การเลือกใช้งานระบบฐานรากเสาเข็ม

การเลือกใช้งานระบบฐานรากเสาเข็ม

ในการใช้งานเสาเข็ม เพื่อให้เสาเข็มในอาคารนั้น มีกำลังในการรับน้ำหนักที่สูงที่สุด และมีการทรุดตัวของเสาเข็มที่น้อยที่สุดด้วย หากเลือกระหว่างการเลือกใช้งานระบบ ฐานรากแบบเสาเข็มเดี่ยว SINGLE PILE กับระบบ ฐานรากแบบเสาเข็มกลุ่ม GROUP PILES แนะนำให้ใช้เป็นระบบ ฐานรากแบบเสาเข็มเดี่ยว

เพราะ หากเลือกอาศัยระบบ ฐานรากแบบเสาเข็มกลุ่ม จะพบว่า กำลังในการรับน้ำหนักของเสาเข็มกลุ่มนั้นจะมีค่าที่ “น้อยกว่า” หรือ “เท่ากับ” กำลังในการรับน้ำหนักของเสาเข็มเดี่ยวทั้งหมดรวมกัน หากกำหนดให้ค่า Qas เป็น กำลังในการรับน้ำหนักของเสาเข็มแบบเดี่ยวเพียง 1 ต้น ค่า Qag เป็น กำลังในการรับน้ำหนักของเสาเข็มแบบกลุ่ม และ ค่า N เป็นจำนวนทั้งหมดของเสาเข็ม เราจะพบสิ่งที่มีความน่าสนใจประการหนึ่งนั่นก็คือ Qug ≤ N x Qag

โดยปัจจัยหลักๆ ที่จะอาจส่งผลโดยตรงต่อสถานะกำลังและการทรุดตัวของเสาเข็มให้มีค่าที่มากหรือน้อยนั่นก็คือ
(1) ระยะห่างระหว่างเสาเข็ม ซึ่งตามปกติจะกำหนดให้ระยะห่างของเสาเข็มมีค่าไม่น้อยกว่า 2 ถึง 3 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็ม ขึ้นอยู่กับว่า “ปลาย” ของเสาเข็มนั้นจะมีการวางตัวอยู่บนชั้นดินประเภทใด
(2) ลักษณะและประเภทของชั้นดินที่เสาเข็มจะต้องมีการฝังตัวลงไป ว่าเป็นดินแบบที่มีความเชื่อมแน่น หรือดินเหนียว (COHESIVE SOIL) หรือดินแบบที่ไม่มีความเชื่อมแน่น หรือดินทราย (COHESIONLESS SOIL)

เรื่องนี้คือเรื่องเดียวกันกับการซ้อนทับของความเค้น STRESS OVERLAPPING ซึ่งหากว่าเสาเข็มกลุ่มนั้นถูกวางตัวแบบชิดกันมากจนเกินไป ก็จะส่งผลให้ความเค้นในมวลดินมีโอกาสเกิดการซ้อนทับกันได้ ส่งผลทำให้กำลังการรับน้ำหนักของเสาเข็มด้อยประสิทธิภาพลงไป และยิ่งเป็นการเร่งทำให้เสาเข็มมีค่าการทรุดตัวที่มากขึ้นด้วย