66 4 ขั้นตอนง่ายๆขอใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน การขอใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารมี 4 ขั้นตอนหลัก ตามที่ระบุไว้ในแหล่งข้อมูล ดังนี้ครับ: ติดต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น: เริ่มต้นโดยการติดต่อหน่วยงานราชการในพื้นที่ที่บ้านของคุณตั้งอยู่ หากอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ติดต่อที่ สำนักงานเขต หากอยู่ต่างจังหวัดให้ติดต่อที่ เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.),, ยื่นแบบขออนุญาตและเอกสารสำคัญ: ยื่นคำร้องพร้อมแนบเอกสารที่จำเป็น ได้แก่ แบบแปลนก่อสร้าง/ดัดแปลง ที่ต้องได้รับการลงนามรับรองโดย สถาปนิกและวิศวกร ที่มีใบประกอบวิชาชีพ และ เอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน,, รอการพิจารณาตรวจสอบแบบ: เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบแบบแปลนว่าถูกต้องตามกฎหมายและหลักวิศวกรรมหรือไม่ ซึ่งโดยมาตรฐานจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 30 ถึง 45 วันทำการ, รับใบอนุญาตก่อสร้าง: เมื่อแบบแปลนผ่านการอนุมัติ คุณจะได้รับหนังสือแจ้งและ ใบอนุญาตก่อสร้าง/ดัดแปลงอาคาร เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ข้อควรจำเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูล: หากบ้านอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร ควรแจ้งและขออนุญาตจาก นิติบุคคล ของโครงการควบคู่กันไปด้วย หากมีการก่อสร้างผนังทึบชิดเขตที่ดิน ต้องมี หนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง เป็นลายลักษณ์อักษร, การต่อเติมที่เพิ่มหรือลดพื้นที่โครงสร้างเกิน 5 ตารางเมตร จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับหรือคำสั่งรื้อถอน
Author Archives: admin
67 เช็คลิสต์เอกสารสำคัญยื่นขออนุญาตก่อสร้างบ้าน ในการยื่นขออนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารต่อหน่วยงานราชการ (เช่น สำนักงานเขต, เทศบาล หรือ อบต.) มีเอกสารสำคัญที่คุณต้องจัดเตรียมตามที่ระบุในแหล่งข้อมูลดังนี้ครับ: เช็คลิสต์เอกสารสำคัญ แบบแปลนก่อสร้าง/ดัดแปลงอาคาร: ต้องเป็นแบบแปลนที่ได้รับการรับรองและลงนามโดย สถาปนิกและวิศวกร ที่มีใบประกอบวิชาชีพ เอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดิน: เช่น โฉนดที่ดิน เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของหรือสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ คำร้องขออนุญาต: ต้องยื่นคำร้องตามแบบฟอร์มของเจ้าพนักงานท้องถิ่นในพื้นที่ที่บ้านตั้งอยู่ (เช่น