1924 ตอกเสาเข็มลึกกี่เมตรถึงชั้นดินแข็ง? แต่ละพื้นที่ตอกลึกกี่เมตร?
ความลึกในการตอกเสาเข็มเพื่อความมั่นคงสูงสุดและปลอดภัยจากการทรุดตัวในอนาคต ไม่มีตัวเลขที่ตายตัวเพียงตัวเดียว เนื่องจากสภาพชั้นดินในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยมีความแปรปรวนสลับซับซ้อนและมีประวัติการทับถมของดินแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การันตีคุณภาพฐานรากที่มั่นคงถาวรด้วยหลักวิศวกรรมที่เรียกว่า “การตอกเสาเข็มแบบแบกทานที่ปลาย” (End Bearing Pile) ซึ่งหมายถึงการตอกเสาเข็มทะลุผ่านชั้นดินอ่อนลงไปจนถึง “ชั้นดินดาน” หรือชั้นทรายแข็งดานที่สามารถแบกรับน้ำหนักโครงสร้างทั้งหมดได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องพึ่งพาเพียงแรงเสียดทานรอบผิวเสาเข็มในชั้นดินเหนียวอ่อน (Friction Pile) ที่มีอัตราการทรุดตัวสูง
สำหรับงานรากฐานที่เน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และความมั่นคงสูงสุด เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) ได้รับการยอมรับจากวิศวกรโครงสร้างว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ด้วยเทคโนโลยีการเหวี่ยงคอนกรีตในแม่แบบด้วยความเร็วสูงถึง 30 เท่าของแรงโน้มถ่วงโลก ทำให้ได้เนื้อคอนกรีตที่หนาแน่น ไร้ฟองอากาศ แข็งแกร่งกว่าไมโครไพล์หล่อปกติถึง 10 เท่า ได้รับมาตรฐาน มอก. 397-2562 โดดเด่นด้วยดีไซน์ รูกลมกลวงตรงกลาง ที่ช่วยระบายดินและแรงดันดินในขณะตอก ส่งผลให้มีแรงสั่นสะเทือนต่ำมาก ตอกชิดโครงสร้างเดิมหรือกำแพงกระจกได้ในระยะปลอดภัยต่ำสุดเพียง 50 เซนติเมตร และสามารถเชื่อมต่อท่อนเสาเข็มขนาด 1.5 เมตร ด้วยการเชื่อมไฟฟ้าแบบรอบวง (Full Weld) เพื่อตอกลึกหยั่งลงถึงชั้นดินดานดักปัญหาบ้านทรุดตัวได้อย่างยั่งยืน
ระดับความลึกของเสาเข็มถึงชั้นดินแข็งในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย
1. พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล (ชั้นดินเหนียวอ่อนหนามาก – ตอกลึกที่สุด)
- กรุงเทพฯ และปริมณฑลโดยทั่วไป: ความลึกเสาเข็มเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18–21 เมตร เพื่อให้ผ่านชั้นดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ (Bangkok Soft Clay) ไปวางบนชั้นทรายหรือเหนียวแข็งชั้นแรก
- โซนดอนเมือง: ลึกประมาณ 16–18 เมตร
- โซนลาดพร้าว และพระราม 6: ลึกประมาณ 18–20 เมตร
- เขตบางรัก (แนวแม่น้ำเก่า): ชั้นเลนอ่อนมากสีดำอาจหนาลึกตั้งแต่ 38–50 เมตร
