Category Archives: บทความแนะนำ

ระหว่าง PLATE ELEMENT กับ SURFACE ELEMENT นั้นมีความเหมือน หรือ แตกต่างกันอย่างไร?

micropile เสาเข็ม micro spun

ระหว่าง PLATE ELEMENT กับ SURFACE ELEMENT นั้นมีความเหมือน หรือ แตกต่างกันอย่างไร? SURFACE ELEMENT ก็คือ PLATE ELEMENT อย่างหนึ่งนั่นเองนะครับ ซึ่งประเภทของ PLATE ELEMENT ที่ถูกเลือกนำมาใช้ทำการจำลองเจ้า SURFACE ELEMENT นี่ก็คือ PLATE ELEMENT ที่ประกอบไปด้วย 3 จุดต่อ ที่จะมีขนาดที่เหมาะสม และ จำนวนที่สามารถนับได้ (MESH FREE FINITE 3-NODED PLATE ELEMENT) นั่นเองนะครับ โดยสาเหตุที่ทาง STAAD.PRO นั้นได้ทำการสร้างชิ้นส่วนนี้แยกออกมาต่างหากให้เป็นอีกหนึ่งประเภทของ ELEMENT ก็เนื่องด้วยเวลาที่เราจะทำการจำลองชิ้นส่วนโครงสร้างโดยทั่วๆ ไปใดๆ แล้วสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องทำเสมอเลยก็คือการ MESH ให้โครงสร้างนั้นมีขนาดเล็กๆ โดยขนาดเล็กๆ ที่ว่านี้จะมีความเหมาะสม หรือ ไม่ ก็ต้องทำโดยวิธีซ้ำไปซ้ำมา (ITERATIVE METHOD) โดยอาจจะต้องผ่านกระบวนการลองผิดลองถูก (TRIAL […]

การระมัดระวังไม่ให้ชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กที่เป็นโครงถักนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ออกไปผิดไปจากสมมติฐาน

spun micro pile micro spun

การที่เราควรที่จะระมัดระวังมิให้ชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กที่เป็นโครงถักนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ออกไปผิดไปจากสมมติฐาน ที่มาของปัญหานี้ คือ เวลาที่ผู้ออกแบบทำการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (MATHEMATICAL STRUCTURAL MODEL) ขึ้นมาเพื่อทำการวิเคราะห์และออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างโครงถักเหล็ก เรามักที่จะทำการจำลองให้ตำแหน่งของศูนย์กลางถึงศูนย์กลางของชิ้นส่วนโครงสร้างนั้นตรงกัน (เหมือนในรูปด้านบนนะครับ) แต่ ในสภาพความเป็นจริงเวลาที่ช่างทำการก่อสร้างโครงสร้างเหล็กมักที่จะทำงานโดยอาศัยความง่ายในการทำงานเอาไว้ก่อน ทำให้แนวศูนย์กลางของชิ้นส่วนนั้นไม่ตรงตามสมมติฐานข้อนี้ อันจะทำให้เกิดระยะเยื้องศูนย์ (ECCENTRICITY หรือ e) ขึ้นซึ่งระยะเยื้องศูนย์นี้จะทำให้เกิดแรงดัดที่ไม่ได้ตั้งใจ (UNINTENTIONAL MOMENT) ขึ้นในชิ้นส่วนโครงสร้างนะครับ (เหมือนในรูปด้านล่างนะครับ) เพราะ การก่อสร้างตามแบบในลักษณะที่ให้ตำแหน่งของศูนย์กลางถึงศูนย์กลางของชิ้นส่วนนั้นตรงกันจะทำงานได้ยากกว่านั่นเองนะครับ หรือ บางครั้งในแบบอาจจะไม่ได้ทำการระบุเอาไว้ให้ชัดเจน ว่าการก่อสร้างจุดต่อในโครงสร้างเหล็กนั้นควรที่จะทำการก่อสร้างในแบบใดกันแน่ ช่างจึงทำตามความถนัดหรือความง่ายไว้ก่อนนั่นเองนะครับ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็ต้องทำใจยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของการให้รายละเอียดในการออกแบบของทางผู้ออกแบบเองนะครับ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาๆ นี้เราก็ควรที่จะเตรียมการทุกอย่างเอาไว้ก่อนก็จะเกิดปัญหาขึ้นจะเป็นการดีกว่านะครับ ดังนั้นเพื่อให้แรงที่จะเกิดขึ้นในองค์อาคารโครงสร้างเหล็กนั้นมีเฉพาะแรงที่เกิดขึ้นเป็นแรงตามแนวแกน (AXIAL LOAD) เพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่ทำให้เกิดแรงดัดขึ้นในชิ้นส่วนโครงสร้างเลย เราจึงจะต้องทำการจัดวางให้แนวเส้นศูนย์กลางขององค์อาคารนั้นมาบรรจบที่จุดเดียวกัน ซึ่งโดยทั่วไปเราจะทำการตั้งสมมุติฐานว่าจุดต่อเหล่านี้เป็นจุดต่อแบบที่สามารถจะหมุนได้ (PINNED) ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นไปตามสมมุติฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์และออกแบบโครงถักเหล็กของเรานั่นเองนะครับ หวังว่าความรู้เล็กๆน้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านในวันนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อย และ จนกว่าจะพบกันใหม่นะครับ ref : https://www.facebook.com/bhumisiam/posts/1509245032454950 BSP-Bhumisiam ผู้ผลิตรายแรก Spun MicroPile 1) ได้รับมาตรฐาน […]

