Author Archives: admin

การติดตั้งสลักเกลียวแบบฝังยึด

42471925 1930751813637601 8530515802518978560 o

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง เหล็ก (STRUCTURAL STEEL ENGINEERING DESIGN หรือ SCE) นะครับ เนื่องจากเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นผมได้โพสต์และอธิบายถึงเรื่องวิธีในการติดตั้งสลักเกลียวแบบฝังยึดว่า เราควรที่จะทำการติดตั้งสลักเกลียวแบบฝังยึดในรูปแบบที่มีความสมมาตรกัน และ ได้มีเพื่อนวิศวกรของผมท่านหนึ่งได้สอบถามเข้ามาว่า หากว่าแรงกระทำนั้นมีค่าน้อยมากๆ หรือ BOUNDARY CONDITIONS นั้นเป็นไปในลักษณะอื่นๆ เราจะสามารถยึดถือรายละเอียดตามตัวเลือกในข้ออื่นๆ ได้หรือไม่ ? หากว่าในกรณีที่แผ่นเหล็กๆ นี้จะต้องรับแรงดัด และ เราทำการใส่ สลักเกลียวแบบฝังยึด ให้มีลักษณะแบบไม่สมมาตร ซึ่งผมก็ได้อธิบายไปว่า หากเป็นไปได้ เราก็ไม่ควรที่จะให้รายละเอียดของจุดต่อนั้นเป็นเช่นนั้น แต่ หากเราทำเช่นนั้นจริงๆ ไม่ทราบว่าจะเกิดผลอะไรตามมาบ้าง รบกวนช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยจะได้มั้ยครับ ?   ได้ซิครับ ซึ่งผมขอตอบทีละข้อแบบนี้นะครับว่า ตอบข้อที่ 1. คือ ได้อย่างแน่นอนครับ เพราะอย่างที่ผมเรียนไปในโพสต์ก่อนหน้านี้ว่า การที่เราจะเลือกทำการใส่รายละเอียดให้แก่จุดต่อให้เป็นไปในลักษณะใดๆ นั้นเป็นสิทธิของผู้ออกแบบแต่ละท่าน เพราะ ผู้ออกแบบแต่ละท่านจะมีความเข้าใจดีว่า ตอนที่ดำเนินการออกแบบนั้นได้มีการกำหนด BOUNDARY CONDITIONS ไว้เป็นแบบใด ซึ่งหากเพื่อนๆ […]

ชิ้นส่วนโครงสร้างเสาเหล็ก (STEEL COLUMN) กับชิ้นส่วนจุดรองรับที่เป็นตอม่อคอนกรีต

42155125 1924680814244701 6658851552654000128 o

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน   หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง เหล็ก (STRUCTURAL STEEL ENGINEERING DESIGN หรือ SSE) นะครับ   พบกันอีกครั้งหนึ่งในบ่ายวันเสาร์แบบนี้นะครับ และ เหมือนเช่นเคยนะครับ วันนี้ผมจะมีคำถามที่อยากจะขอเชิญชวนให้เพื่อนๆ นั้นได้มาร่วมสนุกตอบคำถามด้วยกันนะครับ ผมจะขออนุญาตทำการสมมติว่าเพื่อนๆ ต้องทำหน้าที่เป็น ผู้ออกแบบ หรือ ผู้ควบคุมการทำงานก่อสร้างจุดต่อระหว่างชิ้นส่วนโครงสร้างเสาเหล็ก (STEEL COLUMN) กับชิ้นส่วนจุดรองรับที่เป็นตอม่อคอนกรีต โดยข้อมูลที่เราทราบนั้นมี   (1) โครงสร้างๆ นี้จะทำหน้าที่ในการรองรับเครื่องจักรที่มีการสั่นตัว (VIBRATION) เกือบจะตลอดเวลา   (2) จุดต่อๆ นี้จะเป็นจุดต่อแบบยึดแน่น (FIXED SUPPORT) ในทั้งสองทิศทาง นั่นก็คือทั้งแกน X และแกน Y   (3) ขนาดของสลักเกลียวแบบฝังยึด (ANCHOR BOLT) ขนาด 20 มม ความลึกของการฝังจะเท่ากับ 1200 […]

การออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง เหล็ก (STRUCTURAL STEEL ENGINEERING DESIGN หรือ SCE)

