Author Archives: admin

สบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง โครงสร้างประเภทรับแรงดึงเท่านั้น

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ สืบเนื่องจากเมื่อในสองถึงสามช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมได้ทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเสถียรภาพของโครงสร้างของหลังคาที่ทำหน้าที่ในการป้องกันลมฝนซึ่งจะอยู่ในบริเวณส่วนด้านหลังของอาคารให้แก่เพื่อนๆ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในการโพสต์ดังกล่าวนั้นผมจะเน้นหนักไปที่โครงสร้างซึ่งมีความต้องการเสถียรภาพจากเรื่องแรงดัดเป็นหลัก ดังนั้นในวันนี้ผมจะขออนุญาตมาหยิบยกนำเอากรณีของการออกแบบโครงสร้างซึ่งจะมีความต้องการเสถียรภาพจากเรื่องแรงดึงเป็นหลักบ้าง ซึ่งจะได้แก่โครงสร้างประเภทใดกัน วันนี้เราจะมาติดตามรับชมไปพร้อมๆ กันเลยก็แล้วกันนะครับ โครงสร้างที่ว่านี้ก็จะได้แก่โครงสร้างที่อาศัยชิ้นส่วนประเภทที่รับเฉพาะแค่เพียงแรงดึงเท่านั้นหรือ TENSION ONLY STRUCTURES ซึ่งก็อาจจะได้แก่ โครงสร้างเส้นที่เป็นเส้นลวดที่ทำหน้าที่รัดโครงสร้างเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต หรือ โครงสร้างที่เป็นเส้นลวดที่ทำหน้าที่ยึดรั้งให้โครงหลังคานั้นตั้งอยู่ได้ เหมือนกับรูปที่ผมได้นำเอามาฝากเพื่อนๆ ในโพสต์ๆ นี้นั่นเองครับ ซึ่งหากเพื่อนๆ พิจารณาลักษณะของโครงสร้างดังรูปเหล่านี้เพื่อนๆ ก็อาจจะเห็นได้ว่า เสถียรภาพของโครงสร้างดังกล่าวนี้จะมีมากหรือน้อยก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณของแรงดึงที่เส้นลวดนั้นมีอยู่ ยิ่งโครงสร้างของเรานั้นมีแรงดึงที่มากหรือพูดง่ายๆ คือมีความตึงที่มาก โครงสร้างของเราก็จะสามารถตั้งอยู่ได้โดยที่ไม่มีปัญหาใดๆ ในทางกลับกันหากว่าโครงสร้างของเรานั้นมีแรงดึงที่ค่อนข้างน้อยหรือมีความหย่อนตัวที่มาก โครงสร้างของเราก็จะไม่สามารถที่จะตั้งอยู่ได้ ดังนั้นเวลาที่ผู้ออกแบบนั้นได้ทำการออกแบบลักษณะของโครงสร้างประเภทนี้ ผู้ออกแบบจึงมักที่จะต้องกำหนดให้ผู้ก่อสร้างนั้นต้องตรวจสอบค่าแรงดึงขั้นต่ำเริ่มต้นหรือ INITIAL MINIMUM TENSION FORCE ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ค่าดังกล่าวก็จะใช้เป็นค่าสัดส่วนร้อยละจากค่ากำลังดึงที่จุดครากหรือ YIELD FORCE ของเส้นลวดนะครับ ส่วนสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับการออกแบบโครงสร้างประเภทนี้ที่ผมอยากจะขอฝากและแนะนำเอาไว้กับเพื่อนๆ ก็อาจจะได้แก่ จุดต่อ หรือ CONNECTION ซึ่งจะต้องมีความสามารถในการส่งถ่ายแรงดึงระหว่างโครงสร้างหลักและโครงสร้างรองได้อย่างสมบูรณ์ ประการสุดท้ายก็คือ เมื่อเราใช้งานโครงสร้างในลักษณะแบบนี้ไปสักระยะหนึ่งก็มีความจำเป็นที่เราจะต้องหมั่นทำการตรวจสอบอยู่เสมอด้วยว่า เส้นลวดของเรานั้นเกิดการสูญเสียแรงดึงหรือ […]

