สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน สืบเนื่องจากเมื่อวันก่อนที่ผมได้ไปฟังการบรรยายเกี่ยวกับเรื่อง การออกแบบโครงสร้างพิเศษ โดยท่าน อ ดร สมพร อรรถเศรณีวงศ์ และทีมงาน MICROFEAP ผมพบว่าเนื้อหาในการบรรยายของท่าน อ มีประโยชน์มากๆ ครับ บางเรื่องก็เป็นการตอกย้ำความรู้พื้นฐานที่ผมมีอยู่แล้วว่าสำคัญเพียงใด บางเรื่องก็เป็นการต่อยอดและพัฒนาทักษะและความรู้เดิมที่ผมนั้นมีให้ก้าวไกลไปได้อีกมากโข สำคัญที่สุด คือ ความคิดและคำสอนส่วนตัวของท่าน ดร ที่สอดแทรกอยู่ตลอดในทุกๆ ช่วงของการบรรยาย ซึ่งผมมองว่าหาไม่ได้จากที่ไหนแล้วละครับ โดยสรุปนะครับ ผมพบว่าเนื้อหาเหล่านี้น่าสนใจมากๆ ครับ ในการบรรยายครั้งต่อไปของทางชมรมผมจึงอยากใคร่ขอเรียนเชิญวิศวกรและประชาชนทั่วๆ ไปผู้ที่มีความสนใจทุกๆ ท่านด้วยนะครับ วันนี้ผมจึงคิดว่าเพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อนๆ ที่อาจพลาดหรือไม่มีโอกาสได้เข้าฟังการอบรมเมื่อวันก่อน ผมจึงอยากจะขอนำเนื้อหาวิชาที่ท่าน ดร ได้แนะนำแก่พวกเราทุกๆ คนในวันนั้นแก่เพื่อนๆ ในเฟซบุ้คด้วยนะครับ อาจจะไม่ดีเท่าที่อาจารย์ได้ทำการสอนไป แต่ ผมจะพยายามถ่ายทอดออกไปอย่างดีที่สุดนะครับ เรื่องนี้คือเรื่องการเสริมกำลังในโครงสร้างของคาน คสล เดิม โดยในเนื้อหาของท่าน อ ได้แนะนำให้ทำการเสริมกำลังด้วยคาน H-BEAM ใต้ท้องคาน คสล เดิม โดยไม่แนะนำให้ทำการวางทาบไปที่ใต้ท้องเลย แต่ แนะนำให้มีระยะยึดโยงลงมาเล็กน้อย โดยที่การยึดโดยงลงมาท่านอาจารย์แนะนำว่าให้ใช้ LINK […]
Monthly Archives: December 2019
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมนำความรู้เกี่ยวกับคำว่า ความแข็งเกร็ง หรือ STIFFNESS มาฝากเพื่อนๆ สักเล็กน้อยนะครับ เพื่อนๆ อาจเคยสงสัยใช่มั้ยครับ ทุกๆ ครั้งที่ได้ยินคำว่า ความแข็งเกร็ง หรือ STIFFNESS เวลาที่ต้องเกี่ยวข้องกับงานทางด้านกลศาสตร์ของวัสดุ หรือ การวิเคราะห์โครงสร้าง จริงๆ แล้วทำไมวิศวกร หรือ คนที่มีความเกี่ยวข้องถึงชอบพูดคำๆ นี้ จริงๆ คำๆ นี้นั้นมีพื้นฐานมาจากหลักการของโครงสร้าง หรือ จุดต่อ หรือ ฐานรองรับ แบบยืดหยุ่น ที่เรานิยมเรียกสั้นๆ ว่า SPRING นั่นเองครับ ผมจะใช้หน่วย METRIC ในการอธิบายนะครับ เพื่อนๆ จะได้มองเห็นภาพได้ง่ายและชัดเจน จากสมการแรงของค่า AXIAL SPRING ที่ค่า F = ∆ ka เมื่อ F คือ AXIAL FORCE ใน AXIAL […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน เนื่องจากในวันนี้ผมได้รับข้อความจากเพื่อนรักสมัยเรียนท่านหนึ่งสอบถามผมมาว่า หากเราจะตรวจสอบจำนวนเสาเข็มที่ได้รับการออกแบบมาว่ามีความถูกต้องเหมาะสมมากน้อยขนาดไหน เราจะมีวิธีการอย่างไร ? วันนี้ผมจึงจะมาให้คำแนะนำในการประมาณค่าเพื่อตรวจสอบจำนวนเสาเข็มที่เราจะใช้ในโครงสร้างบ้านหรืออาคารของเรากันนะครับ จริงๆ วิธีในการประมาณค่าจำนวนเสาเข็มที่จะใช้ในอาคารหนึ่งๆ จะสำคัญที่หน่วย