กทม. ยื่นที่สำนักงานเขต, ต่างจังหวัดยื่นที่เทศบาล หรือ อบต.) หนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง (เพื่อนบ้าน): สำคัญมาก ในกรณีที่ต้องการสร้างผนังทึบชิดเขตที่ดิน (ระยะห่างน้อยกว่า 50 เซนติเมตร) ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเพื่อนบ้าน หนังสืออนุญาตจากนิติบุคคล: หากบ้านอยู่ในโครงการจัดสรรหรือหมู่บ้านที่มีนิติบุคคล ควรแจ้งและขออนุญาตตามกฎระเบียบของโครงการควบคู่กันไปด้วย ขั้นตอนและระยะเวลาที่ควรทราบ ระยะเวลาพิจารณา: หลังจากยื่นเอกสารครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 30 ถึง 45 วันทำการ ใบอนุญาตที่จะได้รับ: เมื่ออนุมัติแล้ว คุณจะได้รับหนังสือแจ้งและใบอนุญาตก่อสร้าง/ดัดแปลงอาคาร เพื่อใช้เริ่มดำเนินการตามกฎหมาย ข้อควรระวัง: การต่อเติมที่เพิ่มพื้นที่โครงสร้างพื้นหรือหลังคาเกิน 5 ตารางเมตร หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลัก (เช่น […]
68 ตอกเสาเข็มในนนทบุรีต้องลึกแค่ไหน สำหรับการตอกเสาเข็มในพื้นที่ จังหวัดนนทบุรี ความลึกที่เหมาะสมไม่มีตัวเลขที่ตายตัวเพียงค่าเดียว เนื่องจากสภาพดินแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปมีแนวทางและช่วงความลึกที่ควรทราบดังนี้ครับ: 1. ช่วงความลึกโดยประมาณในพื้นที่นนทบุรี ความลึกทั่วไป: ในพื้นที่นนทบุรี โดยปกติมักจะต้องตอกลึกลงไปประมาณ 15–21 เมตร หรือมากกว่านั้น เพื่อให้ปลายเสาเข็มลงไปถึง ชั้นดินแข็งหรือชั้นดินดาน (Solid Layer). สำหรับเสาเข็มไมโครไพล์: มักจะพบว่าตอกได้ลึกในช่วง 17–25 เมตร เพื่อความมั่นคงสูงสุด. พื้นที่เฉพาะ (เขตปากเกร็ด): จากประสบการณ์หน้างานจริง ในเขตอำเภอปากเกร็ดมักตอกลึกถึง 17–21 เมตร และในบางจุดอาจตอกได้ลึกเกือบถึง 25 เมตร. 2. ปัจจัยสำคัญที่กำหนดความลึก ลักษณะดินในพื้นที่: หัวใจสำคัญคือการตอกให้ถึงชั้นดินที่สามารถรับน้ำหนักได้จริง (Solid Layer) ซึ่งระดับความลึกของชั้นดินนี้ในจังหวัดนนทบุรีและปริมณฑลจะมีความผันแปร. ประเภทและน้ำหนักของอาคาร: ขนาด น้ำหนัก และลักษณะการใช้งานของอาคารจะเป็นตัวกำหนดว่าต้องใช้เสาเข็มลึกเท่าใดตามการคำนวณของวิศวกร. รายการคำนวณของวิศวกร: เพื่อความปลอดภัยสูงสุด วิศวกรจะเป็นผู้ประเมินความลึกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการนั้นๆ. 3. วิธีการตรวจสอบความลึกหน้างานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าเสาเข็ม “ลึกพอ” และสามารถรับน้ำหนักได้ตามการออกแบบ จะต้องใช้วิธีทางวิศวกรรมตรวจสอบดังนี้: การเช็คค่า Blow […]