ประเภทของแผ่นยางรองคอสะพาน

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ เมื่อเพื่อนๆ ได้เห็นรูปในโพสต์ๆ นี้แล้วก็น่าจะพอเดาได้ว่ารูปๆ นี้เป็นรูปของแผ่นยางรองคอสะพาน หรือ BEARING ชนิดหนึ่ง ซึ่งคำถามในวันนี้ก็สั้นๆ และง่ายๆ เลยคือ แผ่นยางรองคอสะพานที่เห็นนี้จัดได้ว่าเป็นแผ่นยางรองคอสะพานประเภทใดครับ ? #โพสต์ของวันเสาร์#ถามตอบชวนสนุก#ปัญหาประเภทของแผ่นยางรองคอสะพานADMIN JAMES DEAN คำตอบ เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย หากเพื่อนๆ ได้มีโอกาสย้อนกลับไปอ่านโพสต์ของผมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่าคำถามข้อนี้นั้นง่ายมากๆ เลยใช่มั้ย ดังนั้นวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของเจ้าแผ่นยางรองคอสะพานซึ่งอยู่ในรูปๆ นี้ไปพร้อมๆ กันเลยนะครับ แผ่นยางรองคอสะพานที่เห็นนี้จัดได้ว่าเป็นแผ่นยางรองคอสะพานประเภท ELASTOMERIC BEARING นั่นเอง โดยที่ส่วนประกอบหลักๆ ของแผ่นยางรองคอสะพานชนิดนี้จะประกอบไปด้วยแผ่นเหล็กและจะมี ELASTOMERIC LAYERS วางซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ ซึ่งเจ้าแผ่นยางรองคอสะพานชนิดนี้เป็นนิยมนำมาใช้เป็นจุดรองรับของโครงสร้างสะพานที่จะต้องทำหน้าที่ในการรองรับแรงกระทำในแนวดิ่ง หรือ GRAVITY FORCE เป็นหลัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วค่าความสามารถในการรับแรงกระทำในแนวดิ่งสูงสุดของเจ้าแผ่นยางรองคอสะพานชนิดนี้จะมีค่าอยู่ที่ประมาณไม่เกินประมาณ 1800 TONS และจุดเด่นอีกอย่างของเจ้าแผ่นยางรองคอสะพานชนิดนี้คือ จะยอมให้เกิดการเสียรูปตามแนวราบและการเสียรูปแบบการหมุนรอบแกนได้อีกด้วย […]

แผ่นยางรองคอสะพาน

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันอังคารแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาตอบคำถามของน้องผู้หญิงท่านหนึ่งซึ่งน้องท่านนี้กำลังเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรีของสาขาวิศวกรรมโยธาในมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง โดยที่น้องได้ฝากคำถามเข้ามาทางอินบ็อกซ์ส่วนตัวของผมโดยมีใจความของคำถามดังต่อไปนี้ครับ “ทำไมตรงบริเวณรอยต่อระหว่างเสาตอม่อกับคาน คอร เหมือนในรูปๆ นี้จึงมักที่จะมีการทำเป็นช่องว่างเอาไว้คะ เหมือนเอาอะไรมาหนุนเอาไว้ ไม่ทราบว่าจุดประสงค์นั้นเพื่อทำให้จุดรองรับนี้เป็นแบบ ROLLER หรือเปล่าคะ ? และเหตุใดเค้าจึงต้องยกขึ้นนิดนึงด้วยคะ ?” ซึ่งผมก็ได้อธิบายไปในเบื้องต้นแล้วแต่คิดว่าน่าจะเป็นการดีหากผมจะทำการอธิบายและขยายความให้เพื่อนๆ ทุกๆ คนนั้นได้รับทราบไปพร้อมๆ กันด้วย ดังนั้นในวันนี้เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับว่า เพราะเหตุใดรอยต่อระหว่างเสาตอม่อกับคาน คอร นั้นจึงมีการทำเป็นช่องว่างเอาไว้นะครับ สาเหตุที่รอยต่อระหว่างเสาตอม่อกับคาน คอร นั้นมีการทำเป็นช่องว่างเอาไว้ก็เพราะในการก่อสร้างงานโครงสร้างสะพานหรือโครงสร้างประเภทนี้มักที่จะอาศัยกรรมวิธีแบบโครงสร้างคอนกรีตหล่อสำเร็จหรือ PRE-CAST CONCRETE STRUCTURE โดยจะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กหรือโครงสร้างคอนกรีตอัดแรงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นขั้นตอนของการก่อสร้างจึงเป็นการนำเอาชิ้นส่วนต่างๆ ที่ทำการหล่อเอาไว้แยกส่วนกันนำมาประกอบรวมกันที่หน้างาน จึงทำให้กรรมวิธีในการยึดและติดตั้งโครงสร้างดังกล่าวนั้นต้องมีความเหมาะสมและสอดคล้องกันด้วย ซึ่งช่องว่างตรงนี้เค้ามักที่จะทำเอาไว้ก็เพื่อที่จะใส่ “แผ่นยางรองคอสะพาน” หรือ “BEARING PAD” นั่นเองครับ โดยที่ส่วนใหญ่นั้นเจ้าแผ่นยางรองคอสะพานนั้นมักที่จะทำขึ้นจากวัสดุประเภทยาง ซึ่งสาเหตุที่มักจะใช้ติดตั้งบนตอม่อของสะพานก็เพื่อให้ช่วยรองรับน้ำหนักและแรงกระแทกต่างๆ ที่อาจจะถูกถ่ายต่อลงมาโครงสร้างส่วนบน โดยบางครั้งเจ้าแผ่นยางรองคอสะพานนี้ก็จะเป็นแบบมีไม่มีและมีวัสดุเสริมแรงด้วย ทั้งนี้แผ่นยางรองคอสะพานนั้นมักจะถูกผลิตออกมาตามมาตรฐานของกรมทางหลวง มาตรฐาน มอก. 951-2533 หรือมาตรฐาน AASHTO […]