นน ใช้งานต่อ พท ของอาคารนั่นเองครับ ซึ่งค่าๆ นี้จะรวมถึง นน บรรทุกคงที่ เช่น นน ของโครงสร้าง เสา คาน พื้น ผนัง เป็นต้น และ นน บรรทุกจร แล้วนะครับ หากเป็นอาคารที่มีพื้นเป็นระบบไร้คาน นน ใช้งานต่อ พท ต่อ ชั้น จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 900 kgf/m^(2) ไปจนถึง 1,200 kgf/m^(2) ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทำงานสถาปัตยกรรม ประเภท และ ความยาวช่วงของอาคาร หากเป็นอาคารที่มีพื้นเป็นระบบคาน นน ใช้งานต่อ พท ต่อ ชั้น จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000 kgf/m^(2) […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่านครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีและเคล็ดลับในการคำนวณง่ายๆ ให้แก่เพื่อนๆ นะครับ เผื่อจะมีประโยชน์ต่อการทำงานออกแบบของเพื่อนๆ นะครับ วันนี้หัวข้อที่ผมจะมาแนะนำก็คือ การประมาณการหาค่าปริมาณ พท หน้าตัดของเหล็กเสริมในหน้าตัดคาน คสล โดยวิธีกำลังนั่นเองครับ วิธีนี้จะง่ายมากๆ ครับ เหมาะกับเมื่อเราต้องการที่จะหา หรือ ตรวจสอบปริมาณเหล็กเสริมในหน้าตัดคาน คสล แบบเร็วๆ นั่นเองครับ โดยเราสามารถหาค่า พท หน้าตัดเหล็กเสริมได้จากสมการง่ายๆ ดังนี้นะครับ As approx. = Mu / (0.8 d fy) มีข้อแม้ง่ายๆ ในการตรวจสอบค่าที่คำนวณได้จากสมการนี้นะครับก็คือ ตรวจสอบค่าอัตราส่วนการเสริมเหล็ก (P) แค่นั้นเองครับ ก็คือค่า Pmin = 14/fy โดยที่ค่า Pmax จะมีค่าประมาณ 4 เท่า จากค่า Pmin นี้ครับ เราจะมาทดสอบสมการนี้จาก ตย ต่อไปนี้ครับ คานหน้าตัด คสล […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงวิธีและขั้นตอนการวิเคราะห์สถานะของความสมดุลในโครงสร้างใดๆ เราสามารถที่จะทำได้ไม่ยากมากนักนะครับ ผมจึงนำมาฝากเพื่อนๆ ในวันนี้ครับ การตรวจสอบสถานะของความสมดุลเราสามารถทำได้โดยการ FORMULATE สมการ POTENTIAL ENERGY หรือเรียกง่ายๆ ว่าสมการ V ของระบบออกมาก่อนนะครับ โดยที่เราจะให้ GENERALIZED COORDINATE ของระบบติดอยุ่ในรูปแบบตัวแปรที่เราสนใจ เช่น θ เป็นต้น ซึ่งสุดท้ายเราจะทำการ PARTIAL DERIVATIVE สมการ POTENTIAL ENERGY ของโครงสร้างเพื่อที่จะตรวจสอบสถานะของความสมดุลได้ครับ เริ่มต้นจากการสร้างสมการ POTENTIAL ENERGY ขึ้นมาก่อนนะครับ เราจะให้สมการนี้มีชื่อว่าสมการ V โดยแทนค่าให้ GENERALIZED COORDINATE ที่สนใจในการตรวจสอบสถานะของโครงสร้างนี้เป็นค่า θ ต่อมาก็ทำการ DIFFERENTIATE ครั้งที่ 1 และเราจะแทนค่าให้ผลจากการ DIFFERENTIATE นี้เท่ากับ 0 เราจะได้ว่า ∂V / ∂θ = 0 จากการ […]
สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่รักทุกๆ ท่าน สืบเนื่องจากเมื่อวันก่อนที่ผมได้โพสต์แชร์ความรู้และประสบการณ์ในการออกแบบโครงสร้างอาคารสูง (HIGH RISE BUILDING) และ อาคารที่มีช่วงเสาค่อนข้างยาว (LONG SPAN BUILDING) โดยได้แนะนำเพื่อนๆ ว่าในการออกแบบอาคารเหล่านี้ เราควรคำนึงและตรวจสอบค่า BRI หรือค่า BENDING RIGIDITY INDEX ของอาคารด้วยว่าการวางตำแหน่งเสาต่างๆ นั้นวางได้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อการรับแรงดัดมากน้อยเพียงใด (รูปที่ 1) (รูปที่ 2) (รูปที่ 3) ก่อนอื่นผมอยากจะให้เพื่อนๆ ได้ดูรูปที่ 1 รูปที่ 2 และ รูปที่ 3 ซึ่งเป็นรูปแบบแปลนของอาคารในอดีตที่ผมเคยออกแบบก่อนนะครับ จะเห็นได้ว่าอาคารเหล่านี้เป็นอาคารที่มีลักษณะความยาวช่วงของเสาที่ค่อนข้างยาวมากๆ เวลาที่ทางสถาปนิกออกแบบตำแหน่งเสาต่างๆ มาในแปลนสถาปัตยกรรม ผมก็จะทำการตรวจสอบว่าขนาด จำนวน ตำแหน่งการวาง ของเสาเหล่านี้มีความเหมาะสมเพียงใด โดยหนึ่งในหลายๆ อย่างที่ผมต้องตรวจสอบในฐานะวิศวกรโครงสร้างก็คือค่า BRI นี่เองครับ พอเมื่อวานผมโพสตืเกี่ยวกับเรื่องๆ นี้ก็มีน้องวิศวกรท่านหนึ่งมีความสนใจในประเด็นดังกล่าว น้องสอบถามมาว่า อยากให้ผมยก ตย การคำนวณค่า BRI […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะมายก ตย ถึงความรู้พื้นฐานกันอีกสักเรื่องหนึ่ง ซึ่งวันนี้ผมคงจะโพสต์ต่อเนื่องเป็นเรื่องสุดท้ายละกันนะครับ ต่อไปหากมีหัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจ ผมก็คงจะนำมาทยอยทบทวนให้แก่เพื่อนเรื่อยๆ นะครับ เรื่องในวันนี้ก็คือเรื่องปริมาณเหล็กเสริมรับแรงดึงน้อยที่สุดในโครงสร้างรับแรงดัดนั่นเองครับ เพื่อนๆ คงจะทราบดีอยู่แล้วนะครับว่าปริมาณนี้จะมีค่าเท่ากับ As min = 14bd/fy เพื่อนๆ ทราบถึงที่มาที่ไปของสมการนี้กันหรือไม่ครับ ? วันนี้เราจะมาทบทวนความรู้เรื่องนี้กันนะครับ เมื่อคานคอนกรีตเสริมเหล็กเริ่มรับ นน ทีละน้อยๆ และเพิ่มมากขึ้นจน นน เริ่มมากขึ้นจนค่าหน่วยแรงดึงที่ผิวด้านที่รับแรงดึงของขอบคานมีค่าสูงขึ้นจนมีค่าเท่ากับค่าโมดูลัสแตกร้าว (MODULUS OF RUPTURE) เราจะเรียกค่าโมเมนต์ที่สภาวะนี้ว่าค่าโมเมนต์แตกร้าว (CRACKING MOMENT) ที่ผิวด้านรับแรงดึงของคานจะเริ่มร้าว คอนกรีตจะทำการถ่ายหน่วยแรงดึงนี้ให้กับเหล็กเสริมที่อยู่ในคานทันที ดังนั้นปริมาณเหล็กเสริมน้อยที่สุดที่ควรใส่ไปในคานก็ควรจะสามารถต้านทานโมเมนต์ดัดแตกร้าวนี้ได้ด้วย หาก นน บรรทุกบนคานนี้มีค่าน้อยมากและเราไม่ทำการเสริมเหล็กรับแรงดึงในปริมาณที่น้อยที่สุดตามพฤติกรรมที่พูดถึงนี้ เมื่อคานคอนกรีตเริ่มที่จะร้าว คาน คสล นั้นจะเกิดการวิบัติแบบฉับพลันทันทีทันใดได้ (SUDDEN FAILURE) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เรายอมรับไม่ได้ในแง่ของการออกแบบ ดังนั้นในการพิจารณาถึงสภาวะเช่นนี้เราจะสมมติให้หน่วยแรงดึงในเหล็กเสริมนั้นมีกำลังถึงจุดคราก หรือ M = Mcr = As fy […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะมาขยายความต่อจากโพสต์เมื่อวานนะครับว่าเหตุใดผมถึงบอกกล่าวกับเพื่อนๆ ทุกๆ คนว่าความรู้ในระดับพื้นฐานทุกๆ เรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญ จากเรื่องเมื่อวานที่ผมโพสต์ไปว่าสมการในการหาค่า AXIAL DEFORMATION ในชิ้นส่วน BAR หรือ ROD จะมีค่าเท่ากับ PL/AE เพื่อนๆ อาจมีความสงสัยว่าเราจะนำสมการพื้นฐานเหล่านี้ไปใช้ และ ต่อยอดในระดับสูง กรณีใดได้บ้าง ? แน่นอนครับว่ากรณีที่เรานำไปใช้ตรงๆ ได้เลยก็คือกรณีที่ชิ้นส่วนโครงสร้างหนึ่งๆ ต้องรับแรงตามแนวแกน เช่น สมมติว่าเรามีชิ้นส่วนเหล็กที่มีค่า พท หน้าตัดเท่ากับ 1 cm^(2) มีค่าโมดูลัสยืดหยุ่นเท่ากับ 2×10^(6) ksc ความยาว 2 m ต้องรับแรงดึงเท่ากับ 10 ตัน เราสามารถที่จะคำนวณค่าการยืดตัวของชิ้นส่วนโครงสร้างนี้ได้จากสมการข้างต้นเลยครับ คือ มีค่าเท่ากับ (10×1000)(2×100)/(1)[2×10^(6)] = 1 cm เป็นต้น คราวนี้มาถึง ตย ที่อาจจะเรียกได้ว่าขั้นสูงขึ้นไปอีกนิด เรามาดู ตย ในรูปที่ 1 ที่ผมทำมาแนบให้ดูนะครับ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่านครับ วันนี้ผมอยากที่จะขอมาให้ความรู้พื้ฐานสั้นๆ เกี่ยวกับวัสดุคอนกรีตนะครับ หากเพื่อนๆ อ่าน TEXT BOOK หรือเอกสารตำราของต่างประเทศหลายๆ ครั้งเราอาจพบได้ว่าเมื่อทำดารอ้างถึงค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตที่อายุ 28 วัน มักจะใช้ CODE ระบุว่า C …X… / …Y… เพื่อนๆ สงสัยมั้ยครับว่า CODE นี้หมายถึงอะไรครับ ? คำตอบง่ายๆ เลยนะครับ คำว่า C ตัวหน้าหมายถึงกำลังอัดประลัยของคอนกรีตที่อายุ 28 วัน ค่า X หมายถึง ค่ากำลังที่อ้างอิงจาก ตย ทรงกระบอกมาตรฐานขนาด 150×300 มม ค่า Y หมายถึง ค่ากำลังที่อ้างอิงจาก ตย ทรงลูกบาศ์กมาตรฐานขนาด 150×150 มม ดู ตย จากในรูปนะครับ หากระบุว่าคอนกรีตที่ใช้นั้นมีชั้นคุณภาพใดจะระบุว่า C30/37 ซึ่งหมายถึง มีกำลังอัดประลัยที่อายุ 28 […]
สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่รักทุกท่าน มาต่อจากเนื้อหาเมื่อวันก่อนที่ผมได้อธิบายไปถึงประเภทของแรงเค้นกันต่อนะครับ โดยหากจำแนกประเภทของแรงกระทำหลักๆ ที่กระทำต่อหน้าตัดของโครงสร้างจะพบว่าประกอบด้วย (1) NORMAL FORCE (N) (2) SHEAR FORCE (V) (3) BENDING FORCE (M) (4) TORSIONAL FORCE (T) (5) THERMAL CHANGE (Δt) เนื่องจาก นน บรรทุกประเภทข้างต้นจะทำให้เกิดผลตอบสนองในแง่ของแรงเค้นที่แตกต่างกันได้ แต่ เมื่อทำการจำแนกประเภทของผลตอบสนองในรูปแบบของแรงเค้นที่แตกต่างกันเหล่านี้แล้วก็จะพบว่ามีแรงเค้นเหลือเพียงแค่ 2 ประเภทเท่านั้นครับ คือ (1) แรงเค้นตามทิศที่ตั้งฉากกับหน้าตัด หรือ แรงเค้นตามแนวแกน (NORMAL STRESS) (2) แรงเค้นตามทิศที่ขนานกับหน้าตัด หรือ แรงเค้นเฉือน (SHEAR STRESS) วันนี้เราจะมาดูแรงที่ทำให้เกิดแรงเค้นตามทิศที่ตั้งฉากกับหน้าตัด หรือ แรงเค้นตามแนวแกน (NORMAL STRESS) กันก่อนนะครับ (ดูรูปที่แนบมานะครับ) จะพบว่าไม่ว่าจะเป็นแรงตามแนวแกน แรงโมเมนต์ดัดรอบแกน หรือ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิก็แล้วแต่ […]










