กฎหมายต่อเติมบ้าน (ปี 2566) ห้ามใช้วัสดุที่เพิ่มน้ำหนักเกินเกณฑ์ (การต่อเติมระเบียง หรือหลังคา หากใช้วัสดุที่ทำให้น้ำหนักโครงสร้างเดิมเพิ่มขึ้นเกิน 10% ต้องจัดให้มีวิศวกรหรือสถาปนิกคำนวณและควบคุมงาน)

672 กฎหมายต่อเติมบ้าน (ปี 2566) ห้ามใช้วัสดุที่เพิ่มน้ำหนักเกินเกณฑ์ (การต่อเติมระเบียง หรือหลังคา หากใช้วัสดุที่ทำให้น้ำหนักโครงสร้างเดิมเพิ่มขึ้นเกิน 10% ต้องจัดให้มีวิศวกรหรือสถาปนิกคำนวณและควบคุมงาน)

การต่อเติมบ้าน เช่น ระเบียง หรือหลังคา ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารมีข้อกำหนดสำคัญเกี่ยวกับน้ำหนักโครงสร้าง คือ ห้ามใช้วัสดุที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเกิน 10% ของโครงสร้างเดิม หากการต่อเติมนั้นใช้วัสดุที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเกินเกณฑ์ดังกล่าว จะถือเป็นการ “ดัดแปลงอาคาร” ซึ่งมีเงื่อนไขทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติดังนี้ครับ:

  • ต้องมีผู้เชี่ยวชาญควบคุมงาน: หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นเกิน 10% เจ้าของบ้าน ต้องจัดให้มีสถาปนิกและวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาต เป็นผู้ทำการคำนวณ ออกแบบ และเซ็นรับรองแบบแปลน รวมถึงต้องมีวิศวกรทำหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างเพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
  • ต้องยื่นขออนุญาต: การต่อเติมที่เพิ่มน้ำหนักเกิน 10% หรือมีการเพิ่ม/ลดจำนวนเสาและคาน จะต้อง ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น (เช่น สำนักงานเขต, เทศบาล หรือ อบต.) ก่อนเริ่มดำเนินการเสมอ
  • ความเสี่ยงหากไม่คำนวณน้ำหนัก: การใช้วัสดุที่มีน้ำหนักมากเกินไป เช่น การก่อผนังอิฐฉาบปูนหนาๆ บนโครงสร้างชั้นสอง โดยไม่มีการคำนวณโดยวิศวกร อาจทำให้ฐานรากเดิมรับน้ำหนักไม่ไหว ส่งผลให้บ้านทรุดหรือพังถล่มลงมาได้
  • แนวทางการเลือกวัสดุ: เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มน้ำหนักเกินเกณฑ์ วิศวกรแนะนำให้เลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา เช่น ผนังเบา (สมาร์ทบอร์ด), หลังคาเมทัลชีท หรือไวนิล แทนการใช้คอนกรีตหรืออิฐมอญที่มีน้ำหนักมหาศาล
  • บทลงโทษ: การต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือใช้วัสดุผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุมัติ มีโทษทางอาญาคือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ) และปรับรายวันวันละ 10,000 บาทจนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง

สรุปท้ายบทความ กฎหมายการต่อเติมอาคาร (ปรับปรุงปี 2566) กำหนดว่าหากมีการใช้วัสดุที่ทำให้โครงสร้างเดิม รับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเกิน 10% จะต้องจัดให้มี สถาปนิกและวิศวกรคำนวณและควบคุมงาน อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งต้องยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากโครงสร้างวิบัติและปัญหาบ้านทรุดตัวในระยะยาว