เสถียรภาพของโครงสร้างของหลังคา

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันอังคารแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ ตามที่ผมได้แจ้งกับเพื่อนๆ เอาไว้ในโพสต์ของเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ในวันนี้ผมจะขออนุญาตนำเอาตัวอย่างของกรณีของการก่อสร้างต่อเติมโครงสร้างที่เรานั้นทราบว่า โครงสร้างเดิมของอาคารนั้นมีรายละเอียดเป็นเช่นใดและมีระดับของความแข็งแรงมากหรือน้อยเพียงใด ทั้งนี้ก็เพื่อเราจะได้สามารถสามารถนำเอาโครงสร้างใหม่ของเรานั้นไปฝากไว้กับโครงสร้างเดิมได้เอามาฝากแก่เพื่อนๆทุกๆ คนนะครับ หากเพื่อนๆ ดูจากในรูปตัวอย่างในวันนี้ก็จะเห็นได้ว่าส่วนของหลังคานั้นจะถูกก่อสร้างขึ้นโดยการติดตั้งอยู่โดยที่จะยื่นตัวออกมาจากอาคารเดิม ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าน้ำหนักของโครงสร้างหลังคายื่นส่วนใหม่นั้นก็จะต้องถูกนำเอาไปฝากเอาไว้กับโครงสร้างส่วนเดิมโดยตรงนั่นเอง ซึ่งสาเหตุที่ผมได้แจ้งไปว่าในการทำงานวิศวกรรมโครงสร้างตามแบบๆ นี้เราควรที่จะต้องทราบว่า โครงสร้างเดิมของอาคารของเรานั้นจะมีรายละเอียดเป็นแบบใด มีระดับของความแข็งแรงมากหรือน้อยเพียงใด ทั้งนี้เพราะว่าหากเราไม่มีข้อมูลหรือไม่อาจที่จะทราบได้จริงๆ ว่า โครงสร้างเดิมของอาคารของเรานั้นมีคุณลักษณะเป็นเช่นใดกันแน่ มันก็จะกลายเป็นความเสี่ยงที่มากจนเกินไปหากว่าเราจะต้องนำเอาน้ำหนักของตัวโครงสร้างส่วนใหม่นั้นไปฝากเอาไว้กับโครงสร้างส่วนเดิม ซึ่งหากทุกอย่างนั้นอำนวยจริงๆ การก่อสร้างด้วยวิธีการแบบนี้ก็จะมีข้อดีหรือประโยชน์ด้วยกันหลากหลายประการเลย เช่น จะไม่มีเสาเกิดขึ้นที่บริเวณด้านล่างให้เกะกะสายตาเลย ช่วยให้ประหยัดโครงสร้างเสาเข็มและฐานรากไปได้เยอะเพราะวิธีการนี้เราได้นำเอาโครงสร้างใหม่ไปฝากเอาไว้โดยตรงกับโครงสร้างส่วนเดิม เป็นต้นนะครับ ซึ่งปัจจัยที่ถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญที่สุดของการก่อสร้างด้วยการก่อสร้างด้วยวิธีการแบบนี้ก็คือ จุดต่อ หรือ CONNECTION ระหว่างโครงสร้างใหม่และโครงสร้างเก่านั่นเอง ทั้งนี้จุดต่อดังกล่าวนั้นจะต้องสามารถส่งถ่ายแรงระหว่างโครงสร้างใหม่ไปยังโครงสร้างเก่าได้ด้วยดีและมีความความราบรื่น พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ จะต้องไม่มีสิ่งใดที่จะมากีดขวางทิศทางของการถ่ายแรงระหว่างโครงใหม่และโครงสร้างเดิม ที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่จะละเลยไปไม่ได้ก็คือ จุดต่อโครงสร้างนี้ควรที่จะช่วยทำให้ตัวโครงสร้างเก่านั้นเกิดความมีเสถียรภาพที่ดีเพียงพอ สามารถที่จะช่วยให้การรับน้ำหนักของตัวโครงสร้างใหม่นั้นเป็นไปได้ด้วยดีครับ สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากเอาไว้เป็นข้อคิดกับเพื่อนๆ ก็คือ หากเพื่อนๆ มีความคิดที่จะทำการต่อเติมโครงสร้างอาคารของเพื่อนๆ ไม่ว่าส่วนที่จะทำการต่อเติมออกไปนั้นจะมีพื้นที่เล็กหรือใหญ่เพียงใด เป็นตัวอาคารหรือเป็นเพียงแค่หลังคาคลุมพื้นที่ก็ตาม สิ่งที่เพื่อนๆ ควรที่จะทำเป็นอันดับแรกๆ เลยก็คือ ให้ปรึกษาสถาปนิกและวิศวกรโครงสร้างที่มีความรู้และประสบการณ์เพราหากไม่ทำเช่นนั้นและเพื่อนๆ ดันไปเลือกวิธีในการก่อสร้างที่ไม่สอดคล้องหรือไม่มีความเหมาะสมกับลักษณะของโครงสร้างเดิมของเพื่อนๆ มันก็จะมีความเสี่ยงมากๆ […]