69 ตอกเสาเข็มที่สมุทรปราการต้องลึกแค่ไหน การตอกเสาเข็มในพื้นที่ จังหวัดสมุทรปราการ โดยทั่วไปสำหรับโครงสร้างบ้านมักจะมีความลึกอยู่ในช่วง 17–23 เมตร เพื่อให้ถึงชั้นดินแข็ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสมุทรปราการมีลักษณะ ดินอ่อนมากและชั้นดินแข็งอยู่ลึกกว่ากรุงเทพฯ ในบางจุดหรือสำหรับงานที่ต้องการความมั่นคงสูงเป็นพิเศษ อาจต้องตอกลึกเกินกว่า 28 เมตร รายละเอียดความลึกตามพื้นที่และประเภทงานมีดังนี้ครับ: ความลึกแยกตามพื้นที่เฉพาะ: ในเขต อำเภอบางพลี ซึ่งเป็นพื้นที่ดินอ่อนพิเศษ อาจต้องตอกลึกถึง 23–26 เมตร ในโซน สุวรรณภูมิ อาจมีความลึกอยู่ที่ประมาณ 25 เมตร เพื่อให้ได้กำลังรับน้ำหนักตามรายการคำนวณ ความลึกตามประเภทงาน: งานโครงสร้างบ้านทั่วไป: มักจะลงลึกในช่วง 17–23 เมตร หรือมากกว่า 28 เมตร ตามสภาพดินจริง งานต่อเติมบ้าน: หากตอกในชั้นดินอ่อน (เสาเข็มสั้น) อาจลึกประมาณ 6 เมตร แต่หากต้องการความมั่นคงถาวรควรตอกให้ถึงชั้นดินแข็ง เกณฑ์การตัดสินความลึกที่ถูกต้อง: หัวใจสำคัญของการทำงานไม่ใช่เพียงตัวเลขความลึก แต่คือการตอกเสาเข็มลงไปให้ถึง ชั้นดินดาน (Solid Layer) ซึ่งวิศวกรจะยืนยันได้จากการเช็คค่า Blow Count โดยเฉพาะ […]
70 คู่มือตอกเสาเข็มจังหวัดนครปฐมต้องตอกลึกแค่ไหน สำหรับการตอกเสาเข็มในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม เพื่อให้ได้ฐานรากที่มั่นคงถาวรและป้องกันปัญหาบ้านทรุด ไม่มีตัวเลขความลึกที่ตายตัว เนื่องจากสภาพชั้นดินแต่ละจุดมีความแปรปรวน แต่โดยทั่วไปมีแนวทางความลึกแบ่งตามลักษณะงานได้ดังนี้ครับ: 1. ช่วงความลึกโดยประมาณตามประเภทงาน บ้านพักอาศัยทั่วไป (สร้างใหม่): ส่วนใหญ่มักจะต้องตอกลึกลงไปจนถึงชั้นดินแข็งที่ความลึกประมาณ 17–23 เมตร เพื่อความมั่นคงสูงสุด บ้านชั้นเดียวหรือโครงสร้างเบา: สำหรับเสาเข็มตอกทั่วไป อาจใช้ความลึกอยู่ที่ประมาณ 8–15 เมตร โดยใช้เสาเข็มที่มีความยาวท่อนละ 6–12 เมตร งานต่อเติมด้วยเสาเข็มไมโครไพล์: หากใช้เสาเข็มไอ (I-18) มักตอกได้ลึกถึง 18 เมตร หากใช้เสาเข็มไอ (I-22) สามารถตอกได้ลึกตั้งแต่ 1–34 เมตร ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างานจริง สำหรับการต่อเติมทั่วไปด้วยเสาเข็มไมโครไพล์ ช่วงความลึกมักอยู่ที่ 6–18 เมตร หรือมากกว่านั้นตามที่วิศวกรกำหนด อาคารขนาดใหญ่หรือพื้นที่ดินอ่อนมาก: อาจจำเป็นต้องใช้เสาเข็มเจาะที่มีความลึกถึง 20–23 เมตร หรือมากกว่านั้น เพื่อให้ปลายเข็มลงไปอยู่ในชั้นทรายหรือชั้นดินเหนียวแข็งที่มั่นคง 2. ปัจจัยสำคัญที่กำหนดความลึก สภาพชั้นดิน: พื้นที่นครปฐมส่วนใหญ่มีลักษณะเป็น ดินเหนียวอ่อนด้านบนและดินแข็งด้านล่าง ความลึกที่ต้องตอกจะขึ้นอยู่กับการหาชั้นดินดาน (Solid Layer) […]
