Author Archives: admin

สภาวะของการที่โครงสร้างเสาเข็มของเรานั้นเกิดแรงดึงฉุดลง

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ ในวันนี้ผมอยากจะขออนุญาตมาทำการพูดถึงหัวข้อที่มีความสำคัญมากหัวข้อหนึ่งที่มีความเกี่ยวพันกันกับเรื่องของการรับกำลังของเสาเข็มของเรา ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วตัวของผมเองก็เคยได้ทำการพูดถึงหัวข้อๆ นี้ไปก็หลายครั้งแล้วในการโพสต์ของผมก่อนหน้านี้ เรื่องๆ นี้ก็คือ สภาวะของการที่โครงสร้างเสาเข็มของเรานั้น เกิดแรงดึงฉุดลง หรือ NEGATIVE SKIN FRICTION นั่นเองนะครับ ก่อนหน้านี้ผมเคยได้อธิบายให้กับเพื่อนๆ ทุกๆ คนไปหลายครั้งแล้วว่า สภาวะของการที่โครงสร้างเสาเข็มนั้นเกิดแรงดึงฉุดลง เป็นสภาวะหนึ่งที่พวกเราเหล่าวิศวกรผู้มีหน้าที่ในการออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้างนั้นจะต้องพึงระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้นในโครงสร้างเสาเข็มของเราเพราะอาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียต่างๆ ตามมาได้อย่างมากมายเลย ซึ่งที่ผ่านมานั้นผมอาจจะยังไม่เคยได้ทำการพูดถึงในเชิงของรายละเอียดและสาเหตุว่า เพราะเหตุใดหรือเพราะปัจจัยใดที่เราควรระวังมิให้โครงสร้างเสาเข็มของเรานั้นจะเกิดสภาวะของการที่เสาเข็มนั้นเกิดแรงดึงฉุดลงไป ดังนั้นในวันนี้ผมก็จะมาทำการพูดและอธิบายถึงหัวข้อๆ นี้ให้เพื่อนๆ ทุกคนๆ ได้รับทราบและทำความเข้าใจกันพอสังเขป โดยที่ผมก็จะทำการอธิบายโดยอาศัยรูปภาพที่ใช้แนบประกอบมาพร้อมกันกับโพสต์ๆ นี้ ซึ่งในรูปๆ นี้เป็นกรณีของเสาเข็มที่ต้อง รับแรงฝืดเป็นหลัก หรือ FRICTION PILE และเพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราจะมาเริ่มต้นดูไปทีละ CASE ทีละ CASE กันเลยก็แล้วกันนะครับ   เริ่มต้นจาก CASE I กันก่อน ความยาวของโครงสร้างเสาเข็มในกรณีนี้จะมีความยาวมากในระดับหนึ่งและตัวโครงสร้างเสาเข็มนั้นจะถูกวางอยู่ในชั้นดินหลักที่ค่อนข้างจะเป็น […]

การจำแนกประเภทของโครงสร้าง

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ   โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ สำหรับนักเรียนและนักศึกษา ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ จากรูปโครงสร้างดังรูป หากผมทำการกำหนดให้ค่าของ B คือ “ค่าจำนวนของชิ้นส่วนโครงสร้าง” ส่วนค่าของ R คือ “ค่าจำนวนของแรงที่ไม่ทราบค่า” ส่วนค่าของ J คือ “ค่าจำนวนของจุดต่อโครงสร้าง” และค่าของ C คือ “ค่าจำนวนของ INTERNAL HINGE” คำถามก็คือ   (1) จากข้อมูลที่มีการกล่าวถึงเอาไว้ในข้อ (A) (B) (C) และ (D) ข้อใดที่กล่าวได้อย่างถูกต้องมากที่สุดครับ ? (2) หากจะทำการจำแนกตามความยากหรือง่ายในการวิเคราะห์โครงสร้าง โครงสร้างในรูปๆ นี้จะมีลักษณะเป็นแบบใดครับ ?   หวังว่าความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมได้นำมาฝากแก่เพื่อนๆ ทุกๆ ท่านจากคำถามในวันนี้น่าที่จะมีประโยชน์ต่อทุกๆ […]