เสริมฐานราก อาคารโรงงาน ด้วยเสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micro Pile และไอไมโครไพล์ I Micropile(เสาเข็มไอ) เสาเข็มคุณภาพโดยภูมิสยาม

เสริมฐานราก อาคารโรงงาน ด้วยเสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micro Pile และไอไมโครไพล์ I Micropile(เสาเข็มไอ) เสาเข็มคุณภาพโดยภูมิสยาม เสริมฐานรากภายในอาคารโรงงาน ต้องใช้เสาเข็มที่มีความมั่นคงแข็งแรงสูง เพื่อรองรับน้ำหนักเครื่องจักรขนานใหญ่ และไม่ให้เกิดปัญหาการทรุดตัวในภายหลัง เราขอแนะนำ เสาเข็มสปันไมโครไพล์ และไอไมโครไพล์ ของภูมิสยาม เป็นเสาเข็มที่มีเนื้อคอนกรีตที่หนาแน่น และโครงเหล็กฝังอยู่ในเนื้อคนกรีตโดยรอบ มีคุณสมบัติพิเศษในเรื่องของการรองรับน้ำหนักที่ปลอดภัย ทดสอบการรับน้ำหนักโดยวิธี Dynamic Load Test เหมาะกับงานเสริมฐานรากที่ต้องการความแข็งแรง รับน้ำหนักได้ปลอดภัย หมดกังวลเรื่องการทรุดตัวในอนาคต ต้องการเสาเข็มที่มีคุณภาพ ต้องเสาเข็มสปันไมโครไพล์ และเสาเข็มไอ ไมโครไพล์ โดยภูมิสยาม เรามั่นใจในคุณภาพ และพร้อมบริการทั่วประเทศ  

เสถียรภาพของโครงสร้างของหลังคา

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันอังคารแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เพื่อคุณผู้หญิง” นะครับ สืบเนื่องจากเมื่อในสองถึงสามช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมได้ทำการโพสต์และแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเสถียรภาพของโครงสร้างของหลังคาที่ทำหน้าที่ในการป้องกันลมฝนซึ่งจะอยู่ในบริเวณส่วนด้านหลังของอาคารให้แก่เพื่อนๆ ไปว่า ถึงแม้ส่วนของโครงสร้างอาคารพวกนี้จะเป็นเพียงส่วนโครงสร้างรองไมได้เป็นส่วนของโครงสร้างหลักของอาคารก็ตามแต่หากเราใช้ระบบโครงสร้างที่ขาดซึ่งเสถียรภาพที่ดีเพียงพอหรือมีความไม่เหมาะสมใดๆ ก็แล้วแต่ นั่นอาจจะเป็นต้นเหตุของปัญหาจุกจิกต่างๆ ของการใช้งานของโครงสร้างมากมายเลยก็ได้ เช่น อาจจะเกิดการทรุดตัวของโครงสร้างจนทำให้เกิดการดึงรั้งกันของโครงสร้างทั้งสองส่วนและอาจจะส่งผลทำให้เกิดน้ำรั่วซึมลงมา โดยเริ่มจากปริมาณน้ำน้อยๆ จนกลายเป็นน้ำปริมาณมากขึ้นๆ จนในที่สุดทำให้เกิดความน่ารำคาญใจขึ้น เป็นต้น ประกอบกับเท่าที่ผมสังเกตดูจากคอมเม้นต์ก็จะพบว่ามีเพื่อนๆ ของเราหลายๆ คนได้เข้ามาสอบถามใต้โพสต์ในทำนองว่า อยากให้ผมให้คำแนะนำหน่อยว่า จริงๆ แล้วระบบโครงสร้างที่ดี ที่ควรใช้จริงๆ แล้วควรเป็นเช่นใดกันแน่ ผมจึงมีความคิดว่า เอาละ เอาเป็นว่าผมจะขออาศัยพื้นที่ในโพสต์ของวันอังคารแบบนี้มายกตัวอย่างให้แก่เพื่อนๆ ได้มาทำความรู้จักกับระบบโครงสร้างหลังคาแบบนี้ให้ก็แล้วกันนะครับ เริ่มกันในวันนี้ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างที่จะมีรูปแบบที่มีความละม้ายคล้ายคลึงกันกับกรณีที่ผมเคยนำเอามาใช้เป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆ ได้ดูไปก่อนหน้านี้ซึ่งก็คือ กรณีที่มีการตั้งเสาขึ้นมาจากพื้น ซึ่งวิธีการที่ใช้สำหรับกรณีแบบนี้ก็จะเหมือนกันกับที่ผมเคยได้ให้แนวทางกับเพื่อนๆ เอาไว้ก่อนหน้านี้นั่นก็คือ การก่อสร้างต่อเติมโครงสร้างนั้นหากเราไม่ทราบจริงๆ ว่าโครงสร้างเดิมของอาคารนั้นมีรายละเอียดเป็นเช่นใด มีระดับของความแข็งแรงมากหรือน้อยเพียงใด เราจะต้องไม่นำเอาโครงสร้างใหม่ไปฝากไว้กับโครงสร้างเดิมโดยเด็ดขาดเพราะมีความเสี่ยงมากเกินไปที่เราจะคาดหวังว่าโครงสร้างเหล่านั้นจะมีความแข็งแรงมากเพียงพอน่ะครับ หากเพื่อนๆ ดูจากในรูปตัวอย่างในวันนี้ก็จะเห็นได้ว่าส่วนของหลังคานั้นจะถูกก่อสร้างขึ้นโดยการตั้งอยู่บนโครงสร้างเสาและคานเหล็กรูปพรรณ แต่ หากสังเกตดูให้ดีๆ ก็จะเห็นด้วยว่า โครงสร้างส่วนต่อเติมซึ่งก็คือโครงสร้างส่วนใหม่นั้นจะไมได้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับโครงสร้างส่วนเดิมซึ่งก็คือโครงสร้างส่วนเก่า ดังนั้นโครงสร้างส่วนใหม่เพียงแต่จะไปแปะซ้อนอยู่ข้างใต้โครงสร้างส่วนเดิมเท่านั้น ดังนั้นหากเกิดการทรุดตัวของโครงสร้างส่วนใหม่ก็จะไม่ทำให้เกิดการดึงรั้งกันของโครงสร้างทั้งสองส่วน ซึ่งหากค่าการทรุดตัวนั้นมากขึ้นจนเกิดน้ำรั่วซึมลงมา เราก็เพียงแค่ทำการซ่อมส่วนที่เกิดการอ้าออกนี้และปิดด้วยวัสดุปิดรอยต่อของหลังคาหรือว่า FLASHING เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้วเพราะตราบใดที่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวโครงสร้าง โดยมากแล้วก็จะไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานใดๆ […]

