ค่า Blow Count ที่วิศวกรกำหนดคำนวณจากอะไร

ค่า Blow Count ที่วิศวกรกำหนดคำนวณจากอะไร

การกำหนดค่า Blow Count (หรือการนับจำนวนครั้งในการตอก) โดยวิศวกร เป็นขั้นตอนทางวิศวกรรมที่สำคัญเพื่อยืนยันว่าเสาเข็มสามารถรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบไว้ โดยค่านี้คำนวณและพิจารณาจากปัจจัยหลักดังนี้ครับ:

  1. น้ำหนักของโครงสร้าง (Design Load)

วิศวกรจะเริ่มจากการคำนวณน้ำหนักรวมของอาคารหรือเครื่องจักร (Dead Load + Live Load) ที่จะกดลงบนฐานราก เพื่อหาว่าเสาเข็มแต่ละต้นต้องรับน้ำหนักปลอดภัย (Safe Load) เท่าใด เช่น 20, 25 หรือ 50 ตันต่อต้น เป็นต้น

  1. สภาพชั้นดิน (Soil Conditions)

ข้อมูลจากการเจาะสำรวจดิน (Soil Boring Test) มีผลอย่างมากต่อการคำนวณ วิศวกรจะวิเคราะห์ความแข็งแรงของชั้นดินในแต่ละระดับ เพื่อดูว่าชั้นดินเหนียวแข็งหรือชั้นทราย (Hard Clay / Sand Layer) อยู่ที่ความลึกเท่าใด ซึ่งเป็นชั้นดินที่จะให้แรงแบกทานที่ปลายเสา (End Bearing) ได้ดีที่สุด

  1. คุณสมบัติของเสาเข็ม (Pile Properties)

ขนาดหน้าตัด (เส้นผ่านศูนย์กลาง), ความยาวของเสาเข็ม และกำลังอัดของคอนกรีต (KSC) จะถูกนำมาคำนวณร่วมด้วย เช่น เสาเข็มสปันไมโครไพล์ที่มีค่ากำลังอัดสูง (500-800 KSC) จะมีความสามารถในการรับแรงจากการตอกได้มากกว่าเสาเข็มทั่วไป

  1. พลังงานของเครื่องจักรที่ใช้ตอก (Driving Energy)

วิศวกรจะคำนวณค่า Blow Count โดยอิงจากพลังงานของปั้นจั่น เช่น น้ำหนักของลูกตุ้มและระยะยกตอก เพื่อหาค่าความสัมพันธ์ว่าแรงกระแทกเท่านี้ ทำให้เสาเข็มจมลงไปได้เท่าใดในชั้นดินนั้นๆ

  1. เป้าหมายความมั่นคง (Settlement Prevention)

เป้าหมายของการกำหนดค่า Blow Count คือการยืนยันว่าปลายเสาเข็มถึงชั้นดินแข็งจริง โดยวิศวกรจะกำหนดเกณฑ์ที่เรียกว่า Last 10 Blows (การตอก 10 ครั้งสุดท้าย) หากเสาเข็มจมลงในระยะที่กำหนด (เช่น 10 ครั้งสุดท้ายจมไม่เกิน 1-2 ซม.) แสดงว่าเสาเข็มถึงชั้นดินดานและสามารถรับน้ำหนักได้ตามรายการคำนวณแล้ว

สรุป: ค่า Blow Count คือการนำน้ำหนักอาคาร มาคำนวณร่วมกับความแข็งแรงของชั้นดินและสเปคของเสาเข็ม เพื่อสร้างมาตรฐานในการตรวจสอบหน้างานว่าเสาเข็มทุกต้นจะสามารถรับน้ำหนักได้จริงและไม่เกิดปัญหาการทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งบริษัทที่ได้มาตรฐานจะมีการจัดทำรายการคำนวณ (Blow Count Report) ให้ลูกค้าเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความปลอดภัยทุกต้นครับ