ความรู้เกี่ยวกับคอนกรีตปั๊ม

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันอังคารแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ   เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ทำการอธิบายถึงอุปกรณ์ที่มีประโยชน์อย่างหนึ่งในการทำงานการก่อสร้างในไซต์งานที่อยู่ค่อนข้างอยู่ในพื้นที่ๆ มีความลึกหรือพื้นที่ๆ อยู่ค่อนข้างสูง นั่นก็คือ รถเครนและถังบรรจุคอนกรีตหรือ CONCRETE BUCKET ทำให้ผมนึกถึงอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งซึ่งจะช่วยให้การทำงานการก่อสร้างของเพื่อนๆ นั้นมีความประหยัดมากยิ่งขึ้นไปนั่นก็คือ “คอนกรีตปั๊ม” นั่นเองครับ   หากจะให้นิยามความหมายของ คอนกรีตปั๊ม ให้เข้าใจได้โดยง่ายเลยก็คือ อุปกรณ์ๆ หนึ่งที่จะทำหน้าที่ในการยิงคอนกรีตขึ้นไปยังสถานที่ก่อสร้างที่อยู่ในพื้นที่ไกลๆ หรือ สูงๆ ซึ่งผมเชื่อว่าพอผมเอ่ยชื่อของเจ้า คอนกรีตปั๊ม ขึ้นมาก็คงจะมีเพื่อนๆ ของเราหลายๆ คนที่ทราบและรู้จักกันดีอยู่แล้ว เอาเป็นว่าในวันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกันกับ คอนกรีตปั๊ม นี้พร้อมๆ กันนะครับ   คอนกรีตปั๊มก็คือ อุปกรณ์ในการลำเลียงคอนกรีตชนิดหนึ่ง โดยที่ในปัจจุบันเจ้าอุปกรณ์ๆ นี้ได้เข้ามามีบทบาททดแทนหารทำงานของอุปกรณ์อื่นๆ ทั่วๆ ไปที่เคยมีการใช้งานในสถานที่ก่อสร้าง เช่น รถเข็นคอนกรีต ลิฟต์ขนคอนกรีต ทาวเวอร์เครนลำเลียงคอนกรีต สายพานลำเลียงคอนกรีต เป็นต้นครับ   เนื่องจากคอนกรีตปั๊มสามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการในการเทคอนกรีตในพื้นที่ๆ คับแคบๆ หรือในพื้นที่ๆ […]

วิเคราะห์โครงสร้างเชิงพลศาสตร์

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน เนื่องจากเมื่อช่วงสองถึงสามสัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมได้ทำการโพสต์คลิปเพื่อแสดงวิธีในการแก้ปัญหาข้อที่ 6.14 ซึ่งเป็นปัญหาท้ายบทที่ 6 จากหนังสือ DYNAMICS OF STRUCTURES เขียนโดย ANIL K. CHOPRA ซึ่งหนังสือเล่มนี้ที่ผมเลือกนำมาใช้จะเป็นหนังสือฉบับ EDITION ที่ 3 นะครับ   เมื่อเดือนที่แล้วที่ผมได้ทำการโพสต์คลิปเพื่อแสดงวิธีในการแก้ปัญหาข้อที่ 6.11 6.12 และ 6.13 ซึ่งเป็นปัญหาท้ายบทที่ 6 จากหนังสือ DYNAMICS OF STRUCTURES เขียนโดย ANIL K. CHOPRA และหากเพื่อนๆ จำได้ ผมได้ทำการอธิบายเอาไว้ว่าสิ่งที่เราเรียนรู้ได้การกแก้ปัญหาในข้อที่ 6.11 6.12 และ 6.13 ก็คือ ประเด็นในเรื่องความสัมพันธ์ของค่าคาบการสั่นธรรมชาติของตัวอาคารหรือค่า NATURAL PERIOD กับค่าความเร่งจากเสปคตรัมการออกแบบหรือค่า PSUEDO ACCELERATION ว่าทั้งสองค่านี้จะอยู่ในช่วงที่เป็นแบบใด ดังนั้นในวันนี้ผมจึงจะขอมาทำการยกตัวอย่างถึงกรณีจริงๆ ของเสปคตรัมการออกแบบ ซึ่งผมได้หยิบยกนำเอาเสปคตรัมการออกแบบของจังหวัดเชียงใหม่มาใช้เพื่อเป็นตัวอย่างในวันนี้นะครับ หากเพื่อนๆ ดูในรูปที่ผมได้แนบมาในโพสต์ๆ […]