เสริมฐานรากโรงงาน เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micro Pile และไอไมโครไพล์ I Micropile

เสริมฐานรากโรงงาน เสาเข็มสปันไมโครไพล์ Spun Micro Pile และไอไมโครไพล์ I Micropile อาคารโรงงานที่มีเครื่องจักร ต้องมีการตอกเสาเข็มเสริมฐานรากเพื่อรองรับน้ำหนักด้วยเสมอ และต้องเลือกเสาเข็มที่มีคุณภาพสูงเพื่อฐานรากที่มั่นคงแข็งแรง เราขอแนะนำเสาเข็มสปันไมโครไพล์ และไอไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มที่เหมาะเสาหรับใช้เป็นฐานราก เพราะเสาเข็มมีความมั่นคงแข็งแรงสูง สามารถรองรับน้ำหนักเครื่องจักรของโรงงานได้อย่างปลอดภัย และสามารถตอกต่อกันได้ลึกถึงชั้นดินทรายแข็ง โดยการเชื่อมด้วยไฟฟ้า ทดสอบการรับน้ำหนักโดยวิธี Dynamic Load Test  เพื่อฐานรากโรงงานที่มั่นคงแข็งแรง และการรองรับน้ำหนักที่ปลอดภัย เลือกใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ และไอไมโครไพล์ โดยภูมิสยาม เราพร้อมบริการทั่วประเทศ —เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile / Spun Micropile) คือเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดเล็กหน้าตัดกลมกลวง ผลิตด้วยกรรมวิธีปั่นคอนกรีตด้วยแรงเหวี่ยงรอบแบบหล่อความเร็วสูง ทำให้เนื้อคอนกรีตหนาแน่น แกร่งกว่าเสาเข็มทั่วไป รับน้ำหนักได้มาก นิยมใช้สำหรับงานต่อเติมบ้านหรืออาคารในพื้นที่แคบ เพราะเครื่องตอกมีขนาดเล็ก และช่วยลดแรงสั่นสะเทือนขณะตอก ป้องกันโครงสร้างเดิมเสียหายเป็นเสาเข็มสำหรับติดตั้ง ต่อเติมอาคาร บ้านเรือน โรงงาน เพราะสามารถตอกในที่จำกัด เช่น พื้นที่แคบ พื้นเพดานต่ำ ตอกใกล้กระจก ลักษณะเสาเข็มมีความยาว 1.5 เมตร […]

