1601 ฐานรากของบ้านชั้นเดียวควรทําอย่างไร? จังหวัดหนองบัวลำภู ใช้ฐานรากแผ่ หรือ ฐานรากเสาเข็ม? การสร้างบ้านชั้นเดียวในจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีสภาพชั้นดินแข็งเป็นส่วนใหญ่ การพิจารณาเลือกระหว่างฐานรากแผ่ (ฐานรากไม่ใช้เสาเข็ม) หรือฐานรากเสาเข็ม เพื่อให้ได้งานก่อสร้างที่มีคุณภาพสูงสุด มีรายละเอียดทางวิศวกรรมเฉพาะพื้นที่ที่ท่านควรพิจารณาดังนี้ครับ 1. การพิจารณาใช้ “ฐานรากแผ่” (Shallow Foundation) ฐานรากแผ่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับบ้านชั้นเดียวที่มีน้ำหนักโครงสร้างไม่มาก โดยมีข้อพิจารณาทางวิศวกรรมและสภาพดินในพื้นที่ดังนี้: สภาพดินบางพื้นที่ของหนองบัวลำภู: ในหลายพื้นที่ของจังหวัดหนองบัวลำภู ชั้นดินดานหรือชั้นดินแข็งจะอยู่ตื้น หากทำเลก่อสร้างของท่านเป็นพื้นที่ดอน ดินเดิมที่แน่นหนา ดินลูกรัง หรือดินปนทราย ซึ่งความลึกเพียง 3 – 6 เมตร ก็พบชั้นดินแข็งดานแล้ว ท่านก็สามารถเลือกใช้ฐานรากแผ่ได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่า ข้อกำหนดตามมาตรฐานกฎกระทรวง: หากเลือกใช้ฐานรากแผ่ ตัวฐานรากต้องวางอยู่บนชั้นดินที่ไม่มีอินทรีย์สารที่ยังสลายไม่หมด โดยความหนาของฐานรากแผ่ต้องไม่น้อยกว่า 0.20 เมตร และต้องมีระดับความลึกที่ฝังในดินจากระดับผิวดินถึงระดับต่ำสุดของฐานรากไม่น้อยกว่า 1 เมตร ข้อควรหลีกเลี่ยง: ไม่แนะนำให้ใช้ฐานรากแผ่หากแปลงที่ดินเป็นดินถมใหม่ที่ยังอัดตัวแน่นไม่เต็มที่ หรือเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ดินเลน เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการทรุดตัวไม่เท่ากันจนบ้านเกิดการแตกร้าวเสียหายในอนาคต 2. เมื่อใดที่จำเป็นต้องใช้ “ฐานรากเสาเข็ม” (Deep Foundation)? หากสภาพดินผิวหน้าไม่มีกำลังแบกทานเพียงพอ เป็นดินถมใหม่ […]
Author Archives: admin
1800 ทำไมต้องตอกเสาเข็ม ให้ถึงชั้นดินแข็ง? การตอกเสาเข็มให้ลึกจนถึงชั้นดินแข็งถือเป็นหัวใจสำคัญทางวิศวกรรมโครงสร้างที่กำหนดความมั่นคงและความปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างในระยะยาว โดยมีเหตุผลสำคัญและนวัตกรรมเสาเข็มสปันไมโครไพล์ที่ควรนำมาพิจารณาเพื่อคุณภาพงานสูงสุด ดังนี้ครับ ทำไมต้องตอกเสาเข็มให้ถึงชั้นดินแข็ง? ป้องกันการทรุดตัวของอาคารในระยะยาว (Prevent Settlement): หากเสาเข็มตอกไม่ถึงชั้นดินแข็งและหยุดอยู่แค่ในชั้นดินอ่อน เสาเข็มนั้นจะทำหน้าที่เป็นเสาเข็มเสียดทาน (Friction Pile) ซึ่งพึ่งพาเพียงแรงเสียดทานระหว่างผิวเสาเข็มกับดินโดยรอบในการรับน้ำหนัก หากดินเกิดการทรุดตัวหรือระดับน้ำใต้ดินเกิดการเปลี่ยนแปลง ดินจะยุบตัวลงและฉุดให้เสาเข็มทรุดตาม (เกิดแรงเสียดทานผิวเชิงลบ หรือ Negative Skin Friction) ส่งผลให้อาคารทรุดตัวลงในที่สุด ควบคุมการทรุดตัวไม่เท่ากัน (Differential Settlement): การตอกเสาเข็มที่สั้นยาวไม่เท่ากันหรือไม่ถึงชั้นดินแข็งเหมือนกันในทุกจุด จะทำให้อาคารเกิดการทรุดตัวไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โครงสร้างหลักของบ้านแตกร้าว ผนังเกิดรอยร้าวเฉียง คานบิดเบี้ยว และเป็นอันตรายต่อการอยู่อาศัย การถ่ายเทน้ำหนักบรรทุกที่สมบูรณ์แบบ (End Bearing): เมื่อเสาเข็มถูกตอกลงไปจนถึงชั้นดินแข็งหรือชั้นดินดาน (Hard Clay/Dense Sand) น้ำหนักทั้งหมดของอาคารจะถูกถ่ายเทผ่านปลายเสาเข็มลงสู่ชั้นดินที่แข็งแรงโดยตรง ซึ่งชั้นดินนี้มีความสามารถในการรับกำลังแบกทานสูงมากและแทบไม่มีการทรุดตัว ทำให้อาคารมีความมั่นคงถาวร พิจารณาเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) เพื่อคุณภาพงานที่ดีที่สุด หากคุณต้องการงานต่อเติมหรือก่อสร้างที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานวิศวกรรมอย่างแท้จริง เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุดด้วยเหตุผลดังนี้: กระบวนการผลิตที่มีความแข็งแกร่งสูงกว่าทั่วไป: เสาเข็มสปันไมโครไพล์ผลิตด้วยกรรมวิธีแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหมุนด้วยความเร็วสูงในแบบหล่อ […]
1799 กระบวนการผลิตด้วยวิธีแรงเหวี่ยง (Spun Process) ให้ผลดีอย่างไร? กระบวนการผลิตด้วยวิธีแรงเหวี่ยง (Spun Process) ของเสาเข็มสปันไมโครไพล์ ช่วยยกระดับคุณภาพของฐานรากและให้ผลดีอย่างเด่นชัดในหลากหลายด้าน ดังนี้ครับ: เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่นและแข็งแกร่งสูงเป็นพิเศษ การใช้นวัตกรรมการผลิตด้วยระบบแรงเหวี่ยง (Spun Process) ในแบบหล่อที่แข็งแรง ซึ่งหมุนด้วยความเร็วสูงจนเกิดแรงเหวี่ยงมากกว่าแรงโน้มถ่วงโลกถึง 30 เท่า (เทคโนโลยี 30G) ส่งผลให้คอนกรีตเหลวอัดตัวกันแน่น ไร้โพรงอากาศภายใน จึงมีความหนาแน่นและแข็งแกร่งกว่าคอนกรีตที่หล่อด้วยวิธีธรรมดาถึง 10 เท่า ผิวคอนกรีตเรียบเนียนและขัดมันสวยงาม มีรูกลวงตรงกลางช่วยระบายดินและลดแรงดันดินขณะตอก แรงเหวี่ยงจากการหมุนด้วยความเร็วสูงทำให้เนื้อคอนกรีตถูกเหวี่ยงไปอยู่รอบนอกและก่อให้เกิดรูกลมกลวงตรงกลางเสาเข็ม รูกลวงนี้ทำหน้าที่เสมือนวาล์วช่วยระบายดินและลดการแทนที่ของดิน โดยดินจะสามารถดันตัวขึ้นมาทางรูกลวงนี้ในขณะตอก ส่งผลให้ช่วยลดแรงต้านและลดแรงดันดินในชั้นดินได้อย่างดีเยี่ยม แรงสั่นสะเทือนต่ำมาก ปลอดภัยต่อโครงสร้างอาคารข้างเคียง ด้วยคุณลักษณะที่มีรูกลวงตรงกลางช่วยลดแรงดันดินและการแทนที่ดิน ทำให้แรงสั่นสะเทือนในขณะทำการติดตั้งต่ำมากเมื่อเทียบกับเสาเข็มคอนกรีตหล่อธรรมดาทั่วไป