- จังหวัดปทุมธานี: ความลึกทั่วไปประมาณ 18–21 เมตร แต่หากเป็นโซนดินเหนียวอ่อนหนาพิเศษ เช่น อำเภอลำลูกกา และธัญบุรี ความลึกจะเพิ่มขึ้นเป็น 23–26 เมตร เพื่อหยั่งถึงชั้นทรายแน่น
- จังหวัดสมุทรปราการ: ความลึกทั่วไปเฉลี่ย 18–24 เมตร ในขณะที่โซนดินอ่อนจัด เช่น บางพลี, บางบ่อ และสุวรรณภูมิ ปลายเข็มต้องตอกลึกลงไปถึง 23–26 เมตร เนื่องจากบางพื้นที่มีดินอ่อนช่วงบนหนาถึง 26 เมตร
- จังหวัดนนทบุรี: ความลึกเสาเข็มเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15–21 เมตร เพื่อให้พ้นชั้นดินเหนียวอ่อนในช่วง 0-13 เมตรแรก
- จังหวัดนครปฐม: สำหรับงานสร้างบ้านพักอาศัยใหม่ทั่วไปจะตอกลึกประมาณ 17–23 เมตร หรือสูงสุดถึง 18–24 เมตร โดยเฉพาะในโซนอำเภอสามพรานที่นิยมใช้เสาเข็มลึกรวมประมาณ 21–23 เมตร
- จังหวัดสมุทรสาคร: ดินเหนียวอ่อนช่วงบนหนามาก ความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 18–21 เมตร และหากเป็นโซนดินอ่อนรุนแรงหรือแนวชายฝั่งทะเล ปลายเสาเข็มอาจต้องลึกถึง 24 เมตรขึ้นไป
2. พื้นที่ภาคกลาง (ตะกอนแม่น้ำหนาตัวและราบลุ่มแม่น้ำ)
- ภาคกลางทั่วไป: สภาพดินเหนียวอ่อนหนาแน่นสลับชั้นทราย คล้ายคลึงกับกรุงเทพฯ ความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 15–21 เมตร
- จังหวัดสมุทรสงคราม: อยู่บริเวณที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ ชั้นดินบนเป็นดินเหนียวอ่อนหนามาก ต้องใช้ความลึกตอกเฉลี่ย 18–24 เมตร
- จังหวัดฉะเชิงเทรา: โซนที่ราบลุ่มริมแม่น้ำบางปะกงมีดินเหนียวอ่อนหนาตัวเป็นพิเศษ ปลายเข็มต้องลึกประมาณ 21–26 เมตร (เฉลี่ยประมาณ 21–25 เมตร) เพื่อให้ถึงดินแข็งดาน
- จังหวัดอ่างทอง: เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ชั้นดินเหนียวอ่อนค่อนข้างลึก ทั่วไปตอกลึกตั้งแต่ 15–21 เมตร (หากอาคารรับน้ำหนักมากต้องลึกถึง 18–24 เมตร)
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: ความลึกเฉลี่ยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15–21 เมตร โดยโซนอำเภอวังน้อยจะลึกประมาณ 17–19 เมตร
- จังหวัดนครนายก: ความลึกเสาเข็มหยั่งถึงชั้นดินแข็งดานอยู่ที่ประมาณ 18–21 เมตร
- จังหวัดสิงห์บุรี: ดินตะกอนน้ำพาริมแม่น้ำ ทั่วไปตอกลึกลงไปประมาณ 15–21 เมตร
- จังหวัดชัยนาท: เฉลี่ยทั่วไปตอกลึกประมาณ 18–24 เมตร โซนลุ่มน้ำเจ้าพระยา (อ.เมือง, มโนรมย์, สรรคบุรี) ดินอ่อนหนาต้องตอกลึกถึง 21–24 เมตร ส่วนโซนเนินเขาที่ดอนปนลูกรัง (รอยต่อหันคา, เนินขาม, วัดสิงห์) ดินดานจะตื้น ตอกลึกประมาณ 12–18 เมตร ก็เพียงพอ
- จังหวัดลพบุรี: สภาพชั้นดินมีความหลากหลายสูง ตอกลึกเฉลี่ย 10–21 เมตร โดยโซนที่ราบลุ่มต่ำดินอ่อนลึกประมาณ 16–21 เมตร ส่วนโซนที่ดอนใกล้ภูเขาหรือตัวเมืองชั้นดินแน่นแข็ง ตอกลึกประมาณ 10–12 เมตร (หรือลึกถึง 15–18 เมตร)
- จังหวัดสระบุรี: ดินค่อนข้างแข็ง ตอกลึกเฉลี่ยประมาณ 10–15 เมตร โดยโซนดินแข็งปกติลึกเพียง 10–12 เมตร และโซนลุ่มน้ำ/ที่ดินริมน้ำลึกประมาณ 15–20 เมตร
- จังหวัดอุทัยธานี: ความลึกเฉลี่ยเพื่อหยั่งดินดานอยู่ที่ 15–21 เมตร แบ่งเป็นโซนที่ราบลุ่มริมน้ำลึก 18–21 เมตร โซนตะพักเนินดิน (หนองขาหย่าง, ทัพทัน, สว่างอารมณ์) ลึก 12–15 เมตร และโซนเนินเขาดินลูกรังแข็งมาก (บ้านไร่, ลานสัก) ดินแข็งอยู่ตื้นลึกเพียง 6–10 เมตร เท่านั้น
- จังหวัดกำแพงเพชร: ความลึกเฉลี่ยเพื่อหยั่งถึงดินดานทั่วไปอยู่ที่ 15–24 เมตร โซนที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงลึก 15–24 เมตร โซนที่ดอนปนทรายลึกประมาณ 10–15 เมตร และบางตำแหน่งเจอดินแข็งระดับตื้นเพียง 6 เมตร
3. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน – ดินลูกรัง ชั้นหินดานตื้น)
- ภาคอีสานส่วนใหญ่: ดินฐานรากค่อนข้างแน่น แข็งแรง และพบดินดานแข็งเร็ว โดยทั่วไปตอกลึกเฉลี่ยเพียง 6–15 เมตร (ยกเว้นบางพื้นที่)
- จังหวัดนครราชสีมา (โคราช): ชั้นดินแข็งโดยทั่วไปลึกเฉลี่ย 6–15 เมตร แต่สำหรับระบบเสาเข็มไมโครไพล์ ตอกต่อเชื่อมท่อนลึกเฉลี่ยประมาณ 16–24 เมตร
- จังหวัดขอนแก่น: ดินดานและทรายแน่นปนหินทรายตื้นมาก เฉลี่ยตอกลึกเพียง 4–8 เมตร (บางตำแหน่งที่ราบลุ่มต่ำลึกได้สูงสุดประมาณ 12–15 เมตร)
- จังหวัดชัยภูมิ: สภาพภูมิประเทศมีความสูงต่ำหลากหลายเฉลี่ยลึก 6–15 เมตร โซนที่ราบลุ่มน้ำชีลึกประมาณ 10–15 เมตรขึ้นไป ขณะที่โซนเนินสูงดินลูกรังแข็งตอกลึกเพียง 6–10 เมตร
- จังหวัดยโสธร: ดินดานเฉลี่ยอยู่ลึก ตอกลึกประมาณ 15–20 เมตร (บางจุดลึกถึง 20–30 เมตร) ส่วนโซนเนินดินแข็งแถบอำเภอทรายมูลบางตำแหน่งพบดินดานตื้นเพียง 6 เมตร
- จังหวัดอุบลราชธานี: ความลึกเสาเข็มเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6–15 เมตร โซนตัวเมืองและที่ราบดินแข็งลึกเพียง 6–12 เมตร (หรือตอกจริงลึกถึงดินแข็งประมาณ 6-9 เมตร) ส่วนโซนราบลุ่มต่ำแม่น้ำมูลลึกประมาณ 15–24 เมตร
- จังหวัดสกลนคร: ดินส่วนใหญ่เป็นที่ดอน ศิลาแลง หรือทรายลูกรัง ความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 6–15 เมตร โซนที่ราบลุ่มแอ่งสงครามลึกประมาณ 12–15 เมตร โซนที่ดอนลูกรังแน่นลึกประมาณ 6–10 เมตร