ความรู้เกี่ยวกับการทำงานเสาเข็มและฐานราก

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน ในทุกๆ วันพฤหัสบดีแบบนี้ ผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องวิศวกรรมงานฐานราก งานดินและเสาเข็ม” นะครับ เมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสสนทนากับท่านอาจารย์ทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างท่านหนึ่งที่ผมมีความเคารพนับถือท่านมากในประเด็นเกี่ยวกับเรื่อง การนำผลของโมเมนต์มาใช้ในการคำนวณหาค่าแรงเฉือนทะลุ ซึ่งผมต้องขอบพระคุณท่านอาจารย์ท่านนี้ที่ท่านได้ให้ความกรุณาสนทนาและแลกเปลี่ยนความรู้กับผมอยู่นานพอสมควร ซึ่งผมแค่คิดว่าหากนำเอามาสรุปให้เพื่อนๆ ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจด้วยก็น่าจะเป็นการดี ผมจึงได้ทำการรวบรวมเอาเนื้อหาที่ผมได้พูดคุยกับท่านอาจารย์ท่านนี้เอาไว้ในโพสต์ๆ นี้ ซึ่งท่านอาจารย์ก็ได้ทำการตั้งคำถามกับบรรดาลูกศิษย์ของท่าน โดยผมทำการสรุปคำถามของท่านอาจารย์เอาไว้ดังต่อไปนี้ “โครงสร้างฐานรากที่เป็นแบบ ON GROUND และ ON PILE หากคุณเป็นผู้ออกแบบ แน่นอนว่าคุณจะต้องออกแบบให้มันรับ MOMENT FORCE ที่เกิดขึ้นด้วย คำถามก็คือ ค่า MOMENT FORCE ที่นำมาออกแบบนี้จะมีผลต่อการเกิด PUNCHING SHEAR ในโครงสร้างฐานรากด้วยหรือไม่ ให้ทำการยกเหตุผลประกอบด้วย ?” โดยที่ผมได้ให้คำตอบแก่ท่านอาจารย์ไปว่า สำหรับวิศวกรท่านอื่นๆ ผมไม่อาจจะทราบได้เพราะก็ต้องยอมรับว่าวิศวกรบางคนนั้น NEGLECT ผลของค่า PUNCHING SHEAR ที่เกิดจาก MOMENT FORCE ทั้งในขั้นตอนการคำนวณออกแบบเริ่มแรกและขั้นตอนสุดท้ายจริงแต่สำหรับผมในการออกแบบในขั้นตอนสุดท้ายผมจะต้อง ACCOUNT ค่า SHEAR ที่เป็นผลมาจาก […]

การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันพุธแบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง” นะครับ   สืบเนื่องจากเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ผมได้รับคำถามผ่านเข้ามาทางช่องทางข้อความส่วนตัวของผมซึ่งคนที่ถามนั้นเป็นรุ่นน้องวิศวกรท่านหนึ่ง ซึ่งคำถามก็มีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่อง การเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ในการเสริมเหล็กในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยที่มีใจความของคำถามดังนี้ครับ “หากเดิมทีในแบบวิศวกรรมโครงสร้างได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ใช้คอนกรีตและเหล็กเสริมเป็นชั้นคุณภาพแบบใด ใช้ขนาดและจำนวนเป็นเท่าใด ไม่ทราบว่าหากผู้รับเหมาจะขอทำการเปลี่ยนในเรื่อง ชั้นคุณภาพ ขนาด และจำนวน โดยการเทียบสัดส่วนระหว่างค่ากำลังของคอนกรีตและเหล็กเสริมโดยตรงเลย แบบนี้เราควรที่จะยินยอมให้ทำได้หรือไม่ ?”   ผมจะขออนุญาตทำการตอบคำถามข้อนี้ทั้งในฐานะของคนที่มีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในการทำงานและก็ในฐานะของวิศวกรโครงสร้างด้วยนะครับ   หากในเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในการทำงานของโครงการก่อสร้างนั้นได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ไม่ให้ทำการเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของรายละเอียดในการเสริมเหล็กเลย เราก็ไม่อาจที่จะยินยอมให้ทางผู้รับเหมาทำเช่นนั้นได้ แต่ หากในเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในการทำงานของโครงการก่อสร้างนั้นได้ระบุเอาไว้ว่า อนุญาตให้สามารถทำการเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของรายละเอียดในการเสริมเหล็กได้แต่จะต้องเป็นไปตามหลักการทางด้านงานวิศวกรรมโครงสร้างที่ถูกต้องและยอมรับได้ หากเป็นเช่นนี้เราก็สามารถที่จะยินยอมให้ทางผู้รับเหมาทำเช่นนั้นได้ แต่ ไม่สามารถที่จะอาศัยวิธีในการเทียบสัดส่วนระหว่างค่ากำลังของคอนกรีตและเหล็กเสริมโดยตรงได้ ซึ่งการเปลี่ยนนั้นๆ จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อได้การทำการออกแบบชิ้นส่วนโครงสร้างนั้นๆ ใหม่เท่านั้นนะครับ   นั่นเป็นเพราะว่าในการออกแบบชิ้นส่วนโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อนๆ ต้องไม่ลืมว่าผู้ออกแบบได้ทำการพิจารณาออกแบบไว้เป็นอย่างดีแล้ว โดยทำการพิจารณาทั้งในเรื่องของสภาวะการใช้งานและสภาวะกำลังของโครงสร้าง ดังนั้นการเปลี่ยนเพียงแค่กำลังของวัสดุเพียงอย่างเดียวนั้นอาจจะไม่เพียงพอต่อสิ่งที่ทางผู้ออกแบบเดิมได้ทำการพิจารณาเอาไว้ อีกทั้งเมื่อเพื่อนๆ พิจารณาถึงสมการหลายๆ สมการที่ใช้ในการออกแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อนๆ น่าที่จะพอนึกออกได้ว่าสมการเหล่านั้นไม่อยู่ในรูปที่จะสามารถทำการแทนค่าลงไปโดยการเทียบออกมาเป็นสัดส่วนแบบเส้นตรงได้ เช่น จากรูปประกอบจะเห็นได้ว่า สมการที่แสดงค่าโมดูลัสยืดหยุ่นของวัสดุคอนกรีตและค่ากำลังของหน่วยแรงเค้นเฉือนแบบคานกว้างของหน้าตัด ซึ่งพจน์ของค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตนั้นจะติดอยู่ในรูปรากที่สองและค่าสัดส่วนของเหล็กเสริมในสภาวะสมดุลในหน้าตัดรับแรงดัด […]