41685384 1917189188327197 2605376725676195840 n

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน   หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง เหล็ก (STRUCTURAL STEEL ENGINEERING DESIGN หรือ SCE) นะครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าในทุกๆ ครั้งที่เพื่อนๆ นั้นนั่งอ่านแบบวิศวกรรมโครงสร้างเหล็ก จะต้องอ่านแบบ ที่แสดงรายละเอียดต่างๆ ของจุดต่อของโครงสร้าง (STRUCTURAL CONNECTIONS) แล้วก็คงจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับว่า เหตุใดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการทำจุดต่อแบบรอยเชื่อม (WELDING CONNECTIONS) ที่แทนอยู่ในรูปของ “T” (ตามรูปที่แนบมาด้วย) จึงมักที่จะเขียนระบุลงไปในแบบว่า E60 หรือ E70 ?   วันนี้ผมจะมาทำการอธิบายและแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องๆ นี้ให้แก่เพื่อนๆ ทุกๆ คนนะครับ   เจ้าสัญลักษณ์ E60 หรือ E70 นี้จริงๆ แล้วก็คือ สัญลักษณ์ที่มีเอาไว้เพื่อระบุกำลังของลวดเชื่อมนั่นเอง โดยที่กำลังของเจ้าลวดเชื่อมเกรด E60 นั้นจะมีค่า F(Exx) = 4200 ksc และ E70 […]

สำนวนที่ว่า “It’s raining cat’s and dog’s.”

41454249 1912579025454880 221555896554094592 n

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ ภาษาสำหรับงานวิศวกรรม (ENGLISH FOR ENGINEERING WORK หรือ EEW) นะครับเนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นฝนตกในทุกๆ วัน เลยทำให้ผมนึกถึงสำนวนๆ หนึ่งในภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการที่ฝนตก ดังนั้นในวันนี้ผมจะขอนอกเรื่องออกไปจากหัวข้อ ภาษาสำหรับงานวิศวกรรม สักหน่อยนึง ซึ่งสำนวนที่ว่าก็คือ “It’s raining cat’s and dog’s.” นั่นเองนะครับ หากเมื่อใดก็ตามที่เพื่อนๆ ได้ยินฝรั่งพูดสำนวนที่ว่า “It’s raining cat’s and dog’s.” เพื่อนๆ ก็อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปแบบตรงตัวว่าเค้าหมายความถึง “ฝนนั้นตกลงมาเป็นแมวเป็นหมา” นะครับ เพราะ จริงๆ แล้วสำนวนๆ นี้จะหมายถึงในทำนองว่า “ฝนนั้นตกลงมาอย่างหนักมากๆ” หรือ “ฝนนั้นตกลงมาอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง” เป็นต้นนะครับ ส่วนที่มาที่ไปของสำนวนๆ นี้จริงๆ แล้วก็มีหลายสายรายงานมานะครับ แต่ ที่น่าเชื่อถือและน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ ในสมัยก่อนในประเทศอังกฤษ เวลาที่เกิดพายุฝนนั้นเกิดตกหนัก พอหลังจากที่พายุฝนนั้นได้สงบลง ผู้คนก็มักที่จะมองเห็นภาพของ หมา และ แมว […]

