เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน HOT ROLLED STEEL โดยในประเทศไทยสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม มีอักษรย่อว่า สมอ. ได้มีการออกประกาศเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือมีอักษรย่อว่า มอก. ของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนก็คือ มาตรฐานเลขที่ มอก. 1227-2539 ส่วนเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นก็คือ มาตรฐานเลขที่ มอก. 1228-25349 ทั้งนี้จุดประสงค์ที่ทาง สมอ. ได้ทำการออกประกาศดังกล่าวออกมาก็เพื่อใช้เป็นมาตรฐานบังคับเพื่อให้ทั้ง 3 ฝ่ายดังต่อไปนี้ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ทางผู้บริโภคทุกๆฝ่ายนั้น ได้รับผลประโยชน์สูงสุด นั่นก็คือ1. ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างรูปพรรณมีหน้าที่ต้องทำการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างรูปพรรณทั้งสองแบบนี้ให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยที่จะต้องมีรายละเอียดต่างๆ ของตัวผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอนุญาตจากทาง สมอ. เสมอ2. ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างรูปพรรณมีหน้าที่ต้องทำการจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคทุกๆฝ่าย ที่เข้ามาติดต่อขอเป็นผู้ซื้อผลิตภัณฑ์เฉพาะผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างรูปพรรณที่ได้คุณภาพและต้องตรงตามมาตรฐานที่ทาง สมอ. นั้นอนุญาตเสมอ3. ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างรูปพรรณมีหน้าที่ต้องทำการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างรูปพรรณที่มีคุณภาพและต้องตรงตามมาตรฐานทาง สมอ. นั้นอนุญาตเสมอ
Author Archives: admin
เหล็กที่ถูกผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นหรือว่า COLED FORM STEEL โดยที่เจ้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นนั้นก็จะประกอบไปด้วยหน้าตัดเหล็กทั้งหมด 5 แบบ โดยมีประเภทของเหล็กเพียง 1 ชั้นคุณภาพเท่านั้น ซึ่งก็คือเกรด SSC400 โดยวิธีในการตรวจสอบเบื้องต้นว่าเป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นหรือไม่ วิธีในการตรวจสอบคือ 1. ตรวจสอบการแสดงเครื่องหมายและฉลากต่างๆ บนเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น มีความครบถ้วนหรือไม่2. ตรวจสอบตัวนูนที่แสดงชั้นคุณภาพ และชื่อของผู้ผลิต ชื่อย่อ หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน ที่ได้มีการแสดงเอาไว้บนตัวผลิตภัณฑ์ หรือเครื่องหมายการค้า ที่ได้รับอนุญาตจาก สมอ โดยทำการตรวจสอบกับรายชื่อผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาตกับทางสถาบัน3. ตรวจสอบลักษณะทั่วๆไปทางกายภาพ ภายนอกของเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็นว่าอยู่ในสภาพผิวที่ค่อนข้างจะเรียบเกลี้ยง ไม่มีรอยแตกร้าวหรือรอยปริใดๆ ที่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า4. ตรวจสอบดูเกรดของเหล็กเป็นเกรดเท่าใด เพราะเกรดของเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็นนั้นจะมีเพียงแค่เกรดเดียวนั่นก็คือ เหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็นเกรด SSC400 ทั้งนี้วิธีในการผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน นั้นมีความแตกต่างกัน ทำให้พฤติกรรมต่างๆ ของตัววัสดุเหล็ก