434 เหล็กเสริมที่ยื่นขึ้นมาสำหรับเสาตอม่อต้องยาวเท่าไร? (เรียกว่าระยะทาบเหล็ก (Lap Splice) โดยทั่วไปมักทาบยาวประมาณ 40 – 50 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเหล็กเส้น ขึ้นอยู่กับวิศวกรออกแบบ)
ความยาวของเหล็กเสริมที่ยื่นขึ้นมาจากฐานรากเพื่อใช้สำหรับเสาตอม่อ หรือที่เรียกว่า ระยะทาบเหล็ก (Lap Splice) มีเกณฑ์มาตรฐานและหลักการคำนวณตามข้อมูลในแหล่งข้อมูลดังนี้ครับ:
- มาตรฐานระยะทาบเหล็กโดยทั่วไป
- โดยปกติแล้ว ระยะทาบเหล็กของเสาตอม่อต้องยาวไม่น้อยกว่า 36 – 50 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเหล็กเส้น
- มาตรฐานงานวิศวกรรมบางแหล่งระบุช่วงที่ยอมรับได้ที่ 30 – 48 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง ขึ้นอยู่กับการออกแบบของวิศวกรและประเภทของแรงที่ต้องรับ
- หากเป็นเหล็กข้ออ้อย (DB) มักกำหนดระยะทาบ ไม่น้อยกว่า 36 – 40 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง
- สูตรการคำนวณและตัวอย่าง
วิศวกรมักใช้สูตรพื้นฐานในการคำนวณเพื่อความปลอดภัย ดังนี้:
- สูตรคำนวณ: ระยะทาบ = 40 x ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเหล็ก (d)
- ตัวอย่างการคำนวณ:
- เหล็ก DB12 (12 มม.): ระยะทาบขั้นต่ำคือ 48 เซนติเมตร
- เหล็ก DB16 (16 มม.): ระยะทาบขั้นต่ำคือ 64 เซนติเมตร
- ข้อกำหนดและข้อควรระวังที่สำคัญ
- ห้ามทาบเหล็กสั้นกว่ามาตรฐาน: ห้ามใช้ระยะทาบน้อยกว่าที่วิศวกรกำหนดหรือค่ามาตรฐานเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เหล็กไม่สามารถถ่ายแรงดึงและแรงอัดได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้โครงสร้างเสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือวิบัติได้
- เหล็กขนาดใหญ่ (มากกว่า 32 มม.): หากเหล็กเสริมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 32 มม. ตามมาตรฐานวิศวกรรม จะไม่สามารถใช้วิธีการทาบเหล็กได้ แต่ต้องเปลี่ยนไปใช้ข้อต่อทางกล (Coupler) แทน
- กรณีเสาเข็มเจาะ: ในขั้นตอนการสกัดหัวเสาเข็มเพื่อให้เหล็กเสริมโผล่ขึ้นมาเชื่อมต่อกับตอม่อ แนะนำให้มีระยะเหล็กโผล่อย่างน้อย 40 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเหล็กเสริม (H > 40Ds) เพื่อความมั่นคงในการยึดเกาะกับคอนกรีต
สรุป: ระยะทาบเหล็กเป็นส่วนสำคัญในการ ถ่ายแรงได้อย่างต่อเนื่อง ระหว่างโครงสร้าง ฐานราก และเสาตอม่อ การดำเนินการต้องได้รับความเห็นชอบและตรวจสอบจากวิศวกรโครงสร้างผู้ควบคุมงานก่อนการเทคอนกรีตทุกครั้ง

