ฐานรากของบ้านชั้นเดียวควรทําอย่างไร? จังหวัดร้อยเอ็ด ใช้ฐานรากแผ่ หรือ ฐานรากเสาเข็ม?

1569 ฐานรากของบ้านชั้นเดียวควรทําอย่างไร? จังหวัดร้อยเอ็ด ใช้ฐานรากแผ่ หรือ ฐานรากเสาเข็ม?

การสร้างบ้าน 1 ชั้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด จะเลือกใช้ ฐานรากแผ่ (Shallow/Spread Footing) หรือ ฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation) นั้น มีข้อพิจารณาทางวิศวกรรมที่สำคัญตามสภาพชั้นดินของพื้นที่ดังนี้

วิเคราะห์สภาพชั้นดินในจังหวัดร้อยเอ็ด

สภาพดินในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและภาคอีสานส่วนใหญ่ มีลักษณะเด่นคือ ชั้นดินแข็งหรือชั้นดินดาน (Hardpan) จะอยู่ค่อนข้างตื้น โดยมีความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.5 ถึง 5 เมตร จากผิวดิน ซึ่งเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินเหนียวแข็งที่มีกำลังรับน้ำหนักได้ดีในระดับตื้น


1. กรณีการเลือกใช้ “ฐานรากแผ่”

สำหรับบ้านชั้นเดียวซึ่งมีน้ำหนักโครงสร้างรวมไม่มากนัก ท่านสามารถเลือกใช้ฐานรากแผ่ได้อย่างปลอดภัยหากหน้างานเข้าเงื่อนไขเหล่านี้:

  • เป็นพื้นที่ดินเดิมที่มีความแน่นสูง: ดินบริเวณฐานรากต้องไม่ใช่ดินถมใหม่หลวมๆ หรือดินเลนอ่อน แต่เป็นชั้นดินแข็ง ดินดาน หรือดินลูกรังตามธรรมชาติที่มีความแข็งแรงพอที่จะรับกำลังแบกทานของอาคารได้โดยตรง
  • การขุดลึกตามมาตรฐาน: ต้องขุดเปิดหน้าดินลงไปวางก้นฐานรากบนชั้นดินแข็งเดิมที่แน่นหนา โดยตามกฎหมายฐานรากแผ่ต้องฝังลึกจากระดับผิวดินไม่น้อยกว่า 1 เมตร (ยกเว้นวางบนชั้นหิน) เพื่อป้องกันปัญหาดินสไลด์หรือทรุดตัว
  • ข้อดี: ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องเสาเข็มและการขนย้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่ ก่อสร้างได้รวดเร็ว เหมาะกับงบประมาณที่จำกัด

2. กรณีที่จำเป็นต้องเลือกใช้ “ฐานรากเสาเข็ม”

หากหน้างานมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ดินเกษตรกรรมที่อ่อนตัว ดินร่วนปนทรายที่ค่อนข้างหลวม หรือเป็น พื้นที่ดินถมใหม่ที่ยังอัดตัวแน่นไม่เพียงพอ การใช้ฐานรากแผ่จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหารากฐานทรุดตัวไม่เท่ากันจนโครงสร้างบ้านแตกร้าวเสียหายในอนาคต จึง จำเป็นต้องใช้เสาเข็ม เพื่อถ่ายน้ำหนักลงสู่ชั้นดินแข็งด้านล่าง

  • ความลึกเสาเข็มทั่วไป: เนื่องจากชั้นดินแข็งในร้อยเอ็ดอยู่ตื้น การสร้างบ้านชั้นเดียวทั่วไปจึงนิยมใช้ เสาเข็มสั้นความยาวประมาณ 3 ถึง 6 เมตร ตอกลงไปให้ปลายเสาเข็มหยั่งถึงชั้นดินดานแข็งโดยตรงเพื่อความมั่นคงสูงสุด