และกรรมวิธีขั้นตอนในการออกแบบเหล็กทั้งสองประเภทมีความแตกต่างจากกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เสริมฐานราก ด้วยเสาเข็ม ไอไมโครไพล์ I-Micropile ภูมิสยาม ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเดิม เสาเข็มไอไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มรูปตัวไอ ผลิตโดยการขึงลวดเหล็กไว้ภายในโครงสร้างเสาเข็ม หรือบนแบบพิมพ์รูปตัวไอ และทำการเทคอนกรีตลงในพิม เมื่อคอนกรีตแห้งทำการตัดลวดเหล็กที่ขึงไว้ออก จากนั้นลวดเหล็กจะมีการหดตัว ทำให้เกิดแรงอัดภายในเนื้อคอนกรีต ทำให้เสาเข็มมีความหนาแน่น จึงเรียกเสาเข็มชนิดนี้ว่า เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ ลักษณะงานที่เหมาะสมกับเสาเข็มไอไมโครไพล์ ส่วนใหญ่จะใช้เป็นฐานรากเพราะเสาเข็มมีความแข็งแรง สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี มีพื้นที่โดยรอบมากกว่าเสาเข็มที่มีลักษณะอื่น เพื่อสัมผัสกับพื้นดินทำให้มีแรงเสียดทานระหว่างเสาเข็มและดินสูง การตอกเสาเข็มชนิดนี้ จะใช้ปั้นจั่นที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษในการตอก โดยไม่ต้องทำการขุดเจาะดินออกก่อน และความยาวของเสาเข็มสามารถเพิ่มได้โดยการนำเสาเข็มมาเชื่อมต่อติดกัน ด้วยการเชื่อมแบบไฟฟ้า ทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็มด้วยวิธีพลศาสตร์ (DYNAMIC LOAD TEST) การเลือกใช้เสาเข็ม ไอไมโครไพล์ ควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถปรึกษา ภูมิสยาม ได้ฟรี!! เราพร้อมให้คำแนะนำ โดยวิศวกรที่มีประสบการณ์
วิธีในการเลือกใช้งาน เสาเข็มแต่ละประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับงานก่อสร้างแต่ละงาน เสาเข็มแต่ละหน้าตัดนั้นจะมีลักษณะและองค์ประกอบที่มีความแตกต่างกัน เช่น เส้นรอบรูป ขนาดพื้นที่หน้าตัด กระบวนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเสาเข็ม ลักษณะของปลายเสาเข็ม เป็นต้น จะทำให้เสาเข็มแต่ละหน้าตัดมีความเหมาะสมกับชนิดของดิน ที่จะนำไปใช้ตอกแตกต่างกัน จะทำการอ้างอิงถึงเสาเข็มแต่ละชนิดแต่ละหน้าตัด โดยจะมีปลายที่เหมือนๆกัน คือ เป็นปลายแบบ ตัดตรง และจะมีความยาวที่เท่าๆ กัน และหน้าตัดของเสาเข็มแบบใด ที่มีความเหมาะสมต่อการใช้งานกับดินที่มีค่า SPT N-VALUE เป็นเท่าใด จึงจะมีความเหมาะสม และเกิดความคุ้มค่าสูงที่สุด จะเห็นได้ว่าเมื่อเสาเข็มเป็นปลายแบบ ตัดตรง เสาเข็มทั้ง 3 ชนิดหน้าตัดนี้จะสามารถใช้ทำการตอกผ่านดินที่มีลักษณะ อ่อน ถึง แข็งปานกลาง ได้ และส่วนปลายจะสามารถฝังอยู่ในดินที่มีลักษณะแข็งได้ แต่ไม่ลึกมาก ซึ่งโดยประมาณไม่เกิน 3 เมตร -เสาเข็มทำจาก คอนกรีต ที่มีหน้าตัดเป็น ไอ ที่มีกระบวนการทำงานก่อสร้างตามปกติ จะเหมาะสำหรับดินที่มีค่า SPT N-VALUE สูงสุดอยู่ที่ระหว่าง 25 BLOWS/FT ถึง 35 BLOWS/FT […]
เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micropile อีกทางเลือกสำหรับงานสร้างใหม่ เพื่อฐานรากที่มั่นคง สร้างใหม่ เลือกตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ เพื่อเป็นฐานรากสำหรับสิ่งปลูกสร้างที่ต้องการกำลังในการรับน้ำหนักสูง ให้สามารถรับน้ำหนักปลอดภัย เนื่องจากเสาเข็มสปันไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มที่มีความแข็งแรง เนื้อคอนกรีตหนาแน่นสูง มีโครงเหล็กฝังอยู่ในเนื้อคอนกรีตโดยรอบ และเป็นเสาเข็มที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. เพื่อให้มั่นใจได้ว่า การตอกเสาเข็มชนิดนี้ จะสามารถเป็นฐานราก ที่รับน้ำหนักปลอดภัย ให้กับสิ่งปลูกสร้างไม่ว่าจะขนาดเล็ก หรือใหญ่ และมีความถูกต้องตามหลักวิศวกรรม สามารถทดสอบการรับน้ำหนักได้โดยวิธี Dynamic Load Test สามารถรับน้ำหนักได้ทันทีเมื่อติดตั้งแล้วเสร็จ พร้อมรับประกันความเสียหายจากการใช้งาน เสาเข็มของภูมิสยามได้รับ มาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง มอก.397-2562 และมาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มอก.396-2549 เรื่องฐานรากที่มั่นคง ต้องยกให้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ ภูมิสยาม เราพร้อมบริการทั่วประเทศ
การเลือกใช้งานระบบฐานรากเสาเข็ม ในการใช้งานเสาเข็ม เพื่อให้เสาเข็มในอาคารนั้น มีกำลังในการรับน้ำหนักที่สูงที่สุด และมีการทรุดตัวของเสาเข็มที่น้อยที่สุดด้วย หากเลือกระหว่างการเลือกใช้งานระบบ ฐานรากแบบเสาเข็มเดี่ยว SINGLE PILE กับระบบ ฐานรากแบบเสาเข็มกลุ่ม GROUP PILES แนะนำให้ใช้เป็นระบบ ฐานรากแบบเสาเข็มเดี่ยว เพราะ หากเลือกอาศัยระบบ ฐานรากแบบเสาเข็มกลุ่ม จะพบว่า กำลังในการรับน้ำหนักของเสาเข็มกลุ่มนั้นจะมีค่าที่ “น้อยกว่า” หรือ “เท่ากับ” กำลังในการรับน้ำหนักของเสาเข็มเดี่ยวทั้งหมดรวมกัน หากกำหนดให้ค่า Qas เป็น กำลังในการรับน้ำหนักของเสาเข็มแบบเดี่ยวเพียง 1 ต้น ค่า Qag เป็น กำลังในการรับน้ำหนักของเสาเข็มแบบกลุ่ม และ ค่า N เป็นจำนวนทั้งหมดของเสาเข็ม เราจะพบสิ่งที่มีความน่าสนใจประการหนึ่งนั่นก็คือ Qug ≤ N x Qag โดยปัจจัยหลักๆ ที่จะอาจส่งผลโดยตรงต่อสถานะกำลังและการทรุดตัวของเสาเข็มให้มีค่าที่มากหรือน้อยนั่นก็คือ(1) ระยะห่างระหว่างเสาเข็ม ซึ่งตามปกติจะกำหนดให้ระยะห่างของเสาเข็มมีค่าไม่น้อยกว่า 2 ถึง 3 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็ม ขึ้นอยู่กับว่า “ปลาย” ของเสาเข็มนั้นจะมีการวางตัวอยู่บนชั้นดินประเภทใด(2) […]
เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micropile ตัวช่วยต่อเติมความแข็งแรง ในงานต่อเติมบ้าน เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มที่ถูกออกแบบมาเพื่อการต่อเติมบ้านโดยเฉพาะ เพราะตอบโจทย์ในเรื่องของ แรงสั่นสะเทือนขณะตอกน้อย สามารถตอกชิดกำแพงได้ 50 ซ.ม. จากเซ็นเตอร์เสาเข็ม โดยไม่กระทบโครงสร้างเดิม และสามารถเข้าตอกในพื้นที่แคบหรือจำกัดได้ง่าย หน้างานสะอาด สะดวก และรวดเร็ว เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จสามารถรับน้ำหนักได้ทันที ทั้งนี้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ ของภูมิสยาม เป็นเสาเข็มที่เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่น และมีโครงเหล็กฝังอยู่ในเนื้อคอนกรีตโดยรอบ ทำให้เสาเข็มมีความมั่นคงแข็งแรงสูง สามารถรับน้ำหนักปลอดภัย และป้องกันการทรุดตัวของส่วนต่อเติมได้อย่างตรงจุด มีการทดสอบการรับน้ำหนักโดยวิธี Dynamic Load Test
เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Columns) จะเป็นตัวรับน้ำหนักของอาคาร โดยตัวอาคารจะถ่ายน้ำหนักมาลงที่เสาในแนวดิ่ง และในบางครั้งอาจจะต้องรับโมเมนต์ดัดด้วย ซึ่งเสาจะมีรูปแบบและข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป ในการพิจารณาออกแบบเสาจะต้องพิจารณาถึงการรับแรงของเสาและลักษณะปลายยึดของหัวเสาด้วย ลักษณะของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก สามารถแบ่งโดยสังเขปเป็น 2 ประเภท