ป้องกันและลดความเสี่ยงที่ตัวบ้านเดิมหรืออาคารข้างเคียงจะเกิดรอยแตกร้าวเสียหาย ส่งผลให้สามารถเข้าทำงานตอกประชิดกำแพงหรือผนังบ้านเดิมได้ในระยะปลอดภัยใกล้สุดถึง 50 เซนติเมตร รับน้ำหนักได้สูงและลงลึกได้ถึงชั้นดินดาน แม้จะมีขนาดหน้าตัดขนาดเล็ก (เช่น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 21, 25, 30 ซม. หรือสี่เหลี่ยม 18×18 ซม.) แต่จากการผลิตที่มีคุณภาพสูงทำให้มีความสามารถในการรับน้ำหนักปลอดภัย (Safe Load) ได้สูงถึง […]
1798 ทราบได้อย่างไรว่าเสาเข็มตอกถึงชั้นดินแข็งแล้ว? การตรวจสอบว่าเสาเข็มตอกลงไปถึงชั้นดินแข็ง (ชั้นดินดาน) แล้วหรือไม่ เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการรับประกันความปลอดภัยและความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ซึ่งสามารถทราบได้จากวิธีการทางวิศวกรรมดังต่อไปนี้: 1. การพิจารณาจาก Blow Count และ Last 10 Blows Blow Count (จำนวนครั้งในการตอก): ในระหว่างการตอกเสาเข็ม วิศวกรและช่างผู้ควบคุมงานจะสังเกตพฤติกรรมและการทรุดตัวของเสาเข็ม หากเสาเข็มตอกจมลงไปได้ง่ายด้วยจำนวนครั้งที่น้อย แสดงว่าดินในชั้นนั้นยังไม่มีความแน่นพอที่จะรับน้ำหนัก แต่เมื่อปลายเสาเข็มเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่ชั้นดินที่แข็งขึ้น จะสังเกตเห็นว่าจำนวนครั้งในการตอกเพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน และอัตราการจมหรือทรุดตัวของเสาเข็มจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นว่าหัวเสาเข็มชนเข้ากับชั้นดินแข็งแล้ว Last 10 Blows (การตอก 10 ครั้งสุดท้าย): นี่คือเกณฑ์ตัดสินที่แม่นยำทางวิศวกรรม โดยจะวัดระยะการทรุดตัวของเสาเข็มจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย วิศวกรจะใช้สูตรการคำนวณกำลังรับน้ำหนักของเสาเข็มเพื่อกำหนดค่าระยะจมสูงสุดที่ยอมให้ (เช่น ระยะจม 10 ครั้งสุดท้ายต้องไม่เกิน 5.5 เซนติเมตร) หากตอกครบ 10 ครั้งแล้ว ระยะจมจริงน้อยกว่าหรือเท่ากับค่าที่คำนวณไว้ แสดงว่าเสาเข็มตั้งอยู่บนชั้นดินแข็งที่แข็งแรงพอและสามารถรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยตามที่ออกแบบ 2. พิจารณาเลือก “เสาเข็มสปันไมโครไพล์” เพื่อคุณภาพสูงสุด หากคุณต้องการงานฐานรากที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงเป็นพิเศษ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun […]
1797 สปันไมโครไพล์ จะรู้ได้อย่างไรว่าตอกเสร็จแล้ว ตอกถึงชั้นดินดาน ชั้นดินแข็ง และได้มาตรฐาน? เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) เป็นเสาเข็มที่ผลิตด้วยกรรมวิธีแรงเหวี่ยงคอนกรีตในแบบหล่อที่หมุนด้วยความเร็วสูง ทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่นและแข็งแกร่งกว่าคอนกรีตทั่วไป การตรวจสอบว่าการตอกเสร็จสิ้นเรียบร้อย ได้มาตรฐาน และปลายเสาเข็มถึงชั้นดินแข็งหรือชั้นดินดานอย่างแท้จริง มีเกณฑ์การพิจารณาทางวิศวกรรมที่สำคัญดังนี้: 1. วิธีการตรวจสอบว่าเสาเข็มตอกถึงชั้นดินดาน/ชั้นดินแข็งและได้มาตรฐาน มิได้ดูเพียงแค่เสาเข็มจมมิดดิน: การดูว่าเสาเข็มตอกเสร็จเรียบร้อยและได้มาตรฐานในแต่ละจุดนั้น ไม่สามารถดูเพียงแค่ว่าตัวเสาเข็มจมหายลงไปในดินเท่านั้น สังเกตพฤติกรรมและระยะจมของเสาเข็ม: ในขณะทำการตอก หากจำนวนครั้งของการตอกเพิ่มขึ้นอย่างทันที หรือระยะจมของเสาเข็มลดลงอย่างกะทันหัน แสดงว่าปลายเสาเข็มได้เคลื่อนเข้าสู่ชั้นดินที่แข็งกว่าหรือชั้นดินดานแล้ว การทดสอบความสมบูรณ์และการรับน้ำหนัก: นอกจากสังเกตขณะตอกแล้ว ยังสามารถตรวจสอบและรับรองกำลังการรับน้ำหนักปลอดภัยของเสาเข็มได้ด้วยวิธีการทดสอบทางวิศวกรรม เช่น Dynamic Load Test ซึ่งเป็นวิธีที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ 2. การพิจารณาค่า Blow Count Blow Count คือ จำนวนครั้งในการตอกเสาเข็มแต่ละต้นจนกระทั่งเสาเข็มจมดิน เพื่อใช้เป็นตัวตรวจสอบกำลังการรับน้ำหนักปลอดภัยของเสาเข็ม หากตอกลงไปได้ง่ายเกินไป (จำนวน Blow Count ต่ำ): แสดงว่าความแน่นของชั้นดินในระดับนั้นยังไม่เพียงพอที่จะรับน้ำหนักได้ วิศวกรจะกำหนดให้ทำการเชื่อมต่อเสาเข็มท่อนถัดไปเพื่อตอกเพิ่มความลึกจนกว่าจะได้จำนวนครั้งการตอกที่ได้มาตรฐานตามกำหนด หากจำนวนครั้งในการตอกเพียงพอแล้ว: แม้ว่าเสาเข็มจะยังตอกจมไม่มิดดิน ก็แสดงว่าชั้นดิน ณ จุดนั้นมีความแน่นหนาเพียงพอที่จะรับน้ำหนักบรรทุกได้แล้ว […]
1796 เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) จะรู้ได้อย่างไรว่าตอกเสร็จแล้ว และได้มาตรฐาน? การตรวจสอบการตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) ว่าเสร็จสิ้นและได้มาตรฐาน ไม่ใช่เพียงแค่ดูว่าเสาเข็มถูกตอกจนจมมิดลงไปในดินเท่านั้น แต่จะต้องอาศัยการตรวจสอบตามหลักวิศวกรรมที่สำคัญ ดังนี้ครับ: 1. การพิจารณาจำนวนครั้งในการตอก (Blow Count) เกณฑ์จากวิศวกร: วิศวกรจะเป็นผู้กำหนดจำนวนครั้งที่ต้องตอกเสาเข็ม (Blow Count) จนกว่าจะเสร็จสิ้น โดยพิจารณาจากชนิด ขนาดของพื้นที่หน้าตัด และความยาวของเสาเข็มแต่ละต้น ดินยังแน่นไม่พอ: หากเสาเข็มจมมิดลงไปในดินได้ง่ายและใช้จำนวนครั้งในการตอกน้อยเกินไป แสดงว่าชั้นดิน ณ จุดนั้นยังไม่มีความแน่นหนาพอที่จะรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย จำเป็นต้องเชื่อมต่อเสาเข็มท่อนต่อไปเพื่อตอกเพิ่มลงไปอีกจนกว่าจะได้จำนวนครั้งการตอกตามที่วิศวกรกำหนด ดินแน่นเพียงพอแล้ว: ในทางกลับกัน หากตอกได้จำนวนครั้งตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว แม้ว่าเสาเข็มต้นนั้นจะยังจมไม่มิดดิน ก็แสดงว่าชั้นดินในระดับนั้นมีความแน่นและสามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นและไม่ควรฝืนตอกต่อ เพราะการตอกต่อไปอาจส่งผลเสียทำให้หัวเสาเข็มแตกหักหรือเสาเข็มชำรุดใต้ดินได้ 2. การวัดระยะทรุดตัวด้วยวิธี Last 10 Blows การเช็คความลึกชั้นดินแข็ง: วิธี Last 10 Blows คือเกณฑ์ชี้วัดสุดท้ายที่แม่นยำในการตรวจสอบว่าปลายเสาเข็มหยั่งถึงชั้นดินแข็ง (ชั้นดินดาน) แล้วหรือยัง วิธีการนับและวัดผล: วิศวกรควบคุมงานจะทำการวัดระยะการทรุดตัวของเสาเข็มจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย […]
1795 จะรู้ได้อย่างไรว่าตอกเสาเข็มเสร็จแล้ว และได้มาตรฐาน? การตอกเสาเข็มให้เสร็จสิ้นตามมาตรฐานวิศวกรรม ไม่ใช่เพียงแค่การตอกให้เสร็จเมื่อเสาเข็มจมมิดลงไปในดินเท่านั้น หากดินชั้นบนอ่อนมากและเสาเข็มจมลงไปได้ง่ายโดยใช้จำนวนครั้งในการตอกน้อย แสดงว่าความแน่นของดินในการรับน้ำหนักยังไม่เพียงพอ ซึ่งอาจต้องทำการต่อเสาเข็มเพื่อตอกเพิ่มลงไปอีก ในทางตรงกันข้าม หากจำนวนครั้งในการตอกมากเพียงพอแล้วแต่เสาเข็มยังไม่มิดดิน ก็อาจแสดงว่าปลายเสาเข็มตอกถึงชั้นดินที่แน่นพอจะรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยแล้ว และไม่ควรฝืนตอกต่อเพราะอาจทำให้เสาเข็มชำรุดเสียหายได้ ดังนั้น วิธีการตรวจสอบว่าการตอกเสาเข็มเสร็จสิ้นและได้มาตรฐานหรือไม่ จะต้องพิจารณาผ่านเกณฑ์การควบคุมทางวิศวกรรมที่สำคัญ ดังนี้: 1. การพิจารณาค่า Blow Count และ Last 10 Blows ในการควบคุมการตอกเสาเข็มหน้างานจริง วิศวกรจะใช้ค่าการตอกเป็นเกณฑ์ตัดสินความสมบูรณ์: การเช็คค่า Blow Count: คือการนับจำนวนครั้งของลูกตุ้มปั้นจั่นที่ตอกลงบนเสาเข็ม โดยปกติวิศวกรจะควบคุมมาตรฐานจากการนับจำนวนครั้งในการตอกเสาเข็มในช่วงระยะ 1.5 เมตรสุดท้าย ว่าเสาเข็มจมตัวลงตามเกณฑ์ความปลอดภัยที่คำนวณไว้หรือไม่ หากจำนวนครั้งในการตอกเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน แสดงว่าปลายเสาเข็มได้เคลื่อนเข้าสู่ชั้นดินที่แข็งกว่าเดิม การเช็คค่า Last 10 Blows: ถือเป็นดัชนีชี้วัดสุดท้ายที่สำคัญที่สุด วิธีการคือวิศวกรจะทำการวัดระยะทรุดตัว (ระยะจม) ของเสาเข็มจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย ระยะจมเฉลี่ยที่ได้จะต้องไม่เกินค่าที่วิศวกรได้คำนวณไว้ตามสูตรการตอกเสาเข็ม (Pile Driving Formula) (เช่น ระยะจม 10 ครั้งสุดท้ายรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 5.5 […]
