สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่อยู่ เหนือพื้นดินขึ้นมา และ ใต้พื้นดินลงไป มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการพูดถึงเรื่อง ความหนาน้อยที่สุดสำหรับแผ่นพื้นชนิดวางตัวอยู่บนคานที่เป็น แผ่นพื้นทางเดียว และ แผ่นพื้นสองทาง ให้แก่เพื่อนๆ ทุกๆ คนได้รับทราบกันนะครับ โดยที่ผมต้องขออธิบายก่อนนะครับว่าสาเหตุที่ข้อกำหนดในการออกแบบได้กำหนดให้เราต้องทำการคำนวณหาค่าความหนาน้อยที่สุดของทั้งแผ่นพื้นทางเดียวและแผ่นพื้นสองทางนั่นเป็นเพราะว่า การคำนวณหาค่าการเสียรูปของโครงสร้างคอนกรีตนั้นสามารถที่จะทำได้แต่ก็ค่อนข้างยากเอาเรื่องอยู่ ข้อกำหนดการออกแบบจึงได้มีแนวคิดว่า หากผู้ออกแบบกำหนดให้ใช้ขนาดความหนาของแผ่นพื้นให้มีค่ามากกว่าค่าความหนาน้อยที่สุดที่ได้ให้ไว้เป็นแนวทางในข้อกำหนดนี้แล้ว ผู้ออกแบบก็อาจที่จะไม่จำเป็นต้องทำการคำนวณหาค่าการเสียรูปของโครงสร้างแผ่นพื้นนี้ก็ได้นั่นเองครับ อย่างไรก็ดีผมก็อยากจะเน้นย้ำเอาไว้ตรงนี้สักเล็กน้อยนะครับว่า การไม่คำนวณหาค่าการเสียรูปของแผ่นพื้นนั้นสามารถที่จะทำได้แต่แผ่นพื้นนั้นๆ ก็ต้องมีลักษณะต่างๆ เป็นไปตามปกติด้วย เช่น มีลักษณะช่วงและความยาวของพื้นที่ปกติ มีลักษณะของการรับน้ำหนักในปริมาณที่ปกติ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นปกติ เป็นต้น เอาละ เรามาเริ่มต้นที่แผ่นพื้นทางเดียวก่อนก็แล้วกัน ยังไงผมขอให้เพื่อนๆ ดูรูปประกอบนะครับ หากผมกำหนดให้ค่า Ln นั้นเป็นระยะช่วงว่างการพาดของแผ่นพื้น ลักษณะของความหนาน้อยที่สุดของแผ่นพื้นทางเดียวนั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพของการยึดรั้งของแผ่นพื้นเป็นหลัก ดังนั้นเราจึงมีวิธีการพิจารณาจากลักษณะของช่วงที่แผ่นพื้นนั้นๆ มีการยึดรั้ง เช่น แผ่นพื้นที่ไม่มีช่วงต่อเนื่องเลย ค่าระยะความหนาน้อยที่สุดจะมีค่าเท่ากับ Ln/20 หรือหากเป็น แผ่นพื้นที่มีช่วงเป็นปลายต่อเนื่อง 1 ด้าน ค่าระยะความหนาน้อยที่สุดจะมีค่าเท่ากับ Ln/24 หรือหากเป็น […]
Category Archives: เกี่ยวกับก่อสร้าง
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่อยู่ เหนือพื้นดินขึ้นมา และ ใต้พื้นดินลงไป มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการพูดถึงเรื่อง แผ่นพื้นชนิดวางตัวอยู่บนคานที่เป็น แผ่นพื้นสองทาง ให้เพื่อนๆ ทุกๆ คนได้รับทราบกันนะครับ แผ่นพื้นชนิดวางตัวอยู่บนคานที่เป็น แผ่นพื้นสองทาง ก็คือพื้นที่มีระยะของด้านยาว (L) น้อยกว่า หรือ เท่ากับ 2 เท่าของระยะของด้านสั้น (B) ซึ่งเราจะนิยามพฤติกรรมการรับน้ำหนักของแผ่นพื้นชนิดนี้ให้เป็นไปในอย่างน้อย สอง ทิศทางนั่นก็คือทาง ด้านสั้น และ ด้านยาว ซึ่งการเสริมเหล็กในแผ่นพื้นชนิดนี้ก็จะเป็นไปคล้ายๆ กันกับในแผ่นพื้นทางเดียว คือจะมีอยู่ในทั้งสองทิศทางโดยที่มักจะทำออกมาเป็นเหล็กตะแกรง ทิศทางแรกก็คือ ทิศทางการเสริมเหล็กหลัก (MAJOR REINFORCEMENT) นั่นก็คือ ทิศทางทางด้านสั้นของแผ่นพื้น ซึ่งตามปกติแล้วเรามักที่จะทำการออกแบบให้เหล็กเสริมภายในชั้นๆ นี้วางตัวอยู่ด้านนอกสุด (EXTREME