786 รอยต่อระหว่างเสาเข็มสปันไมโครไพล์แต่ละท่อน เชื่อมกันอย่างไร? (ใช้การเชื่อมไฟฟ้ารอบเพลทเหล็กหัวและท้ายเสาด้วยลวดเชื่อมคุณภาพสูง)
การเชื่อมต่อเสาเข็มสปันไมโครไพล์ในแต่ละท่อนเพื่อให้ได้ความลึกตามที่วิศวกรกำหนด มีขั้นตอนและกรรมวิธีที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบเพื่อความมั่นคงของฐานราก โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ
กระบวนการและขั้นตอนการเชื่อมต่อ
- การเตรียมตำแหน่ง: เมื่อตอกเสาเข็มท่อนแรกเริ่มจมลงดินจนเกือบมิด ช่างจะนำเสาเข็มท่อนที่ 2 มาวางซ้อนทับบนหัวเสาท่อนแรก
- ตรวจสอบความเป็นแนวดิ่ง: ก่อนทำการเชื่อม จะต้องตรวจสอบระดับด้วยมาตรวัดระดับน้ำหรือลูกดิ่งเพื่อให้มั่นใจว่าเสาเข็มทั้งสองท่อนอยู่ในแนวตรงเดียวกันทั้งแกน X และแกน Y
- การบังคับตำแหน่ง: ใช้ปลอกครอบหัวเสา (Cap Pile) เป็นตัวล็อกเพื่อป้องกันไม่ให้เสาเข็มท่อนบนเคลื่อนออกจากตำแหน่งในขณะที่ทำการเชื่อม
- ทำความสะอาดรอยต่อ: ช่างจะทำความสะอาดเศษปูนหรือสิ่งสกปรกบริเวณแผ่นเหล็ก (Plate) ที่หัวและท้ายเสาเพื่อให้เนื้อเหล็กพร้อมสำหรับการเชื่อมอย่างสมบูรณ์
- การเชื่อมไฟฟ้า (Welding): ใช้กรรมวิธีการเชื่อมไฟฟ้าแบบหลอมละลายเนื้อเหล็ก (Full Penetration Weld) โดยเชื่อมติดกับเพลทเหล็กหนาที่หัวและท้ายเสาของแต่ละท่อนให้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
- เชื่อมเต็มรอบ: ลักษณะการเชื่อมจะต้องเดินแนวเชื่อมให้ “เต็มรอบ” (Full Weld) หน้าตัดของเสาเข็ม เพื่อให้รอยต่อมีความแข็งแรงสูงสุดและสามารถรับน้ำหนักได้เทียบเท่ากับเสาเข็มต้นเดียว
วัสดุที่ใช้ในการเชื่อม
- ลวดเชื่อมคุณภาพสูง: จะต้องใช้ลวดเชื่อมที่ได้มาตรฐาน มอก. (เช่น ขนาด 3.2 มม.) โดยเกรดที่นิยมใช้คือมาตรฐาน AWS E7016 หรือ E6013 ซึ่งเป็นลวดเชื่อมสำหรับงานโครงสร้างที่สามารถรับแรงดึงและแรงกระแทกจากการตอกได้ดีเยี่ยม
นวัตกรรมทางเลือก (Bolts Lock)
- นอกจากวิธีการเชื่อมแบบเดิมแล้ว ปัจจุบันยังมีนวัตกรรม “Bolts Lock Series” ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อเสาเข็มด้วยระบบการขันโบลท์แทนการเชื่อมไฟฟ้า ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและไม่มีประกายไฟในหน้างานที่มีความเสี่ยงสูง
สรุปท้ายบทความ รอยต่อระหว่างเสาเข็มสปันไมโครไพล์จะใช้วิธี “การเชื่อมไฟฟ้าแบบเต็มรอบ” ระหว่างแผ่นเหล็กหัวเสาและท้ายเสาของแต่ละท่อน โดยใช้ลวดเชื่อมมาตรฐานงานโครงสร้างเพื่อให้เสาเข็มที่ต่อกันทำหน้าที่เป็นเสาต้นเดียวกันอย่างสมบูรณ์ หัวใจสำคัญคือการตั้งแนวดิ่งให้เที่ยงตรงและการเดินแนวเชื่อมที่สม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้รอยต่อมีความแข็งแรงเทียบเท่าเนื้อเสาเข็มและป้องกันปัญหาการวิบัติของฐานรากได้ในระยะยาวครับ