- จังหวัดอุดรธานี: ชั้นดินแข็งตื้นลึกประมาณ 6–10 เมตร และโซนแอ่งราบลุ่มต่ำลึกถึง 15–21 เมตร (เฉลี่ยโดยรวมลึกประมาณ 6–18 เมตร)
- จังหวัดหนองบัวลำภู: ดินปนทรายปนเหนียวอัดแน่นสูงมาก ความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5–12 เมตร โซนดินลูกรังตื้นมากตอกหยั่งลึกเพียง 3–6 เมตร และโซนราบแอ่งน้ำลึกประมาณ 8–12 เมตร (ดินอ่อนสูงสุดลึกถึง 15–21 เมตร)
- จังหวัดร้อยเอ็ด: ชั้นดินดานทรายและลูกรังแน่นตื้นมากเป็นพิเศษ เฉลี่ยลึกเพียง 1.5–5 เมตร การก่อสร้างบ้านทั่วไปนิยมตอกเพียง 3–6 เมตร ก็สามารถหยั่งถึงชั้นดินแข็งได้อย่างถาวร
- จังหวัดบึงกาฬ: ดินร่วนปนทรายปนดินเหนียว ทั่วไปลึกประมาณ 6–15 เมตร พื้นที่ดอนลึกเพียง 6–10 เมตร และพื้นที่ลุ่มน้ำลึกประมาณ 10–15 เมตร
- จังหวัดบุรีรัมย์: ชั้นดินแปรปรวนเป็นดินปนทราย ทั่วไปตอกลึกประมาณ 16–21 เมตร (บางอำเภอพบชั้นดินแข็งค่อนข้างตื้นที่ความลึก 12–16 เมตร)
- จังหวัดกาฬสินธุ์: ชั้นดินแข็งสะสมตัวลึกกว่าโซนอื่นในอีสาน ทั่วไปมักต้องตอกลึกประมาณ 18–24 เมตร (บางทำเลดินอ่อนลึกถึง 21–26 เมตร)
- จังหวัดมุกดาหาร: โซนที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงลึกประมาณ 12–15 เมตร และโซนราบสูงตอนกลางลึกถึงประมาณ 16–21 เมตร (เฉลี่ยลึก 12–21 เมตร)
- จังหวัดเลย: ส่วนใหญ่เป็นดินแข็งมาก ทั่วไปตอกลึก 6–12 เมตร และโซนหินฐานรากเชิงดอยลึกเพียง 3–6 เมตร
- จังหวัดศรีสะเกษ: ดินค่อนข้างแน่น ตอกลึกเฉลี่ย 8–15 เมตร โซนที่ดอนใกล้ภูเขาตื้นมากเพียง 3–6 เมตร และโซนราบลุ่มแม่น้ำเก่าลึกถึง 15–20 เมตร
- จังหวัดสุรินทร์ / มหาสารคาม / นครพนม / หนองคาย / อำนาจเจริญ: ส่วนใหญ่ตอกลึกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6–15 เมตร สัมพันธ์กับสภาพชั้นดินแน่นของภาคอีสานตอนบนและตอนล่าง
4. พื้นที่ภาคเหนือ (ที่ราบหุบเขา สลับหินพื้นดานและตะกอนเชิงเขา)
- จังหวัดเชียงใหม่: เฉลี่ยทั่วไปตอกลึกหยั่งดินแข็งที่ 8–20 เมตร โดยที่ราบตัวเมืองทั่วไปลึกประมาณ 8–12 เมตร โซนที่ราบลุ่มต่ำ/ท้องนาเก่าสะสมตะกอนหนาต้องตอกลึกถึง 10–20 เมตร (หรือ 15-20 เมตร เพื่อหยั่งถึงดินดาน) ส่วนโซนเชิงดอยเป็นตะกอนเชิงเขาแน่นหนาสูงมาก ไม่จำเป็นต้องตอกเสาเข็มแต่สามารถเปิดหน้าดินทำฐานรากแผ่ได้โดยตรง
- จังหวัดเชียงราย: เฉลี่ยทั่วไปตอกลึกประมาณ 17–23 เมตร โดยพื้นที่ลุ่มราบตัวเมืองเศรษฐกิจลึกประมาณ 17–23 เมตร และโซนที่ดอนเนินเขาลึกประมาณ 12–16 เมตร