FIBER) โดยอาจจะเป็นที่ขอบบน (TOP FIBER) หรือขอบล่าง (BOTTOM FIBER) ก็ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีระยะความลึกประสิทธิผล (EFFECTIVE […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ จริงๆ แล้วปัญหาที่ผมจะขอนำมาหยิบยกมาเพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาในวันนี้ก็จะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่องงานออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างซึ่งหัวข้อก็คือ ผลของการที่เราไม่นำผลของค่าการเสียรูปอันเนื่องมาจากแรงเฉือน หรือ SHEAR DEFORMATION มาใช้ในการวิเคราะห์โครงสร้างนั่นเองครับ ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ วิศวกรโครงสร้างหลายๆ คนคงจะกำลังเจออยู่หรืออย่างน้อยต้องเคยมีโอกาสได้ประสบพบเจอกับปัญหานี้กันมาบ้างไม่มากก็น้อย โดยที่ปัญหาๆ นี้จะเกิดขึ้นเกือบจะในทุกๆ ครั้งที่เราทำการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยกระบวนการทาง FEA หรือ FINITE ELEMENT ANALYSIS และมีความต้องการที่จะทำการเปรียบเทียบกับการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยการคำนวณมือ หรือ MANUAL CALCULATION ซึ่งเรามักจะพบว่า ผลจากการคำนวณด้วยมือนั้นจะให้ค่าที่แตกต่างออกไปจากผลที่ได้จากการทำ FEA อยู่เสมอ หรือ พูดง่ายๆ คือแทบจะหาโอกาสที่คำตอบโดยทั้ง 2 วิธีนั้นจะออกมามีค่าที่ตรงกันไม่ได้เลยสักครั้งเดียว วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการให้คำแนะนำแก่เพื่อนๆ หากเจอกับปัญหาๆ นี้น่ะซึ่งคำแนะนำของผมหากเพื่อนๆ มีโอกาสได้พบเจอกับปัญหาๆ นี้ก็คือ ไม่ต้องทำอะไรครับ … ใช่ครับเพื่อนๆ อ่านไม่ผิด ผมได้บอกไปว่า ไม่ต้องทำอะไร แต่อ่านให้จบประโยคต่อไปนี้ก่อนนะครับ สาเหตุที่ผมแจ้งว่า ไม่ต้องทำอะไร หมายถึงว่า ไม่ต้องทำอะไรให้เกิดความยุ่งยากมากขึ้นเป็นพิเศษจนทำให้เพื่อนๆ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้และวิธีในการอ่านข้อมูล ซึ่งจะรวมไปถึงการนำข้อมูลจากผลการทดสอบดินหรือ BORING LOG ไปใช้งานมาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผมเคยได้โพสต์อธิบายในเบื้องต้นถึงหลักในการประเมินในเรื่องของรายละเอียดต่างๆ ของหลุมทดสอบดินให้แก่เพื่อนๆ ไปแล้ว เช่น เรื่องตำแหน่งในการทดสอบดิน เรื่องวิธีในการทดสอบดิน เรื่องความลึกของหลุมเจาะเพื่อทำการทดสอบดิน เป็นต้น เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมจะขออนุญาตพูดถึงข้อมูลเชิงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องความลึกของหลุมเจาะเพื่อทำการทดสอบดินกันบ้างนะครับ อย่างที่ทราบกันดีนะครับว่าหากเราจะทำการแบ่งประเภทของฐานรากที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักบรรทุกต่างๆ จากอาคารเพื่อถ่ายต่อลงไปสู่ดินเราจะสามารถทำการจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ 1.ฐานรากแบบตื้น 2.