“เสาเข็ม” ส่วนประกอบที่สำคัญ สำหรับการก่อสร้างใหม่ เพื่อฐานรากที่มั่นคง เลือกใช้เสาเข็ม สปันไมโครไพล์ Spun Micropile ในทุกๆการก่อสร้าง เสาเข็มเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เนื่องจากเสาเข็มทำหน้าที่ในการถ่ายเทน้ำหนักของสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด กระจายลงสู่ชั้นดิน โดยอาศัยแรงเสียดทานระหว่างผิวของเสาเข็มกับดินและแรงต้านทานที่ปลายเข็มจากชั้นดินแข็ง หากไม่มีการลงเสาเข็ม สิ่งก่อสร้างอาจเกิดการทรุดตัวหากพื้นผิวดินไม่สามารถรับน้ำหนักของสิ่งก่อสร้างได้ การตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ สามารถตอบโจทย์การก่อสร้างใหม่ที่ต้องการฐานรากที่มั่นคงได้ เพราะเสาเข็มสปันไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มขนาดเล็ก ที่มีความมั่นคงแข็งแรงจากการผลิตที่ใช้แรงเหวี่ยง(สปัน=กรอ,หมุน,ปั่น,เหวี่ยง) ทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่น และภายในเสาเข็มมีโครงเหล็กฝังอยู่โดยรอบ สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่วิศวกรออกแบบ ถึง15-50 ตัน/ต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดเสาเข็มและสภาพชั้นดินในแต่ละพื้นที่) และทดสอบการรับน้ำหนักโดยวิธี Dynamic Load Test เสาเข็มของภูมิสยามได้รับ มาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง มอก.397-2562 และมาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มอก.396-2549 สร้างใหม่ เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ ภูมิสยาม เราพร้อมบริการทั่วประเทศ
Author Archives: admin
ความรู้ในเบื้องต้นเกี่ยวกับ โครงสร้างป้องกันไม่ให้ดินพัง หรือ SOIL RETAINING STRUCTURTES จุดประสงค์ของการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันไม่ให้ดินพัง คือ การป้องกันการเคลื่อนตัวของมวลดิน ไม่ให้ดินเกิดการเคลื่อนที่เข้ามาสู่ตัวโครงสร้างจนโครงสร้างเกิดการวิบัติขึ้น ทั้งนี้การประยุกต์ใช้โครงสร้างป้องกันไม่ให้ดินพังในทางวิศวกรรรม เช่น งานดินถม งานดินขุด งานสะพาน งานโครงสร้างเพื่อป้องมิให้น้ำท่วม เป็นต้น ซึ่งโดยส่วนมากแล้วโครงสร้างป้องกันไม่ให้ดินพังนั้นมักที่จะก่อสร้างขึ้นในรูปแบบของกำแพงหรือ WALL ที่จะทำหน้าที่ในการกันดิน โดยวัสดุที่นิยมถูกนำมาสร้างมากที่สุดก็คือ คอนกรีต และ เหล็ก ตามลำดับ โดยจำแนกประเภทแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1. โครงสร้างกำแพงกันดินซึ่งจะอาศัยกลไกจากน้ำหนักของตัวเองในการรับแรง หรือ GRAVITY WALLสาเหตุที่ชื่อของกำแพงชนิดนี้คือ GRAVITY WALL นั่นเป็นเพราะว่า เสถียรภาพของกำแพงกันดินชนิดนี้จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของตัวมันเองเป็นหลัก ซึ่งโดยมากแล้วการก่อสร้างโครงสร้างกำแพงกันดินชนิดนี้จะก่อให้เกิดความสิ้นเปลืองค่อนข้างมาก เพราะตัวกำแพงจะต้องมีขนาดที่มากเพียงพอ ที่จะต้านทานแรงดันของดินที่เข้ามากระทำทางด้านข้างตัวกำแพงกันดินให้ได้ การใช้กำแพงกันดินชนิดนี้อาจจะเหมาะสมกับความสูงของดินที่ไม่มากนัก ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าเพราะเหตุใดเราจึงไม่ค่อยนิยมนำกำแพงชนิดนี้ไปใช้ในการก่อสร้างเพื่อที่จะใช้ต้านทานมวลดินที่มีขนาดมากๆ 2. โครงสร้างกำแพงกันดินแบบยื่นซึ่งจะอาศัยกลไกอื่นๆ ในการรับแรง หรือ CANTILEVER WALLสำหรับกรณีที่กำแพงกันดินมีขนาดความสูงที่มาก ซึ่งพอพิจารณาแล้วก็อาจจะพบว่า การใช้กำแพงกันดินแบบ GRAVITY WALL อาจจะไม่เหมาะสมด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง ซึ่งการที่ดินนั้นมีขนาดความสูงที่มากๆ ก็จะทำให้แรงดันดินทางด้านข้างก็จะมีค่าที่มากตามไปด้วยและก็จะยิ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้กำแพงกันดินนั้นเกิดการพลิกคว่ำหรือ […]
เสริมฐานรากอาคาร เพื่อเพิ่มกำลังในการรับน้ำหนัก ด้วยเสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micro Pile อาคารที่ผ่านการใช้งาน เมื่อเวลาผ่านไปโครงสร้างอาคารย่อมมีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ควรมีการเสริมกำลังในการรับน้ำหนักของฐานราก เพื่อปรับปรุงโครงสร้าง และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งวิธีในการเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างและฐานราก อาจใช้ได้หลายวิธี ตามความเหมาะสม แต่วิธีที่ตอบโจทย์มากที่สุด เราขอแนะนำ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยภูมิสยาม มีการออกแบบฐานรากโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เพื่อให้การออกแบบสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เป็นไปอย่างละเอียดรอบครอบ ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มขนาดเล็กที่มีความแข็งแรงทนทานสูง ปั้นจั่นที่ใช้ตอกถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก ใช้พื้นที่ในการทำงานน้อย และยังมีข้อดีในเรื่องของแรงสั่นสะเทือนขณะตอกน้อย เนื่องจากอาคารส่วนใหญ่ที่ต้องเสริมความแข็มแรงนั้น มักจะมีปัญหาความบกพร่องของฐานรากอยู่ก่อนแล้ว จึงไม่ควรให้มีแรงสั่นสะเทือน อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อฐานราก หรือโครงสร้างอาคารมากขึ้น เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จ สามารถรับน้ำหนักได้ทันที มีการทดสอบการรับน้ำหนักโดยวิธี Dynamic Load Test เสาเข็มของภูมิสยามได้รับ มาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง มอก.397-2562 และมาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มอก.396-2549
ความรู้เรื่องวิศวกรรมความปลอดภัย ในความเป็นจริงแล้ว วิศวกรรมความปลอดภัยนั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องเฉพาะกับงานในสาขาวิศวกรรมโยธาเพียงสาขาเดียวเท่านั้น แต่ศาสตร์ทางด้านนี้ถือเป็นสาขาวิชาการหนึ่งที่มุ่งเน้นทำการศึกษา และทำการจัดการเกี่ยวกับระบบต่างๆ ของการทำงาน โดยที่จะเน้นไปที่การผลิตภายในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งก็อาจจะครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์ในการผลิต