากันทำให้เกิดแรงเยื้องศูนย์ อาจทำให้อาคารทรุดตัวได้ -ฐานรากชนิดมีคานรัด (Cantilever Footing) เป็นการออกแบบฐานรากเพื่อแก้ปัญหากรณีไม่สามารถสร้างฐานรากที่สมมาตรได้อีกวิธีหนึ่ง เหมาะกับเสาของอาคารที่มีความจำเป็นต้องสร้างประชิดติดกับอาคารเดิม หรือแนวเขตดินที่ไม่สามารถวางตาแหน่งของฐานให้ ตรงกับแนวเสาตอม่อได้ จึงออกแบบให้มีคานคอนกรีตแบกรับน้ำหนักจากเสาตอม่อ -ฐานรากแพ (Mat or Raft Foundation) เป็นฐานร่วมขนาดใหญ่ใช้รับน้ำหนักบรรทุกของเสาหลายๆ ต้น โดยจะแผ่บนพื้นที่กว้างๆ บางครั้งจะใช้รับน้ำหนักบรรทุกของเสาทุกต้นของอาคารก็ได้โดยมากแล้วเราจะใช้ฐานแพกับอาคารสูง ข้อดีของฐานรากชนิดนี้เมื่อเทียบกับฐานรากเดี่ยวคือ กระจายน้ำหนักสู่ดิน หรือหินเบื้องล่างได้ดีกว่า และปัญหาการทรุดตัวต่างระดับแทบหมดไป เพราะฐานรากชนิดนี้มีความต่อเนื่องกันตลอดโยงยึดกันเป็นแพ แต่การก่อสร้างจะยุ่งยาก และสิ้นเปลือง แหล่งข้อมูล […]
เพื่อการรับน้ำหนักที่มั่นคงแข็งแรง ของฐานรากภายในอาคาร เลือกใช้เสาเข็มไอไมโครไพล์ I-Micropile ภูมิสยาม เสาเข็มไอไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มขนาดเล็ก รูปตัวไอ เป็นเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ สามารถใช้ตอกเพื่อเสริมฐานรากที่ต้องการความมั่นคงแข็งแรงในการรับน้ำหนักอาคารขนาดใหญ่ได้ โดยการตอกเสาเข็มชนิดนี้ จะใช้ปั้นจั่นที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ สำหรับตอกเสาเข็มชนิดนี้ โดยเสาเข็มไอไมโครไพล์ สามารถตอกต่อกันได้โดยการเชื่อมด้วยไฟฟ้า และตอกต่อกันด้วยปั้นจั่นจนลึกถึงชั้นดินทรายแข็ง และภูมิสยาม มีการกำกับดูแลงานโดยวิศวกร และทีมช่างตอกที่มีที่มีประสบการณ์ เพื่อ ให้การตอกเสาเข็มในทุกขั้นตอนได้มาตรฐานและความมั่นคงแข็งแรงสูงสุด มีการทดสอบการรับน้ำหนักโดยวิธี Dynamic Load Test เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถรับน้ำหนักได้ตามที่วิศวกรออกแบบ และถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ต่อเติม เสริมฐานราก ปรึกษาภูมิสยาม ผู้ผลิตเสาเข็มสปันไมโครไพล์ และเสาเข็มไอไมโครไพล์ เรายินดีให้คำปรึกษา และพร้อมบริการทั่วประเทศ Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม The Provision of Pile Driving Service […]
การรับน้ำหนักบรรทุกของ ฐานรากแบบเสาเข็ม (Pile Foundation) การวิบัติของเสาเข็ม การวิบัติของเสาเข็ม จะเกิดขึ้นได้เมื่อรับน้ำหนักบรรทุกเกินผลรวมของกำลังรับน้ำหนักบรรทุกที่ปลาย กับกำลังรับน้ำหนักบรรทุกที่ผิวของเสาเข็ม แต่ในความเป็นจริงแล้ว แรงต้านจะเกิดขึ้นเมื่อเสาเข็มถูกกระทำจนเกิดการเคลื่อนที่ แรงต้านที่ผิวจะเกิดเมื่อเสาเข็มเคลื่อนตัว 5-10 มม. แต่แรงต้านที่ปลายต้องการการเคลื่อนที่ที่สูงกว่ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเสาเข็มเจาะ อาจสูงถึงร้อยละสิบของขนาดเสาเข็ม ดังนั้น ในการออกแบบจึงมักประมาณกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มจากแรงเสียดทานเท่านั้น ยกเว้นในกรณีที่ตัวเสาเข็มอยู่ในชั้นดินอ่อนและปลายอยู่ในชั้นดินแข็งอย่างชัดเจนจึงนำกำลังรับน้ำหนักบรรทุกที่ปลายมาคำนวณด้วย กำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มตอก (Driven Pile Bearing Capacity) ในปัจจุบันเสาเข็มคอนกรีตไม่ว่าจะเป็นเสาเข็มตอกหรือเสาเข็มเจาะ มักจะได้รับความนิยมมากกว่าเสาเข็มชนิดอื่นๆ พื้นที่ปลายและพื้นที่ผิวของเสาเข็มซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญของการคาดคะเนกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มสามารถหาได้ง่ายขึ้น การออกแบบฐานรากเสาเข็มมีความซับซ้อนกว่าการออกแบบฐานรากแผ่ ประเด็นที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษก็คือ กระบวนการก่อสร้างเสาเข็มทำให้สภาพของดินแตกต่างไปจากสภาพในช่วงของการเจาะสำรวจ การสัมผัสระหว่างเสาเข็มกับดินซับซ้อนกว่า Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้นำกลุ่มธุรกิจเสาเข็มสปันไมโครไพล์ รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การให้บริการตอกเสาเข็ม The Provision of Pile Driving Service และได้รับการรับรอง ISO 9001:2015 ของระบบ […]