71 โรงจอดรถข้างบ้านต้องตอกเสาเข็มหรือไม่ การต่อเติมโรงรถข้างบ้านควรตอกเสาเข็มเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันปัญหาพื้นทรุดตัวแยกออกจากตัวบ้านหลัก โดยเฉพาะในพื้นที่ดินอ่อนอย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งหากไม่ลงเสาเข็ม พื้นโรงรถมักจะเริ่มแยกหรือเอียงภายใน 1-2 ปี เนื่องจากน้ำหนักของโครงสร้างจะทำให้ดินชั้นบนยุบตัวลงเรื่อยๆ หากคุณตัดสินใจจะตอกเสาเข็ม มีข้อแนะนำและทางเลือกดังนี้ครับ: ทำไมต้องเป็นเสาเข็มสปันไมโครไพล์: พื้นที่ข้างบ้านมักจะมีข้อจำกัดเรื่องความแคบและเพดานต่ำ ซึ่งเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เพราะใช้ปั้นจั่นขนาดกะทัดรัด (กว้างเพียง 1 เมตร และสูงไม่เกิน 3 เมตร) สามารถเข้าตอกในซอกข้างบ้านหรือใต้ชายคาได้สะดวก ไม่กระทบโครงสร้างเดิม: ด้วยนวัตกรรมรูกลวงตรงกลางที่ช่วยระบายดินและลดแรงสั่นสะเทือนขณะตอก ทำให้สามารถตอกชิดผนังบ้านเดิมหรือกำแพงเพื่อนบ้านได้ในระยะประมาณ 50 ซม. โดยไม่ทำให้โครงสร้างเดิมหรือกระจกแตกร้าว ขนาดที่แนะนำ: สำหรับโรงรถทั่วไป เสาเข็มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 21 ซม. หรือ 25 ซม. เป็นขนาดที่นิยมมากที่สุด เพราะรับน้ำหนักปลอดภัยได้สูงถึง 20-35 ตันต่อต้น ซึ่งเพียงพอต่อการรับน้ำหนักรถและโครงสร้างหลังคาโรงรถได้อย่างมั่นคงถาวร ตอกลึกถึงชั้นดินแข็ง: เสาเข็มชนิดนี้สามารถตอกเชื่อมต่อกันลงไปจนถึงชั้นดินดาน (ความลึกประมาณ 18-21 เมตร ใน กทม.) เพื่อหยุดปัญหาการทรุดตัวได้อย่างถาวรเทียบเท่ากับเสาเข็มของตัวบ้านหลัก กรณีที่ไม่ตอกเสาเข็ม: […]
72 สร้างรั้วข้างบ้านต้องตอกเสาเข็มหรือไม่ การสร้างรั้วข้างบ้าน จะ “ต้องตอกเสาเข็ม” หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพดินในพื้นที่และลักษณะของรั้วครับ แต่โดยทั่วไปแล้วในพื้นที่ดินอ่อน แนะนำให้ตอกเสาเข็ม เพื่อความมั่นคงในระยะยาว โดยมีข้อพิจารณาสำคัญดังนี้: 1. ทำไมรั้วข้างบ้านถึงควรตอกเสาเข็ม? ป้องกันการทรุดตัวและรั้วเอียง: เสาเข็มทำหน้าที่เป็นรากฐานกระจายน้ำหนักโครงสร้างลงสู่ชั้นดินที่แข็งแรง ช่วยป้องกันไม่ให้รั้วทรุดตัวหรือพังทลาย หากไม่ลงเสาเข็มในพื้นที่ดินอ่อน รั้วอาจเริ่มแยกหรือเอียงได้ภายใน 1-2 ปี ความมั่นคง: เสาเข็มช่วยให้รั้วมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่โยกคลอนตามแรงลมหรือการปรับตัวของดิน พื้นที่ดินอ่อน (เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล): พื้นที่เหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตอกเสาเข็มเพื่อให้ถึงชั้นดินแข็ง เนื่องจากดินชั้นบนนิ่มเกินกว่าจะรับน้ำหนักโครงสร้างรั้วได้ 2. กรณีที่อาจไม่ต้องตอกเสาเข็ม