การวิเคราะห์และการประเมินโครงสร้างคาน (BEAM)

คาน (beam)

สวัสดีตอนบ่ายกันอีกเช่นเคยครับ วันนี้ Mr.เสาเข็ม ก็มาพร้อมกับ สาระความรู้ดีดีเกี่ยวกับการก่อสร้างและวิศวกรรม วันนี้จะเป็นเรื่อง การวิเคราะห์และการประเมินโครงสร้างคาน (BEAM) โดยสมมติฐานของการวิเคราะห์คานนั้นเกือบที่จะเหมือนกับโครงสร้างโครงถักนะครับ คือ ถึงแม้ว่าคานจะเป็นโครงสร้างที่ต้องรับแรงดัดเป็นหลัก แต่ ตัวคานจะมีเสถียรภาพอยู่ได้นั้นจะต้องสามารถต้านทานต่อโมเมนต์ดัดที่เกิดขึ้นภายใน (INTERNAL MOMENT) ตัวระบบโครงสร้างของคานเองได้ด้วยนะครับ หากว่าเรามีสมการตัวที่เราไม่ทราบค่า (UNKNOWN VALUES) น้อยกว่า ตัวแปรที่เราทราบค่า (KNOWN VALUES) แสดงว่าโครงสร้างจะไร้ซึ่งเสถียรภาพ (INSTABILITY) นะครับ หากว่าเรามีสมการตัวที่เราไม่ทราบค่า (UNKNOWN VALUES) เท่ากันกับ ตัวแปรที่เราทราบค่า (KNOWN VALUES) แสดงว่าโครงสร้างจะมีเสถียรภาพเพียงพอ (STABLE) และ สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยวิธีอย่างง่าย (DETERMINATE) นะครับ หากว่าเรามีสมการตัวที่เราไม่ทราบค่า (UNKNOWN VALUES) มากกว่า ตัวแปรที่เราทราบค่า (KNOWN VALUES) แสดงว่าโครงสร้างจะมีเสถียรภาพเพียงพอ (STABLE) แต่ ต้องทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีอย่างยาก (INDETERMINATE) นะครับ สำหรับคานนั้นตัวแปรที่เราไม่ทราบค่า (UNKNOWN VALUES) […]

การพิจารณาเพื่อทำการคำนวณเพื่อแก้ไขงานโครงสร้างของฐานรากเมื่อเสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์

spun micro pile micro spun

สวัสดีครับ ช่วงบ่ายๆ แบบนี้ ก็มาอยู่กับ Mr.เสาเข็ม อีกเช่นเคย พร้อมความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างและวิศวกรรมนะครับ วันนี้จะเป็นเรื่อง การพิจารณาเพื่อทำการคำนวณเพื่อแก้ไขงานโครงสร้างของฐานรากเมื่อเสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ ในสถานการณ์ปกติหากว่ามีการทำการก่อสร้างโครงสร้างฐานรากและจำเป็นที่จะต้องใช้ระบบโครงสร้างเป็นเสาเข็ม ไม่ว่าจะเป็น เสาเข็มตอก หรือ เสาเข็มเจาะ และ หากเสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ไปจากตำแหน่งเดิมที่ทางผู้ออกแบบได้ทำการกำหนดไว้ เราจำเป็นที่จะต้องมีการคำนวณเพื่อทำการตรวจสอบรายการคำนวณซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ นะครับ (1) ตัวโครงสร้างของเสาเข็ม ในบางครั้งเมื่อเสาเข็มเกิดการเยื้องศูนย์ไป อาจจะทำให้แรงปฏิกิริยาในเสาเข็มนั้นเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการการคำนวณและตรวจสอบแรงปฏิกิริยาในตัวโครงสร้างของเสาเข็มที่สภาวะการใช้งานว่าค่าๆ นี้ไม่เกิน นน ปลอดภัยที่เสาเข็มนั้นจะสามารถรับได้นะครับ (2) ตัวโครงสร้างเสาตอม่อ ในบางครั้งเมื่อเสาเข็มเกิดการเยื้องศูนย์ไป อาจจะทำให้เกิดโมเมนต์เพิ่มมากขึ้นในตอม่อด้วยนะครับ ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการตรวจสอบเหล็กเสริมในเสาตอม่อด้วยนะครับ (3) ตัวโครงสร้างฐานราก ในบางครั้งเมื่อเสาเข็มเกิดการเยื้องศูนย์ไป อาจจะทำให้เกิดผลในข้อที่ (1) ซึ่งแน่นอนว่าจะมีผลต่อตัวโครงสร้างฐานรากอย่างแน่นอนนะครับ ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการตรวจสอบเหล็กเสริมในฐานรากด้วยนะครับ ซึ่งตามหลักการโดยทั่วๆ ไปแล้วในรายการคำนวณนั้นจะต้องแสดงให้เห็นว่าเราจะทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่เสาเข็มนั้นเกิดการเยื้องศูนย์ไปได้อย่างไรนะครับ ในบรรดา 3 รายการข้างต้นนี้ในรายการที่ (1) และ (2) จะถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด ส่วนรายการที่ (3) หากว่าเสาเข็มนั้นเยื้องศูนย์ไม่มากจนเกินไป เหล็กที่เสริมอยู่เดิมในตัวโครงสร้างของฐานรากก็น่าที่จะรับได้ ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะครับ แต่ เพื่อความสมบูรณ์ในการคำนวณเราก็ควรที่จะมีรายการคำนวณในรายการที่ […]

การทำการทดสอบตามมาตรฐานอเมริกัน หรือ ASTM (AMERICAN SOCIETY FOR TESTING AND MATERIALS)

spun micro pile micro spun

สวัสดีครับ Mr.เสาเข็ม ก็ได้นำความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง มาแชร์กันอีกแล้วนะครับ ในช่วงบ่ายแบบนี้ วันนี้ จะมาแชร์เรื่อง การทำการทดสอบตามมาตรฐานอเมริกัน หรือ ASTM (AMERICAN SOCIETY FOR TESTING AND MATERIALS) เนื่องจากว่าในการทดสอบวัสดุต่างๆ เพื่อใช้ในงานก่อสร้างนั้นจำเป็นที่จะต้องทำตามมาตรฐานที่มีความเชื่อถือได้ หนึ่งในมาตรฐานที่ว่านั้นก็คือมาตรฐาน ASTM นั่นเองครับ โดยมาตรฐาน ASTM นั้นมีมากมายหลายอย่างมาก ผมจึงได้นำลิงค์มาฝากเพื่อนๆ ตามนี้นะครับ link : https://www.astm.org โดยหากเพื่อนๆ ท่านใดมีความสนใจในมาตรฐานการทดสอบตัวใดเป็นพิเศษ ก็สามารถที่จะเข้าไป SEARCH หาได้จากในเว็บไซต์ดังกล่าวได้เลยนะครับ โดยรูปที่ผมนำมาฝากกันในวันนี้เป็นรายการของมาตรฐาน ASTM นะครับ ตัวอย่าง ของมาตรฐาน ASTM เรามักพบและต้องนำมาใช้งานอยู่บ่อยๆ ก็ได้แก่ ASTM C 29 มาตรฐานการทดสอบหาหน่วยน้ำหนักและช่องว่างระหว่างมวลรวม ASTM C 403 มาตรฐานการทดสอบหาค่ากำลังของคอนกรีต ASTM C 40 มาตรฐานการทดสอบสารอินทรีย์ที่เจือปนในทราย ASTM C 70 […]

หากเราจะตรวจสอบจำนวนเสาเข็มที่ได้รับการออกแบบมาว่ามีความถูกต้องเหมาะสมมากน้อยขนาดไหน เราจะมีวิธีการอย่างไร ?

BSP ภูมิสยาม ไมโครไพล์ สปันไมโครไพล์ micropile เสาเข็มต่อเติม ตอกเสาเข็ม ref: https://www.facebook.com/bhumisiam/posts/1338624449517010:0 สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน เนื่องจากในวันนี้ผมได้รับข้อความจากเพื่อนรักสมัยเรียนท่านหนึ่งสอบถามผมมาว่า หากเราจะตรวจสอบจำนวนเสาเข็มที่ได้รับการออกแบบมาว่ามีความถูกต้องเหมาะสมมากน้อยขนาดไหน เราจะมีวิธีการอย่างไร ? วันนี้ผมจึงจะมาให้คำแนะนำในการประมาณค่าเพื่อตรวจสอบจำนวนเสาเข็มที่เราจะใช้ในโครงสร้างบ้านหรืออาคารของเรากันนะครับ จริงๆ วิธีในการประมาณค่าจำนวนเสาเข็มที่จะใช้ในอาคารหนึ่งๆ จะสำคัญที่หน่วย นน ใช้งานต่อ พท ของอาคารนั่นเองครับ ซึ่งค่าๆ นี้จะรวมถึง นน บรรทุกคงที่ เช่น นน ของโครงสร้าง เสา คาน พื้น ผนัง เป็นต้น และ นน บรรทุกจร แล้วนะครับ หากเป็นอาคารที่มีพื้นเป็นระบบไร้คาน นน ใช้งานต่อ พท ต่อ ชั้น จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 900 kgf/m^(2) ไปจนถึง 1,200 kgf/m^(2) ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทำงานสถาปัตยกรรม ประเภท และ ความยาวช่วงของอาคาร หากเป็นอาคารที่มีพื้นเป็นระบบคาน […]

การวิเคราะห์แรงต้านทานแรงกระทำจากแผ่นดินไหว หรือ SEISMIC ANALYSIS

BSP ภูมิสยาม ไมโครไพล์ สปันไมโครไพล์ micropile เสาเข็มต่อเติม ตอกเสาเข็ม ref: https://www.facebook.com/bhumisiam/posts/1340099956036126:0 สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องวิศวกรรมแผ่นดินไหวต่อเนื่องจากโพสต์เมื่อวานของผมนะครับ เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ครับว่าการวิเคราะห์แรงต้านทานแรงกระทำจากแผ่นดินไหว หรือ SEISMIC ANALYSIS นั้นจะแตกต่างไปจากการวิเคราะห์โครงสร้างเนื่องจาก นน บรรทุกประเภทอื่นๆ เช่น นน บรรทุกคงที่ นน บรรทุกจร นน บรรทุกแรงลม เป็นต้น สาเหตุเป็นเพราะว่าแรงกระทำที่เกิดจากแผ่นดินไหวนั้นจะทำให้อาคารเกิดการเคลื่อนที่ในรูปแบบวัฎจักร หรือ CYCLIC MOVEMENT ซึ่งจะแตกต่างจากการเคลื่อนที่เนื่องจาก นน บรรทุกประเภทอื่นๆ โดยเราสามารถถือได้ว่าการวิเคราะห์แรงต้านทานแรงกระทำจากแผ่นดินไหว หรือ SEISMIC ANALYSIS นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์โครงสร้างได้นะครับ และ มีความจำเป็นที่จะต้องทำการวิเคราะห์ และ คํานวณผลกระทบนี้ต่อโครงสร้างของอาคารต่อแรงกระทำที่เกิดจากแผ่นดินไหวด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ๆ มีโอกาส หรือ มีความเสียงภัยต่อการเกิดแรงแผ่นดินไหวครับ โดยวิธีการวิเคราะห์โครงสร้างในลักษณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 แบบหลักๆ คือ (1) EQUIVALENT STATIC […]

ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญซึ่งเรานิยมนำมาใช้พิจารณาในงานออกแบบอาคารเพื่อต้านทานแรงกระทำจากแผ่นดินไหว

BSP ภูมิสยาม ไมโครไพล์ สปันไมโครไพล์ micropile เสาเข็มต่อเติม ตอกเสาเข็ม ref: https://www.facebook.com/bhumisiam/posts/1340843272628461 สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะมาเล่าให้เพื่อนๆ ได้รับฟังถึงค่าๆ หนึ่งซึ่งเป็นค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญซึ่งเรานิยมนำมาใช้พิจารณาในงานออกแบบอาคารเพื่อต้านทานแรงกระทำจากแผ่นดินไหวนะครับ ค่าๆ นี้ก็คือ ค่าการเคลื่อนตัวสัมพัทธ์ทางด้านข้าง หรือ LATERAL STORY DRIFT ค่าการเคลื่อนตัวสัมพัทธ์ทางด้านข้าง หรือ LATERAL STORY DRIFT สามารถหาได้จากการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยวิธีใดๆ ก็แล้วแต่ตามที่ผมได้อธิบายในโพสต์ก่อนหน้านี้นะครับ จากนั้นนำค่าการเคลื่อนตัวทางด้านข้าง หรือ LATERAL DISPLACEMENT ณ ตำแหน่งชั้นต่างๆ มาคำนวณหาค่าๆ นี้ ซึ่งโดยมากเราจะพิจารณาค่าๆ นี้ที่ชั้นบนสุด โดยหากเป็นเช่นนี้เราจะเรียกค่าๆ นี้ว่า ค่าการเคลื่อนตัวสัมพัทธ์ทางด้านข้างที่ชั้นบนสุด หรือ LATERAL ROOF DRIFT และ ในหลายๆ ครั้งเราจะพิจารณาจากตำแหน่งที่เกิดค่าๆ นี้สูงสุด โดยหากเป็นเช่นนี้เราจะเรียกค่าๆ นี้ว่า ค่าการเคลื่อนตัวสัมพัทธ์ทางด้านข้างสูงสุด หรือ MAXIMUM LATERAL STORY […]

ความแข็งเกร็ง หรือ STIFFNESS

BSP ภูมิสยาม ไมโครไพล์ สปันไมโครไพล์ micropile เสาเข็มต่อเติม ตอกเสาเข็ม ref:  https://www.facebook.com/bhumisiam/posts/1342896445756477:0 สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมนำความรู้เกี่ยวกับคำว่า ความแข็งเกร็ง หรือ STIFFNESS มาฝากเพื่อนๆ สักเล็กน้อยนะครับ เพื่อนๆ อาจเคยสงสัยใช่มั้ยครับ ทุกๆ ครั้งที่ได้ยินคำว่า ความแข็งเกร็ง หรือ STIFFNESS เวลาที่ต้องเกี่ยวข้องกับงานทางด้านกลศาสตร์ของวัสดุ หรือ การวิเคราะห์โครงสร้าง จริงๆ แล้วทำไมวิศวกร หรือ คนที่มีความเกี่ยวข้องถึงชอบพูดคำๆ นี้ จริงๆ คำๆ นี้นั้นมีพื้นฐานมาจากหลักการของโครงสร้าง หรือ จุดต่อ หรือ ฐานรองรับ แบบยืดหยุ่น ที่เรานิยมเรียกสั้นๆ ว่า SPRING นั่นเองครับ ผมจะใช้หน่วย METRIC ในการอธิบายนะครับ เพื่อนๆ จะได้มองเห็นภาพได้ง่ายและชัดเจน จากสมการแรงของค่า AXIAL SPRING ที่ค่า F = […]

การขนาดหน้าตัดของคาน คสล สำหรับโครงสร้างที่มีความยาวช่วงที่สูง

BSP ภูมิสยาม ไมโครไพล์ สปันไมโครไพล์ micropile เสาเข็มต่อเติม ตอกเสาเข็ม ref: https://www.facebook.com/bhumisiam/posts/1343926622320126:0 สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่านครับ วันนี้ผมจะมาขอให้คำแนะนำกับเพื่อนๆ วิศวกรเกี่ยวกับเรื่องการประมาณการขนาดหน้าตัดของคาน คสล สำหรับโครงสร้างที่มีความยาวช่วงที่สูง หรือ ที่เรานิยมเรียกกันว่า LONG SPAN นะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอให้เล่าให้ทราบก่อนนะครับ ตามมาตรฐาน EIT หรือ ACI ได้กำหนดไว้ว่า ในการออกแบบหน้าตัดคาน คสล หากไม่ต้องการที่จะทำการตรวจสอบค่าการโก่งตัวของโครงสร้าง เราต้องทำการออกแบบโดยใช้ขนาดความหนาของโครงสร้าง พื้นทางเดียว และ คาน ไม่น้อยกว่าค่าดังนี้นะครับ พื้นทางเดียว คสล โครงสร้างพื้นทางเดียวช่วงเดียว T min ≥ L/20 โครงสร้างพื้นทางเดียวช่วงนอกมีปลายต่อเนื่อง T min ≥ L/24 โครงสร้างพื้นทางเดียวช่วงในมีปลายต่อเนื่อง T min ≥ L/28 โครงสร้างพื้นทางเดียวช่วงยื่น T min ≥ L/10 […]