การเสริมเหล็กในพื้นยื่นคอนกรีตเสริมเหล็ก

สวัสดีครับแฟนเพจที่รักทุกๆ ท่าน กลับมาพบกันในทุกๆ วันเสาร์แบบนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งผมก็จะมาพบกับเพื่อนๆ เพื่อที่จะพูดคุยกันถึงหัวข้อ “ถาม-ตอบชวนสนุก” กันนะครับ โดยที่ในวันนี้ประเด็นที่ผมได้เลือกนำเอามาตั้งเป็นคำถามประจำสัปดาห์นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่อง ความรู้ดีๆ เรื่องประสบการณ์งานคำนวณออกแบบและการก่อสร้าง ที่ผมได้ทำการโพสต์ถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมาและก็เหมือนเช่นเคยผมคงจะต้องออกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามประจำสัปดาห์นี้สุดแสนจะง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยที่โจทย์ในวันนี้ก็คือ จากรูปที่แสดงจะเห็นได้ว่าเป็นกรณีของการที่เราต้องการที่จะทำการก่อสร้างพื้นยื่นคอนกรีตเสริมเหล็กหรือ REINFORCED CONCRETE CANTILEVER SLAB โดยที่จะมีจุดรองรับเป็นคานคอนกรีตเสริมเหล็ก ผลจากการออกแบบคือ หากต้องการออกแบบให้หน้าตัดนั้นไม่เป็นการวิบัติเนื่องด้วยแรงดึงหรือ TENSION FAILURE และการวิบัติเนื่องด้วยแรงอัดหรือ COMPRESSION FAILURE และเพื่อเป็นการควบคุมให้การวิบัตินั้นเกิดขึ้นในรูปแบบการรับแรงดึงเป็นหลักหรือ TENSION FAILURE MODE ดังนั้น ณ หน้าตัดวิกฤติจะมีความต้องการปริมาณของเหล็กเสริมจำนวนไม่น้อยกว่า 7 CM^(2)/M โดยที่จะไม่มีการอาศัยวิธีทางกลหรือ MECHANICAL BOND เพื่อทำให้เกิดแรงยึดเหนี่ยวหรือ BOND STRENGTH ขึ้นในโครงสร้าง ซึ่งหากตัวเลือกในการก่อสร้างคือ   (A.) ทำการเสริมเหล็กที่ผิวด้านบนของแผ่นพื้นยื่นด้วยเหล็ก DB12mm โดยใช้ระยะห่างระหว่างศูนย์กลางถึงศูนย์กลางของเหล็กเสริมเท่ากับ 0.20 เมตร โดยที่ปลายนั้นจะไม่มีการล้วงฝังเข้าไปในคานคอนกรีตเสริมเหล็ก (B.) ทำการเสริมเหล็กที่ผิวด้านบนของแผ่นพื้นยื่นด้วยเหล็ก DB12mm โดยใช้ระยะห่างระหว่างศูนย์กลางถึงศูนย์กลางของเหล็กเสริมเท่ากับ […]