พื้นที่ดินแข็งมาก: หากพื้นดินที่จะสร้างรั้วเป็นดินแข็ง (ดินดาน) หรือมีชั้นหินแข็งอยู่ใกล้ผิวดินมาก อาจไม่จำเป็นต้องตอกเสาเข็ม แต่อาจใช้ฐานรากแผ่แทนได้ รั้วที่มีน้ำหนักเบามาก: อย่างไรก็ตาม ควรให้วิศวกรทำการสำรวจดิน (Soil Test) ก่อนเพื่อความแม่นยำในการออกแบบฐานราก 3. ทางเลือกเสาเข็มสำหรับรั้วข้างบ้าน หากตัดสินใจตอกเสาเข็ม การเลือกชนิดเสาเข็มให้เหมาะกับงานรั้วข้างบ้านมีข้อแนะนำดังนี้: เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile): เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับงานรั้วข้างบ้าน เพราะเครื่องจักรมีขนาดกะทัดรัด (กว้างเพียง 1 […]
73 ไขความลับทำไมเสาเข็มสปันไมโครไพล์ต้อง (Spun Micro Pile) มี “รูกลวง“ ตรงกลาง การที่ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) มีลักษณะเป็น “รูกลมกลวงตรงกลาง” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การออกแบบเพื่อความสวยงาม แต่เป็นผลลัพธ์จากเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและมีประโยชน์มหาศาลในเชิงวิศวกรรมฐานราก โดยมีความลับสำคัญดังนี้ครับ: 1. เกิดจากเทคโนโลยีการผลิตแบบแรงเหวี่ยง (Centrifugal Spinning) รูกลวงตรงกลางเป็นเอกลักษณ์ที่เกิดจาก กระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนี. โดยการเทคอนกรีตลงในแบบหล่อแล้วนำไปปั่นด้วยความเร็วสูง แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางจะผลักให้เนื้อคอนกรีตที่มีความหนาแน่นสูงไปอัดแน่นติดกับขอบแบบหล่อ พร้อมกับ ขับน้ำส่วนเกินและฟองอากาศออกมาอยู่ที่ใจกลาง ส่งผลให้เกิดรูกลวงขึ้นโดยธรรมชาติ. กระบวนการนี้ทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่นสม่ำเสมอและ แข็งแกร่งกว่าคอนกรีตหล่อทั่วไปถึง 10 เท่า. 2. ลดแรงดันดินและแรงสั่นสะเทือนขณะตอก (Soil Displacement) นี่คือหัวใจสำคัญของงานต่อเติมในพื้นที่จำกัด เพราะในขณะที่ตอกเสาเข็มลงไป ดินจะพุ่งย้อนกลับขึ้นมาตามรูกลวงของเสาเข็ม แทนที่จะถูกเบียดออกด้านข้างทั้งหมด. นวัตกรรมนี้ช่วย: ลดแรงดันของดิน (Soil Pressure): ทำให้ดินไม่ไปเบียดฐานรากเดิมจนเสียหาย. ลดแรงสั่นสะเทือน: ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนน้อยมากขณะติดตั้ง จึงปลอดภัยต่อโครงสร้างบ้านเดิมและไม่ทำให้กระจกหรือผนังของอาคารข้างเคียงแตกร้าว. 3. สามารถติดตั้งชิดโครงสร้างเดิมได้ ด้วยคุณสมบัติของรูกลวงที่ช่วยลดการสั่นสะเทือน ทำให้เสาเข็มชนิดนี้สามารถ ตอกชิดผนังบ้านเดิม กำแพง […]