ดังนี้1. แบ่งตามลักษณะของแรงที่มากระทำ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ดังนี้– เสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่รับแรงตามแนวศูนย์กลางแกนเสา– เสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่รับแรงเยื้องศูนย์ 2. แบ่งตามขนาดความสูงของเสา สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ– เสาสั้น คือ เสาที่มีอัตราส่วนความสูงต่อด้านแคบของเสา (เสาสี่เหลี่ยม) หรืออัตราส่วนความสูงต่อเส้นผ่านศูนย์กลางเสา (เสากลม) น้อยกว่า 15– เสายาว คือ เสาที่มีอัตราส่วนความสูงต่อด้านแคบของเสา (เสาสี่เหลี่ยม) หรือ อัตราส่วนความสูงต่อเส้นผ่าศูนย์กลางเสา (เสากลม) มากกว่า 15 ซึ่งความสามารถในการรับน้ำหนักของเสาจะลดลง แหล่งข้อมูล – civilclub.net Miss Spunpile Bhumisiam (ภูมิสยาม) ภูมิสยาม ไมโครไพล์ ตอบโจทย์งานก่อสร้าง […]
เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micropile อีกทางเลือกสำหรับงานต่อเติมโรงงาน ที่ต้องการคุณภาพ มาตรฐาน ต่อเติมโรงงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานความมั่นคงแข็งแรงให้กับฐานราก ด้วยเสาเข็มสปันไมโครไพล์ เสาเข็มชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้เป็นฐานรากของอาคารโรงงาน ที่ต้องการความั่นคงแข็งแรงสูง ทางภูมิสยาม ดำเนินการตอกเสาเข็มด้วยทีมงานตอกมืออาชีพ พร้อมควบคุมดูแลงานโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ โดยปฏิบัติงานตามทุกขั้นตอนให้ได้มาตรฐานและความมั่นคงแข็งแรงสูงสุด เสาเข็มสปันไมโครไพล์ สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่วิศวกรออกแบบ ถึง15-50 ตัน/ต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดเสาเข็มและสภาพชั้นดินในแต่ละพื้นที่) ทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็มด้วยวิธีพลศาสตร์ (DYNAMIC LOAD TEST) สามารถรับน้ำหนักได้ทันทีเมื่อติดตั้งแล้วเสร็จเสาเข็มของภูมิสยามได้รับ มาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง มอก.397-2562 และมาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มอก.396-2549 หากต้องการเสาเข็มที่มีคุณภาพ รับประกันกันความปลอดภัยจากการใช้งาน เลือกใช้ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ ภูมิสยาม เราพร้อมบริการทั่วประเทศ
เครื่องมือ และ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการทดสอบดินในสนาม 1. เครื่องมือในการทำ TRIAL PIT TEST PITเป็นเครื่องมือที่ใช้การขุดหลุมโดยใช้แรงงานของคนเป็นหลัก ซึ่งหาได้ง่ายทั่วๆ ไป นิยมใช้กับดินที่ไม่แข็งมากนัก และในความลึกที่ค่อนข้างตื้น ซึ่งจะมีการรบกวนดินที่ค่อนข้างน้อย สามารถเห็นการเรียงตัวของชั้นดินได้โดยง่าย แต่มักพบปัญหาคือ ระดับของน้ำใต้ดินหากว่ามีการขุดที่ลึกกว่า 2 ม. โดยเฉพาะดินทรายทซึ่งจะมีการพังทลายของหลุมเจาะที่ง่ายกว่าดินชนิดอื่นๆ ด้วยเหตุผลข้างต้นเราจึงนิยมใช้วิธีการทดสอบนี้แค่ในการทดสอบดินขั้นต้นเท่านั้น 2. เครื่องมือในการทำ HAND AUGER BORINGเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้ค่อนข้างง่าย และอาศัยแรงหมุนของ AUGER เป็นหลัก เครื่องมือชนิดนี้นิยมใช้อยู่ด้วยกันสองชนิด คือ HELICAL AUGER กับ IWAN หรือ POST-HOLE AUGER นิยมใช้กับดินที่มีแรงยึดเหนี่ยว หรือดินที่มีความเหนียวมากๆ สามารถที่จะเจาะได้ที่ความลึก 5 – 7 ม. โดยการต่อก้านเหล็ก ทั้งนี้ขนาดของหลุมเจาะด้วย AUGER จะมีขนาดโดยประมาณอยู่ที่ 2.50 นิ้ว ถึง 4.00 นิ้ว […]