ในการติดตั้ง รวมไปถึงในขั้นตอนและวิธีการทำงาน อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรที่พูดถึงเรื่องของการประเมินความเสี่ยงในเชิงคณิตศาสตร์อีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ สาขาวิศวกรรมความปลอดภัยนั้น จะเน้นรูปแบบของการทำงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยที่จะให้สอดคล้องกันกับระดับที่มีความเหมาะสมกับลักษณะของงานนั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วหากเราจะสามารถทำการควบคุมหรือจำกัดการเกิดของอุบัติเหตุได้ เพราะวิธีการนี้เป็นวิธีการที่เราจะทำการ “ป้องกัน” มิให้เกิดอันตรายขึ้น แทนที่จะเป็นการ “แก้ไข” ปัญหาที่ปลายเหตุ อีกทั้งการดำเนินการทางด้าน วิศวกรรมความปลอดภัยนี้ ยังเป็นการช่วยลดโอกาสที่จะเกิดเหตุอาการบาดเจ็บอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุต่างๆ ในการทำงานในขั้นตอนต่างๆได้อีกด้วย ซึ่งก็อาจจะรวมถึงอาการเจ็บป่วยหรือการสูญเสียทรัพย์สินต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการควบคุมมิให้เกิดเหตุภัยอันตรายต่างๆ ก่อนที่เหตุภัยอันตรายนั้นๆ จะพัฒนาตัวเองหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการของการก่อสร้างไป ซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่า หากต้องมานั่งทำการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดจากกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเมื่อได้รู้จักกันกับบทบาทและหน้าที่ของ วิศวกรรมความปลอดภัย ว่ามีความสำคัญต่อการทำงานก่อสร้างมากขนาดไหน เมื่อจะต้องไปทำงานตามสถานที่ก่อสร้างต่างๆ จะต้องทำตามกฎของความปลอดภัย หรือ SAFRTY PROCUREMENT ที่ทางสถานที่ก่อสร้างนั้นๆ กำหนดให้เราต้องทำ เช่น ต้องสวมหมวกนิรภัยแบบมีที่คาดใต้คางอยู่เสมอ ต้องสวมรองเท้าหัวเหล็กเสมอ ต้องแต่งกายอย่างมิดชิด และไม่แต่งกายรุ่มร่ามโดยเด็ดขาด เป็นต้น
สร้างใหม่ เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micropile เพื่อโครงสร้างที่มั่นคง และฐานรากที่แข็งแรง การก่อสร้างใหม่ที่ดี และมีมาตรฐาน ควรมีการตอกเสาเข็มเพื่อเป็นฐานรากในการรองรับน้ำหนักโครงสร้างที่อยู่บนดิน และการตอกเสาเข็มควรตอกให้ลึกถึงชั้นดินทรายแข็ง หรือตามรายการคำนวณที่ทางวิศวกรที่มีความชำนวญงานออกแบบ และได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ตามหลักวิศวกรรม เพราะในอนาคตมีโอกาสที่ดินจะยุบตัว หากตอกเสาเข็มสั้นเกินไป ไม่ได้ความลึกตามมาตรฐาน อาจทำให้เสาเข็มทรุดลงไปด้วย ส่งผลทำให้ฐานรากและโครงสร้างเกิดความเสียหาย เพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่เริ่มสร้าง เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ โดยภูมิสยาม ถึงแม้ว่าเสาเข็มจะมีความยาวเพียง 1.5 เมตร (โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายเข้าหน้างานได้อย่างสะดวก) แต่สามารถตอกได้ลึกถึงชั้นดินทรายแข็ง โดยการนำเสาเข็มแต่ละท่อนมาเชื่อมต่อกันด้วยการเชื่อมแบบไฟฟ้า และตอกด้วยปั้นจั่นที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ จนได้ความลึกตามรายการคำนวณที่วิศวกรออกแบบ และได้รับการรับรองว่า สามารถรับน้ำหนักปลอดภัย ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เสาเข็มของภูมิสยามได้รับ มาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง มอก.397-2562 และมาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มอก.396-2549 ภูมิสยาม ไมโครไพล์ ตอบโจทย์งานก่อสร้าง ที่ต้องการคุณภาพในราคาที่เหมาะสม TPN-ภูมิสยาม (TPN-Bhumisiam) เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile): ผู้เชี่ยวชาญการตอกเสาเข็มในพื้นที่จำกัด! คุณกำลังมองหาโซลูชันสำหรับการต่อเติมหรือเสริมฐานรากในพื้นที่จำกัดอยู่ใช่ไหม? เราพร้อมนำเสนอ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) คุณภาพสูง […]
การพิจารณาเรื่องขนาดของโครงสร้างเสา ในการพิจารณาเรื่องขนาดของโครงสร้างเสานั้นเราควรทำการพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลักๆ ได้แก่(1) ขนาดจำนวนชั้นของอาคารที่เสาต้นนั้นจะต้องรับหากอาคารเป็นเพียงอาคาร 1 ถึง 2 ชั้น อาจจะทำการออกแบบให้โครงสร้างเสานั้นมีขนาดปกติ กล่าวคือ อาจจะเป็นขนาดของเสาที่เล็กที่สุด คือ 200×200 มม. แต่ยิ่งอาคารมีขนาดจำนวนชั้นที่มากขึ้นเท่าใด แสดงว่าน้ำหนักในแนวดิ่ง และแนวราบ ที่เสาต้นนี้จะต้องรับก็จะมีขนาดมากยิ่งขึ้น ดังนั้นขนาดเสาของเราก็จะยิ่งต้องมีขนาดใหญ่มากขึ้นเท่านั้น (2) ขนาดความยาวของช่วงคานที่เสาต้นนั้นจะต้องรับสาเหตุที่ต้องพิจารณาประเด็นนี้ด้วยเพราะว่าลักษณะของอาคารโดยทั่วๆไปในบ้าน มักจะทำการออกแบบโดยใช้ระบบโครงสร้างเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กต้านทานแรงดัด (RC MOMENT FRAME) เป็นหลัก และหากว่าอาคารนั้นมีขนาดความยาวของช่วงคานที่มีค่ามาก ก็จะทำให้เกิดแรงดัดแบบไม่สมดุลขึ้นในเสา (UNBALANCE MOMENT) ในปริมาณที่ค่อนข้างมาก ดังนั้นขนาดเสาของก็จะยิ่งต้องมีขนาดที่ใหญ่มากขึ้นตามไปด้วย (3) ขนาดของน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน ที่เสาต้นนั้นจะต้องรับสำหรับอาคารที่ต้องรับน้ำหนักบรรทุกจรขนาดปกติทั่วๆไป หรือ มีฟังก์ชั่นการใช้งานทั่วๆไป เช่น อาคารบ้านพักอาศัยทั่วๆไป หรือ อาคารตึกแถว เป็นต้น กล่าวคือตั้งแต่ 100 KSM ไปจนถึงประมาณ 250 KSM เสาอาจจะมีขนาดที่ค่อนข้างเป็นปกติ แต่ยิ่งขนาดของน้ำหนักบรรทุกจรนี้มีค่ามากยิ่งขึ้นเท่าใด หรือมีฟังก์ชั่นการใช้งานอะไรที่เป็นพิเศษ เช่น อาคารสำนักงาน […]