เทคนิคในการจี้คอนกรีตที่ถูกต้อง

40469242 1900327386680044 1581364627189530624 n

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง คอนกรีต (STRUCTURAL CONCRETE ENGINEERING DESIGN หรือ SCE) นะครับวันนี้ผมมีเทคนิคง่ายๆ ที่จริงๆ แล้วเป็นพื้นฐานของการทำงานเทคอนกรีตเลยก็ว่าได้นะครับ แต่ หลายๆ คนอาจจะหลงลืมไป หรือ ลืมนึกถึงความสำคัญไปจึงทำให้เกิดปัญหาตามมามากมายเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็คือ เทคนิคในการจี้คอนกรีต ที่ถูกต้องนั่นเองนะครับ จริงๆ แล้วเทคนิคในการจี้คอนกรีตให้ออกมาดีและถูกต้องนั้นไม่ได้มีอะไรที่สลับซับซ้อนหรือยากเย็นเลยนะครับ เพียงแค่เราทำการจี้คอนกรีตทั้งชั้นของคอนกรีตให้ทั่วถึงสม่ำเสมอกันทุกๆ จุดจนกว่าคอนกรีตจะเกิดการแน่นตัว ทั้งนี้ก็เพื่อมิให้เนื้อของคอนกรีตนั้นเกิดเป็นโพรงขึ้นภายใน แต่ สิ่งหนึ่งที่ผมกำลังจะเน้นย้ำต่อไปนี้จริงๆ แล้วเกิดจากความเข้าใจผิดหรือคลาดเคลื่อนออกไปจากความเป็นจริง นั่นก็คือ เมื่อช่างปูนทำการจี้คอนกรีตไปที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งก็มักจะเริ่มจากชั้นที่อยู่ลึกที่สุดก่อนเสมอ จากนั้นก็จะไล่ขึ้นมาที่ผิวชั้นบนๆ เรื่อยมา คราวนี้ความผิดพลาดจะเกิดขึ้นเมื่อช่างมักจะทำการจี้คอนกรีตที่ชั้นนี้นานเกินไป ส่งผลทำให้ที่คอนกรีตที่ผิวชั้นนี้เกิดการแยกตัวออกจากกัน วัสดุมวลรวมหยาบและมวลรวมละเอียดจะเกิดการแน่นตัวจริง แต่ จะไปกองรวมกันอยู่ที่ผิวด้านล่าง ในขณะที่ผิวด้านบนน้ำจะเอ่อล้นขึ้นมา โดยเราจะสามารถสังเกตพฤติกรรมนี้ได้ง่ายๆ จากการที่น้ำปูนนั้นมีการเอ่อลอยขึ้นมาเต็มผิวหน้าของคอนกรีตที่อยู่ทางด้านบน หากเกิดพฤติกรรมเช่นนี้ขึ้น เมื่อคอนกรีตเริ่มก่อตัวและแห้งพร้อมที่จะแกะออกจากแบบแล้วเรามักจะพบว่า เนื้อคอนกรีตบริเวณที่เกิดปัญหานี้จะมีสภาพที่ไม่สวยงามเท่าใดนัก จะเห็นได้ว่าที่ผิวด้านล่างของคอนกรีตจะแลเห็นได้ว่ามีหินกองรวมกันเต็มไปหมด ในขณะที่ผิวด้านบนอาจจะเกิดเป็นขีดสีขาวๆ เล็กๆ หรือ รอยร้าวเต็มไปหมดเช่นกัน ครั้นหากนำโครงสร้างนี้ไปใช้งานก็จะทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย เพราะ เนื่องด้วยเนื้อของคอนกรีตภายในบริเวณนี้จะมีคุณภาพที่ด้อยกว่าคอนกรีตในบริเวณอื่นๆ ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะคอนกรีตที่ใช้ทำการก่อสร้างระบบพื้น คอร ยิ่งเป็นส่วนที่เป็นเหล็กเสริมกันระเบิด (BURSTING REINFORCEMENT) […]

เฉลยคำตอบในการสอบใบประกอบวิชาชีพในระดับภาคีวิศวกรที่ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของสภาวิศวกร

40077682 1895187283860721 7779155971808428032 n

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน พบกันอีกเช่นเคยในวันบ่ายจันทร์แบบนี้โดยที่หัวข้อในวันนี้ผมจะมาเฉลยคำตอบในการสอบใบประกอบวิชาชีพในระดับภาคีวิศวกรที่ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของสภาวิศวกรนะครับ ในวันนี้จะเป็นข้อสอบในวิชา STEEL AND TIMBER DESIGN นะครับ โดยที่ข้อสอบข้อนี้มีรายละเอียดของถามว่า ข้อที่ 21โครงถักดังรูป ข้อใดกล่าวถูกต้อง เฉลยหากเราอยากจะทราบว่าชิ้นส่วนของโครงสร้างในโครงถักชิ้นใดที่เป็น แรงดึง หรือ แรงอัด เราเทคนิคง่ายๆ ในการดู คือ ทำการเปลี่ยนโครงสร้างโครงถักนั้นๆ ให้เป็นคานรับแรงดัดซะ จากนั้นก็ดูว่าคานๆ นั้นน่าจะมีแนวโน้มในการที่จะเกิดแรงดัดชนิดใดในบริเวณที่เราสนใจ ปัญหาข้อนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ คือ ในปัญหาข้อนี้โครงสร้างโครงถักนั้นเป็นโครงถักแบบยื่น (CANTILEVER TRUSS) ดังนั้นเราก็จะสามารถทำการแปลงให้โครงสร้างโครงถักนี้ให้เป็นโครงสร้างคานยื่น (CANTILEVER BEAM) นั่นเองนะครับ หากเราทำการวิเคราะห์โครงสร้างเราจะทราบดีว่าโครงสร้างคานที่รับ นน ในแนวดิ่งกระทำในทิศทางลงจะส่งผลให้ค่าแรงปฏิกิริยาที่เป็นแรงดัด ณ จุดรองรับจะเป็นแรงดัดแบบลบ (NEGATIVE MOMENT) เสมอนะครับ ดังนั้นหากจะทำการเทียบเท่าค่า แรงดัด นี้กับค่า แรงกระทำตามแนวแกน ในชิ้นส่วนของโครงถักเราจะพบว่าที่ด้านบน (UPPER CHORD) หรือ ชิ้นส่วน B นั้นจะเป็น แรงดึง และ ด้านล่าง (BOTTOM CHORD) หรือ […]