ระบบโครงสร้างฐานรากของอาคารในอดีตของประเทศไทย

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ   ตามที่เพื่อนๆ ทราบกันดีว่าระบบฐานรากในปัจจุบันเราจะนิยมใช้เป็นเป็นระบบฐานราก ค.ส.ล โดยจะเป็นฐานรากที่วางลงไปบนดินโดยตรงซึ่งเราจะเรียกว่า BEARING FOUNDATION หรือว่าเป็น ฐานรากที่วางอยู่บนเสาเข็มซึ่งเราจะเรียกว่า PILE FOUNDATION แต่เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ครับว่าในอาคารจำพวก วัดวาอารามหรือโบราณสถานที่เราอาจจะเห็นได้ในส่วนต่างๆ ของประเทศไทยเรานั้นมีการก่อสร้างโดยใช้ระบบฐานรากเป็นแบบใดกัน ? ดังนั้นในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาพาเพื่อนๆ มาย้อนเวลากลับไปในอดีตกัน โดยที่ผมจะพาเพื่อนๆ ไปดูระบบโครงสร้างฐานรากของอาคารในอดีตของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น บ้าน วัด หรือ เจดีย์ เป็นต้นนะครับ   หากเพื่อนๆ ดูรูปประกอบก็จะเห็นได้ว่าลักษณะฐานรากของโบราณสถานของไทยนั้นถูกสร้างขึ้นโดยภูมิปัญญาของช่างท้องถิ่นจริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งมากๆ และผมก็เชื่อว่าเพื่อนๆ ก็คงจะมีคำถามแน่ๆ ว่าคนในอดีตนั้นจะสามารถคิดค้นและทำการก่อสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาโดยปราศจากองค์ความรู้เหมือนเช่นในปัจจุบันนี้เหมือนที่พวกเรามีได้อย่างไร ?   เอาเป็นว่าพวกเค้าก็สร้างฐานรากที่จะทำหน้าที่ในการรองรับน้ำหนักของอาคารต่างๆ มากันมาเยอะมากแล้ว โดยที่ฐานรากในอดีตนั้นก็ยังคงความมีคอนเซ็ปต์ที่เราอาจจะเรียกได้ว่าเป็น RULE OF THUMB ในการทำงานฐานรากในยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เช่น วิธีการคิดของช่างที่มีการคำนวณตามหลักการสมดุลเหมือนกันกับในรูปของฐานรากแบบแผ่ที่วางตัวอยู่บนโอ่งหรือไห ซึ่งแนวคิดนี้คือ […]

ปัญหาเรื่อง ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไป เกี่ยวกับระบบเสาเข็มรับแรงฝืด

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ   เมื่อช่วงประมาณสักหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมได้รับข้อความเข้ามาทางอินบ็อกซ์จากน้องท่านหนึ่งซึ่งใจความของคำถามนั้นมีดังต่อไปนี้ครับ “ผมจะรบกวนขอคำปรึกษาดังนี้ครับ หากเรามีความต้องการที่จะทำการทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็มเจาะแบบแห้งหรือ DRY PROCESS BORED PILE ด้วยวิธี DYNAMIC LOAD TEST แบบนี้ควรที่จะต้องรอให้คอนกรีตของเรานั้นมีอายุครบ 28 วัน ใช่หรือไม่ครับ ?”   ซึ่งผมก็ได้ตอบคำถามน้องท่านนี้ไปในเบื้องต้นว่า คำถามข้อนี้เป็นคำถามที่ดี ซึ่งเหมือนกันกับในหลายๆ กรณีจากหลายๆ โพสต์ที่ผ่านมาของผม ที่ผมมักจะเอ่ยถึงอยู่เสมอว่า กลไกการรับกำลังของเสาเข็มนั้นจะขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักๆ นั่นก็คือ 1.กำลังการรับน้ำหนักจาก ดิน 2.กำลังรับน้ำหนักจากตัวโครงสร้างของเสาเข็มเอง ดังนั้นหากถามว่าจำเป็นหรือไม่ที่เราจะต้องรอให้คอนกรีตของเรานั้นมีอายุครบ 28 วัน ประเด็นก็จะอยู่ที่ว่า กำลังการรับน้ำหนักจาก ดิน หรือ กำลังรับน้ำหนักจากตัวโครงสร้างของเสาเข็มเอง จะเป็นตัวที่คอยควบคุมค่ากำลังในการรับกำลังของเสาเข็มนั่นเองครับ   ซึ่งวันนี้ผมมีข้อเสนอแนะเพื่อที่จะช่วยแก้ไขสถานการณ์เช่นนี้ให้แก่เพื่อนๆ ด้วยดังนี้ (1) เพื่อนๆ […]