1794 เสาเข็ม Spun Micropile จะรู้ได้อย่างไรว่าตอกเสร็จแล้ว และได้มาตรฐาน? การเลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) ในงานก่อสร้างและต่อเติมอาคารเพื่อให้ได้ฐานรากที่มีคุณภาพสูงสุดนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการควบคุมมาตรฐานการทำงาน ณ หน้างานจริง โดยคำถามที่ว่า “จะรู้ได้อย่างไรว่าตอกเสร็จเรียบร้อยและได้มาตรฐาน?” สามารถพิจารณาได้จากหลักเกณฑ์ทางวิศวกรรมดังต่อไปนี้ครับ: 1. การตรวจสอบการรับน้ำหนักด้วย Blow Count และ Last 10 Blows การตัดสินว่าเสาเข็มแต่ละต้นตอกเสร็จสิ้นสมบูรณ์และพร้อมรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย ไม่ใช่เพียงแค่การตอกให้เสาเข็มจมมิดลงไปในดินเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบผ่านค่าการตอกสะสมดังนี้: การนับจำนวนครั้งในการตอก (Blow Count): วิศวกรจะกำหนดจำนวนครั้งในการตอกที่เหมาะสมสำหรับเสาเข็มแต่ละขนาด หากในระหว่างตอกจำนวนครั้งที่ตอก (Blow Count) เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน แสดงว่าปลายเสาเข็มกำลังเคลื่อนเข้าสู่ชั้นดินแข็ง แต่หากจำนวนครั้งที่ตอกน้อยเกินไปจนเสาเข็มจมลงไปได้ง่ายมาก แสดงว่าชั้นดิน ณ จุดนั้นยังหนาแน่นไม่พอที่จะรับน้ำหนักได้จริง จำเป็นต้องต่อเสาเข็มท่อนถัดไปและตอกเพิ่มจนกว่าจะได้จำนวนครั้งที่กำหนด ในทางกลับกัน หากดินแน่นมากและจำนวนครั้งในการตอกสูงตามเกณฑ์แล้ว แม้เสาเข็มจะยังไม่มิดดินก็ถือว่าดินรับน้ำหนักได้เพียงพอแล้ว ไม่ควรฝืนตอกต่อเพราะอาจทำให้เสาเข็มแตกหักเสียหายได้ การเช็คระยะทรุดตัว 10 ครั้งสุดท้าย (Last 10 Blows): นี่คือดัชนีชี้วัดสุดท้ายที่ยืนยันความแข็งแรงของฐานราก โดยทำการวัดระยะการทรุดตัวหรือจมตัวของเสาเข็มจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย […]
1793 เสาเข็มสปันไมโครไพล์ จะรู้ได้อย่างไรว่าตอกเสร็จแล้ว และได้มาตรฐาน? ในการตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micropile) ให้มีความมั่นใจสูงสุดว่ากระบวนการตอกเสร็จสิ้นสมบูรณ์และได้มาตรฐานทางวิศวกรรมจริง ๆ นั้น จะไม่สามารถพิจารณาเพียงแค่ระดับความลึกเป็นเมตร หรือดูเพียงว่าเสาเข็มจมมิดลงไปในดินเท่านั้น แต่จะต้องอาศัยการตรวจสอบผ่านกระบวนการทางวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบที่สำคัญดังนี้ครับ: 1. การพิจารณาผ่าน “Blow Count” และ “Last 10 Blows” นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดในการตรวจสอบกำลังการรับน้ำหนักของเสาเข็มในขณะตอกในสนาม: Blow Count (จำนวนครั้งในการตอก): คือการนับจำนวนครั้งที่ลูกตุ้มตอกเสาเข็มลงไปในช่วงระยะความลึกที่กำหนด (โดยทั่วไปจะเช็คในช่วงระยะ 1.5 เมตรสุดท้ายของการตอก) เพื่อตรวจสอบว่าเสาเข็มจมตัวลงไปตามเกณฑ์คำนวณทางวิศวกรรมหรือไม่ กรณีดินแน่นน้อยกว่าปกติ: หากจำนวนครั้งในการตอกน้อยเกินไป (เสาเข็มจมตัวลงดินได้ง่ายมาก) แสดงว่าความแน่นของชั้นดินในระดับนั้นยังไม่เพียงพอที่จะรับน้ำหนักปลอดภัยของอาคารได้ วิศวกรจะกำหนดให้มีการต่อเสาเข็มและตอกเพิ่มลงไปอีก. กรณีชั้นดินแข็งมาก: หากจำนวนครั้งในการตอกสูงมากตามเกณฑ์แล้ว แม้เสาเข็มท่อนนั้นจะยังจมไม่มิดดิน ก็แสดงว่าเสาเข็มได้ตั้งอยู่บนชั้นดินที่แข็งแรงเพียงพอที่จะรับน้ำหนักได้แล้ว ไม่ควรฝืนตอกต่อเพราะอาจทำให้หัวเสาเข็มแตกหักหรือเสียหายได้. Last 10 Blows (การตอก 10 ครั้งสุดท้าย): เป็นเกณฑ์ชี้วัดสุดท้ายที่วิศวกรใช้ในการตัดสินใจสั่งหยุดตอก โดยผู้ควบคุมงานจะทำการวัดระยะทรุดตัว (Set) หรือการจมตัวของเสาเข็มจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย แล้วนำมาเปรียบเทียบกับรายการคำนวณทางวิศวกรรม. หลักเกณฑ์การวัด: […]
1792 จะรู้ได้อย่างไรว่าตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ เสร็จแล้ว และได้มาตรฐาน? การควบคุมคุณภาพในการตอก เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) ให้เสร็จสมบูรณ์และได้มาตรฐานวิศวกรรมระดับสูงสุด เพื่อป้องกันปัญหาการทรุดตัวของอาคารในอนาคต มีหลักเกณฑ์และวิธีตรวจสอบที่วิศวกรและผู้ควบคุมงานใช้พิจารณาร่วมกันอย่างเข้มงวด โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ดังนี้ครับ: 1. การตรวจสอบว่า “ตอกเสร็จสมบูรณ์” และถึงชั้นดินแข็งจริง (Last 10 Blows) ในการตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ การดูว่าการทำงานในแต่ละจุดเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือไม่ ไม่ใช่ดูเพียงแค่ว่าเสาเข็มถูกตอกจนจมมิดลงไปในดินเท่านั้น แต่จะต้องตรวจสอบผ่านเกณฑ์มาตรฐานการนับจำนวนครั้งในการตอก (Blow Count): การควบคุมแรงต้านและจำนวนครั้งที่ตอก (Blow Count): หากตอกเสาเข็มลงไปได้ง่ายและใช้จำนวนครั้งในการตอกน้อยเกินไป แสดงว่าชั้นดิน ณ จุดนั้นยังไม่มีความแน่นพอที่จะรับน้ำหนักปลอดภัยตามที่ออกแบบไว้ วิศวกรจะกำหนดให้เชื่อมต่อเสาเข็มท่อนถัดไปและตอกเพิ่มลงไปอีก ในทางตรงกันข้าม หากตอกจนได้จำนวนครั้งที่มากเพียงพอและดินมีความแน่นเพียงพอแล้ว แม้เสาเข็มจะยังไม่จมมิดดินก็ต้องหยุดตอก เพราะหากฝืนตอกต่อไปอาจทำให้เสาเข็มชำรุดเสียหายหรือแตกหักได้ เกณฑ์ Last 10 Blows (ระยะทรุดตัว 10 ครั้งสุดท้าย): เป็นตัวชี้วัดสุดท้ายที่ยืนยันว่าเสาเข็มชนเข้ากับชั้นดินแข็งหรือชั้นดินดานจริง โดยวิศวกรผู้ควบคุมงานจะประเมินจากการนับระยะจมของเสาเข็มจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย ซึ่งระยะจมเฉลี่ยสะสม 10 ครั้งนี้จะต้องลดลงอย่างกะทันหัน […]