เฉลยคำตอบในการสอบใบประกอบวิชาชีพในระดับภาคีวิศวกรที่ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของสภาวิศวกร

39613712 1883841648328618 2694737557538734080 n

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน พบกันอีกเช่นเคยในวันบ่ายจันทร์แบบนี้โดยที่หัวข้อในวันนี้ผมจะมาเฉลยคำตอบในการสอบใบประกอบวิชาชีพในระดับภาคีวิศวกรที่ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของสภาวิศวกรนะครับในวันนี้จะเป็นข้อสอบในวิชา STRUCTURAL ANALYSIS นะครับ โดยที่ข้อสอบข้อนี้มีรายละเอียดของถามว่า ข้อที่ 191จากรูป จงใช้วิธี PORTAL วิเคราะห์โครงข้อแข็ง ซึ่งมีค่า EI คงที่ทุกชิ้นส่วน ในการหาค่าแรงปฏิกิริยาที่จุดรองรับ A เฉลยสิ่งที่เราควรทำเมื่อเจอปัญหาแบบนี้ คือ เราควรที่จะต้องมองให้ออกเสียก่อนว่าโครงสร้างนั้นๆ จะสามารถที่จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างได้โดยวิธี อย่างง่าย หรือ อย่างยาก ซึ่งในปัญหาข้อนี้หากผมมองด้วยตาเปล่าเราก็คงพอจะทราบดีอยู่แล้วนะครับว่าโครงสร้างๆ นี้จะเป็นโครงสร้างที่จะต้องอาศัยการในการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยวิธีอยากยากอย่างแน่นอน แต่เอาละ หากเราจะทำการตรวจสอบหาค่าดัชนีของความยากในการวิเคราะห์ (DEGREE OF INDETERMINACY) เราก็สามารถทำได้เช่นกันนะครับ โดยเราจะให้ค่า J คือ จำนวนของจุดต่อแบบสามารถที่จะถ่ายแรงดัดได้ (NUMBER OF MOMENT CONNECTIONS) จำนวนทั้งหมดเท่ากับ 6 จุดต่อ ค่า C คือ จำนวนของ จุดต่อแบบยึดหมุนที่อยู่ภายในโครงสร้าง (NUMBER OF INTERNAL HINGES) จำนวนทั้งหมดเท่ากับ 0 ค่า B คือ […]

การคำนวณทางด้านกลศาสตร์โครงสร้าง (STRUCTURAL MECHANICS COMPUTATION หรือ SMC)

39062980 1875185212527595 4761668363757813760 n

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การคำนวณทางด้านกลศาสตร์โครงสร้าง (STRUCTURAL MECHANICS COMPUTATION หรือ SMC) นะครับเนื่องจากเมื่อวันก่อนผมได้โพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องข้อสอบในวิชา THEORY OF STRUCTURES ไปและในเนื้อหาของการโพสต์มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคำว่า จุดต่อที่มีแรงภายนอกกระทำเท่ากับ ศูนย์ (ZERO FORCE NODES) หรือ จุดต่อที่จะมีแรงในชิ้นส่วนรอบๆ จุดต่อนั้นๆ เท่ากับ ศูนย์ (ZERO FORCE MEMBERS) ปรากฏว่าได้มีเพื่อนๆ ของผมหลายคนสนใจและทำการสอบถามความหมายของคำๆ นี้มากันหลายคนเลย ในวันนี้จึงคิดว่าจะขออนุญาตมาทำการขยายความถึงคำๆ นี้กันสักเล็กน้อยนะครับ จุดต่อที่จะมีแรงในชิ้นส่วนรอบๆ จุดต่อนั้นๆ เท่ากับ ศูนย์ นั้นจะเกิดขึ้นได้ในโครงสร้างโครงถักในกรณีที่ จุดต่อนั้นๆ มีลักษณะดังต่อไปนี้ (1) เป็นจุดต่อที่ ด้านบน หรือ ด้านล่าง ของโครงถักก็ได้ ที่มีตำแหน่งอยู่ที่ ด้านปลาย ของโครงถัก และ ไม่มีแรงกระทำใดๆ กระทำที่จุดต่อนั้นๆ หากเป็นกรณีเช่นนี้จะส่งผลทำให้ชิ้นส่วนทุกๆ ชิ้นรอบๆ จุดต่อนั้นๆ มีค่าเท่ากับศูนย์ ตย ที่ดูได้จากในรูปในโพสต์ๆ […]