ต่อเติมบ้านทั้งที ทำอย่างไร ถึงจะไม่ทรุด?? แก้ปัญหานี้ได้ด้วย เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micro Pile ต่อเติมบ้าน การตอกเสาเข็มเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะช่วยป้องกันการทรุดตัวที่อาจเกิดขึ้นได้ และควรเลือกใช้เสาเข็มที่เหมาะสมกับหน้างาน ด้วยเสาเข็มสปันไมโครไพล์ ภูมิสยาม เป็นเสาเข็มที่ได้รับความนิยม และสะดวกในการต่อเติม เพราะตอบโจทย์การต่อเติมบ้าน ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่เข้าตอก ด้วยเสาเข็มที่มีความยาวเพียง 1.5 เมตรเท่านั้น และปั้นจั่นที่ใช้ตอกถูกออกแบบมาเพื่อง่ายต่อการเคลื่อนย้ายเข้าหน้างานได้อย่างสะดวก อีกทั้งการตอกเสาเข็มยังสามารถตอกชิดกำแพงได้ 50 ซ.ม. จากเซ็นเตอร์เสาเข็ม ขณะตอกแรงสั่นสะเทือนน้อย ไม่ส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างเดิม และการตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ ยังเป็นการเสริมความมั่นคงแข็งแรงให้กับโครงสร้างเดิมอีกด้วย มีการทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็มด้วยวิธีพลศาสตร์ (DYNAMIC LOAD TEST) และรับประกันกันความปลอดภัยจากการใช้งาน เสาเข็มของภูมิสยามได้รับ มาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแบบแรงเหวี่ยง มอก.397-2562 และมาตรฐานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสำเร็จ มอก.396-2549 เพื่อหน้างานที่สะอาด สะดวก และรวดเร็ว ในการต่อเติมบ้าน เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ ภูมิสยาม สามารถรับน้ำหนักได้ทันทีเมื่อติดตั้งแล้วเสร็จ
การทดสอบเสาเข็ม ประเภทของการทดสอบเสาเข็มสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีการหลักๆ คือ1. การทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม (PILE INTEGRITY TEST) โดยวิธี SEISMIC TESTซึ่งข้อจำกัดของการทดสอบโดยวิธีนี้ คือ ใช้ได้เฉพาะกับ เสาเข็มเจาะ หรือ เสาเข็มตอกที่มีจำนวนท่อนเพียง 1 ท่อน เท่านั้น สาเหตุเพราะ ในขั้นตอนของการทดสอบจะอาศัยการสะท้อนของคลื่นที่ถูกส่งผ่านลงไป และให้คลื่นนั้นสะท้อนกลับมา เพื่อทำการอ่านค่า ซึ่งหากเป็นเสาเข็มที่มีจำนวนหลายท่อนต่อแล้วเราจะพบว่าที่รอยต่อของเสเข็มเหล่านั้นจะมีแผ่นเหล็กเชื่อมต่ออยู่ทุกๆ รอยต่อ ดังนั้นพอคลื่นที่เราส่งลงไปเจอแผ่นเหล็กนี้เข้าก็จะสะท้อนกลับมาในทันที ทำให้ค่าที่อ่านได้จากเครื่องทดสอบจะไม่ใช่สถานะจริงๆ ที่เสาเข็มนั้นควรจะเป็น การทดสอบความสมบูรณ์เสาเข็มด้วยวิธีการ SEISMIC TEST นี้มีจุดประสงค์ก็เพื่อเป็นการประเมินสภาพความสมบูรณ์ตลอดความยาวของตัวโครงสร้างของเสาเข็ม การทดสอบวิธีนี้เป็นการทดสอบที่สะดวก รวดเร็ว และเสียค่าใช้จ่ายต่ำ จึงถือว่ามีความเหมาะสม และเป็นที่นิยมใช้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ในขั้นต้น (PRELIMINARY TEST) หากว่าทำการตรวจสอบแล้วพบว่าเสาเข็มนั้นมีสภาพที่บกพร่องขึ้น จึงค่อยทำการกำหนดวิธีการทดสอบอื่น ๆ ประกอบกับพิจารณา หรือ ดำเนินการซ่อมแซมตัวโครงสร้างเสาเข็มเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาต่อไป การทดสอบนี้จะระบุถึงข้อบกพร่องต่างๆ ได้หลายอย่าง เช่น รอยแตกร้าว (CRACK) โพรง หรือช่องว่าง (VOID) […]
