สาเหตุหลักที่ทำให้ฐานรากเสียหายคืออะไร? (การรับน้ำหนักเกิน การทรุดตัวของดิน และน้ำกัดกร่อน)

375 สาเหตุหลักที่ทำให้ฐานรากเสียหายคืออะไร? (การรับน้ำหนักเกิน การทรุดตัวของดิน และน้ำกัดกร่อน)

สาเหตุหลักที่ทำให้ฐานรากเสียหายสามารถแบ่งออกเป็น 3 ปัจจัยสำคัญตามที่คุณระบุมา โดยมีรายละเอียดเจาะลึกจากแหล่งข้อมูลดังนี้ครับ:

  1. การรับน้ำหนักเกิน (Overloading)
  • การบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด: เกิดจากการวางน้ำหนักของโครงสร้าง อาคาร หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ บนฐานรากมากกว่าที่วิศวกรได้ออกแบบและคำนวณไว้
  • ผลกระทบ: ส่งผลให้เสาเข็มและดินใต้ฐานรากเกิดการวิบัติ (Failure) และไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้ นอกจากนี้หากเสาส่งถ่ายน้ำหนักลงบนพื้นที่หน้าตัดเล็ก ๆ ของฐานรากมากเกินไป อาจทำให้เกิด แรงเฉือนเจาะทะลุ (Punching Shear) ซึ่งเสาจะพยายามเจาะทะลุแผ่นฐานรากจนเกิดการวิบัติแบบฉับพลัน
  • ข้อบกพร่องจากการก่อสร้าง: หากมีการควบคุมงานไม่ดีหรือออกแบบผิดพลาด เช่น ขนาดฐานรากเล็กเกินไป ก็อาจทำให้โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกตามจริงได้
  1. การทรุดตัวของดิน (Soil Settlement)
  • ปัจจัยจากสภาพดิน: มักเกิดจากการก่อสร้างบน ชั้นดินอ่อน ดินถมที่ยังแน่นตัวไม่เต็มที่ หรือชั้นดินที่มีความหนาแน่นไม่สม่ำเสมอ
  • การทรุดตัวไม่เท่ากัน (Differential Settlement): เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โครงสร้างเสียหาย โดยเกิดจากจุดรองรับแต่ละจุดทรุดตัวลงในระดับที่ไม่เท่ากัน ทำให้คาน เสา และผนังเกิดการบิดตัวและแตกร้าวเป็นแนวเฉียง
  • การเปลี่ยนแปลงของน้ำใต้ดิน: การลดลงของระดับน้ำใต้ดิน (เช่น การสูบน้ำบาดาล) ทำให้ดินเกิดการอัดตัวคายน้้า (Consolidation) และทรุดตัวลง รวมถึงการที่ดินสูญเสียความชื้นจนหดตัวก็ส่งผลให้เกิดการทรุดตัวได้เช่นกัน
  • แรงเสียดทานทางลบ (Negative Skin Friction): ในพื้นที่ดินอ่อน ดินที่ทรุดตัวรอบเสาเข็มจะดึงรั้งเสาเข็มลงไปด้านล่าง เป็นการเพิ่มภาระให้กับเสาเข็มทำให้เสาเข็มรับน้ำหนักมากขึ้นจนอาจเกิดการทรุดตัวหรือเสียหาย
  1. น้ำและการกัดกร่อน (Water and Corrosion)
  • การกัดเซาะ (Erosion): หากฐานรากวางอยู่ในระดับที่ไม่ลึกพอ อาจเกิดการชำรุดเสียหายเนื่องจาก กระแสน้ำกัดเซาะ ดินที่รองรับฐานรากออกไป
  • การกัดกร่อนจากสารเคมี: น้ำใต้ดินที่มีสารเคมี แร่ธาตุ หรือความเค็ม (เช่น ในเขตนิคมอุตสาหกรรมหรือริมทะเล) สามารถซึมเข้าทำลายเนื้อคอนกรีตและเหล็กเสริมภายในได้
  • สนิมในเหล็กเสริม: หากระยะหุ้มคอนกรีต (Covering) บางเกินไป หรือคอนกรีตมีรูพรุน ความชื้นและออกซิเจนจะเข้าไปสัมผัสเหล็กจนเกิดสนิม เมื่อเหล็กเป็นสนิมจะขยายตัว 3-5 เท่า ดันให้เนื้อคอนกรีตแตกร้าว (Concrete Spalling) และสูญเสียกำลังในการรับน้ำหนัก

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: เพื่อป้องกันความเสียหายเหล่านี้ การ เจาะสำรวจชั้นดิน (Soil Boring Test) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้วิศวกรทราบค่าความแข็งแรงของดินและระดับน้ำใต้ดินที่แน่นอนสำหรับนำมาคำนวณและเลือกประเภทฐานรากให้เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดครับ