Category Archives: เกี่ยวกับก่อสร้าง

การคำนวณแรงฉุดดึงลงในดินของเสาเข็ม

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ   โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ ผมมีโครงสร้างฐานรากที่ใช้เสาเข็มเดี่ยวเป็นเสาเข็มไมโครไพล์รูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 180 มม ที่จะถูกตอกลงไปในชั้นดินขนาดความลึกเท่ากับ 18 เมตร ซึ่งผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลจากทดสอบดินในห้องปฏิบัติการจะพบว่า ชั้นดินทั้งหมดนั้นเป็นดินเหนียวแต่ชั้นดินที่จะมีโอกาสที่จะเกิดการทรุดตัวได้นั้นจะมีเพียงแค่ชั้นที่ 1 และ 2 เท่านั้น โดยที่ชั้นดินต่างๆ นั้นก็จะมีคุณสมบัติต่างๆ ของค่า qu หรือ UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของแต่ละชั้นดินตามที่แสดงอยู่ในรูปที่ได้แนบมาในโพสตๆ นี้ จงทำการคำนวณดูว่า ค่าแรงดึงฉุดลง ที่จะเกิดขึ้นในเสาเข็มไมโครไพล์ต้นนี้จะมีค่าเท่ากับเท่าใด ?   #โพสต์ของวันเสาร์ #ถามตอบชวนสนุก #ปัญหาเรื่องการคำนวณแรงฉุดดึงลงในดินของเสาเข็ม   เฉลย เป็นยังไงกันบ้างครับกับปัญหาข้อนี้ ง่ายมากๆ เลยใช่มั้ยเอ่ย เอาเป็นว่าเพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เรามาเริ่มต้นทำการหาคำตอบให้กับปัญหาข้อนี้ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่านะครับ สำหรับกรณีๆ นี้เราก็จะต้องทำการคำนวณโดยอาศัยกรณีที่ชั้นดินถมนั้นเป็นดินเหนียวและชั้นดินที่อยู่ข้างล่างนั้นก็เป็นดินเหนียวด้วย […]

เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันอังคารแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ   ตามที่ผมได้แจ้งไปในการโพสต์ครั้งที่แล้วว่า วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์เพื่อเป็นการอธิบายและลงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นในเรื่อง เหล็กที่ถูกผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนหรือว่า HOT ROLLED STEEL และ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นหรือว่า COLED FORM STEEL ให้แก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านได้รับทราบต่อจากในการโพสต์ของครั้งที่แล้ว ซึ่งในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันกับเหล็กประเภทที่สองนั่นก็คือ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นนะครับ โดยที่เจ้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นนั้นก็จะประกอบไปด้วยหน้าตัดเหล็กทั้งหมด 5 แบบ ตามรูปที่ 1 ที่ผมได้แนบมาในโพสต์ๆ นี้ โดยที่จะมีประเภทของเหล็กเพียงแค่ 1 ชั้นคุณภาพเท่านั้น ซึ่งก็คือเกรด SSC400 นะครับ   โดยวิธีในการที่เราจะทำการตรวจสอบในเบื้องต้นว่าเหล็กรูปพรรณของเรานั้นเป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นหรือไม่ก็สามารถที่จะทำได้ง่ายๆ คล้ายๆ กันกับวิธีในการตรวจสอบเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน ซึ่งก็คือ ให้ทำการดำเนินการตรวจสอบดูว่า การแสดงเครื่องหมายและฉลากต่างๆ บนเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นนั้นมีความครบถ้วนหรือไม่นะครับ ให้ทำการดำเนินการตรวจสอบดูว่า ตัวนูนที่แสดงชื่อของผู้ผลิต หรือชื่อย่อ หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ที่ได้มีการแสดงเอาไว้บนตัวผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนนั้น เป็นชื่อ หรืออักษรย่อ หรือเครื่องหมายการค้า ที่ได้รับอนุญาตจาก […]

การคำนวณหาค่า Equivalent Force Matrix และ Fixed End Forces Matrix ของโครงสร้าง Rigid Frame

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ   โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ สำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ จากในรูปจะเป็นโครงสร้างโครงข้อแข็งที่มีลักษณะเป็น STATICALLY INDTERMINATE ซึ่งจะประกอบไปด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 3 ชิ้นส่วนและก็จะมีมิติต่างๆ ของโครงข้อแข็งดังในรูปที่แสดง เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่าค่าโมดูลัสยืดหยุ่น ค่าพื้นที่หน้าตัดและค่าโมดูลัสความเฉื่อยของทุกๆ ชิ้นส่วนในโครงสร้างชุดนี้จะมีค่าคงที่ทั้งหมด โดยที่ผมจะทำการกำหนดให้ชิ้นส่วน AB ชิ้นส่วน BC และชิ้นส่วน CD นั้นเป็นชิ้นส่วนหมายเลข 1 2 และ 3 ตามลำดับ อีกทั้งผมยังกำหนดให้จุดต่อ A จุดต่อ B จุดต่อ C และจุดต่อ D นั้นเป็นจุดต่อหมายเลข 1 2 3 และ 4 ตามลำดับ ต่อมาก็คือ ผมจะทำการกำหนดให้จุดต่อ A เป็นจุดเริ่มเต้นและจุดต่อ […]

เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันอังคารแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ   เมื่อช่วงที่ทางรัฐบาลได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับไวรัสโควิทนั้น ผมได้มีโอกาสสนทนากับแฟนเพจหลายๆ ท่านเลย หนึ่งในนั้นก็คือน้องผู้หญิงท่านหนึ่งที่ได้ทำการสอบถามผมเข้ามาทางอินบ็อกซ์ส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่อง การออกแบบโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ โดยที่น้องท่านนี้ได้แจ้งกับผมว่า อยากที่จะให้ผมได้ทำการอธิบายเกี่ยวกับเรื่องขั้นตอนและวิธีในการออกแบบชิ้นส่วนโครงสร้างหน้าตัดเหล็กตัวซีที่เป็นแบบไลท์ลิปแต่เหมือนน้องท่านนี้จะเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนออกไปเล็กน้อยเพราะเค้ากลับพูดถึงวิธีในการคำนวณและออกแบบหน้าตัดของเหล็กที่ถูกผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนหรือว่า HOT ROLLED STEEL ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเหล็กตัวซีที่เป็นแบบไลท์ลิปนั้นจะถูกผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นหรือว่า COLED FORM STEEL โดยที่วิธีในการพิจารณาและออกแบบหน้าตัดที่ถูกผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนกับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นนั้นจะมีรายละเอียดของวิธีในการออกแบบชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กที่มีความแตกต่างกันมากพอสมควรเลย ดังนั้นในวันนี้ผมก็จะขออนุญาตมาให้คำแนะนำ ความรู้และอธิบายให้แก่น้องท่านนี้รวมถึงเพื่อนๆ ทุกคนๆ ได้มีความเข้าใจถึงประเด็นดังกล่าวนี้ไปพร้อมๆ กันเลย โดยที่วันนี้ผมจะเริ่มต้นมาทำการอธิบายถึงเรื่องราวที่เป็นพื้นฐานของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนกับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นกันก่อนก็แล้วกันนะครับ โดยที่ในประเทศไทยสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือมีอักษรย่อว่า สมอ. ได้มีการออกประกาศเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือมีอักษรย่อว่า มอก. ของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนก็คือ มาตรฐานเลขที่ มอก. 1227-2539 ส่วนเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นก็คือ มาตรฐานเลขที่ มอก. 1228-25349 นะครับ   ทั้งนี้จุดประสงค์ที่ทาง สมอ. ได้ทำการออกประกาศดังกล่าวออกมาก็เพื่อใช้เป็นมาตรฐานบังคับเพื่อให้ทั้ง 3 ฝ่ายดังต่อไปนี้ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ทางผู้บริโภคทุกๆ ทุกๆ ฝ่ายนั้นได้รับผลประโยชน์สูงสุดนั่นก็คือ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ มีหน้าที่ต้องทำการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างรูปพรรณทั้งสองแบบนี้ให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยที่จะต้องมีรายละเอียดต่างๆ ของตัวผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอนุญาตจากทาง […]

สภาวะของการที่โครงสร้างเสาเข็มของเรานั้นเกิดแรงดึงฉุดลง

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ ในวันนี้ผมอยากจะขออนุญาตมาทำการพูดถึงหัวข้อที่มีความสำคัญมากหัวข้อหนึ่งที่มีความเกี่ยวพันกันกับเรื่องของการรับกำลังของเสาเข็มของเรา ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วตัวของผมเองก็เคยได้ทำการพูดถึงหัวข้อๆ นี้ไปก็หลายครั้งแล้วในการโพสต์ของผมก่อนหน้านี้ เรื่องๆ นี้ก็คือ สภาวะของการที่โครงสร้างเสาเข็มของเรานั้น เกิดแรงดึงฉุดลง หรือ NEGATIVE SKIN FRICTION นั่นเองนะครับ ก่อนหน้านี้ผมเคยได้อธิบายให้กับเพื่อนๆ ทุกๆ คนไปหลายครั้งแล้วว่า สภาวะของการที่โครงสร้างเสาเข็มนั้นเกิดแรงดึงฉุดลง เป็นสภาวะหนึ่งที่พวกเราเหล่าวิศวกรผู้มีหน้าที่ในการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างนั้นจะต้องพึงระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้นในโครงสร้างเสาเข็มของเราเพราะอาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียต่างๆ ตามมาได้อย่างมากมายเลย ซึ่งที่ผ่านมานั้นผมอาจจะยังไม่เคยได้ทำการพูดถึงในเชิงของรายละเอียดและสาเหตุว่า เพราะเหตุใดหรือเพราะปัจจัยใดที่เราควรระวังมิให้โครงสร้างเสาเข็มของเรานั้นจะเกิดสภาวะของการที่เสาเข็มนั้นเกิดแรงดึงฉุดลงไป ดังนั้นในวันนี้ผมก็จะมาทำการพูดและอธิบายถึงหัวข้อๆ นี้ให้เพื่อนๆ ทุกคนๆ ได้รับทราบและทำความเข้าใจกันพอสังเขป โดยที่ผมก็จะทำการอธิบายโดยอาศัยรูปภาพที่ใช้แนบประกอบมาพร้อมกันกับโพสต์ๆ นี้ ซึ่งในรูปๆ นี้เป็นกรณีของเสาเข็มที่ต้อง รับแรงฝืดเป็นหลัก หรือ FRICTION PILE และเพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราจะมาเริ่มต้นดูไปทีละ CASE ทีละ CASE กันเลยก็แล้วกันนะครับ   เริ่มต้นจาก CASE I กันก่อน ความยาวของโครงสร้างเสาเข็มในกรณีนี้จะมีความยาวมากในระดับหนึ่งและตัวโครงสร้างเสาเข็มนั้นจะถูกวางอยู่ในชั้นดินหลักที่ค่อนข้างจะเป็น […]

การจำแนกประเภทของโครงสร้าง

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ   โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ สำหรับนักเรียนและนักศึกษา ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ จากรูปโครงสร้างดังรูป หากผมทำการกำหนดให้ค่าของ B คือ “ค่าจำนวนของชิ้นส่วนโครงสร้าง” ส่วนค่าของ R คือ “ค่าจำนวนของแรงที่ไม่ทราบค่า” ส่วนค่าของ J คือ “ค่าจำนวนของจุดต่อโครงสร้าง” และค่าของ C คือ “ค่าจำนวนของ INTERNAL HINGE” คำถามก็คือ   (1) จากข้อมูลที่มีการกล่าวถึงเอาไว้ในข้อ (A) (B) (C) และ (D) ข้อใดที่กล่าวได้อย่างถูกต้องมากที่สุดครับ ? (2) หากจะทำการจำแนกตามความยากหรือง่ายในการวิเคราะห์โครงสร้าง โครงสร้างในรูปๆ นี้จะมีลักษณะเป็นแบบใดครับ ?   หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านจากคำถามในวันนี้น่าที่จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ […]

ความรู้เกี่ยวกับคอนกรีตปั๊ม

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันอังคารแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ   เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ทำการอธิบายถึงอุปกรณ์ที่มีประโยชน์อย่างหนึ่งในการทำงานการก่อสร้างในไซต์งานที่อยู่ค่อนข้างอยู่ในพื้นที่ๆ มีความลึกหรือพื้นที่ๆ อยู่ค่อนข้างสูง นั่นก็คือ รถเครนและถังบรรจุคอนกรีตหรือ CONCRETE BUCKET ทำให้ผมนึกถึงอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งซึ่งจะช่วยให้การทำงานการก่อสร้างของเพื่อนๆ นั้นมีความประหยัดมากยิ่งขึ้นไปนั่นก็คือ “คอนกรีตปั๊ม” นั่นเองครับ หากจะให้นิยามความหมายของ คอนกรีตปั๊ม ให้เข้าใจได้โดยง่ายเลยก็คือ อุปกรณ์ๆ หนึ่งที่จะทำหน้าที่ในการยิงคอนกรีตขึ้นไปยังสถานที่ก่อสร้างที่อยู่ในพื้นที่ไกลๆ หรือ สูงๆ ซึ่งผมเชื่อว่าพอผมเอ่ยชื่อของเจ้า คอนกรีตปั๊ม ขึ้นมาก็คงจะมีเพื่อนๆ ของเราหลายๆ คนที่ทราบและรู้จักกันดีอยู่แล้ว เอาเป็นว่าในวันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกันกับ คอนกรีตปั๊ม นี้พร้อมๆ กันนะครับ   คอนกรีตปั๊มก็คือ อุปกรณ์ในการลำเลียงคอนกรีตชนิดหนึ่ง โดยที่ในปัจจุบันเจ้าอุปกรณ์ๆ นี้ได้เข้ามามีบทบาททดแทนหารทำงานของอุปกรณ์อื่นๆ ทั่วๆ ไปที่เคยมีการใช้งานในสถานที่ก่อสร้าง เช่น รถเข็นคอนกรีต ลิฟต์ขนคอนกรีต ทาวเวอร์เครนลำเลียงคอนกรีต สายพานลำเลียงคอนกรีต เป็นต้นครับ   เนื่องจากคอนกรีตปั๊มสามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการในการเทคอนกรีตในพื้นที่ๆ คับแคบๆ หรือในพื้นที่ๆ อยู่สูงๆ […]

วิเคราะห์โครงสร้างเชิงพลศาสตร์

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน เนื่องจากเมื่อช่วงสองถึงสามสัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมได้ทำการโพสต์คลิปเพื่อแสดงวิธีในการแก้ปัญหาข้อที่ 6.14 ซึ่งเป็นปัญหาท้ายบทที่ 6 จากหนังสือ DYNAMICS OF STRUCTURES เขียนโดย ANIL K. CHOPRA ซึ่งหนังสือเล่มนี้ที่ผมเลือกนำมาใช้จะเป็นหนังสือฉบับ EDITION ที่ 3 นะครับ   เมื่อเดือนที่แล้วที่ผมได้ทำการโพสต์คลิปเพื่อแสดงวิธีในการแก้ปัญหาข้อที่ 6.11 6.12 และ 6.13 ซึ่งเป็นปัญหาท้ายบทที่ 6 จากหนังสือ DYNAMICS OF STRUCTURES เขียนโดย ANIL K. CHOPRA และหากเพื่อนๆ จำได้ ผมได้ทำการอธิบายเอาไว้ว่าสิ่งที่เราเรียนรู้ได้การกแก้ปัญหาในข้อที่ 6.11 6.12 และ 6.13 ก็คือ ประเด็นในเรื่องความสัมพันธ์ของค่าคาบการสั่นธรรมชาติของตัวอาคารหรือค่า NATURAL PERIOD กับค่าความเร่งจากเสปคตรัมการออกแบบหรือค่า PSUEDO ACCELERATION ว่าทั้งสองค่านี้จะอยู่ในช่วงที่เป็นแบบใด ดังนั้นในวันนี้ผมจึงจะขอมาทำการยกตัวอย่างถึงกรณีจริงๆ ของเสปคตรัมการออกแบบ ซึ่งผมได้หยิบยกนำเอาเสปคตรัมการออกแบบของจังหวัดเชียงใหม่มาใช้เพื่อเป็นตัวอย่างในวันนี้นะครับ หากเพื่อนๆ ดูในรูปที่ผมได้แนบมาในโพสต์ๆ […]