พิจารณาเลือกใช้ “เสาเข็มสปันไมโครไพล์” เพื่อคุณภาพมาตรฐานสูงสุด

หากวิเคราะห์แล้วว่าต้องตอกเสาเข็ม และท่านต้องการงานฐานรากที่มีคุณภาพ มั่นคง แข็งแรงสูงสุด เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) เป็นตัวเลือกคุณภาพสูงที่วิศวกรแนะนำ ด้วยจุดเด่นดังนี้:

  • คอนกรีตแข็งแกร่งเป็นพิเศษ: ผลิตด้วยกระบวนการแรงเหวี่ยงความเร็วสูงในแบบหล่อ (Spun) ทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่นสูงมาก แข็งแกร่งกว่าคอนกรีตหล่อธรรมดาทั่วไป ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 397-2562
  • รับน้ำหนักได้ยอดเยี่ยม: สามารถรับน้ำหนักปลอดภัย (Safe Load) ได้สูงถึง 20-50 ตันต่อต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดหน้าตัด) โดยขนาดเสาเข็มกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 21 เซนติเมตร สามารถรับน้ำหนักปลอดภัยได้ 20-25 ตัน/ต้น และเสาสี่เหลี่ยมสปันขนาด 18×18 เซนติเมตร รับน้ำหนักปลอดภัยได้ 15-22 ตัน/ต้น ซึ่งเพียงพอและปลอดภัยอย่างยิ่งสำหรับบ้านชั้นเดียว
  • แรงสั่นสะเทือนต่ำมาก: ตัวเสาเข็มมีลักษณะกลมกลวงตรงกลาง ซึ่งช่วยลดการแทนที่ของดินขณะตอก ดินจะดันขึ้นมาในรูกลวงแทน ทำให้มีแรงสั่นสะเทือนขณะติดตั้งน้อยมาก ไม่กระทบต่อโครงสร้างเดิมหรืออาคารรอบข้างให้แตกร้าวเสียหาย
  • เข้าทำงานในพื้นที่แคบได้ดี: ใช้ปั้นจั่นขนาดพิเศษสูงไม่เกิน 3 เมตร และตัวเสาเข็มมีความยาวเพียง 1.5 เมตรต่อท่อน จึงสามารถขนย้ายเข้าหน้างานที่แคบหรือซอยกว้างเพียง 1 เมตรได้อย่างสะดวก
  • หน้างานสะอาดและรวดเร็ว: เป็นการตอกระบบแห้ง (Dry Process) ไม่มีดินโคลนเลอะเทอะ ไม่ต้องขนดินทิ้ง และเมื่อตอกเชื่อมแต่ละท่อนจนถึงชั้นดินแข็งดานเสร็จแล้ว โครงสร้างสามารถรับน้ำหนักและเริ่มงานฐานรากต่อได้ทันที

หากท่านกำลังวางแผนสร้างบ้านและต้องการคำนวณกำลังรับน้ำหนักอ้างอิงกับแบบแปลนเฉพาะ เพื่อเลือกชนิดฐานรากที่ได้คุณภาพและประหยัดที่สุด แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ไลน์ @bhumisiam


สรุปท้ายบทความ การสร้างบ้าน 1 ชั้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดสามารถใช้ฐานรากแผ่ได้หากชั้นดินเดิมหน้างานเป็นดินแข็งที่แน่นตัวดีและขุดฝังลึกได้ตามมาตรฐานวิศวกรรม เนื่องจากชั้นดินแข็งในภูมิภาคนี้อยู่ตื้นเพียง 1.5-5 เมตร แต่หากก่อสร้างบนที่ถมใหม่หรือดินอ่อน ควรเลือกใช้ฐานรากเสาเข็มยาว 3-6 เมตรเพื่อความปลอดภัย ซึ่งการเลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์มาตรฐาน มอก. จากภูมิสยาม จะช่วยให้ท่านได้รากฐานบ้านที่มีคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน ไม่ทรุดตัว และไม่กระทบกระเทือนโครงสร้างรอบข้างอย่างมั่นใจในระยะยาว