562 ทำไมต้องฝังฐานรากแผ่ลึกลงไป 1 เมตร? (กฎกระทรวง กำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ. 2566)
ตามกฎกระทรวง กำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ. 2566 ข้อ 11 ได้ระบุบังคับให้ฐานรากแผ่ต้องมีความลึกที่ฝังในดินไม่น้อยกว่า 1 เมตร (วัดจากระดับผิวดินถึงระดับต่ำสุดของฐานราก) โดยมีเหตุผลสำคัญทางวิศวกรรมและความปลอดภัยดังนี้ครับ:
- ป้องกันผลกระทบจากสภาพแวดล้อมที่ผิวดิน: ระดับผิวดินมีความไม่แน่นอนสูง การฝังฐานรากให้ลึกในระดับหนึ่งจะช่วยมิให้สภาพความไม่แน่นอนระดับพื้นผิวไปรบกวนการส่งถ่ายน้ำหนักจากฐานรากลงสู่พื้นดิน
- ป้องกันการกัดเซาะ (Erosion): หน้าดินมีโอกาสถูกน้ำกัดเซาะได้ง่ายจากน้ำฝนหรือน้ำท่วมขัง การฝังฐานรากให้ลึกอย่างน้อย 1 เมตร จะช่วยให้ฐานรากปลอดภัยจากการถูกน้ำกัดเซาะดินที่รองรับอยู่จนทำให้โครงสร้างชำรุด
- หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของดินตามฤดูกาล: ดินระดับบน (โดยเฉพาะดินเหนียว) จะมีการหดตัวในฤดูแล้งและพองตัวในฤดูฝนตามปริมาณความชื้นที่เปลี่ยนแปลง การฝังฐานรากให้ลึกกว่าระดับที่มีการเปลี่ยนแปลงปริมาตรจะช่วยให้โครงสร้างมีความมั่นคง ไม่ขยับตัวตามสภาพอากาศ
- เพื่อให้วางอยู่บนชั้นดินที่แข็งแรง: ดินบริเวณผิวหน้ามักเป็นดินอ่อนหรือดินถมใหม่ซึ่งรับน้ำหนักได้ไม่ดี การขุดลึกลงไป 1 เมตรจะช่วยให้ฐานรากวางอยู่บนชั้นดินเดิมที่แน่นหนาและมีความสามารถในการรับน้ำหนัก (Bearing Capacity) ที่แน่นอนกว่า
- ความสะอาดและคุณภาพของดินฐานราก: กฎหมายกำหนดว่าดินที่รองรับฐานรากต้องไม่มีส่วนประกอบของอินทรียสารที่ยังสลายไม่หมด (เช่น ซากพืชหรือรากไม้) ซึ่งมักพบมากในดินชั้นบน
ทั้งนี้ กฎหมายได้ระบุข้อยกเว้นเอาไว้ว่า หากฐานรากแผ่ชุดนั้นวางอยู่บนชั้นหิน จะไม่บังคับใช้เกณฑ์ความลึก 1 เมตรนี้ เนื่องจากชั้นหินมีความแข็งแรงและเสถียรภาพสูงเพียงพออยู่แล้ว
สรุปท้ายบทความ
สาเหตุที่ต้องฝังฐานรากแผ่ลึกอย่างน้อย 1 เมตรตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2566 คือเพื่อป้องกันการกัดเซาะจากน้ำ ป้องกันการเคลื่อนตัวของดินระดับผิวดินที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และเพื่อให้มั่นใจว่าฐานรากวางอยู่บนชั้นดินที่แข็งแรงสม่ำเสมอ โดยตัวฐานรากเองต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.20 เมตร และต้องวางบนดินที่ไม่มีอินทรียสารปนเปื้อน ยกเว้นกรณีที่ฐานรากวางอยู่บนชั้นหินจะได้รับยกเว้นเกณฑ์ความลึกดังกล่าว