ฐานรากแบบลึก ดังนั้นในวันนี้ผมอยากที่จะขอเริ่มต้นทำการพูดและอธิบายถึงชนิดของ ฐานรากแบบตื้น (SHALLOW FOUNDATION) เราจะต้องทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่าฐานรากประเภทนี้จะรวมไปถึง PAD FOUNDATION และ RAFT FOUNDATION ด้วยนะครับ โดยที่ผมทำการแบ่งประเภทของ ระยะของการประเมินความลึกของหลุมทดสอบ หรือ ระยะ H ออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ครับ แบบ (A) จะเป็นฐานรากแบบ PAD FOUNDATION โดยหากว่าเราพอที่จะสามารถทำการประเมินหาค่าความกว้างโดยประมาณของฐานราก […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมจะมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับปัญหาๆ หนึ่งซึ่งหากว่าพวกเรานั้นเป็นเจ้าของอาคารหรือผู้ใช้งานอาคาร ก็อาจจะไม่เคยมีโอกาสได้พบเจอกับปัญหาๆ นี้กันเลยนะครับนั่นก็เป็นเพราะว่าปัญหานี้จะเกิดเฉพาะตอนที่ทำการก่อสร้างงานวิศวกรรมโครงสร้างเท่านั้น นั่นก็คือ การที่เมื่อทำการเทคอนกรีตลงไปในแบบเสร็จแล้วทำการแกะแบบออกมาก็จะพบว่าที่บริเวณผิวนั้นไม่เต็มหรือแหว่งไป ซึ่งในบางครั้งก็อาจจะทำให้เห็นเหล็กเสริมภายในชิ้นส่วนโครงสร้างเลยก็ได้ ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าหากปล่อยเอาไว้ให้อยู่ในสภาพเช่นนี้นานๆ ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคตแก่โครงสร้างนั้นๆ ได้นะครับ จริงๆ แล้วสาเหตุของปัญหาๆ นี้อาจมีอยู่ด้วยกันหลายประการเลยนะครับ เช่น อาจจะเกิดจากการที่เหล็กเสริมภายในโครงสร้างนั้นมีขนาดใหญ่มากจนเกินไปจนทำให้หินในคอนกรีตนั้นไม่สามารถที่จะแทรกตัวเข้าไปในช่องว่างได้ หรือ ในทางกลับกันก็อาจจะเกิดจากการที่หินที่ใช้ในการผสมคอนกรีตนั้นมีขนาดที่ใหญ่มากจนเกินไป หรือ อาจจะเกิดจากการที่คนงานที่ทำหน้าที่ในการจี้คอนกรีตนั้นทำการจี้คอนกรีตไม่ทั่วถึง หรือ อาจจะใช้เวลาในการจี้ที่น้อยจนเกินไป หรือ อาจจะเกิดจากการที่ผู้ควบคุมการทำงานนั้นไม่ได้อยู่ดูการทำงานของช่างตลอดเวลา เป็นต้น และหากเพื่อนๆ สังเกตดูดีๆ ก็จะพบเห็นได้ว่าสาเหตุของปัญหาๆ นี้มีอยู่ด้วยกันมากมายหลายประการจริงๆ นะครับ ดังนั้นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ที่ดีสุดเลยก็คือ ต้องควบคุมเรื่องการควบคุมงานให้ดีเป็นหลักเลยละครับ โดยที่อาจจะต้องทำการอบรมผู้ควบคุมการทำงานให้คอยควบคุมคนงานที่ทำหน้าที่ในการจี้คอนกรีตให้ทั่วถึง ทั้งนี้ก็เพื่อให้สภาพของคอนกรีตเมื่อทำการแกะแบบออกมานั้นออกมาดีแต่หากพบว่าเมื่อทำการถอดแบบออกมาแล้วพบเจอกับปัญหาแบบนี้เข้าจริงๆ หากพิจารณาดูแล้วพบว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นเพียงแค่ในขั้นต้นเท่านั้น ไม่ได้รุนแรงหรือร้ายแรงอะไรมากมายจนเกินไปนักก็อาจจะใช้วิธีการพื้นฐานที่สามารถทำการแก้ไขได้เลยก็คือ ให้ทำการสกัดผิวบริเวณคอนกรีตส่วนนั้นออกสักเล็กน้อย จากนั้นก็ทำการการตีไม้แบบเพื่อทำการเทคอนกรีตหรือ NON-SHRINK ให้เต็มรอยๆ นั้น แต่หากพบว่าปัญหานั้นค่อนข้างที่จะหนักและรุนแรงมากๆ ผมก็ขอแนะนำว่าให้ทำการปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นกรณีๆ ไปจะเป็นการดีที่สุดนะครับ หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้และวิธีในการอ่านข้อมูล