74 เจาะลึกฐานรากตอกเสาเข็มในนครปฐมลึกแค่ไหน การตอกเสาเข็มในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม เพื่อให้ได้ฐานรากที่มั่นคงและไม่ทรุดตัวนั้น ไม่มีตัวเลขความลึกที่ตายตัว เนื่องจากสภาพชั้นดินแต่ละจุดมีความแปรปรวน แต่โดยทั่วไปมีรายละเอียดความลึกที่ควรทราบดังนี้ครับ: 1. ช่วงความลึกโดยประมาณตามลักษณะงาน บ้านพักอาศัยทั่วไป (สร้างใหม่): มักจะตอกลึกลงไปจนถึงชั้นดินแข็งที่ความลึกประมาณ 17–23 เมตร เพื่อความมั่นคงสูงสุด บ้านชั้นเดียวหรือโครงสร้างเบา: สำหรับเสาเข็มตอกทั่วไป อาจมีความลึกอยู่ที่ประมาณ 8–15 เมตร (โดยใช้เสาเข็มยาวท่อนละ 6–12 เมตร) งานต่อเติมด้วยเสาเข็มไมโครไพล์: หากเป็นเสาเข็มไอ (I-Micropile) ขนาด I-18 มักตอกได้ลึกถึง 18 เมตร ส่วนขนาด I-22 สามารถตอกได้ลึกตั้งแต่ 1–34 เมตร ขึ้นอยู่กับหน้างานจริง อาคารขนาดใหญ่หรือพื้นที่ดินอ่อนมาก: อาจจำเป็นต้องใช้เสาเข็มเจาะลึกถึง 20–23 เมตร หรือมากกว่านั้น เพื่อให้ถึงชั้นทรายหรือชั้นดินเหนียวแข็งที่มั่นคง 2. ปัจจัยสำคัญที่กำหนดความลึก สภาพชั้นดิน: นครปฐมมีลักษณะ ดินเหนียวอ่อนด้านบนและดินแข็งด้านล่าง ความลึกที่ต้องตอกจะขึ้นอยู่กับการหาชั้นดินที่สามารถรับน้ำหนักได้ดี (Solid Layer) น้ำหนักโครงสร้าง: อาคารหลายชั้นหรืออาคารพาณิชย์ต้องการเสาเข็มที่ลึกและมีหน้าตัดใหญ่กว่าบ้านชั้นเดียว ประเภทเสาเข็ม: […]
75 ตอกเสาเข็มในกรุงเทพฯต้องลึกแค่ไหน สำหรับการตอกเสาเข็มในพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยทั่วไปความลึกที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 18–21 เมตร เพื่อให้ถึงชั้นดินแข็งหรือชั้นดินดาน อย่างไรก็ตาม ความลึกที่แน่นอนอาจมีความผันแปรตามปัจจัยต่างๆ ดังนี้ครับ: ช่วงความลึกตามสภาพพื้นที่: ในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ ความลึกอาจเริ่มตั้งแต่ 16 เมตร ไปจนถึง 24 เมตร หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นดินอ่อนในจุดนั้นๆ โดยเฉพาะในโซนที่มีดินอ่อนพิเศษ เช่น แถบสุวรรณภูมิ อาจต้องตอกลึกถึง 25 เมตร เพื่อให้ได้กำลังรับน้ำหนักตามที่วิศวกรคำนวณ เป้าหมายคือชั้นดินดาน (Solid Layer): หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงตัวเลขความลึก แต่คือการตอกให้ปลายเสาเข็มลงไปถึง ชั้นดินแข็งหรือชั้นทราย ที่มีความมั่นคงเพียงพอจะรับน้ำหนักอาคารได้โดยไม่ทรุดตัว การตรวจสอบด้วยค่า Blow Count: วิธีการยืนยันว่าเสาเข็มลงถึงชั้นดินแข็งจริงหรือไม่ คือการเช็คค่า Blow Count โดยเฉพาะค่า Last 10 Blows (ระยะจมจากการตอก 10 ครั้งสุดท้าย) ซึ่งต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่วิศวกรออกแบบไว้ ปัจจัยด้านโครงสร้าง: หากเป็นการต่อเติม และเสาเข็มบ้านเดิมตอกไว้ลึกเท่าใด (เช่น […]