- จังหวัดน่าน: ดินเหนียวอัดแน่นปนทรายปนหินผุ ทั่วไปต้องตอกลึกเฉลี่ยประมาณ 15–24 เมตร
- จังหวัดพะเยา: ความลึกเพื่อหยั่งดินแข็งดานอยู่ที่ประมาณ 15–21 เมตร โซนราบลุ่มอ่อนตัวสูงลึกถึง 18–24 เมตร และโซนที่ราบดินแข็งทั่วไปลึกประมาณ 10–15 เมตร
- จังหวัดแพร่: ชั้นดินเฉลี่ยลึกอยู่ที่ประมาณ 8–15 เมตร โซนลุ่มน้ำยมสะสมตะกอนหนาลึกประมาณ 12–15 เมตร และโซนเนินเขาที่ดอนลูกรังตื้นลึกประมาณ 6–10 เมตร
- จังหวัดแม่ฮ่องสอน: ภูมิประเทศเป็นหุบเขาและที่สูง ตอกลึกเฉลี่ย 10–21 เมตร โซนที่ราบลุ่มแอ่งหุบเขาลึก 15–21 เมตร ขณะที่โซนลาดเขาลาดชันอาจเจอชั้นหินพื้นดาน (Bedrock) แข็งแรงมากในระดับตื้นเพียง 1–3 เมตร ซึ่งไม่จำเป็นต้องตอกเข็มแต่สามารถใช้ฐานรากแผ่วางบนชั้นหินดานได้
- จังหวัดลำปาง: ความลึกเสาเข็มเฉลี่ยค่อนข้างตื้นอยู่ที่ประมาณ 5–15 เมตร พื้นที่ราบลุ่มแอ่งกระทะลึกประมาณ 8–15 เมตร (บางโซนดินเหนียวอ่อนหนาสะสมตัวอาจลึกถึง 15-24 เมตร) ส่วนโซนที่ดอนตะพักเชิงเขาลึกเพียง 3–5 เมตร ก็พบชั้นดินแข็งมากแล้ว
- จังหวัดลำพูน: ดินดานทรายและดินเหนียวแข็งอยู่ลึกเฉลี่ยประมาณ 8–15 เมตร (รอยต่อตามแนวทางรถไฟลึกประมาณ 8–12 เมตร) และโซนจุดรับกำลังสูงหรือดินตะกอนลึกอาจต้องตอกลึกถึง 18–24 เมตร
- จังหวัดพิษณุโลก: ความลึกเสาเข็มหยั่งถึงชั้นดินแข็งเฉลี่ยอยู่ที่ 12–18 เมตร โซนราบลุ่มแม่น้ำน่านหรือบางระกำ ดินอ่อนหนากว่าลึกประมาณ 15–21 เมตรขึ้นไป และโซนที่ดอนตะพักเนินดินลึกเพียงประมาณ 8–12 เมตร
- จังหวัดสุโขทัย: เป็นแอ่งที่ราบลุ่มตะกอนแม่น้ำ ดินชั้นบนอ่อนหนา ต้องตอกลึกประมาณ 18–24 เมตร เพื่อความปลอดภัย
5. พื้นที่ภาคใต้ และภาคตะวันออก (ดินปนทรายชายทะเล สลับหินแกรนิตและหินผุ)
- จังหวัดชลบุรี: ชั้นดินแปรปรวนสูง ความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 18–24 เมตร แต่หากเป็นโซนเนินเขาที่ดอนพบลึกเพียง 6–15 เมตร ส่วนในพื้นที่ พัทยา ดินทรายมีความหนาแน่นสูงมาก เสาเข็มตอกลึกเฉลี่ยเพียง 4–12 เมตร (อาคารบ้านขนาดเล็กบางจุดลึกเพียง 4–6 เมตร เท่านั้น)
- จังหวัดระยอง: ส่วนใหญ่เป็นดินแข็งค่อนข้างตื้น ตอกลึกเฉลี่ยประมาณ 9–12 เมตร (สำหรับบ้านพักอาศัยความลึกอยู่ที่ช่วงประมาณ 8–15 เมตร)
- จังหวัดปราจีนบุรี: ดินตะกอนน้ำพาปนดินอ่อนลุ่มแม่น้ำ ความลึกเสาเข็มเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15–21 เมตร โซนราบลุ่มแม่น้ำมีดินเหนียวอ่อนจัดหนาตัวลึกมากต้องตอกลึกถึง 18–23 เมตร ส่วนโซนที่ดอนเชิงเขาดินแข็งลึกประมาณ 10–15 เมตร