ข้อสอบในวิชา THEORY OF STRUCTURES

38454919 1859809630731820 2378251214316896256 n

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน พบกันอีกเช่นเคยในวันบ่ายจันทร์แบบนี้โดยที่หัวข้อในวันนี้ผมจะมาเฉลยคำตอบในการสอบใบประกอบวิชาชีพในระดับภาคีวิศวกรที่ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของสภาวิศวกรนะครับในวันนี้จะเป็นข้อสอบในวิชา THEORY OF STRUCTURES นะครับ โดยที่ข้อสอบข้อนี้มีรายละเอียดของถามว่า ข้อที่ 94โครงสร้างดังรูป แรงปฏิกิริยาที่จุด B มีค่าเท่าใด ? เฉลยสิ่งที่เราควรทำเมื่อเจอปัญหาแบบนี้ คือ เราควรที่จะต้องมองให้ออกเสียก่อนว่าโครงสร้างนั้นๆ จะสามารถที่จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างได้โดยวิธี อย่างง่าย หรือ อย่างยาก ในปัญหาข้อนี้ก็เช่นกัน หากเราทำการตรวจสอบหาค่าดัชนีของความยากในการวิเคราะห์ (DEGREE OF DETERMINACY) หากเราให้ค่า EQ.EQ. คือ จำนวนของสมการสมดุล (EQUILIBRIUM EQUATIONS) ค่า C คือ จำนวนของจุดต่อภายใน (INTERNAL HINGED) และ ค่า R คือ จำนวนของแรงปฏิกิริยาที่จุดรองรับ เราจะพบว่าเรามีค่าแรงที่เราทราบค่า (KNOWN DATA) อยู่ทั้งหมดเท่ากับ EQ.EQ. + C = 3 + 0 = 3 และเรามีค่าแรงที่เราไม่ทราบค่า (UNKNOWN […]

สภาวะกำลังอัดในช่วงสภาวะใช้งานเริ่มแรกและภายหลังจากที่ทำการดึงเส้นลวดเสร็จแล้วอัดแรง

38085636 1852171431495640 4421882458610335744 n

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ การออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง คอนกรีต (STRUCTURAL CONCRETE ENGINEERING DESIGN หรือ SCE) นะครับเพื่อนๆ ทราบหรือไม่ครับว่า ในการกำหนดเพื่อที่จะทำการออกแบบค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตรูปทรงทรงกระบอกมาตรฐาน (STANDARD CYLINDRICAL COMPRESSIVE STRENGTH) เมื่อต้องนำมาใช้ในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทคอนกรีตอัดแรง เช่น ระบบพื้นไร้คานท้องเรียบคอนกรีตอัดแรงชนิดทำการดึงเหล็กในภายหลัง (POST-TENSIONED CONCRETE FLAT PLATE SLAB) เป็นต้น เราจะจำเป็นที่จะต้องพิจารณาถึงค่าๆ นี้ที่ 2 สภาวะด้วยกัน นั่นก็คือ (1) สภาวะกำลังอัดในช่วงสภาวะเริ่มแรกก่อนที่จะทำการดึงเส้นลวดอัดแรง (INITIAL COMPRESSIVE STRENGTH) (2) สภาวะกำลังอัดในช่วงสภาวะใช้งานภายหลังจากที่ทำการดึงเส้นลวดเสร็จแล้วอัดแรง (FULL COMPRESSIVE STRENGTH) สาเหตุนั้นเป็นเพราะว่า ในการทำงานระบบโครงสร้าง คอร เรามักที่จะต้องการให้เกิดความรวดเร็วในการทำงานที่มากกว่าระบบโครงสร้าง คสล ค่อนข้างมาก ทำให้เราต้องเร่งทำการดึงเส้นลวดอัดแรงเพื่อให้โครงสร้างนั้นๆ สามารถที่จะรับกำลังได้ ดังนั้นเราจึงมักไม่นิยมรอให้ค่ากำลังอัดของคอนกรีตนั้นมีการพัฒนาตัวเองไปจนถึงที่อายุ 28 วัน ดังนั้นเมื่อทำการออกแบบโครงสร้าง คอร วิศวกรจำเป็นที่จะต้องพิจารณาที่ […]