ระบบโครงสร้างฐานรากของอาคารในอดีตของประเทศไทย

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ   ตามที่เพื่อนๆ ทราบกันดีว่าระบบฐานรากในปัจจุบันเราจะนิยมใช้เป็นเป็นระบบฐานราก ค.ส.ล โดยจะเป็นฐานรากที่วางลงไปบนดินโดยตรงซึ่งเราจะเรียกว่า BEARING FOUNDATION หรือว่าเป็น ฐานรากที่วางอยู่บนเสาเข็มซึ่งเราจะเรียกว่า PILE FOUNDATION แต่เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ครับว่าในอาคารจำพวก วัดวาอารามหรือโบราณสถานที่เราอาจจะเห็นได้ในส่วนต่างๆ ของประเทศไทยเรานั้นมีการก่อสร้างโดยใช้ระบบฐานรากเป็นแบบใดกัน ? ดังนั้นในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาพาเพื่อนๆ มาย้อนเวลากลับไปในอดีตกัน โดยที่ผมจะพาเพื่อนๆ ไปดูระบบโครงสร้างฐานรากของอาคารในอดีตของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น บ้าน วัด หรือ เจดีย์ เป็นต้นนะครับ   หากเพื่อนๆ ดูรูปประกอบก็จะเห็นได้ว่าลักษณะฐานรากของโบราณสถานของไทยนั้นถูกสร้างขึ้นโดยภูมิปัญญาของช่างท้องถิ่นจริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งมากๆ และผมก็เชื่อว่าเพื่อนๆ ก็คงจะมีคำถามแน่ๆ ว่าคนในอดีตนั้นจะสามารถคิดค้นและทำการก่อสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาโดยปราศจากองค์ความรู้เหมือนเช่นในปัจจุบันนี้เหมือนที่พวกเรามีได้อย่างไร ?   เอาเป็นว่าพวกเค้าก็สร้างฐานรากที่จะทำหน้าที่ในการรองรับน้ำหนักของอาคารต่างๆ มากันมาเยอะมากแล้ว โดยที่ฐานรากในอดีตนั้นก็ยังคงความมีคอนเซ็ปต์ที่เราอาจจะเรียกได้ว่าเป็น RULE OF THUMB ในการทำงานฐานรากในยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เช่น วิธีการคิดของช่างที่มีการคำนวณตามหลักการสมดุลเหมือนกันกับในรูปของฐานรากแบบแผ่ที่วางตัวอยู่บนโอ่งหรือไห ซึ่งแนวคิดนี้คือ […]

ปัญหาเรื่อง ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไป เกี่ยวกับระบบเสาเข็มรับแรงฝืด

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ เมื่อช่วงประมาณสักหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมได้รับข้อความเข้ามาทางอินบ็อกซ์จากน้องท่านหนึ่งซึ่งใจความของคำถามนั้นมีดังต่อไปนี้ครับ “ผมจะรบกวนขอคำปรึกษาดังนี้ครับ หากเรามีความต้องการที่จะทำการทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็มเจาะแบบแห้งหรือ DRY PROCESS BORED PILE ด้วยวิธี DYNAMIC LOAD TEST แบบนี้ควรที่จะต้องรอให้คอนกรีตของเรานั้นมีอายุครบ 28 วัน ใช่หรือไม่ครับ ?”   ซึ่งผมก็ได้ตอบคำถามน้องท่านนี้ไปในเบื้องต้นว่า คำถามข้อนี้เป็นคำถามที่ดี ซึ่งเหมือนกันกับในหลายๆ กรณีจากหลายๆ โพสต์ที่ผ่านมาของผม ที่ผมมักจะเอ่ยถึงอยู่เสมอว่า กลไกการรับกำลังของเสาเข็มนั้นจะขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักๆ นั่นก็คือ 1.กำลังการรับน้ำหนักจาก ดิน 2.กำลังรับน้ำหนักจากตัวโครงสร้างของเสาเข็มเอง ดังนั้นหากถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่เราจะต้องรอให้คอนกรีตของเรานั้นมีอายุครบ 28 วัน ประเด็นก็จะอยู่ที่ว่า กำลังการรับน้ำหนักจาก ดิน หรือ กำลังรับน้ำหนักจากตัวโครงสร้างของเสาเข็มเอง จะเป็นตัวที่คอยควบคุมค่ากำลังในการรับกำลังของเสาเข็มนั่นเองครับ   ซึ่งวันนี้ผมมีข้อเสนอแนะเพื่อที่จะช่วยแก้ไขสถานการณ์เช่นนี้ให้แก่เพื่อนๆ ด้วยดังนี้ (1) เพื่อนๆ อาจจะต้องทำการเผื่อค่าของกำลังอัดของคอนกรีตให้สูงยิ่งขึ้นเพราะหากค่ากำลังอัดของคอนกรีตนั้นมีค่าที่สูงกว่าที่ทางผู้ออกแบบได้ทำการระบุเอาไว้แล้ว […]