การคำนวณหาค่าการทรุดตัวของเสาเข็ม ในกรณีที่โครงสร้างเสาเข็มเป็นเสาเข็มเดี่ยว

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ   ตามที่ผมได้แจ้งเอาไว้กับเพื่อนๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าวันนี้ผมอยากจะขออนุญาตหยิบยกและนำเอาตัวอย่างของการคำนวณหาค่าการทรุดตัวของเสาเข็ม ในกรณีที่โครงสร้างเสาเข็มของเรานั้นเป็นเสาเข็มเดี่ยวให้เพื่อนๆ ได้รับชมกัน ดังนั้นวันนี้ผมจึงจะขอหยิบยกเอากรณีของการคำนวณจริงๆ ที่ผมเคยทำเอาไว้เพื่อที่จะใช้ในการตรวจสอบหาค่าการทรุดตัวของเสาเข็มมาใช้เป็นตัวอย่าง โดยผมขอสรุปปัญหาและข้อมูลให้เพื่อนๆ ได้ทราบดังต่อไปนี้นะครับ ผมมีเสาเข็มไมโครไพล์ต้นหนึ่งดังแสดงอยู่ในรูปที่ 1 ซึ่งเสาเข้มต้นนี้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 230 มม และมีความยาวทั้งหมดของเสาเข็มที่ฝังตัวอยู่ในดินเท่ากับ 24 ม โดยที่คอนกรีตที่ใช้ในการก่อสร้างเสาเข็มต้นนี้จะมีค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตที่อายุ 28 วัน โดยอ้างอิงจากผลการทดสอบจากตัวอย่างรูปทรงกระบอกมาตรฐานมีค่าเท่ากับ 400 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร   จากผลการสำรวจดินพบว่า เสาเข็มต้นนี้ต้องฝังตัวผ่านชนิดของดิน 3 ชั้นหลักๆ ทั้งนี้ข้อมูลของขนาดความยาวของเสาเข็มที่ฝังตัวอยู่ในดินชั้นที่ 1 2 และ 3 จะมีค่าเท่ากับ 7 ม 11 ม และ 6 ม ตามลำดับโดยที่ตัวดินเองจะมีความสามารถในการรับกำลังเสียดทานที่ผิวของดินในชั้นที่ 1 2 และ 3 เท่ากับ […]

การรับแรงกระทำตามแนวแกนร่วมกันกับแรงดัดในโครงสร้างเสาเข็ม

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ วันนี้ผมจะมาเริ่มต้นทำการอธิบายถึงวิธีการ “โดยละเอียด” ในการประมาณการค่า “ความสามารถในการรับแรงกระทำที่ด้างข้าง” และ “ความสามารถในการรับแรงดัด” ของโครงสร้างเสาเข็มให้แก่เพื่อนๆ ได้รับทราบกัน ซึ่งคงจะต้องทำใจกันนิดนึงเพราะว่าเนื้อหาในโพสต์ของวันนี้จะค่อนข้างมีความยืดยาวสักเล็กน้อย ซึ่งวิธีการวิเคราะห์โดยละเอียดนี้จะมีชื่อเรียกว่า “การวิเคราะห์ความสามารถในการรับแรงด้านข้างประลัยตามทฤษฏีของ MEYERHOF” นั่นเองนะครับ   โดยทฤษฎีนี้ถูกคิดค้นขึ้นและนำเสนอเอาไว้โดย MEYERHOF ในปี ค.ศ. 1995 ซึ่งเป็นการที่ทาง MEYERHOF นั้นได้เป็นผู้นำเสนอสมการสำหรับการคำนวณหาค่าการต้านแรงด้านข้างของเสาเข็มแบบยึดแน่นหรือ RIGID PILE และเสาเข็มแบบยืดหยุ่นหรือ FLEXIBLE PILE ซึ่งในโพสต์ๆ นี้ผมจะขออนุญาตกล่าวถึงเฉพาะเสาเข็มที่มีลักษณะเป็นแบบ FLEXIBLE PILE นะครับ   โดยที่หลักในการคำนวณหาค่าต่างๆ โดยอาศัยทฤษฎีนี้ค่อนข้างจะตรงไปตรงมาและง่ายดายมากๆ นั่นก็คือ เราจะเริ่มต้นทำการคำนวณหาค่า “ความสามารถในการรับแรงทางด้านข้างประลัยของเสาเข็มในดิน” หรือ “ULTIMATE LATERAL LOAD CAPACITY OF PILE […]