ซึ่งจะรวมไปถึงการนำข้อมูลจากผลการทดสอบดินหรือ BORING LOG ไปใช้งานมาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ หลังจากที่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมได้ทำการคั่นเนื้อหาเรื่องการทดสอบชั้นดินเพื่อที่จะพูดถึงประเด็นเรื่องราวอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อนๆ กันไปมากพอสมควรแล้ว วันนี้ผมคิดว่าเราน่าจะกลับมาพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องหลักของเรากันต่อจะดีกว่า ดังนั้นในวันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่อง ประเภทและลักษณะการทดสอบหาค่ากำลังของชั้นดิน นะครับ ประเภทและลักษณะการทดสอบหาค่ากำลังของชั้นดินนั้นสามารถที่จะทำการคัดแยกออกได้เป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ ด้วยกันนั่นก็คือ การทดสอบดินในสนาม (FIELD TEST) การทดสอบในลักษณะนี้ก็คือ การนำเอาเครื่องมือต่างๆ ในการทดสอบชั้นดินออกไปเพื่อทำการทดสอบชั้นดินในสนามโดยที่ดินนั้นจะอยู่ในสภาพที่ไม่ถูกรบกวนเลยหรือพูดง่ายๆ คือดินจะมีสภาพที่เป็นไปตามตามธรรมชาติเลยนะครับ การทดสอบดินในห้องปฏิบัติการ (LABORATORY TEST) การทดสอบในลักษณะนี้ก็คือ การเก็บตัวอย่างของดินจริงๆ จากชั้นดินในสนาม ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะนำเอาตัวอย่างของดินเหล่านี้มาทำการทดสอบในห้องปฏิบัติการ เอาละ ในวันนี้ผมอยากที่จะขอเริ่มต้นทำการพูดถึงและยกตัวอย่างถึงวิธีการต่างๆ ที่เรามักจะทำการทดสอบดินในสนามก็แล้วกัน ซึ่งอาจจะประกอบไปด้วย – วิธีการ STANDARD PENETRATION TEST (SPT) – วิธีการ DUTCH CONE PENETRATION TEST […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่อยู่ เหนือพื้นดินขึ้นมา และ ใต้พื้นดินลงไป มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ สืบเนื่องจากโพสต์ของเมื่อวานนี้ที่ผมได้นำความรู้เรื่อง การเปรียบเทียบลักษณะคุณภาพของรอยเชื่อมว่าแบบใดที่จัดว่า ดี และแบบใดที่จัดได้ว่า ไม่ดี วันนี้ผมจะขออนุญาตนำภาพเหตุการณ์จริงๆ ที่น่าจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ที่โครงสร้างของอาคารแห่งหนึ่งนั้นเกิดการวิบัติขึ้น ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากการที่คุณภาพของรอยเชื่อมนั้นไม่ดีหรือไม่ได้คุณภาพนั่นเองครับ จากรูปจะเห็นได้ว่าอาคารนี้เป็นอาคารคล้ายๆ กับอาคารโกดังเก็บสินค้า มีโครงสร้างฐานราก ตอม่อและชั้นล่างเป็น คสล และส่วนอื่นๆ ที่เหนือขึ้นมาจากตอม่อก็จะเป็นเหล็ก ไล่ตั้งแต่เสา และ โครงหลังคา ซึ่งเพื่อนๆ จะเห็นได้ว่าเสาโครงสร้างเหล็กนั้นทำมาจากเหล็ก H-BEAM ที่มีขนาดที่มองด้วยตาเปล่าแล้วก็อาจพบได้ว่าใหญ่พอสมควรเลย ถ้าดูแค่นี้เพื่อนๆ ก็อาจจะงงและสงสัยกันว่า แล้วอะไรคือสาเหตุของการวิบัติของโครงสร้างกัน ? หากเพื่อนๆ เลื่อนดูภาพต่อไปก็จะสามารถพบเห็นภาพที่บริเวณจุดต่อระหว่าง ตอม่อ และ เสาเหล็ก ผนวกกันกับ ร่องรอยของการเชื่อมที่บริเวณจุดต่อของโครงหลังคาเพื่อนๆ ก็จะถึงบางอ้อในทันทีเลยและก็จะสามารถสรุปได้แทบจะในทันทีว่าการทำงานก่อสร้างภายในโครงการแห่งนี้ขาดซึ่งความประณีตเรียบร้อยอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว ส่วนใครเป็นคนรับจ้างทำงานก่อสร้าง สาเหตุของฝีมือในการทำงานที่ออกมาแย่ขนาดนี้คืออะไร ผมคงจะขออนุญาตละไว้ไม่ขอพูดถึงประเด็นๆ นี้เพราะตัวผมเองก็ไม่อาจที่จะทราบข้อมูลทั้งหมดได้ เพียงแต่ผมต้องการที่จะชี้ให้เพื่อนๆ ทุกคนเห็นว่า ผลจากการแค่ผู้ควบคุมการทำงานนั้น ละเลย ไม่ใส่ใจ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปัญหาและเทคนิคในการทำงานก่อสร้างโครงสร้างประเภทต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมจะมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับปัญหาๆ หนึ่งที่จริงๆ แล้วเป็นความรู้ที่อยู่ในระดับขั้นพื้นฐานมากๆ แต่พวกเราหลายๆ คนมักที่จะมองข้ามไปจนบางครั้งกลายเป็นปัญหาใหญ่โตเลยทีเดียวนั่นก็คือ การเกิดรอยแตกร้าวอันเนื่องมาจากการหดตัวในโครงสร้างคอนกรีต หรือ ที่พวกเรานิยมเรียกๆ กันว่า SHRINKAGE นั่นเองนะครับ เราจะสามารถพบปัญหานี้ได้โดยทั่วไปในโครงสร้างที่ทำจากคอนกรีตเลยนะครับ โดยเฉพาะโครงสร้างที่เป็นพื้น คสล หล่อในที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นแบบที่มีคานรองรับหรือไม่มีคานรองรับก็แล้วแต่ โดยอาจจะพบในโครงสร้าง คอร บ้างแต่จะมีโอกาสน้อยกว่าพื้น คสล ซึ่งวิธีการสังเกตรอยร้าวประเภทนี้ก็ง่ายๆ และตรงไปตรงมาเลยก็คือ รอยร้าวจะเกิดแบบมั่วไปหมด เกิดแบบสะเปะสะปะมากๆ หมายความไม่มี รูปแบบ หรือ PATTERN ของการเกิดรอยร้าวที่ตายตัวเลย ซึ่งจะตรงกันข้ามกับรอยร้าวที่เกิดจากการที่โครงสร้างเองนั้นมีปัญหาโดยตรง ส่วนสาเหตุของการเกิดก็ตามชื่อที่ใช้เรียกเลยนั่นก็คือ คอนกรีต เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติในเรื่องของการหดตัวเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาอยู่แล้ว ดังนั้นในตอนที่ทำการเทคอนกรีตใหม่ๆ ในขณะที่ยังมีน้ำผสมอยู่ในคอนกรีตเต็มไปหมดเราจะไม่สามารถสังเกตเห็นปัญหาข้อนี้ได้เลย แต่ จะพบได้ก็ต่อเมื่อคอนกรีตนั้นๆ เริ่มที่จะเซ็ตตัวแล้ว กล่าวคือจะเห็นปัญหาข้อนี้ได้อย่างชัดเจนก็ต่อเมื่อน้ำเกิดการระเหยไปแล้ว ดังนั้นหากเพื่อนๆ มีโอกาสต้องไปพบเจอกับปัญหาข้อนี้เข้า ก็อย่าได้เพิ่งวิตกกังวลมากจนเกินไป เพราะ รอยร้าวที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิดจากการที่โครงสร้างเองนั้นมีปัญหาโดยตรง นอกเสียจากว่าจะเกิดรอยร้าวที่มีขนาดใหญ่มากๆ ซึ่งก็จะมีโอกาสเกิดลักษณะของปัญหาแบบนี้ได้ยากมากๆ เลยละครับ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่อยู่ เหนือพื้นดินขึ้นมา และ ใต้พื้นดินลงไป มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ สืบเนื่องจากมีเพื่อนของผมท่านหนึ่งได้ฝากคำถามๆ หนึ่งเอาไว้ในอินบ็อกซ์ซึ่งผมเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์หากนำมาเล่าสู่กันฟังกับเพื่อนๆ ด้วยคำถามนั้นก็คือ การโก่งตัวที่ยอมให้ของโครงสร้างคานที่มีลักษณะเป็นแบบยื่น หรือ CANTILEVER BEAM นั้นมีมาตรฐานการคำนวณใดที่กำหนดให้เรานั้นทำการคิดคำนวณ และ มีวิธีการคำนวณเกณฑ์ๆ นี้อย่างไรครับ ? เป็นยังไงบ้างเอ่ย คำถามนี้น่าสนใจดีใช่มั้ยละครับ เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการตอบคำถามข้อนี้ของเพื่อนของผมท่านนี้กันก่อนก็แล้วกันนะครับ หากเพื่อนๆ ไปเปิดดูเพื่อหาคำตอบของคำถามข้อนี้เพื่อนๆ อาจจะรู้สึกฉงนและแปลกใจว่า เพราะเหตุใดมาตรฐานการออกแบบที่พวกเราต่างคุ้นเคยกันจึงไม่มีการกล่าวถึงประเด็นๆ นี้กันเลย แต่ก็ใช่ว่าไม่มีครับ โดยที่ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ผมเริ่มประกอบวิชาชีพวิศวกรรมผมเองก็เคยมีข้อสงสัยข้อนี้เช่นกัน เพราะมีความรู้สึกว่า โครงสร้างส่วนยื่น น่าที่จะมีข้อกำหนดในเรื่องของค่าการโก่งตัวที่แตกต่างออกไปจากโครงสร้างอื่นๆ ดังนั้นผมจะขออ้างอิงไปที่มาตรฐานการออกแบบของประเทศออสเตรเลียหรือ AS4100 ตามรูป โดยหากเพื่อนๆ สังเกตดูจะพบว่าสำหรับโครงสร้างส่วนยื่นนั้นจะมีค่าการโก่งตัวที่ยอมให้ในเกณฑ์ที่ มากกว่า โครงสร้างที่มีลักษณะอื่น ไม่ว่าลักษณะของการรับน้ำหนักจะเป็นเช่นไรก็ตามครับ โดยที่สาเหตุนั้นจะมาจากการที่โครงสร้างคานยื่นนั้นจะมีลักษณะของการยึดรั้ง และ ความแข็งแกร่งของโครงสร้าง หรือ STRUCTURAL STIFFNESS ที่ น้อยกว่า โครงสร้างคานที่มีการยึดรั้งในรูปแบบอื่นๆ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาครับที่มาตรฐานการออกแบบจึงทำการกำหนดให้ค่าการโก่งตัวของโครงสร้างส่วนนี้ยอมให้เกิดขึ้นได้มากกว่าโครงสร้างส่วนอื่นๆ […]
สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ความรู้ทางด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกันกับการทำงานทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างเชิงพลศาสตร์ต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ผมทำการอัดคลิปวีดีโอแนะนำถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ในหลายๆ เรื่องหลายๆ วิชา ผลปรากฏว่าได้รับความสนใจดีเลยทีเดียว ผมเลยมีความคิดว่าหากผมจะทำคลิปเพื่อนำมาใช้ในหัวข้อวิศวกรรมโครงสร้างเชิงพลศาสตร์บ้างก็น่าจะเป็นการดีเหมือนกันนะครับ ประกอบกับการที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้เล่าให้ฟังไปแล้วว่าผมอยากที่จะนำเอาคำถามท้ายบทในหนังสือ TEXT BOOK ที่มีชื่อว่า DYNAMICS OF STRUCTURES ที่แต่งโดย ANIL K. CHOPRA ซึ่งท่านสอนอยู่ที่ UNIVERSITY OF CALIFORNIA AT BERKELEY มาเฉลยและอธิบายวิธีในการทำให้แก่เพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ผลก็ปรากฎว่าก็เห็นมีเพื่อนๆ หลายคนได้แสดงความสนใจมาช่วยกันกดไลค์ แต่ ผมก็ยังไม่เห็นมีใครได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นใดๆ เพิ่มเติมเลยนะครับ วันนี้ผมเลยอยากจะขอนำเสนอ TEXT BOOK อีกสักเล่มนั่นก็คือ ENGINEERING VIBRATION ที่แต่งโดย DANIEL J. INMAN โดยที่หนังสือเล่มนี้จะเน้นและกล่าวถึงเรื่อง วิศวกรรมการสั่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ีมีความสำคัญมากๆ ของศาสตร์ทางด้านพลศาสตร์โครงสร้างเลยก็ว่าได้นะครับ เนื้อหาต่างๆ […]