- จังหวัดสระแก้ว: โดยเฉลี่ยทั่วไปลึกประมาณ 10–20 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่พบชั้นดินแข็งที่ระดับประมาณ 10–12 เมตร และพื้นที่แอ่งดินอ่อนลึกประมาณ 15–20 เมตร
- จังหวัดสุราษฎร์ธานี: ตอกลึกเฉลี่ยเพื่อหยั่งชั้นดินดานที่ความลึก 15–21 เมตร โซนราบลุ่มต่ำแม่น้ำลึก 18–23 เมตร ส่วนโซนเนินเขาลึกประมาณ 6–12 เมตร
- จังหวัดนครศรีธรรมราช: ความลึกเสาเข็มเพื่อให้ปลอดภัยจากฐานรากทรุดตัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15–21 เมตรขึ้นไป พื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งลึกประมาณ 18–21 เมตรขึ้นไป และโซนที่ดอนใกล้เขาดานดินตื้นลึกประมาณ 12–15 เมตร
- จังหวัดสงขลา: มีความลาดเอียงและสภาพดินแตกต่างกันสูงมาก ตอกลึกเฉลี่ย 12–21 เมตร โซนลุ่มต่ำริมทะเลและลุ่มน้ำ (หาดใหญ่, ตัวเมืองสงขลา, สทิงพระ, ระโนด) ลึกประมาณ 15–21 เมตรขึ้นไป และโซนเนินเขาที่ราบสูงในแผ่นดินลึกประมาณ 12–15 เมตร
- จังหวัดนราธิวาส: ดินตะกอนปนดินเหนียวอ่อนหนามาก ต้องตอกเสาเข็มเฉลี่ยลึกถึง 18–24 เมตร (บางโซนลึกมากถึง 21–26 เมตร) และโซนที่ราบสูงใกล้ภูเขาหยั่งถึงชั้นดินแข็งดานเพียง 6–15 เมตร
- จังหวัดภูเก็ต: โครงสร้างดินมีความซับซ้อนสลับหินผุ ความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 12–20 เมตร โซนราบลุ่มเมืองเศรษฐกิจลึกประมาณ 15–18 เมตร (ยกเว้นโซน ต.ฉลอง หรือ ต.รัษฎา ดินแข็งตื้นลึกประมาณ 10-17 เมตร) และโซนเชิงเขาลึกประมาณ 15–21 เมตร
- จังหวัดพังงา / พัทลุง / กระบี่ / ตรัง / สตูล / ปัตตานี / ยะลา / ระนอง: สภาพภูมิประเทศชายฝั่งทะเลสลับป่าเขาลมมรสุม ความลึกเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ 10–24 เมตร ตามพิกัดทางธรณีวิทยาที่แปรปรวน
การควบคุมมาตรฐานคุณภาพวิศวกรรมงานตอกเสาเข็ม
ในการดำเนินการจริง การรับประกันว่าเสาเข็มได้หยั่งถึงชั้นดินดานแข็งแรงอย่างแท้จริงนั้น วิศวกรวิชาชีพจะไม่กำหนดเพียงจำนวนเมตรความยาวเท่านั้น แต่จะต้องทำการวัดและควบคุมเกณฑ์จำนวนครั้งในการตอกเสาเข็มในช่วงระยะจมตัวสุดท้าย หรือที่เรียกว่าเกณฑ์ Last 10 Blow Count (การนับจำนวนครั้งที่ตอกและวัดระยะการจมตัว 10 ครั้งสุดท้าย) ควบคู่ไปกับการทำรายการคำนวณกำลังรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัย และอาจทำการทดสอบความสมบูรณ์รวมถึงกำลังรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของฐานรากผ่านวิธี Dynamic Load Test เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างฐานรากทั้งหมดของอาคารมีความแข็งแรง ได้มาตรฐานสากล และไม่ทรุดตัวแยกตัวในระยะยาว
หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับพิกัดหรือการก่อสร้างต่อเติมฐานราก แนะนำติดต่อปรึกษาวิศวกรโครงสร้างผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่ ไลน์ @bhumisiam (ซึ่งมีบริการคำนวณและออกแบบฐานรากสำหรับงานบ้านให้ฟรีโดยสามัญวิศวกรวิชาชีพ)
สรุปท้ายบทความ: ตารางระดับความลึกเสาเข็มถึงชั้นดินแข็งของแต่ละภูมิภาคในประเทศไทย
| ภูมิภาค / เขตพื้นที่ดิน | ลักษณะสภาพชั้นดินระดับบน | ช่วงระดับความลึกเฉลี่ยเพื่อให้เสาเข็มหยั่งถึงชั้นดินดานแข็ง (Bearing Layer) | เสาเข็มสปันไมโครไพล์ที่แนะนำสำหรับงานคุณภาพสูง |
|---|---|---|---|
| กรุงเทพฯ และปริมณฑล | ดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ หนามากเป็นพิเศษ สะสมน้ำและยวบตัวง่าย | 18 – 21 เมตร *(โซนดินอ่อนจัด เช่น ลำลูกกา, บางพลี ลึกถึง 23–26 เมตร)* | Dia. 21 ซม. (รับน้ำหนัก 20-25 ตัน/ต้น) Dia. 25 ซม. (รับน้ำหนัก 25-35 ตัน/ต้น) SQ 18×18 ซม. (รับน้ำหนัก 15-20 ตัน/ต้น) |
| ภาคกลาง | เป็นดินลุ่มตะกอนน้ำพาสลับทรายละเอียดปนเหนียวปานกลาง | 15 – 21 เมตร *(โซนดินลุ่มน้ำหนาตัว เช่น ฉะเชิงเทรา, อ่างทอง, ชัยนาทริมน้ำ ลึกถึง 21–26 เมตร)* | Dia. 21 ซม. (รับน้ำหนัก 20-25 ตัน/ต้น) SQ 18×18 ซม. (รับน้ำหนัก 15-20 ตัน/ต้น) |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ดินปนทรายอัดแน่น และพบลวดลายศิลาแลงหรือลูกรังตื้น | 6 – 15 เมตร *(ตื้นเป็นพิเศษ เช่น ร้อยเอ็ด 1.5–5 เมตร และลึกปานกลาง เช่น บุรีรัมย์, มุกดาหาร 12–21 เมตร)* | SQ 18×18 ซม. (รับน้ำหนัก 15-20 ตัน/ต้น) Dia. 21 ซม. (รับน้ำหนัก 20-25 ตัน/ต้น) |
| ภาคเหนือ | สภาพตะกอนลอนลาด แอ่งราบหุบเขาสลับดินปนกรวดหินเชิงเขา | 8 – 15 เมตร *(โซนแอ่งที่ราบตะกอนลึก เช่น เชียงราย, น่าน, พะเยา ลึกถึง 15–24 เมตร)* | SQ 18×18 ซม. (รับน้ำหนัก 15-20 ตัน/ต้น) Dia. 21 ซม. (รับน้ำหนัก 20-25 ตัน/ต้น) |
| ภาคใต้ และภาคตะวันออก | ดินเหนียวปนทรายชายฝั่งทะเล มีโครงสร้างแปรปรวนสลับซับซ้อนตามระดับชั้นเชิงเขา | 12 – 24 เมตร *(โซนทรายแน่นตื้นผุรวดเร็ว เช่น พัทยา, เชิงเขาชุมพร ลึกเพียง 4–12 เมตร)* | Dia. 21 ซม. (รับน้ำหนัก 20-25 ตัน/ต้น) Dia. 25 ซม. (รับน้ำหนัก 25-35 ตัน/ต้น) SQ 18×18 ซม. (รับน้ำหนัก 15-20 ตัน/ต้น) |