แนวจุดศูนย์กลางของแรงเฉือนของหน้าตัด

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันอังคารแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ ในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการอธิบายและลงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบในเรื่องรูปแบบของเสียรูปที่เกิดขึ้นในโครงสร้างแปแบบ หน้าตัดแบบปิด และ หน้าตัดแบบเปิด ที่เกิดจากการวางน้ำหนักบรรทุกให้ “ไม่มี” การเยื้องศูนย์และ “มี” การเยื้องศูนย์ออกไปจากแนวจุดศูนย์กลางของแรงเฉือนของหน้าตัดเพิ่มเติมกันอีกสักหนึ่งโพสต์ โดยที่ผมจะอาศัยรูปประกอบในโพสต์ๆ นี้ซึ่งน่าจะช่วยทำให้เพื่อนๆ ทุกคนๆ นั้นเกิดความเข้าใจถึงสิ่งที่ผมกำลังจะทำการอธิบายได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ดังนั้นเรามาเริ่มต้นดูรูปๆ นี้กันเลยดีกว่านะครับ   จากรูปเราจะเห็นได้ว่า ผมหยิบยกเอากรณีของคานช่วงเดียวแบบง่ายหรือ SIMPLE BEAM ที่ต้องทำหน้าที่ในการรับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอหรือ UNIFORMLY DISTRIBUTED LOAD ในทิศทางลง โดยเมื่อคานๆ นี้เกิดรับน้ำหนักบรรทุกไปแล้วก็จะเห็นได้ว่าจะเกิด “เส้นซึ่งแสดงค่าการเสียรูป” หรือ “DEFORMED SHAPE” ซึ่งก็คือ “เส้นประสีแดง” ในรูป ซึ่งในรูปๆ นี้จะเป็นรูปที่แสดงถึงรูปแบบของการเสียรูปโดยทั่วๆ ไปของโครงสร้างคานช่วงเดียวแบบง่ายนั่นเองนะครับ   ต่อมาผมก็จะทำการแบ่งลักษณะของความ “สมมาตร” และความ “ไม่สมมาตร” ของหน้าตัดและ “แนวของการถ่ายน้ำหนัก” ของโครงสร้างคาน ซึ่งสำหรับหน้าตัดช้างต้นนี้เราก็จะทราบดีว่าจะมีแนวจุดศูนย์ถ่วงของหน้าตัดหรือ CENTER […]

การเลือกใช้งานระบบฐานรากเสาเข็ม

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ ตามที่ผมได้เรียนให้เพื่อนๆ ทราบไปในการโพสต์ของเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า วันนี้ผมจะขออนุญาตมาทำการอธิบายและลงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่อง วิธีการคำนวณโดยละเอียด ซึ่งแน่นอนว่าวิธีการดังกล่าวนี้ย่อมที่จะทำให้เกิดความประหยัดที่มากกว่าวิธีการข้างต้นนี้ค่อนข้างที่จะมากเลยและก็แน่นอนว่า วิธีการนี้ก็ย่อมมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้กับงานก่อสร้างที่มีการควบคุมการทำงานก่อสร้างโครงสร้างเสาเข็มเป็นอย่างดีนั่นเอง อีกครั้งหนึ่งก็แล้วกันนั่นก็คือ สำหรับการวิเคราะห์หาค่ากำลังรับน้ำหนักบรรทุกประลัยของเสาเข็มกลุ่มเมื่อเสาเข็มนั้นถูกวางตัวอยู่ในชั้นดินเหนียวนั้นจะต้องมีข้อแม้ที่เป็นไปตามที่ผมได้อธิบายไปก่อนหน้านี้นั่นก็คือ ระยะห่างระหว่างโครงสร้างเสาเข็มนั้นควรจะต้องมีการวางตัวห่างกันไม่น้อยกว่า 3 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็มเอง สำหรับค่า n1 และ n2 ก็คือ จำนวนของเสาเข็มที่อยู่ใน แนวดิ่ง และ แนวราบ ตามทิศทางในแปลนโครงสร้างเสาเข็มภายในโครงสร้างฐานราก ซึ่งผลคูณระหว่างค่าทั้งสองนี้ก็คือ จำนวนของเสาเข็มทั้งหมดที่จะอยู่ในเสาเข็มกลุ่มของเรา ส่วนค่า cu(p) ก็คือค่า UNDRAINED COHESION ของดินเหนียวที่อยู่บริเวณปลายล่างสุดของโครงสร้างเสาเข็ม ค่า Ap ก็คือ พื้นที่หน้าตัดของโครงสร้างเสาเข็ม ส่วนค่า Ab ก็คือ พื้นที่หน้าตัดของบล็อกสี่เหลี่ยมของฐานรากกลุ่มของเราและค่า pg ก็คือ ความยาวของเส้นรอบรูปของบล็อกสี่เหลี่ยมของฐานรากกลุ่มของเรา จากนั้นเราก็จะสามารถที่จะทำการคำนวณค่าต่างๆ ออกมาได้ดังขั้นตอนต่อไปนี้ครับ   (1) เราจะเริ่มต้นทำการคำนวณหาค่ากำลังการรับน้ำหนักของเสาเข็มที่เป็นค่า Q(group)(clay)(1) กันก่อน […]