“เสาเข็ม” เรื่องควรรู้ก่อนต่อเติมบ้าน เพราะบ้านจะทรุดตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเสาเข็ม เสาเข็ม (Pile) คือ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการต่อเติมบ้าน เพราะทำหน้าที่ในการรับน้ำหนักของส่วนต่อเติมไม่ให้เกิดการแตกหรือแยกออกจากตัวบ้าน เพราะการต่อเติมเป็นการฝากโครงสร้างไว้กับตัวบ้าน หากไม่มีการลงเสาเข็มในส่วนที่ต่อเติมด้วย อาจทำให้ส่วนที่ต่อเติมเกิดการทรุดตัวเพราะไม่มีเสาเข็มคอยทำหน้าที่ในการรับน้ำหนัก และทำให้เกิดการดึงรั้งกับตัวบ้านเดิม ทำให้โครงสร้างแตกและแยกออกจากกันก่อให้เกิดความเสียหาย และการตอกเสาเข็ม จะต้องเลือกเสาเข็มที่เหมาะสมกับหน้างาน เพื่อความแข็งแรงมั่นคง และรับน้ำหนักได้ดี และที่สำคัญจะต้องตอกเสาเข็มให้ได้ความลึกตามรายการคำนวณที่วิศวกรออกแบบที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และเพื่อเป็นการตอบโจทย์การต่อเติมบ้านที่ดีที่สุด ภูมิสยาม เราขอแนะนำ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เสาเข็มที่นิยมในการต่อเติม เพราะป้องกันการทรุดตัวของส่วนต่อเติมได้อย่างตรงจุด ต่อเติมบ้านอย่างไรให้ไม่ทรุด? ปรึกษาภูมิสยาม เรายินดีให้คำปรึกษา และพร้อมบริการทั่วประเทศ
เมื่อตอกเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก ลงไปในดิน จะมีปัญหาเรื่องการเกิดสนิมหรือไม่ สนิมเหล็ก คือสารประกอบระหว่างเหล็กกับออกซิเจน มีชื่อทางเคมีคือ ไฮเดรตเฟอริกออกไซด์ (Fe2O3.XH2O3) ลักษณะเป็นคราบสีแดง ซึ่งไม่สามารถเกาะอยู่บนผิวของเหล็กได้อย่างเหนียวแน่น สามารถหลุดออกไปได้ง่าย ทำให้เนื้อเหล็กที่อยู่ชั้นในสามารถเกิดสนิมต่อไปจนกระทั่งหมดทั้งชิ้น กระบวนการเกิดสนิมเหล็กค่อนข้างซับซ้อน โดยมีปัจจัยหลักก็คือ น้ำและออกซิเจน วิธีการป้องกันเหล็กไม่ให้เกิดสนิมมีอยู่หลายวิธี เช่น การเคลือบผิวเหล็ก เพื่อป้องกันมิให้เนื้อเหล็กสัมผัสกับน้ำและอากาศโดยตรง อาจทำได้หลายวิธี เช่น การทาสี แต่จะมีข้อเสียคือ สีที่ทาเคลือบไว้สามารถหลุดออกได้ง่าย ทำให้เนื้อเหล็กมีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศและเกิดสนิมขึ้น เสาเข็มสปันไมโครไพล์ เมื่อนำมาตอกเพื่อใช้เป็นตัวรับน้ำหนักของฐานราก ตัวเสาเข็มจะลงไปอยู่ในดิน ถึงแม้ว่าในดินจะมีน้ำอยู่ แต่กลับไม่มีออกซิเจนที่เป็นสาเหตุของการเกิดสนิมอยู่ด้วย ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าเมื่อนำเอาเสาเข็มสปันไมโครไพล์มาใช้งานจะไม่มีการเกิดสนิมที่เสาเข็มอย่างแน่นอน Miss Spunpile ภูมิสยาม ไมโครไพล์ ตอบโจทย์งานก่อสร้าง ที่ต้องการคุณภาพในราคาที่เหมาะสม TPN-ภูมิสยาม (TPN-Bhumisiam) เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile): ผู้เชี่ยวชาญการตอกเสาเข็มในพื้นที่จำกัด! คุณกำลังมองหาโซลูชันสำหรับการต่อเติมหรือเสริมฐานรากในพื้นที่จำกัดอยู่ใช่ไหม? เราพร้อมนำเสนอ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) คุณภาพสูง ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับโครงการก่อสร้างที่ซับซ้อนของคุณโดยเฉพาะ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์และบริการ: • ไร้กังวลเรื่องพื้นที่, […]









